๑๐. ธาตุวิภงฺคสุตฺตํ

๓๔๒. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา มคเธสุ จาริกํ จรมาโน เยน ราชคหํ ตทวสริ; เยน ภคฺคโว กุมฺภกาโร เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภคฺควํ กุมฺภการํ เอตทโวจ – ‘‘สเจ เต, ภคฺคว, อครุ วิหเรมุ อาเวสเน [วิหรามาเวสเน (สี. ปี.), วิหราม นิเวสเน (สฺยา. กํ.), วิหเรมุ นิเวสเน (ก.)] เอกรตฺต’’นฺติ. ‘‘น โข เม, ภนฺเต, ครุ. อตฺถิ เจตฺถ ปพฺพชิโต ปฐมํ วาสูปคโต. สเจ โส อนุชานาติ, วิหรถ [วิหร (สี. ปี.)], ภนฺเต, ยถาสุข’’นฺติ.

เตน โข ปน สมเยน ปุกฺกุสาติ นาม กุลปุตฺโต ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส สทฺธาย อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต. โส ตสฺมึ กุมฺภการาเวสเน [กุมฺภการนิเวสเน (สฺยา. กํ. ก.)] ปฐมํ วาสูปคโต โหติ. อถ โข ภควา เยนายสฺมา ปุกฺกุสาติ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ ปุกฺกุสาตึ เอตทโวจ – ‘‘สเจ เต, ภิกฺขุ, อครุ วิหเรมุ อาเวสเน เอกรตฺต’’นฺติ. ‘‘อุรุนฺทํ, อาวุโส [อูรูนฺทํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.), อุรูทฺธํ (ก.) ที. นิ. ๒ สกฺกปญฺหสุตฺตฏีกา โอโลเกตพฺพา], กุมฺภการาเวสนํ. วิหรตายสฺมา ยถาสุข’’นฺติ.

อถ โข ภควา กุมฺภการาเวสนํ ปวิสิตฺวา เอกมนฺตํ ติณสนฺถารกํ [ติณสนฺถริกํ (สี.), ติณสนฺถรกํ (สฺยา. กํ.)] ปญฺญาเปตฺวา นิสีทิ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา อุชุํ กายํ ปณิธาย ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา. อถ โข ภควา พหุเทว รตฺตึ นิสชฺชาย วีตินาเมสิ. อายสฺมาปิ โข ปุกฺกุสาติ พหุเทว รตฺตึ นิสชฺชาย วีตินาเมสิ.

อถ โข ภควโต เอตทโหสิ – ‘‘ปาสาทิกํ โข อยํ กุลปุตฺโต อิริยติ. ยํนูนาหํ ปุจฺเฉยฺย’’นฺติ. อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ ปุกฺกุสาตึ เอตทโวจ – ‘‘กํสิ ตฺวํ, ภิกฺขุ, อุทฺทิสฺส ปพฺพชิโต? โก วา เต สตฺถา? กสฺส วา ตฺวํ ธมฺมํ โรเจสี’’ติ? ‘‘อตฺถาวุโส, สมโณ โคตโม สกฺยปุตฺโต สกฺยกุลา ปพฺพชิโต. ตํ โข ปน ภควนฺตํ โคตมํ เอวํ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต – ‘อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควา’ติ. ตาหํ ภควนฺตํ อุทฺทิสฺส ปพฺพชิโต. โส จ เม ภควา สตฺถา. ตสฺส จาหํ ภควโต ธมฺมํ โรเจมี’’ติ. ‘‘กหํ ปน, ภิกฺขุ, เอตรหิ โส ภควา วิหรติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ. ‘‘อตฺถาวุโส, อุตฺตเรสุ ชนปเทสุ สาวตฺถิ นาม นครํ. ตตฺถ โส ภควา เอตรหิ วิหรติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ’’ติ. ‘‘ทิฏฺฐปุพฺโพ ปน เต, ภิกฺขุ, โส ภควา; ทิสฺวา จ ปน ชาเนยฺยาสี’’ติ? ‘‘น โข เม, อาวุโส, ทิฏฺฐปุพฺโพ โส ภควา; ทิสฺวา จาหํ น ชาเนยฺย’’นฺติ.

