นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส

มชฺฌิมนิกาเย

อุปริปณฺณาสปาฬิ

๑. เทวทหวคฺโค

๑. เทวทหสุตฺตํ

๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สกฺเกสุ วิหรติ เทวทหํ นาม สกฺยานํ นิคโม. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ – ‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, เอเก สมณพฺราหฺมณา เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน – ‘ยํ กิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา, สพฺพํ ตํ ปุพฺเพกตเหตุ. อิติ ปุราณานํ กมฺมานํ ตปสา พฺยนฺตีภาวา, นวานํ กมฺมานํ อกรณา, อายตึ อนวสฺสโว; อายตึ อนวสฺสวา กมฺมกฺขโย; กมฺมกฺขยา ทุกฺขกฺขโย; ทุกฺขกฺขยา เวทนากฺขโย; เวทนากฺขยา สพฺพํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ ภวิสฺสตี’ติ. เอวํวาทิโน, ภิกฺขเว, นิคณฺฐา.

‘‘เอวํวาทาหํ, ภิกฺขเว, นิคณฺเฐ อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วทามิ – ‘สจฺจํ กิร ตุเมฺห, อาวุโส นิคณฺฐา, เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน – ยํ กิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา, สพฺพํ ตํ ปุพฺเพกตเหตุ. อิติ ปุราณานํ กมฺมานํ ตปสา พฺยนฺตีภาวา, นวานํ กมฺมานํ อกรณา, อายตึ อนวสฺสโว; อายตึ อนวสฺสวา กมฺมกฺขโย; กมฺมกฺขยา ทุกฺขกฺขโย; ทุกฺขกฺขยา เวทนากฺขโย; เวทนากฺขยา สพฺพํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ ภวิสฺสตี’ติ? เต จ เม, ภิกฺขเว, นิคณฺฐา เอวํ ปุฏฺฐา ‘อามา’ติ ปฏิชานนฺติ.

‘‘ตฺยาหํ เอวํ วทามิ – ‘กึ ปน ตุเมฺห, อาวุโส นิคณฺฐา, ชานาถ – อหุวเมฺหว มยํ ปุพฺเพ, น นาหุวมฺหา’ติ? ‘โน หิทํ, อาวุโส’.

‘‘‘กึ ปน ตุเมฺห, อาวุโส นิคณฺฐา, ชานาถ – อกรเมฺหว มยํ ปุพฺเพ ปาปกมฺมํ, น นากรมฺหา’ติ? ‘โน หิทํ, อาวุโส’.

‘‘‘กึ ปน ตุเมฺห, อาวุโส นิคณฺฐา, ชานาถ – เอวรูปํ วา เอวรูปํ วา ปาปกมฺมํ อกรมฺหา’ติ? ‘โน หิทํ, อาวุโส’.

‘‘‘กึ ปน ตุเมฺห, อาวุโส นิคณฺฐา, ชานาถ – เอตฺตกํ วา ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ, เอตฺตกํ วา ทุกฺขํ นิชฺชีเรตพฺพํ, เอตฺตกมฺหิ วา ทุกฺเข นิชฺชิณฺเณ สพฺพํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ ภวิสฺสตี’ติ? ‘โน หิทํ, อาวุโส’.

‘‘‘กึ ปน ตุเมฺห, อาวุโส นิคณฺฐา, ชานาถ – ทิฏฺเฐว ธมฺเม อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานํ, กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปท’นฺติ? ‘โน หิทํ, อาวุโส’.

๒. ‘‘อิติ กิร ตุเมฺห, อาวุโส นิคณฺฐา, น ชานาถ – อหุวเมฺหว มยํ ปุพฺเพ, น นาหุวมฺหาติ, น ชานาถ – อกรเมฺหว มยํ ปุพฺเพ ปาปกมฺมํ, น นากรมฺหาติ, น ชานาถ – เอวรูปํ วา เอวรูปํ วา ปาปกมฺมํ อกรมฺหาติ, น ชานาถ – เอตฺตกํ วา ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ, เอตฺตกํ วา ทุกฺขํ นิชฺชีเรตพฺพํ, เอตฺตกมฺหิ วา ทุกฺเข นิชฺชิณฺเณ สพฺพํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ ภวิสฺสตีติ, น ชานาถ – ทิฏฺเฐว ธมฺเม อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานํ, กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทํ; เอวํ สนฺเต อายสฺมนฺตานํ นิคณฺฐานํ น กลฺลมสฺส เวยฺยากรณาย – ยํ กิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา, สพฺพํ ตํ ปุพฺเพกตเหตุ. อิติ ปุราณานํ กมฺมานํ ตปสา พฺยนฺตีภาวา, นวานํ กมฺมานํ อกรณา, อายตึ อนวสฺสโว; อายตึ อนวสฺสวา กมฺมกฺขโย; กมฺมกฺขยา ทุกฺขกฺขโย; ทุกฺขกฺขยา เวทนากฺขโย; เวทนากฺขยา สพฺพํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ ภวิสฺสตี’’ติ.

