๒. นนฺทนวคฺโค

๑. นนฺทนสุตฺตํ

๑๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –

‘‘ภูตปุพฺพํ, ภิกฺขเว, อญฺญตรา ตาวตึสกายิกา เทวตา นนฺทเน วเน อจฺฉราสงฺฆปริวุตา ทิพฺเพหิ ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตา สมงฺคีภูตา ปริจาริยมานา [ปริจาริยมานา (สฺยา. กํ. ก.)] ตายํ เวลายํ อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘น เต สุขํ ปชานนฺติ, เย น ปสฺสนฺติ นนฺทนํ;

อาวาสํ นรเทวานํ, ติทสานํ ยสสฺสิน’’นฺติ.

‘‘เอวํ วุตฺเต, ภิกฺขเว, อญฺญตรา เทวตา ตํ เทวตํ คาถาย ปจฺจภาสิ –

‘‘น ตฺวํ พาเล ปชานาสิ, ยถา อรหตํ วโจ;

อนิจฺจา สพฺพสงฺขารา [สพฺเพ สงฺขารา (สี. สฺยา. กํ.)], อุปฺปาทวยธมฺมิโน;

อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุชฺฌนฺติ, เตสํ วูปสโม สุโข’’ติ.

๒. นนฺทติสุตฺตํ

๑๒. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข สา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘นนฺทติ ปุตฺเตหิ ปุตฺติมา,

โคมา [โคมิโก (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] โคหิ ตเถว นนฺทติ;

อุปธีหิ นรสฺส นนฺทนา,

น หิ โส นนฺทติ โย นิรูปธี’’ติ.

‘‘โสจติ ปุตฺเตหิ ปุตฺติมา,

โคมา โคหิ ตเถว โสจติ;

อุปธีหิ นรสฺส โสจนา,

น หิ โส โสจติ โย นิรูปธี’’ติ.

๓. นตฺถิปุตฺตสมสุตฺตํ

๑๓. สาวตฺถินิทานํ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข สา เทวตา ภควโต สนฺติเก อิมํ คาถํ อภาสิ –

‘‘นตฺถิ ปุตฺตสมํ เปมํ, นตฺถิ โคสมิตํ ธนํ;

นตฺถิ สูริยสมา [สุริยสมา (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] อาภา, สมุทฺทปรมา สรา’’ติ.

‘‘นตฺถิ อตฺตสมํ เปมํ, นตฺถิ ธญฺญสมํ ธนํ;

นตฺถิ ปญฺญาสมา อาภา, วุฏฺฐิ เว ปรมา สรา’’ติ.

๔. ขตฺติยสุตฺตํ

๑๔. ‘‘ขตฺติโย ทฺวิปทํ เสฏฺโฐ, พลีพทฺโท [พลิวทฺโท (สี. ปี.), พลิพทฺโท (สฺยา. กํ. ก.)] จตุปฺปทํ.

โกมารี เสฏฺฐา ภริยานํ, โย จ ปุตฺตาน ปุพฺพโช’’ติ.

‘‘สมฺพุทฺโธ ทฺวิปทํ เสฏฺโฐ, อาชานีโย จตุปฺปทํ;

สุสฺสูสา เสฏฺฐา ภริยานํ, โย จ ปุตฺตานมสฺสโว’’ติ.

๕. สณมานสุตฺตํ

๑๕. ‘‘ฐิเต มชฺฌนฺหิเก [มชฺฌนฺติเก (สพฺพตฺถ)] กาเล, สนฺนิสีเวสุ ปกฺขิสุ.

สณเตว พฺรหารญฺญํ [มหารญฺญํ (ก. สี. สฺยา. กํ. ก.)], ตํ ภยํ ปฏิภาติ ม’’นฺติ.

‘‘ฐิเต มชฺฌนฺหิเก กาเล, สนฺนิสีเวสุ ปกฺขิสุ;

สณเตว พฺรหารญฺญํ, สา รติ ปฏิภาติ ม’’นฺติ.