อถ โข ภควโต เอตทโหสิ – ‘‘มมญฺจ ขฺวายํ [มํ ตฺวายํ (สี.), มมํ ขฺวายํ (สฺยา. กํ.), มํ ขฺวายํ (ปี.)] กุลปุตฺโต อุทฺทิสฺส ปพฺพชิโต. ยํนูนสฺสาหํ ธมฺมํ เทเสยฺย’’นฺติ. อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ ปุกฺกุสาตึ อามนฺเตสิ – ‘‘ธมฺมํ เต, ภิกฺขุ, เทเสสฺสามิ. ตํ สุณาหิ, สาธุกํ มนสิ กโรหิ; ภาสิสฺสามี’’ติ. ‘‘เอวมาวุโส’’ติ โข อายสฺมา ปุกฺกุสาติ ภควโต ปจฺจสฺโสสิ. ภควา เอตทโวจ –

๓๔๓. ‘‘‘ฉธาตุโร [ฉทฺธาตุโร (สี.)] อยํ, ภิกฺขุ, ปุริโส ฉผสฺสายตโน อฏฺฐารสมโนปวิจาโร จตุราธิฏฺฐาโน; ยตฺถ ฐิตํ มญฺญสฺสวา นปฺปวตฺตนฺติ, มญฺญสฺสเว โข ปน นปฺปวตฺตมาเน มุนิ สนฺโตติ วุจฺจติ. ปญฺญํ นปฺปมชฺเชยฺย, สจฺจมนุรกฺเขยฺย, จาคมนุพฺรูเหยฺย, สนฺติเมว โส สิกฺเขยฺยา’ติ – อยมุทฺเทโส ธาตุวิภงฺคสฺส [ฉธาตุวิภงฺคสฺส (สี. สฺยา. กํ. ปี.)].

๓๔๔. ‘‘‘ฉธาตุโร อยํ, ภิกฺขุ, ปุริโส’ติ – อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ. กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ? (ฉยิมา, ภิกฺขุ, ธาตุโย) [( ) นตฺถิ สี. ปี. โปตฺถเกสุ] – ปถวีธาตุ, อาโปธาตุ, เตโชธาตุ, วาโยธาตุ, อากาสธาตุ, วิญฺญาณธาตุ. ‘ฉธาตุโร อยํ, ภิกฺขุ, ปุริโส’ติ – อิติ ยํ ตํ วุตฺตํ, อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ.

๓๔๕. ‘‘‘ฉผสฺสายตโน อยํ, ภิกฺขุ, ปุริโส’ติ – อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ. กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ? จกฺขุสมฺผสฺสายตนํ, โสตสมฺผสฺสายตนํ, ฆานสมฺผสฺสายตนํ, ชิวฺหาสมฺผสฺสายตนํ, กายสมฺผสฺสายตนํ, มโนสมฺผสฺสายตนํ. ‘ฉผสฺสายตโน อยํ, ภิกฺขุ, ปุริโส’ติ – อิติ ยํ ตํ วุตฺตํ, อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ.

๓๔๖. ‘‘‘อฏฺฐารสมโนปวิจาโร อยํ, ภิกฺขุ, ปุริโส’ติ – อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ. กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ? จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา โสมนสฺสฏฺฐานียํ รูปํ อุปวิจรติ, โทมนสฺสฏฺฐานียํ รูปํ อุปวิจรติ, อุเปกฺขาฏฺฐานียํ รูปํ อุปวิจรติ; โสเตน สทฺทํ สุตฺวา…เป… ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา… ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา… กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา… มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย โสมนสฺสฏฺฐานียํ ธมฺมํ อุปวิจรติ, โทมนสฺสฏฺฐานียํ ธมฺมํ อุปวิจรติ, อุเปกฺขาฏฺฐานียํ ธมฺมํ อุปวิจรติ – อิติ ฉ โสมนสฺสุปวิจารา, ฉ โทมนสฺสุปวิจารา, ฉ อุเปกฺขุปวิจารา. ‘อฏฺฐารสมโนปวิจาโร อยํ, ภิกฺขุ, ปุริโส’ติ – อิติ ยํ ตํ วุตฺตํ, อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ.

๓๔๗. ‘‘‘จตุราธิฏฺฐาโน อยํ, ภิกฺขุ, ปุริโส’ติ – อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ. กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ? ปญฺญาธิฏฺฐาโน, สจฺจาธิฏฺฐาโน, จาคาธิฏฺฐาโน, อุปสมาธิฏฺฐาโน. ‘จตุราธิฏฺฐาโน อยํ, ภิกฺขุ, ปุริโส’ติ – อิติ ยํ ตํ วุตฺตํ อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ.

๓๔๘. ‘‘‘ปญฺญํ นปฺปมชฺเชยฺย, สจฺจมนุรกฺเขยฺย, จาคมนุพฺรูเหยฺย, สนฺติเมว โส สิกฺเขยฺยา’ติ – อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ. กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ? กถญฺจ, ภิกฺขุ, ปญฺญํ นปฺปมชฺชติ? ฉยิมา, ภิกฺขุ, ธาตุโย – ปถวีธาตุ, อาโปธาตุ, เตโชธาตุ, วาโยธาตุ, อากาสธาตุ, วิญฺญาณธาตุ.