‘‘สเจ ปน ตุเมฺห, อาวุโส นิคณฺฐา, ชาเนยฺยาถ – อหุวเมฺหว มยํ ปุพฺเพ, น นาหุวมฺหาติ, ชาเนยฺยาถ – อกรเมฺหว มยํ ปุพฺเพ ปาปกมฺมํ, น นากรมฺหาติ, ชาเนยฺยาถ – เอวรูปํ วา เอวรูปํ วา ปาปกมฺมํ อกรมฺหาติ, ชาเนยฺยาถ – เอตฺตกํ วา ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ, เอตฺตกํ วา ทุกฺขํ นิชฺชีเรตพฺพํ, เอตฺตกมฺหิ วา ทุกฺเข นิชฺชิณฺเณ สพฺพํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ ภวิสฺสตีติ, ชาเนยฺยาถ – ทิฏฺเฐว ธมฺเม อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานํ, กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทํ; เอวํ สนฺเต อายสฺมนฺตานํ นิคณฺฐานํ กลฺลมสฺส เวยฺยากรณาย – ยํ กิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา, สพฺพํ ตํ ปุพฺเพกตเหตุ. อิติ ปุราณานํ กมฺมานํ ตปสา พฺยนฺตีภาวา, นวานํ กมฺมานํ อกรณา, อายตึ อนวสฺสโว; อายตึ อนวสฺสวา กมฺมกฺขโย; กมฺมกฺขยา ทุกฺขกฺขโย; ทุกฺขกฺขยา เวทนากฺขโย; เวทนากฺขยา สพฺพํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ ภวิสฺสตี’’ติ.

๓. ‘‘เสยฺยถาปิ, อาวุโส นิคณฺฐา, ปุริโส สลฺเลน วิทฺโธ อสฺส สวิเสน คาฬฺหูปเลปเนน [คาฬฺหปเลปเนน (ก.)]; โส สลฺลสฺสปิ เวธนเหตุ [เวทนาเหตุ (สี. ปี. ก.)] ทุกฺขา ติพฺพา [ติปฺปา (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] กฏุกา เวทนา เวทิเยยฺย. ตสฺส มิตฺตามจฺจา ญาติสาโลหิตา ภิสกฺกํ สลฺลกตฺตํ อุปฏฺฐาเปยฺยุํ. ตสฺส โส ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต สตฺเถน วณมุขํ ปริกนฺเตยฺย; โส สตฺเถนปิ วณมุขสฺส ปริกนฺตนเหตุ ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิเยยฺย. ตสฺส โส ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต เอสนิยา สลฺลํ เอเสยฺย; โส เอสนิยาปิ สลฺลสฺส เอสนาเหตุ ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิเยยฺย. ตสฺส โส ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต สลฺลํ อพฺพุเหยฺย [อพฺพุเยฺหยฺย (สี.), อพฺภูเณฺหยฺย (สฺยา. กํ.)]; โส สลฺลสฺสปิ อพฺพุหนเหตุ [อพฺพุยฺหนเหตุ (สี.), อพฺภูณฺหนเหตุ (สฺยา. กํ.)] ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิเยยฺย. ตสฺส โส ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต อคทงฺคารํ วณมุเข โอทเหยฺย; โส อคทงฺคารสฺสปิ วณมุเข โอทหนเหตุ ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิเยยฺย. โส อปเรน สมเยน รูเฬฺหน วเณน สญฺฉวินา อโรโค อสฺส สุขี เสรี สยํวสี เยน กามงฺคโม. ตสฺส เอวมสฺส – อหํ โข ปุพฺเพ สลฺเลน วิทฺโธ อโหสึ สวิเสน คาฬฺหูปเลปเนน. โสหํ สลฺลสฺสปิ เวธนเหตุ ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิยึ. ตสฺส เม มิตฺตามจฺจา ญาติสาโลหิตา ภิสกฺกํ สลฺลกตฺตํ อุปฏฺฐเปสุํ. ตสฺส เม โส ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต สตฺเถน วณมุขํ ปริกนฺติ; โสหํ สตฺเถนปิ วณมุขสฺส ปริกนฺตนเหตุ ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิยึ. ตสฺส เม โส ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต เอสนิยา สลฺลํ เอสิ; โส อหํ เอสนิยาปิ สลฺลสฺส เอสนาเหตุ ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิยึ. ตสฺส เม โส ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต สลฺลํ อพฺพุหิ [อพฺพุยฺหิ (สี.), อพฺภูณฺหิ (สฺยา. กํ.)]; โสหํ สลฺลสฺสปิ อพฺพุหนเหตุ ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิยึ. ตสฺส เม โส ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต อคทงฺคารํ วณมุเข โอทหิ; โสหํ อคทงฺคารสฺสปิ วณมุเข โอทหนเหตุ ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิยึ. โสมฺหิ เอตรหิ รูเฬฺหน วเณน สญฺฉวินา อโรโค สุขี เสรี สยํวสี เยน กามงฺคโม’’ติ.