๖. นิทฺทาตนฺทีสุตฺตํ

๑๖. ‘‘นิทฺทา ตนฺที วิชมฺภิตา [ตนฺทิ วิชมฺภิกา (สี. ปี.)], อรตี ภตฺตสมฺมโท.

เอเตน นปฺปกาสติ, อริยมคฺโค อิธ ปาณิน’’นฺติ.

‘‘นิทฺทํ ตนฺทึ วิชมฺภิตํ, อรตึ ภตฺตสมฺมทํ;

วีริเยน [วิริเยน (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] นํ ปณาเมตฺวา, อริยมคฺโค วิสุชฺฌตี’’ติ.

๗. ทุกฺกรสุตฺตํ

๑๗. ‘‘ทุกฺกรํ ทุตฺติติกฺขญฺจ, อพฺยตฺเตน จ สามญฺญํ.

พหูหิ ตตฺถ สมฺพาธา, ยตฺถ พาโล วิสีทตี’’ติ.

‘‘กติหํ จเรยฺย สามญฺญํ, จิตฺตํ เจ น นิวารเย;

ปเท ปเท วิสีเทยฺย, สงฺกปฺปานํ วสานุโค’’ติ.

‘‘กุมฺโมว องฺคานิ สเก กปาเล,

สโมทหํ ภิกฺขุ มโนวิตกฺเก;

อนิสฺสิโต อญฺญมเหฐยาโน,

ปรินิพฺพุโต นูปวเทยฺย กญฺจี’’ติ.

๘. หิรีสุตฺตํ

๑๘. ‘‘หิรีนิเสโธ ปุริโส, โกจิ โลกสฺมึ วิชฺชติ.

โย นินฺทํ อปโพธติ [อปโพเธติ (สฺยา. กํ. ก.)], อสฺโส ภโทฺร กสามิวา’’ติ.

‘‘หิรีนิเสธา ตนุยา, เย จรนฺติ สทา สตา;

อนฺตํ ทุกฺขสฺส ปปฺปุยฺย, จรนฺติ วิสเม สม’’นฺติ.

๙. กุฏิกาสุตฺตํ

๑๙. ‘‘กจฺจิ เต กุฏิกา นตฺถิ, กจฺจิ นตฺถิ กุลาวกา;

กจฺจิ สนฺตานกา นตฺถิ, กจฺจิ มุตฺโตสิ พนฺธนา’’ติ.

‘‘ตคฺฆ เม กุฏิกา นตฺถิ, ตคฺฆ นตฺถิ กุลาวกา;

ตคฺฆ สนฺตานกา นตฺถิ, ตคฺฆ มุตฺโตมฺหิ พนฺธนา’’ติ.

‘‘กินฺตาหํ กุฏิกํ พฺรูมิ, กึ เต พฺรูมิ กุลาวกํ;

กึ เต สนฺตานกํ พฺรูมิ, กินฺตาหํ พฺรูมิ พนฺธน’’นฺติ.

‘‘มาตรํ กุฏิกํ พฺรูสิ, ภริยํ พฺรูสิ กุลาวกํ;

ปุตฺเต สนฺตานเก พฺรูสิ, ตณฺหํ เม พฺรูสิ พนฺธน’’นฺติ.

‘‘สาหุ เต กุฏิกา นตฺถิ, สาหุ นตฺถิ กุลาวกา;

สาหุ สนฺตานกา นตฺถิ, สาหุ มุตฺโตสิ พนฺธนา’’ติ.