๓๔๙. ‘‘กตมา จ, ภิกฺขุ, ปถวีธาตุ? ปถวีธาตุ สิยา อชฺฌตฺติกา สิยา พาหิรา. กตมา จ, ภิกฺขุ, อชฺฌตฺติกา ปถวีธาตุ? ยํ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ กกฺขฬํ ขริคตํ อุปาทินฺนํ [อุปาทิณฺณํ (ปี. ก.)], เสยฺยถิทํ – เกสา โลมา นขา ทนฺตา ตโจ มํสํ นฺหารุ อฏฺฐิ อฏฺฐิมิญฺชํ [อฏฺฐิมิญฺชา (สี. ปี.)] วกฺกํ หทยํ ยกนํ กิโลมกํ ปิหกํ ปปฺผาสํ อนฺตํ อนฺตคุณํ อุทริยํ กรีสํ, ยํ วา ปนญฺญมฺปิ กิญฺจิ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ กกฺขฬํ ขริคตํ อุปาทินฺนํ – อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขุ, อชฺฌตฺติกา ปถวีธาตุ. ยา เจว โข ปน อชฺฌตฺติกา ปถวีธาตุ ยา จ พาหิรา ปถวีธาตุ ปถวีธาตุเรเวสา. ‘ตํ เนตํ มม เนโสหมสฺมิ น เมโส อตฺตา’ติ – เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทฏฺฐพฺพํ. เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทิสฺวา ปถวีธาตุยา นิพฺพินฺทติ, ปถวีธาตุยา จิตฺตํ วิราเชติ.

๓๕๐. ‘‘กตมา จ, ภิกฺขุ, อาโปธาตุ? อาโปธาตุ สิยา อชฺฌตฺติกา สิยา พาหิรา. กตมา จ, ภิกฺขุ, อชฺฌตฺติกา อาโปธาตุ? ยํ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ อาโป อาโปคตํ อุปาทินฺนํ เสยฺยถิทํ – ปิตฺตํ เสมฺหํ ปุพฺโพ โลหิตํ เสโท เมโท อสฺสุ วสา เขโฬ สิงฺฆาณิกา ลสิกา มุตฺตํ, ยํ วา ปนญฺญมฺปิ กิญฺจิ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ อาโป อาโปคตํ อุปาทินฺนํ – อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขุ, อชฺฌตฺติกา อาโปธาตุ. ยา เจว โข ปน อชฺฌตฺติกา อาโปธาตุ ยา จ พาหิรา อาโปธาตุ อาโปธาตุเรเวสา. ‘ตํ เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’ติ – เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทฏฺฐพฺพํ. เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทิสฺวา อาโปธาตุยา นิพฺพินฺทติ, อาโปธาตุยา จิตฺตํ วิราเชติ.

๓๕๑. ‘‘กตมา จ, ภิกฺขุ, เตโชธาตุ? เตโชธาตุ สิยา อชฺฌตฺติกา สิยา พาหิรา. กตมา จ, ภิกฺขุ, อชฺฌตฺติกา เตโชธาตุ? ยํ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ เตโช เตโชคตํ อุปาทินฺนํ, เสยฺยถิทํ – เยน จ สนฺตปฺปติ, เยน จ ชีรียติ, เยน จ ปริฑยฺหติ, เยน จ อสิตปีตขายิตสายิตํ สมฺมา ปริณามํ คจฺฉติ, ยํ วา ปนญฺญมฺปิ กิญฺจิ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ เตโช เตโชคตํ อุปาทินฺนํ – อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขุ, อชฺฌตฺติกา เตโชธาตุ. ยา เจว โข ปน อชฺฌตฺติกา เตโชธาตุ ยา จ พาหิรา เตโชธาตุ เตโชธาตุเรเวสา. ‘ตํ เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’ติ – เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทฏฺฐพฺพํ. เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทิสฺวา เตโชธาตุยา นิพฺพินฺทติ, เตโชธาตุยา จิตฺตํ วิราเชติ.

๓๕๒. ‘‘กตมา จ, ภิกฺขุ, วาโยธาตุ? วาโยธาตุ สิยา อชฺฌตฺติกา สิยา พาหิรา. กตมา จ, ภิกฺขุ, อชฺฌตฺติกา วาโยธาตุ? ยํ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ วาโย วาโยคตํ อุปาทินฺนํ, เสยฺยถิทํ – อุทฺธงฺคมา วาตา อโธคมา วาตา กุจฺฉิสยา วาตา โกฏฺฐาสยา [โกฏฺฐสยา (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] วาตา องฺคมงฺคานุสาริโน วาตา อสฺสาโส ปสฺสาโส อิติ, ยํ วา ปนญฺญมฺปิ กิญฺจิ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ วาโย วาโยคตํ อุปาทินฺนํ – อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขุ, อชฺฌตฺติกา วาโยธาตุ. ยา เจว โข ปน อชฺฌตฺติกา วาโยธาตุ ยา จ พาหิรา วาโยธาตุ วาโยธาตุเรเวสา. ‘ตํ เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’ติ – เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทฏฺฐพฺพํ. เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทิสฺวา วาโยธาตุยา นิพฺพินฺทติ, วาโยธาตุยา จิตฺตํ วิราเชติ.