‘‘เอวเมว โข, อาวุโส นิคณฺฐา, สเจ ตุเมฺห ชาเนยฺยาถ – อหุวเมฺหว มยํ ปุพฺเพ, น นาหุวมฺหาติ, ชาเนยฺยาถ – อกรเมฺหว มยํ ปุพฺเพ ปาปกมฺมํ, น นากรมฺหาติ, ชาเนยฺยาถ – เอวรูปํ วา เอวรูปํ วา ปาปกมฺมํ อกรมฺหาติ, ชาเนยฺยาถ – เอตฺตกํ วา ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ, เอตฺตกํ วา ทุกฺขํ นิชฺชีเรตพฺพํ, เอตฺตกมฺหิ วา ทุกฺเข นิชฺชิณฺเณ สพฺพํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ ภวิสฺสตีติ, ชาเนยฺยาถ – ทิฏฺเฐว ธมฺเม อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานํ, กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทํ; เอวํ สนฺเต อายสฺมนฺตานํ นิคณฺฐานํ กลฺลมสฺส เวยฺยากรณาย – ยํ กิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา, สพฺพํ ตํ ปุพฺเพกตเหตุ. อิติ ปุราณานํ กมฺมานํ ตปสา พฺยนฺตีภาวา, นวานํ กมฺมานํ อกรณา, อายตึ อนวสฺสโว; อายตึ อนวสฺสวา กมฺมกฺขโย; กมฺมกฺขยา ทุกฺขกฺขโย; ทุกฺขกฺขยา เวทนากฺขโย; เวทนากฺขยา สพฺพํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ ภวิสฺสตี’’ติ.

‘‘ยสฺมา จ โข ตุเมฺห, อาวุโส นิคณฺฐา, น ชานาถ – อหุวเมฺหว มยํ ปุพฺเพ, น นาหุวมฺหาติ, น ชานาถ – อกรเมฺหว มยํ ปุพฺเพ ปาปกมฺมํ, น นากรมฺหาติ, น ชานาถ – เอวรูปํ วา เอวรูปํ วา ปาปกมฺมํ อกรมฺหาติ, น ชานาถ – เอตฺตกํ วา ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ, เอตฺตกํ วา ทุกฺขํ นิชฺชีเรตพฺพํ, เอตฺตกมฺหิ วา ทุกฺเข นิชฺชิณฺเณ สพฺพํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ ภวิสฺสตีติ, น ชานาถ – ทิฏฺเฐว ธมฺเม อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานํ, กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทํ; ตสฺมา อายสฺมนฺตานํ นิคณฺฐานํ น กลฺลมสฺส เวยฺยากรณาย – ยํ กิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา, สพฺพํ ตํ ปุพฺเพกตเหตุ. อิติ ปุราณานํ กมฺมานํ ตปสา พฺยนฺตีภาวา, นวานํ กมฺมานํ อกรณา, อายตึ อนวสฺสโว; อายตึ อนวสฺสวา กมฺมกฺขโย; กมฺมกฺขยา ทุกฺขกฺขโย; ทุกฺขกฺขยา เวทนากฺขโย; เวทนากฺขยา สพฺพํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ ภวิสฺสตี’’ติ.