๑๐. สมิทฺธิสุตฺตํ

๒๐. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ ตโปทาราเม. อถ โข อายสฺมา สมิทฺธิ รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย เยน ตโปทา เตนุปสงฺกมิ คตฺตานิ ปริสิญฺจิตุํ. ตโปเท คตฺตานิ ปริสิญฺจิตฺวา ปจฺจุตฺตริตฺวา เอกจีวโร อฏฺฐาสิ คตฺตานิ ปุพฺพาปยมาโน. อถ โข อญฺญตรา เทวตา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ ตโปทํ โอภาเสตฺวา เยน อายสฺมา สมิทฺธิ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา เวหาสํ ฐิตา อายสฺมนฺตํ สมิทฺธึ คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘อภุตฺวา ภิกฺขสิ ภิกฺขุ, น หิ ภุตฺวาน ภิกฺขสิ;

ภุตฺวาน ภิกฺขุ ภิกฺขสฺสุ, มา ตํ กาโล อุปจฺจคา’’ติ.

‘‘กาลํ โวหํ น ชานามิ, ฉนฺโน กาโล น ทิสฺสติ;

ตสฺมา อภุตฺวา ภิกฺขามิ, มา มํ กาโล อุปจฺจคา’’ติ.

อถ โข สา เทวตา ปถวิยํ [ปฐวิยํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ปติฏฺฐหิตฺวา อายสฺมนฺตํ สมิทฺธึ เอตทโวจ – ‘‘ทหโร ตฺวํ ภิกฺขุ, ปพฺพชิโต สุสุ กาฬเกโส, ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคโต, ปฐเมน วยสา, อนิกฺกีฬิตาวี กาเมสุ. ภุญฺช, ภิกฺขุ, มานุสเก กาเม; มา สนฺทิฏฺฐิกํ หิตฺวา กาลิกํ อนุธาวี’’ติ.

‘‘น ขฺวาหํ, อาวุโส, สนฺทิฏฺฐิกํ หิตฺวา กาลิกํ อนุธาวามิ. กาลิกญฺจ ขฺวาหํ, อาวุโส, หิตฺวา สนฺทิฏฺฐิกํ อนุธาวามิ. กาลิกา หิ, อาวุโส, กามา วุตฺตา ภควตา พหุทุกฺขา พหุปายาสา; อาทีนโว เอตฺถ ภิยฺโย. สนฺทิฏฺฐิโก อยํ ธมฺโม อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปเนยฺยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหี’’ติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขุ, กาลิกา กามา วุตฺตา ภควตา พหุทุกฺขา พหุปายาสา, อาทีนโว เอตฺถ ภิยฺโย? กถํ สนฺทิฏฺฐิโก อยํ ธมฺโม อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปเนยฺยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหี’’ติ?

‘‘อหํ โข, อาวุโส, นโว อจิรปพฺพชิโต อธุนาคโต อิมํ ธมฺมวินยํ. น ตาหํ [น ขฺวาหํ (สี. ปี.)] สกฺโกมิ วิตฺถาเรน อาจิกฺขิตุํ. อยํ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ราชคเห วิหรติ ตโปทาราเม. ตํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ ปุจฺฉ. ยถา เต ภควา พฺยากโรติ ตถา นํ ธาเรยฺยาสี’’ติ.

‘‘น โข, ภิกฺขุ, สุกโร โส ภควา อเมฺหหิ อุปสงฺกมิตุํ, อญฺญาหิ มเหสกฺขาหิ เทวตาหิ ปริวุโต. สเจ โข ตฺวํ, ภิกฺขุ, ตํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺยาสิ, มยมฺปิ อาคจฺเฉยฺยาม ธมฺมสฺสวนายา’’ติ. ‘‘เอวมาวุโส’’ติ โข อายสฺมา สมิทฺธิ ตสฺสา เทวตาย ปฏิสฺสุตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา สมิทฺธิ ภควนฺตํ เอตทโวจ –

‘‘อิธาหํ, ภนฺเต, รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย เยน ตโปทา เตนุปสงฺกมึ คตฺตานิ ปริสิญฺจิตุํ. ตโปเท คตฺตานิ ปริสิญฺจิตฺวา ปจฺจุตฺตริตฺวา เอกจีวโร อฏฺฐาสึ คตฺตานิ ปุพฺพาปยมาโน. อถ โข, ภนฺเต, อญฺญตรา เทวตา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ ตโปทํ โอภาเสตฺวา เยนาหํ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา เวหาสํ ฐิตา อิมาย คาถาย อชฺฌภาสิ –