๓๕๓. ‘‘กตมา จ, ภิกฺขุ, อากาสธาตุ? อากาสธาตุ สิยา อชฺฌตฺติกา สิยา พาหิรา. กตมา จ, ภิกฺขุ, อชฺฌตฺติกา อากาสธาตุ? ยํ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ อากาสํ อากาสคตํ อุปาทินฺนํ, เสยฺยถิทํ – กณฺณจฺฉิทฺทํ นาสจฺฉิทฺทํ มุขทฺวารํ เยน จ อสิตปีตขายิตสายิตํ อชฺโฌหรติ, ยตฺถ จ อสิตปีตขายิตสายิตํ สนฺติฏฺฐติ, เยน จ อสิตปีตขายิตสายิตํ อโธภาคํ [อโธภาคา (สี. สฺยา. กํ. ปี.) เทวทูตสุตฺเตน สเมติ] นิกฺขมติ, ยํ วา ปนญฺญมฺปิ กิญฺจิ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ อากาสํ อากาสคตํ อฆํ อฆคตํ วิวรํ วิวรคตํ อสมฺผุฏฺฐํ มํสโลหิเตหิ อุปาทินฺนํ – อยํ วุจฺจติ ภิกฺขุ อชฺฌตฺติกา อากาสธาตุ. ยา เจว โข ปน อชฺฌตฺติกา อากาสธาตุ ยา จ พาหิรา อากาสธาตุ อากาสธาตุเรเวสา. ‘ตํ เนตํ มม, เนโสหมสฺมิ, น เมโส อตฺตา’ติ – เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทฏฺฐพฺพํ. เอวเมตํ ยถาภูตํ สมฺมปฺปญฺญาย ทิสฺวา อากาสธาตุยา นิพฺพินฺทติ, อากาสธาตุยา จิตฺตํ วิราเชติ.

๓๕๔. ‘‘อถาปรํ วิญฺญาณํเยว อวสิสฺสติ ปริสุทฺธํ ปริโยทาตํ. เตน จ วิญฺญาเณน กึ [เตน วิญฺญาเณน กิญฺจ (สี.)] วิชานาติ? ‘สุข’นฺติปิ วิชานาติ, ‘ทุกฺข’นฺติปิ วิชานาติ, ‘อทุกฺขมสุข’นฺติปิ วิชานาติ. สุขเวทนิยํ, ภิกฺขุ, ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขา เวทนา. โส สุขํ เวทนํ เวทยมาโน ‘สุขํ เวทนํ เวทยามี’ติ ปชานาติ. ‘ตสฺเสว สุขเวทนิยสฺส ผสฺสสฺส นิโรธา ยํ ตชฺชํ เวทยิตํ สุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนา สุขา เวทนา สา นิรุชฺฌติ, สา วูปสมฺมตี’ติ ปชานาติ.

๓๕๕. ‘‘ทุกฺขเวทนิยํ, ภิกฺขุ, ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ทุกฺขา เวทนา. โส ทุกฺขํ เวทนํ เวทยมาโน ‘ทุกฺขํ เวทนํ เวทยามี’ติ ปชานาติ. ‘ตสฺเสว ทุกฺขเวทนิยสฺส ผสฺสสฺส นิโรธา ยํ ตชฺชํ เวทยิตํ ทุกฺขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนา ทุกฺขา เวทนา สา นิรุชฺฌติ, สา วูปสมฺมตี’ติ ปชานาติ.

๓๕๖. ‘‘อทุกฺขมสุขเวทนิยํ, ภิกฺขุ, ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อทุกฺขมสุขา เวทนา. โส อทุกฺขมสุขํ เวทนํ เวทยมาโน ‘อทุกฺขมสุขํ เวทนํ เวทยามี’ติ ปชานาติ. ‘ตสฺเสว อทุกฺขมสุขเวทนิยสฺส ผสฺสสฺส นิโรธา ยํ ตชฺชํ เวทยิตํ อทุกฺขมสุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนา อทุกฺขมสุขา เวทนา สา นิรุชฺฌติ, สา วูปสมฺมตี’ติ ปชานาติ.