๔. ‘‘เอวํ วุตฺเต, ภิกฺขเว, เต นิคณฺฐา มํ เอตทโวจุํ – ‘นิคณฺโฐ, อาวุโส, นาฏปุตฺโต [นาถปุตฺโต (สี.)] สพฺพญฺญู สพฺพทสฺสาวี, อปริเสสํ ญาณทสฺสนํ ปฏิชานาติ. จรโต จ เม ติฏฺฐโต จ สุตฺตสฺส จ ชาครสฺส จ สตตํ สมิตํ ญาณทสฺสนํ ปจฺจุปฏฺฐิต’นฺติ. โส เอวมาห – ‘อตฺถิ โข โว, อาวุโส นิคณฺฐา, ปุพฺเพว ปาปกมฺมํ กตํ, ตํ อิมาย กฏุกาย ทุกฺกรการิกาย นิชฺชีเรถ, ยํ ปเนตฺถ เอตรหิ กาเยน สํวุตา วาจาย สํวุตา มนสา สํวุตา ตํ อายตึ ปาปกมฺมสฺส อกรณํ. อิติ ปุราณานํ กมฺมานํ ตปสา พฺยนฺตีภาวา, นวานํ กมฺมานํ อกรณา, อายตึ อนวสฺสโว; อายตึ อนวสฺสวา กมฺมกฺขโย; กมฺมกฺขยา ทุกฺขกฺขโย; ทุกฺขกฺขยา เวทนากฺขโย; เวทนากฺขยา สพฺพํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ ภวิสฺสตี’ติ. ตญฺจ ปนมฺหากํ รุจฺจติ เจว ขมติ จ, เตน จมฺหา อตฺตมนา’’ติ.

๕. ‘‘เอวํ วุตฺเต อหํ, ภิกฺขเว, เต นิคณฺเฐ เอตทโวจํ – ‘ปญฺจ โข อิเม, อาวุโส นิคณฺฐา, ธมฺมา ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทฺวิธาวิปากา. กตเม ปญฺจ? สทฺธา, รุจิ, อนุสฺสโว, อาการปริวิตกฺโก, ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติ – อิเม โข, อาวุโส นิคณฺฐา, ปญฺจ ธมฺมา ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทฺวิธาวิปากา. ตตฺรายสฺมนฺตานํ นิคณฺฐานํ กา อตีตํเส สตฺถริ สทฺธา, กา รุจิ, โก อนุสฺสโว, โก อาการปริวิตกฺโก, กา ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺตี’ติ. เอวํวาที [เอวํวาทีสุ (ก.)] โข อหํ, ภิกฺขเว, นิคณฺเฐสุ น กญฺจิ [กิญฺจิ (สี. ปี. ก.)] สหธมฺมิกํ วาทปฏิหารํ สมนุปสฺสามิ.

‘‘ปุน จปราหํ [ปุน จ ปนาหํ (สี. ปี. ก.)], ภิกฺขเว, เต นิคณฺเฐ เอวํ วทามิ – ‘ตํ กึ มญฺญถ, อาวุโส นิคณฺฐา. ยสฺมึ โว สมเย ติพฺโพ [ติปฺโป (ปี.)] อุปกฺกโม โหติ ติพฺพํ ปธานํ, ติพฺพา ตสฺมึ สมเย โอปกฺกมิกา ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิเยถ; ยสฺมึ ปน โว สมเย น ติพฺโพ อุปกฺกโม โหติ น ติพฺพํ ปธานํ, น ติพฺพา ตสฺมึ สมเย โอปกฺกมิกา ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิเยถา’ติ? ‘ยสฺมึ โน, อาวุโส โคตม, สมเย ติพฺโพ อุปกฺกโม โหติ ติพฺพํ ปธานํ, ติพฺพา ตสฺมึ สมเย โอปกฺกมิกา ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิยาม; ยสฺมึ ปน โน สมเย น ติพฺโพ อุปกฺกโม โหติ น ติพฺพํ ปธานํ, น ติพฺพา ตสฺมึ สมเย โอปกฺกมิกา ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิยามา’’’ติ.

