๓. สตฺติวคฺโค
๑. สตฺติสุตฺตํ
๒๑. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข สา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘สตฺติยา วิย โอมฏฺโฐ, ฑยฺหมาโนว [ฑยฺหมาเนว (สพฺพตฺถ)] มตฺถเก;
กามราคปฺปหานาย, สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเช’’ติ.
‘‘สตฺติยา วิย โอมฏฺโฐ, ฑยฺหมาโนว มตฺถเก;
สกฺกายทิฏฺฐิปฺปหานาย, สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเช’’ติ.
๒. ผุสติสุตฺตํ
๒๒. ‘‘นาผุสนฺตํ ผุสติ จ, ผุสนฺตญฺจ ตโต ผุเส;
ตสฺมา ผุสนฺตํ ผุสติ, อปฺปทุฏฺฐปโทสิน’’นฺติ.
‘‘โย อปฺปทุฏฺฐสฺส นรสฺส ทุสฺสติ,
สุทฺธสฺส โปสสฺส อนงฺคณสฺส;
ตเมว พาลํ ปจฺเจติ ปาปํ,
สุขุโม รโช ปฏิวาตํว ขิตฺโต’’ติ.
๓. ชฏาสุตฺตํ
๒๓. ‘‘อนฺโต ชฏา พหิ ชฏา, ชฏาย ชฏิตา ปชา;
ตํ ตํ โคตม ปุจฺฉามิ, โก อิมํ วิชฏเย ชฏ’’นฺติ.
‘‘สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ, จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยํ;
อาตาปี นิปโก ภิกฺขุ, โส อิมํ วิชฏเย ชฏํ.
‘‘เยสํ ราโค จ โทโส จ, อวิชฺชา จ วิราชิตา;
ขีณาสวา อรหนฺโต, เตสํ วิชฏิตา ชฏา.
‘‘ยตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ, อเสสํ อุปรุชฺฌติ;
ปฏิฆํ รูปสญฺญา จ, เอตฺเถสา ฉิชฺชเต [วิชเฏ (ก.)] ชฏา’’ติ.
๔. มโนนิวารณสุตฺตํ
๒๔. ‘‘ยโต ยโต มโน นิวารเย,
น ทุกฺขเมติ นํ ตโต ตโต;
ส สพฺพโต มโน นิวารเย,
ส สพฺพโต ทุกฺขา ปมุจฺจติ’’.
‘‘น สพฺพโต มโน นิวารเย,
น มโน สํยตตฺตมาคตํ;
ยโต ยโต จ ปาปกํ,
ตโต ตโต มโน นิวารเย’’ติ.
๕. อรหนฺตสุตฺตํ
๒๕. ‘‘โย โหติ ภิกฺขุ อรหํ กตาวี,
ขีณาสโว อนฺติมเทหธารี;
อหํ วทามีติปิ โส วเทยฺย,
มมํ วทนฺตีติปิ โส วเทยฺยา’’ติ.
‘‘โย โหติ ภิกฺขุ อรหํ กตาวี,
ขีณาสโว อนฺติมเทหธารี;
อหํ วทามีติปิ โส วเทยฺย,
มมํ วทนฺตีติปิ โส วเทยฺย;
โลเก สมญฺญํ กุสโล วิทิตฺวา,
โวหารมตฺเตน โส [ส (?)] โวหเรยฺยา’’ติ.
‘‘โย โหติ ภิกฺขุ อรหํ กตาวี,
ขีณาสโว อนฺติมเทหธารี;
มานํ นุ โข โส อุปคมฺม ภิกฺขุ,
อหํ วทามีติปิ โส วเทยฺย;
มมํ วทนฺตีติปิ โส วเทยฺยา’’ติ.
‘‘ปหีนมานสฺส น สนฺติ คนฺถา,
วิธูปิตา มานคนฺถสฺส สพฺเพ;
ส วีติวตฺโต มญฺญตํ [มานนํ (สี.), มญฺญีตํ (?)] สุเมโธ,
อหํ วทามีติปิ โส วเทยฺย.
‘‘มมํ วทนฺตีติปิ โส วเทยฺย;
โลเก สมญฺญํ กุสโล วิทิตฺวา;
โวหารมตฺเตน โส โวหเรยฺยา’’ติ.