๓๕๗. ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขุ, ทฺวินฺนํ กฏฺฐานํ สงฺฆฏฺฏา [สมฺผสฺส (สี. ปี.), สงฺฆฏา (สฺยา. กํ.)] สโมธานา อุสฺมา ชายติ, เตโช อภินิพฺพตฺตติ, เตสํเยว ทฺวินฺนํ กฏฺฐานํ นานาภาวา วิกฺเขปา ยา ตชฺชา อุสฺมา สา นิรุชฺฌติ, สา วูปสมฺมติ; เอวเมว โข, ภิกฺขุ, สุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขา เวทนา. โส สุขํ เวทนํ เวทยมาโน ‘สุขํ เวทนํ เวทยามี’ติ ปชานาติ. ‘ตสฺเสว สุขเวทนิยสฺส ผสฺสสฺส นิโรธา ยํ ตชฺชํ เวทยิตํ สุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนา สุขา เวทนา สา นิรุชฺฌติ, สา วูปสมฺมตี’ติ ปชานาติ.

๓๕๘. ‘‘ทุกฺขเวทนิยํ, ภิกฺขุ, ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ ทุกฺขา เวทนา. โส ทุกฺขํ เวทนํ เวทยมาโน ‘ทุกฺขํ เวทนํ เวทยามี’ติ ปชานาติ. ‘ตสฺเสว ทุกฺขเวทนิยสฺส ผสฺสสฺส นิโรธา ยํ ตชฺชํ เวทยิตํ ทุกฺขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนา ทุกฺขา เวทนา สา นิรุชฺฌติ, สา วูปสมฺมตี’ติ ปชานาติ.

๓๕๙. ‘‘อทุกฺขมสุขเวทนิยํ, ภิกฺขุ, ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ อทุกฺขมสุขา เวทนา. โส อทุกฺขมสุขํ เวทนํ เวทยมาโน ‘อทุกฺขมสุขํ เวทนํ เวทยามี’ติ ปชานาติ. ‘ตสฺเสว อทุกฺขมสุขเวทนิยสฺส ผสฺสสฺส นิโรธา ยํ ตชฺชํ เวทยิตํ อทุกฺขมสุขเวทนิยํ ผสฺสํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนา อทุกฺขมสุขา เวทนา สา นิรุชฺฌติ, สา วูปสมฺมตี’ติ ปชานาติ.

๓๖๐. ‘‘อถาปรํ อุเปกฺขาเยว อวสิสฺสติ ปริสุทฺธา ปริโยทาตา มุทุ จ กมฺมญฺญา จ ปภสฺสรา จ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขุ, ทกฺโข สุวณฺณกาโร วา สุวณฺณการนฺเตวาสี วา อุกฺกํ พนฺเธยฺย, อุกฺกํ พนฺธิตฺวา อุกฺกามุขํ อาลิมฺเปยฺย, อุกฺกามุขํ อาลิมฺเปตฺวา สณฺฑาเสน ชาตรูปํ คเหตฺวา อุกฺกามุเข ปกฺขิเปยฺย, ตเมนํ กาเลน กาลํ อภิธเมยฺย, กาเลน กาลํ อุทเกน ปริปฺโผเสยฺย, กาเลน กาลํ อชฺฌุเปกฺเขยฺย, ตํ โหติ ชาตรูปํ [ชาตรูปํ ธนฺตํ (สี. ปี.)] สุธนฺตํ นิทฺธนฺตํ นีหฏํ [นิหตํ (สฺยา. กํ. ก.)] นินฺนีตกสาวํ [นิหตกสาวํ (ก.)] มุทุ จ กมฺมญฺญญฺจ ปภสฺสรญฺจ, ยสฺสา ยสฺสา จ ปิฬนฺธนวิกติยา อากงฺขติ – ยทิ ปฏฺฏิกาย [ปวฏฺฏิกาย (สี. สฺยา.)] ยทิ กุณฺฑลาย ยทิ คีเวยฺยกาย ยทิ สุวณฺณมาลาย ตญฺจสฺส อตฺถํ อนุโภติ; เอวเมว โข, ภิกฺขุ, อถาปรํ อุเปกฺขาเยว อวสิสฺสติ ปริสุทฺธา ปริโยทาตา มุทุ จ กมฺมญฺญา จ ปภสฺสรา จ.