๖. ‘‘อิติ กิร, อาวุโส นิคณฺฐา, ยสฺมึ โว สมเย ติพฺโพ อุปกฺกโม โหติ ติพฺพํ ปธานํ, ติพฺพา ตสฺมึ สมเย โอปกฺกมิกา ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิเยถ; ยสฺมึ ปน โว สมเย น ติพฺโพ อุปกฺกโม โหติ น ติพฺพํ ปธานํ, น ติพฺพา ตสฺมึ สมเย โอปกฺกมิกา ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิเยถ. เอวํ สนฺเต อายสฺมนฺตานํ นิคณฺฐานํ น กลฺลมสฺส เวยฺยากรณาย – ยํ กิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา, สพฺพํ ตํ ปุพฺเพกตเหตุ. อิติ ปุราณานํ กมฺมานํ ตปสา พฺยนฺตีภาวา, นวานํ กมฺมานํ อกรณา, อายตึ อนวสฺสโว; อายตึ อนวสฺสวา กมฺมกฺขโย; กมฺมกฺขยา ทุกฺขกฺขโย; ทุกฺขกฺขยา เวทนากฺขโย; เวทนากฺขยา สพฺพํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ ภวิสฺสตีติ. สเจ, อาวุโส นิคณฺฐา, ยสฺมึ โว สมเย ติพฺโพ อุปกฺกโม โหติ ติพฺพํ ปธานํ, น ติพฺพา ตสฺมึ สมเย โอปกฺกมิกา ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิเยถ; ยสฺมึ ปน โว สมเย น ติพฺโพ อุปกฺกโม โหติ น ติพฺพํ ปธานํ, ติพฺพา ตสฺมึ สมเย โอปกฺกมิกา ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิเยถ [ปธานํ, ติฏฺเฐยฺเยว ตสฺมึ สมเย… เวทนา (สี. สฺยา. กํ. ปี.)]; เอวํ สนฺเต อายสฺมนฺตานํ นิคณฺฐานํ กลฺลมสฺส เวยฺยากรณาย – ยํ กิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา, สพฺพํ ตํ ปุพฺเพกตเหตุ. อิติ ปุราณานํ กมฺมานํ ตปสา พฺยนฺตีภาวา, นวานํ กมฺมานํ อกรณา, อายตึ อนวสฺสโว; อายตึ อนวสฺสวา กมฺมกฺขโย; กมฺมกฺขยา ทุกฺขกฺขโย; ทุกฺขกฺขยา เวทนากฺขโย; เวทนากฺขยา สพฺพํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ ภวิสฺสตี’’ติ.

‘‘‘ยสฺมา จ โข, อาวุโส นิคณฺฐา, ยสฺมึ โว สมเย ติพฺโพ อุปกฺกโม โหติ ติพฺพํ ปธานํ, ติพฺพา ตสฺมึ สมเย โอปกฺกมิกา ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิเยถ; ยสฺมึ ปน โว สมเย น ติพฺโพ อุปกฺกโม โหติ น ติพฺพํ ปธานํ, น ติพฺพา ตสฺมึ สมเย โอปกฺกมิกา ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิเยถ; เต ตุเมฺห สามํเยว โอปกฺกมิกา ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทยมานา อวิชฺชา อญฺญาณา สมฺโมหา วิปจฺเจถ – ยํ กิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา, สพฺพํ ตํ ปุพฺเพกตเหตุ. อิติ ปุราณานํ กมฺมานํ ตปสา พฺยนฺตีภาวา, นวานํ กมฺมานํ อกรณา, อายตึ อนวสฺสโว; อายตึ อนวสฺสวา กมฺมกฺขโย; กมฺมกฺขยา ทุกฺขกฺขโย; ทุกฺขกฺขยา เวทนากฺขโย; เวทนากฺขยา สพฺพํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ ภวิสฺสตี’ติ. เอวํวาทีปิ [เอวํวาทีสุปิ (ก.)] โข อหํ, ภิกฺขเว, นิคณฺเฐสุ น กญฺจิ สหธมฺมิกํ วาทปฏิหารํ สมนุปสฺสามิ.