‘‘อภุตฺวา ภิกฺขสิ ภิกฺขุ, น หิ ภุตฺวาน ภิกฺขสิ;

ภุตฺวาน ภิกฺขุ ภิกฺขสฺสุ, มา ตํ กาโล อุปจฺจคา’’ติ.

‘‘เอวํ วุตฺเต อหํ, ภนฺเต, ตํ เทวตํ คาถาย ปจฺจภาสึ –

‘‘กาลํ โวหํ น ชานามิ, ฉนฺโน กาโล น ทิสฺสติ;

ตสฺมา อภุตฺวา ภิกฺขามิ, มา มํ กาโล อุปจฺจคา’’ติ.

‘‘อถ โข, ภนฺเต, สา เทวตา ปถวิยํ ปติฏฺฐหิตฺวา มํ เอตทโวจ – ‘ทหโร ตฺวํ, ภิกฺขุ, ปพฺพชิโต สุสุ กาฬเกโส, ภเทฺรน โยพฺพเนน สมนฺนาคโต, ปฐเมน วยสา, อนิกฺกีฬิตาวี กาเมสุ. ภุญฺช, ภิกฺขุ, มานุสเก กาเม; มา สนฺทิฏฺฐิกํ หิตฺวา กาลิกํ อนุธาวี’’’ติ.

‘‘เอวํ วุตฺตาหํ, ภนฺเต, ตํ เทวตํ เอตทโวจํ – ‘น ขฺวาหํ, อาวุโส, สนฺทิฏฺฐิกํ หิตฺวา กาลิกํ อนุธาวามิ; กาลิกญฺจ ขฺวาหํ, อาวุโส, หิตฺวา สนฺทิฏฺฐิกํ อนุธาวามิ. กาลิกา หิ, อาวุโส, กามา วุตฺตา ภควตา พหุทุกฺขา พหุปายาสา; อาทีนโว เอตฺถ ภิยฺโย. สนฺทิฏฺฐิโก อยํ ธมฺโม อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปเนยฺยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหี’’’ติ.

‘‘เอวํ วุตฺเต, ภนฺเต, สา เทวตา มํ เอตทโวจ – ‘กถญฺจ, ภิกฺขุ, กาลิกา กามา วุตฺตา ภควตา พหุทุกฺขา พหุปายาสา; อาทีนโว เอตฺถ ภิยฺโย? กถํ สนฺทิฏฺฐิโก อยํ ธมฺโม อกาลิโก เอหิปสฺสิโก โอปเนยฺยิโก ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญฺญูหี’ติ? เอวํ วุตฺตาหํ, ภนฺเต, ตํ เทวตํ เอตทโวจํ – ‘อหํ โข, อาวุโส, นโว อจิรปพฺพชิโต อธุนาคโต อิมํ ธมฺมวินยํ, น ตาหํ สกฺโกมิ วิตฺถาเรน อาจิกฺขิตุํ. อยํ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ราชคเห วิหรติ ตโปทาราเม. ตํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ ปุจฺฉ. ยถา เต ภควา พฺยากโรติ ตถา นํ ธาเรยฺยาสี’’’ติ.

‘‘เอวํ วุตฺเต, ภนฺเต, สา เทวตา มํ เอตทโวจ – ‘น โข, ภิกฺขุ, สุกโร โส ภควา อเมฺหหิ อุปสงฺกมิตุํ, อญฺญาหิ มเหสกฺขาหิ เทวตาหิ ปริวุโต. สเจ โข, ตฺวํ ภิกฺขุ, ตํ ภควนฺตํ อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ ปุจฺเฉยฺยาสิ, มยมฺปิ อาคจฺเฉยฺยาม ธมฺมสฺสวนายา’ติ. สเจ, ภนฺเต, ตสฺสา เทวตาย สจฺจํ วจนํ, อิเธว สา เทวตา อวิทูเร’’ติ.