๓๖๑. ‘‘โส เอวํ ปชานาติ – ‘อิมญฺเจ อหํ อุเปกฺขํ เอวํ ปริสุทฺธํ เอวํ ปริโยทาตํ อากาสานญฺจายตนํ อุปสํหเรยฺยํ, ตทนุธมฺมญฺจ จิตฺตํ ภาเวยฺยํ. เอวํ เม อยํ อุเปกฺขา ตํนิสฺสิตา ตทุปาทานา จิรํ ทีฆมทฺธานํ ติฏฺเฐยฺย. อิมญฺเจ อหํ อุเปกฺขํ เอวํ ปริสุทฺธํ เอวํ ปริโยทาตํ วิญฺญาณญฺจายตนํ อุปสํหเรยฺยํ, ตทนุธมฺมญฺจ จิตฺตํ ภาเวยฺยํ. เอวํ เม อยํ อุเปกฺขา ตํนิสฺสิตา ตทุปาทานา จิรํ ทีฆมทฺธานํ ติฏฺเฐยฺย. อิมญฺเจ อหํ อุเปกฺขํ เอวํ ปริสุทฺธํ เอวํ ปริโยทาตํ อากิญฺจญฺญายตนํ อุปสํหเรยฺยํ, ตทนุธมฺมญฺจ จิตฺตํ ภาเวยฺยํ. เอวํ เม อยํ อุเปกฺขา ตํนิสฺสิตา ตทุปาทานา จิรํ ทีฆมทฺธานํ ติฏฺเฐยฺย. อิมญฺเจ อหํ อุเปกฺขํ เอวํ ปริสุทฺธํ เอวํ ปริโยทาตํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ อุปสํหเรยฺยํ, ตทนุธมฺมญฺจ จิตฺตํ ภาเวยฺยํ. เอวํ เม อยํ อุเปกฺขา ตํนิสฺสิตา ตทุปาทานา จิรํ ทีฆมทฺธานํ ติฏฺเฐยฺยา’’’ติ.

๓๖๒. ‘‘โส เอวํ ปชานาติ – ‘อิมญฺเจ อหํ อุเปกฺขํ เอวํ ปริสุทฺธํ เอวํ ปริโยทาตํ อากาสานญฺจายตนํ อุปสํหเรยฺยํ, ตทนุธมฺมญฺจ จิตฺตํ ภาเวยฺยํ; สงฺขตเมตํ. อิมญฺเจ อหํ อุเปกฺขํ เอวํ ปริสุทฺธํ เอวํ ปริโยทาตํ วิญฺญาณญฺจายตนํ อุปสํหเรยฺยํ, ตทนุธมฺมญฺจ จิตฺตํ ภาเวยฺยํ; สงฺขตเมตํ. อิมญฺเจ อหํ อุเปกฺขํ เอวํ ปริสุทฺธํ เอวํ ปริโยทาตํ อากิญฺจญฺญายตนํ อุปสํหเรยฺยํ, ตทนุธมฺมญฺจ จิตฺตํ ภาเวยฺยํ; สงฺขตเมตํ. อิมญฺเจ อหํ อุเปกฺขํ เอวํ ปริสุทฺธํ เอวํ ปริโยทาตํ เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ อุปสํหเรยฺยํ, ตทนุธมฺมญฺจ จิตฺตํ ภาเวยฺยํ; สงฺขตเมต’’’นฺติ.

‘‘โส เนว ตํ อภิสงฺขโรติ, น อภิสญฺเจตยติ ภวาย วา วิภวาย วา. โส อนภิสงฺขโรนฺโต อนภิสญฺเจตยนฺโต ภวาย วา วิภวาย วา น กิญฺจิ โลเก อุปาทิยติ, อนุปาทิยํ น ปริตสฺสติ, อปริตสฺสํ ปจฺจตฺตํเยว ปรินิพฺพายติ. ‘ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายา’ติ ปชานาติ.

๓๖๓. ‘‘โส สุขญฺเจ เวทนํ เวเทติ, ‘สา อนิจฺจา’ติ ปชานาติ, ‘อนชฺโฌสิตา’ติ ปชานาติ, ‘อนภินนฺทิตา’ติ ปชานาติ. ทุกฺขญฺเจ เวทนํ เวเทติ, ‘สา อนิจฺจา’ติ ปชานาติ, ‘อนชฺโฌสิตา’ติ ปชานาติ, ‘อนภินนฺทิตา’ติ ปชานาติ. อทุกฺขมสุขญฺเจ เวทนํ เวเทติ, ‘สา อนิจฺจา’ติ ปชานาติ, ‘อนชฺโฌสิตา’ติ ปชานาติ, ‘อนภินนฺทิตา’ติ ปชานาติ.

๓๖๔. ‘‘โส สุขญฺเจ เวทนํ เวเทติ, วิสํยุตฺโต นํ เวเทติ; ทุกฺขญฺเจ เวทนํ เวเทติ, วิสํยุตฺโต นํ เวเทติ; อทุกฺขมสุขญฺเจ เวทนํ เวเทติ, วิสํยุตฺโต นํ เวเทติ. โส กายปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยมาโน ‘กายปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยามี’ติ ปชานาติ, ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยมาโน ‘ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยามี’ติ ปชานาติ, ‘กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อุทฺธํ ชีวิตปริยาทานา อิเธว สพฺพเวทยิตานิ อนภินนฺทิตานิ สีตีภวิสฺสนฺตี’ติ ปชานาติ.