๗. ‘‘ปุน จปราหํ, ภิกฺขเว, เต นิคณฺเฐ เอวํ วทามิ – ‘ตํ กึ มญฺญถาวุโส นิคณฺฐา, ยมิทํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ ตํ อุปกฺกเมน วา ปธาเนน วา สมฺปรายเวทนียํ โหตูติ ลพฺภเมต’นฺติ? ‘โน หิทํ, อาวุโส’. ‘ยํ ปนิทํ กมฺมํ สมฺปรายเวทนียํ ตํ อุปกฺกเมน วา ปธาเนน วา ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ โหตูติ ลพฺภเมต’นฺติ? ‘โน หิทํ, อาวุโส’. ‘ตํ กึ มญฺญถาวุโส นิคณฺฐา, ยมิทํ กมฺมํ สุขเวทนียํ ตํ อุปกฺกเมน วา ปธาเนน วา ทุกฺขเวทนียํ โหตูติ ลพฺภเมต’นฺติ? ‘โน หิทํ, อาวุโส’. ‘ยํ ปนิทํ กมฺมํ ทุกฺขเวทนียํ ตํ อุปกฺกเมน วา ปธาเนน วา สุขเวทนียํ โหตูติ ลพฺภเมต’นฺติ? ‘โน หิทํ, อาวุโส’. ‘ตํ กึ มญฺญถาวุโส นิคณฺฐา, ยมิทํ กมฺมํ ปริปกฺกเวทนียํ ตํ อุปกฺกเมน วา ปธาเนน วา อปริปกฺกเวทนียํ โหตูติ ลพฺภเมต’นฺติ? ‘โน หิทํ, อาวุโส’. ‘ยํ ปนิทํ กมฺมํ อปริปกฺกเวทนียํ ตํ อุปกฺกเมน วา ปธาเนน วา ปริปกฺกเวทนียํ โหตูติ ลพฺภเมต’นฺติ? ‘โน หิทํ, อาวุโส’. ‘ตํ กึ มญฺญถาวุโส นิคณฺฐา, ยมิทํ กมฺมํ พหุเวทนียํ ตํ อุปกฺกเมน วา ปธาเนน วา อปฺปเวทนียํ โหตูติ ลพฺภเมต’นฺติ? ‘โน หิทํ, อาวุโส’. ‘ยํ ปนิทํ กมฺมํ อปฺปเวทนียํ ตํ อุปกฺกเมน วา ปธาเนน วา พหุเวทนียํ โหตูติ ลพฺภเมต’นฺติ? ‘โน หิทํ, อาวุโส’. ‘ตํ กึ มญฺญถาวุโส นิคณฺฐา, ยมิทํ กมฺมํ สเวทนียํ ตํ อุปกฺกเมน วา ปธาเนน วา อเวทนียํ โหตูติ ลพฺภเมต’นฺติ? ‘โน หิทํ, อาวุโส’. ‘ยํ ปนิทํ กมฺมํ อเวทนียํ ตํ อุปกฺกเมน วา ปธาเนน วา สเวทนียํ โหตูติ ลพฺภเมต’นฺติ? ‘โน หิทํ, อาวุโส’.

๘. ‘‘อิติ กิร, อาวุโส นิคณฺฐา, ยมิทํ กมฺมํ ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ ตํ อุปกฺกเมน วา ปธาเนน วา สมฺปรายเวทนียํ โหตูติ อลพฺภเมตํ, ยํ ปนิทํ กมฺมํ สมฺปรายเวทนียํ ตํ อุปกฺกเมน วา ปธาเนน วา ทิฏฺฐธมฺมเวทนียํ โหตูติ อลพฺภเมตํ, ยมิทํ กมฺมํ สุขเวทนียํ ตํ อุปกฺกเมน วา ปธาเนน วา ทุกฺขเวทนียํ โหตูติ อลพฺภเมตํ, ยมิทํ กมฺมํ ทุกฺขเวทนียํ ตํ อุปกฺกเมน วา ปธาเนน วา สุขเวทนียํ โหตูติ อลพฺภเมตํ, ยมิทํ กมฺมํ ปริปกฺกเวทนียํ ตํ อุปกฺกเมน วา ปธาเนน วา อปริปกฺกเวทนียํ โหตูติ อลพฺภเมตํ, ยมิทํ กมฺมํ อปริปกฺกเวทนียํ ตํ อุปกฺกเมน วา ปธาเนน วา ปริปกฺกเวทนียํ โหตูติ อลพฺภเมตํ, ยมิทํ กมฺมํ พหุเวทนียํ ตํ อุปกฺกเมน วา ปธาเนน วา อปฺปเวทนียํ โหตูติ อลพฺภเมตํ, ยมิทํ กมฺมํ อปฺปเวทนียํ ตํ อุปกฺกเมน วา ปธาเนน วา พหุเวทนียํ โหตูติ อลพฺภเมตํ, ยมิทํ กมฺมํ สเวทนียํ ตํ อุปกฺกเมน วา ปธาเนน วา อเวทนียํ โหตูติ อลพฺภเมตํ, ยมิทํ กมฺมํ อเวทนียํ ตํ อุปกฺกเมน วา ปธาเนน วา สเวทนียํ โหตูติ อลพฺภเมตํ; เอวํ สนฺเต อายสฺมนฺตานํ นิคณฺฐานํ อผโล อุปกฺกโม โหติ, อผลํ ปธานํ’’.