เอวํ วุตฺเต, สา เทวตา อายสฺมนฺตํ สมิทฺธึ เอตทโวจ – ‘‘ปุจฺฉ, ภิกฺขุ, ปุจฺฉ, ภิกฺขุ, ยมหํ อนุปฺปตฺตา’’ติ.

อถ โข ภควา ตํ เทวตํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ –

‘‘อกฺเขยฺยสญฺญิโน สตฺตา, อกฺเขยฺยสฺมึ ปติฏฺฐิตา;

อกฺเขยฺยํ อปริญฺญาย, โยคมายนฺติ มจฺจุโน.

‘‘อกฺเขยฺยญฺจ ปริญฺญาย, อกฺขาตารํ น มญฺญติ;

ตญฺหิ ตสฺส น โหตีติ, เยน นํ วชฺชา น ตสฺส อตฺถิ;

สเจ วิชานาสิ วเทหิ ยกฺขา’’ติ [ยกฺขีติ (ปี. ก.)].

‘‘น ขฺวาหํ, ภนฺเต, อิมสฺส ภควตา สงฺขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺถํ อาชานามิ. สาธุ เม, ภนฺเต, ภควา ตถา ภาสตุ ยถาหํ อิมสฺส ภควตา สงฺขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺถํ ชาเนยฺย’’นฺติ.

‘‘สโม วิเสสี อุท วา [อถวา (สี. ปี.)] นิหีโน,

โย มญฺญตี โส วิวเทถ [โสปิ วเทถ (ก.)] เตน;

ตีสุ วิธาสุ อวิกมฺปมาโน,

สโม วิเสสีติ น ตสฺส โหติ;

สเจ วิชานาสิ วเทหิ ยกฺขา’’ติ.

‘‘อิมสฺสาปิ ขฺวาหํ, ภนฺเต, ภควตา สงฺขิตฺเตน ภาสิตสฺส น วิตฺถาเรน อตฺถํ อาชานามิ. สาธุ เม, ภนฺเต, ภควา ตถา ภาสตุ ยถาหํ อิมสฺส ภควตา สงฺขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺถํ ชาเนยฺย’’นฺติ.

‘‘ปหาสิ สงฺขํ น วิมานมชฺฌคา, อจฺเฉจฺฉิ [อจฺเฉชฺชิ (สฺยา. กํ. ก.)] ตณฺหํ อิธ นามรูเป;

ตํ ฉินฺนคนฺถํ อนิฆํ นิราสํ, ปริเยสมานา นาชฺฌคมุํ;

เทวา มนุสฺสา อิธ วา หุรํ วา, สคฺเคสุ วา สพฺพนิเวสเนสุ;

สเจ วิชานาสิ วเทหิ ยกฺขา’’ติ.

‘‘อิมสฺส ขฺวาหํ, ภนฺเต, ภควตา สงฺขิตฺเตน ภาสิตสฺส เอวํ วิตฺถาเรน อตฺถํ อาชานามิ –

‘‘ปาปํ น กยิรา วจสา มนสา,

กาเยน วา กิญฺจน สพฺพโลเก;

กาเม ปหาย สติมา สมฺปชาโน,

ทุกฺขํ น เสเวถ อนตฺถสํหิต’’นฺติ.

นนฺทนวคฺโค ทุติโย.

ตสฺสุทฺทานํ –

นนฺทนา นนฺทติ เจว, นตฺถิปุตฺตสเมน จ;

ขตฺติโย สณมาโน จ, นิทฺทาตนฺที จ ทุกฺกรํ;

หิรี กุฏิกา นวโม, ทสโม วุตฺโต สมิทฺธินาติ.