๓๖๕. ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขุ, เตลญฺจ ปฏิจฺจ วฏฺฏิญฺจ ปฏิจฺจ เตลปฺปทีโป ฌายติ; ตสฺเสว เตลสฺส จ วฏฺฏิยา จ ปริยาทานา อญฺญสฺส จ อนุปหารา [อนุปาหารา (สี. ปี.), อนุปาทานา (ก.)] อนาหาโร นิพฺพายติ; เอวเมว โข, ภิกฺขุ, กายปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยมาโน ‘กายปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยามี’ติ ปชานาติ, ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยมาโน ‘ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทยามี’ติ ปชานาติ, ‘กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อุทฺธํ ชีวิตปริยาทานา อิเธว สพฺพเวทยิตานิ อนภินนฺทิตานิ สีตีภวิสฺสนฺตี’ติ ปชานาติ. ตสฺมา เอวํ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อิมินา ปรเมน ปญฺญาธิฏฺฐาเนน สมนฺนาคโต โหติ. เอสา หิ, ภิกฺขุ, ปรมา อริยา ปญฺญา ยทิทํ – สพฺพทุกฺขกฺขเย ญาณํ.

๓๖๖. ‘‘ตสฺส สา วิมุตฺติ สจฺเจ ฐิตา อกุปฺปา โหติ. ตญฺหิ, ภิกฺขุ, มุสา ยํ โมสธมฺมํ, ตํ สจฺจํ ยํ อโมสธมฺมํ นิพฺพานํ. ตสฺมา เอวํ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อิมินา ปรเมน สจฺจาธิฏฺฐาเนน สมนฺนาคโต โหติ. เอตญฺหิ, ภิกฺขุ, ปรมํ อริยสจฺจํ ยทิทํ – อโมสธมฺมํ นิพฺพานํ.

๓๖๗. ‘‘ตสฺเสว โข ปน ปุพฺเพ อวิทฺทสุโน อุปธี โหนฺติ สมตฺตา สมาทินฺนา. ตฺยาสฺส ปหีนา โหนฺติ อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวํกตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา. ตสฺมา เอวํ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อิมินา ปรเมน จาคาธิฏฺฐาเนน สมนฺนาคโต โหติ. เอโส หิ, ภิกฺขุ, ปรโม อริโย จาโค ยทิทํ – สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺโค.

๓๖๘. ‘‘ตสฺเสว โข ปน ปุพฺเพ อวิทฺทสุโน อภิชฺฌา โหติ ฉนฺโท สาราโค. สฺวาสฺส ปหีโน โหติ อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวํกโต อายตึ อนุปฺปาทธมฺโม. ตสฺเสว โข ปน ปุพฺเพ อวิทฺทสุโน อาฆาโต โหติ พฺยาปาโท สมฺปโทโส. สฺวาสฺส ปหีโน โหติ อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวํกโต อายตึ อนุปฺปาทธมฺโม. ตสฺเสว โข ปน ปุพฺเพ อวิทฺทสุโน อวิชฺชา โหติ สมฺโมโห. สฺวาสฺส ปหีโน โหติ อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวํกโต อายตึ อนุปฺปาทธมฺโม. ตสฺมา เอวํ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อิมินา ปรเมน อุปสมาธิฏฺฐาเนน สมนฺนาคโต โหติ. เอโส หิ, ภิกฺขุ, ปรโม อริโย อุปสโม ยทิทํ – ราคโทสโมหานํ อุปสโม. ‘ปญฺญํ นปฺปมชฺเชยฺย, สจฺจมนุรกฺเขยฺย, จาคมนุพฺรูเหยฺย, สนฺติเมว โส สิกฺเขยฺยา’ติ – อิติ ยํ ตํ วุตฺตํ, อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ.

๓๖๙. ‘‘‘ยตฺถ ฐิตํ มญฺญสฺสวา นปฺปวตฺตนฺติ, มญฺญสฺสเว โข ปน นปฺปวตฺตมาเน มุนิ สนฺโตติ วุจฺจตี’ติ – อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ. กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ? ‘อสฺมี’ติ, ภิกฺขุ, มญฺญิตเมตํ, ‘อยมหมสฺมี’ติ มญฺญิตเมตํ, ‘ภวิสฺส’นฺติ มญฺญิตเมตํ, ‘น ภวิสฺส’นฺติ มญฺญิตเมตํ, ‘รูปี ภวิสฺส’นฺติ มญฺญิตเมตํ, ‘อรูปี ภวิสฺส’นฺติ มญฺญิตเมตํ, ‘สญฺญี ภวิสฺส’นฺติ มญฺญิตเมตํ, ‘อสญฺญี ภวิสฺส’นฺติ มญฺญิตเมตํ, ‘เนวสญฺญีนาสญฺญี ภวิสฺส’นฺติ มญฺญิตเมตํ. มญฺญิตํ, ภิกฺขุ, โรโค มญฺญิตํ คณฺโฑ มญฺญิตํ สลฺลํ. สพฺพมญฺญิตานํ เตฺวว, ภิกฺขุ, สมติกฺกมา มุนิ สนฺโตติ วุจฺจติ. มุนิ โข ปน, ภิกฺขุ, สนฺโต น ชายติ, น ชียติ, น มียติ, น กุปฺปติ, น ปิเหติ. ตญฺหิสฺส, ภิกฺขุ, นตฺถิ เยน ชาเยถ, อชายมาโน กึ ชียิสฺสติ, อชียมาโน กึ มียิสฺสติ, อมียมาโน กึ กุปฺปิสฺสติ, อกุปฺปมาโน กิสฺส [กึ (ก.)] ปิเหสฺสติ? ‘ยตฺถ ฐิตํ มญฺญสฺสวา นปฺปวตฺตนฺติ, มญฺญสฺสเว โข ปน นปฺปวตฺตมาเน มุนิ สนฺโตติ วุจฺจตี’ติ – อิติ ยํ ตํ วุตฺตํ, อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ. อิมํ โข เม ตฺวํ, ภิกฺขุ, สํขิตฺเตน ฉธาตุวิภงฺคํ ธาเรหี’’ติ.