๖. ปชฺโชตสุตฺตํ
๒๖. ‘‘กติ โลกสฺมึ ปชฺโชตา, เยหิ โลโก ปกาสติ [ปภาสติ (ก. สี.)];
ภควนฺตํ [ภวนฺตํ (ก.)] ปุฏฺฐุมาคมฺม, กถํ ชาเนมุ ตํ มย’’นฺติ.
‘‘จตฺตาโร โลเก ปชฺโชตา, ปญฺจเมตฺถ น วิชฺชติ;
ทิวา ตปติ อาทิจฺโจ, รตฺติมาภาติ จนฺทิมา.
‘‘อถ อคฺคิ ทิวารตฺตึ, ตตฺถ ตตฺถ ปกาสติ;
สมฺพุทฺโธ ตปตํ เสฏฺโฐ, เอสา อาภา อนุตฺตรา’’ติ.
๗. สรสุตฺตํ
๒๗. ‘‘กุโต สรา นิวตฺตนฺติ, กตฺถ วฏฺฏํ น วตฺตติ;
กตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ, อเสสํ อุปรุชฺฌตี’’ติ.
‘‘ยตฺถ อาโป จ ปถวี, เตโช วาโย น คาธติ;
อโต สรา นิวตฺตนฺติ, เอตฺถ วฏฺฏํ น วตฺตติ;
เอตฺถ นามญฺจ รูปญฺจ, อเสสํ อุปรุชฺฌตี’’ติ.
๘. มหทฺธนสุตฺตํ
๒๘. ‘‘มหทฺธนา มหาโภคา, รฏฺฐวนฺโตปิ ขตฺติยา;
อญฺญมญฺญาภิคิชฺฌนฺติ, กาเมสุ อนลงฺกตา.
‘‘เตสุ อุสฺสุกฺกชาเตสุ, ภวโสตานุสาริสุ;
เกธ ตณฺหํ [โรธตณฺหํ (สฺยา. กํ.), เคธตณฺหํ (ก.)] ปชหึสุ [ปวาหึสุ (สฺยา. กํ. ก.)], เก โลกสฺมึ อนุสฺสุกา’’ติ.
‘‘หิตฺวา อคารํ ปพฺพชิตา, หิตฺวา ปุตฺตํ ปสุํ วิยํ;
หิตฺวา ราคญฺจ โทสญฺจ, อวิชฺชญฺจ วิราชิย;
ขีณาสวา อรหนฺโต, เต โลกสฺมึ อนุสฺสุกา’’ติ.
๙. จตุจกฺกสุตฺตํ
๒๙. ‘‘จตุจกฺกํ นวทฺวารํ, ปุณฺณํ โลเภน สํยุตํ;
ปงฺกชาตํ มหาวีร, กถํ ยาตฺรา ภวิสฺสตี’’ติ.
‘‘เฉตฺวา นทฺธึ วรตฺตญฺจ, อิจฺฉา โลภญฺจ ปาปกํ;
สมูลํ ตณฺหมพฺพุยฺห, เอวํ ยาตฺรา ภวิสฺสตี’’ติ.
๑๐. เอณิชงฺฆสุตฺตํ
๓๐. ‘‘เอณิชงฺฆํ กิสํ วีรํ, อปฺปาหารํ อโลลุปํ;
สีหํ เวกจรํ นาคํ, กาเมสุ อนเปกฺขินํ;
อุปสงฺกมฺม ปุจฺฉาม, กถํ ทุกฺขา ปมุจฺจตี’’ติ.
‘‘ปญฺจ กามคุณา โลเก, มโนฉฏฺฐา ปเวทิตา;
เอตฺถ ฉนฺทํ วิราเชตฺวา, เอวํ ทุกฺขา ปมุจฺจตี’’ติ.
สตฺติวคฺโค ตติโย.
ตสฺสุทฺทานํ –
สตฺติยา ผุสติ เจว, ชฏา มโนนิวารณา;
อรหนฺเตน ปชฺโชโต, สรา มหทฺธเนน จ;
จตุจกฺเกน นวมํ, เอณิชงฺเฆน เต ทสาติ.