๓๗๐. อถ โข อายสฺมา ปุกฺกุสาติ – ‘‘สตฺถา กิร เม อนุปฺปตฺโต, สุคโต กิร เม อนุปฺปตฺโต สมฺมาสมฺพุทฺโธ กิร เม อนุปฺปตฺโต’’ติ อุฏฺฐายาสนา เอกํสํ จีวรํ กตฺวา ภควโต ปาเทสุ สิรสา นิปติตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อจฺจโย มํ, ภนฺเต, อจฺจคมา ยถาพาลํ ยถามูฬฺหํ ยถาอกุสลํ, โยหํ ภควนฺตํ อาวุโสวาเทน สมุทาจริตพฺพํ อมญฺญิสฺสํ. ตสฺส เม, ภนฺเต, ภควา อจฺจยํ อจฺจยโต ปฏิคฺคณฺหาตุ อายตึ สํวรายา’’ติ. ‘‘ตคฺฆ ตฺวํ, ภิกฺขุ, อจฺจโย อจฺจคมา ยถาพาลํ ยถามูฬฺหํ ยถาอกุสลํ, ยํ มํ ตฺวํ อาวุโสวาเทน สมุทาจริตพฺพํ อมญฺญิตฺถ. ยโต จ โข ตฺวํ, ภิกฺขุ, อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ ปฏิกโรสิ, ตํ เต มยํ ปฏิคฺคณฺหาม. วุทฺธิเหสา, ภิกฺขุ, อริยสฺส วินเย โย อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ ปฏิกโรติ, อายตึ สํวรํ อาปชฺชตี’’ติ. ‘‘ลเภยฺยาหํ, ภนฺเต, ภควโต สนฺติเก อุปสมฺปท’’นฺติ. ‘‘ปริปุณฺณํ ปน เต, ภิกฺขุ, ปตฺตจีวร’’นฺติ? ‘‘น โข เม, ภนฺเต, ปริปุณฺณํ ปตฺตจีวร’’นฺติ. ‘‘น โข, ภิกฺขุ, ตถาคตา อปริปุณฺณปตฺตจีวรํ อุปสมฺปาเทนฺตี’’ติ.

อถ โข อายสฺมา ปุกฺกุสาติ ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทิตฺวา อนุโมทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปตฺตจีวรปริเยสนํ ปกฺกามิ. อถ โข อายสฺมนฺตํ ปุกฺกุสาตึ ปตฺตจีวรปริเยสนํ จรนฺตํ วิพฺภนฺตา คาวี [ภนฺตคาวี (สี. ปี.), คาวี (สฺยา. กํ.)] ชีวิตา โวโรเปสิ. อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘โย โส, ภนฺเต, ปุกฺกุสาติ นาม กุลปุตฺโต ภควตา สํขิตฺเตน โอวาเทน โอวทิโต โส กาลงฺกโต. ตสฺส กา คติ, โก อภิสมฺปราโย’’ติ? ‘‘ปณฺฑิโต, ภิกฺขเว, ปุกฺกุสาติ กุลปุตฺโต ปจฺจปาทิ ธมฺมสฺสานุธมฺมํ, น จ มํ ธมฺมาธิกรณํ วิเหเสสิ [วิเหเฐสิ (สี. สฺยา. กํ.) วิเหเสติ (ก.)]. ปุกฺกุสาติ, ภิกฺขเว, กุลปุตฺโต ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติโก ตตฺถ ปรินิพฺพายี อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกา’’ติ.

อิทมโวจ ภควา. อตฺตมนา เต ภิกฺขู ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทุนฺติ.

ธาตุวิภงฺคสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ ทสมํ.