‘‘เอวํวาที, ภิกฺขเว, นิคณฺฐา. เอวํวาทีนํ, ภิกฺขเว, นิคณฺฐานํ ทส สหธมฺมิกา วาทานุวาทา คารยฺหํ ฐานํ อาคจฺฉนฺติ.

๙. ‘‘สเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา ปุพฺเพกตเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ; อทฺธา, ภิกฺขเว, นิคณฺฐา ปุพฺเพ ทุกฺกฏกมฺมการิโน ยํ เอตรหิ เอวรูปา ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิยนฺติ. สเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา อิสฺสรนิมฺมานเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ; อทฺธา, ภิกฺขเว, นิคณฺฐา ปาปเกน อิสฺสเรน นิมฺมิตา ยํ เอตรหิ เอวรูปา ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิยนฺติ. สเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา สงฺคติภาวเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ; อทฺธา, ภิกฺขเว, นิคณฺฐา ปาปสงฺคติกา ยํ เอตรหิ เอวรูปา ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิยนฺติ. สเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา อภิชาติเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ; อทฺธา, ภิกฺขเว, นิคณฺฐา ปาปาภิชาติกา ยํ เอตรหิ เอวรูปา ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิยนฺติ. สเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา ทิฏฺฐธมฺมูปกฺกมเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ; อทฺธา, ภิกฺขเว, นิคณฺฐา เอวรูปา ทิฏฺฐธมฺมูปกฺกมา ยํ เอตรหิ เอวรูปา ทุกฺขา ติพฺพา กฏุกา เวทนา เวทิยนฺติ.

‘‘สเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา ปุพฺเพกตเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, คารยฺหา นิคณฺฐา; โน เจ สตฺตา ปุพฺเพกตเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, คารยฺหา นิคณฺฐา. สเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา อิสฺสรนิมฺมานเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, คารยฺหา นิคณฺฐา; โน เจ สตฺตา อิสฺสรนิมฺมานเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, คารยฺหา นิคณฺฐา. สเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา สงฺคติภาวเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, คารยฺหา นิคณฺฐา; โน เจ สตฺตา สงฺคติภาวเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, คารยฺหา นิคณฺฐา. สเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา อภิชาติเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, คารยฺหา นิคณฺฐา; โน เจ สตฺตา อภิชาติเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, คารยฺหา นิคณฺฐา. สเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา ทิฏฺฐธมฺมูปกฺกมเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, คารยฺหา นิคณฺฐา; โน เจ สตฺตา ทิฏฺฐธมฺมูปกฺกมเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, คารยฺหา นิคณฺฐา. เอวํวาที, ภิกฺขเว, นิคณฺฐา. เอวํวาทีนํ, ภิกฺขเว, นิคณฺฐานํ อิเม ทส สหธมฺมิกา วาทานุวาทา คารยฺหํ ฐานํ อาคจฺฉนฺติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, อผโล อุปกฺกโม โหติ, อผลํ ปธานํ.

๑๐. ‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, สผโล อุปกฺกโม โหติ, สผลํ ปธานํ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ น เหว อนทฺธภูตํ อตฺตานํ ทุกฺเขน อทฺธภาเวติ, ธมฺมิกญฺจ สุขํ น ปริจฺจชติ, ตสฺมิญฺจ สุเข อนธิมุจฺฉิโต โหติ. โส เอวํ ปชานาติ – ‘อิมสฺส โข เม ทุกฺขนิทานสฺส สงฺขารํ ปทหโต สงฺขารปฺปธานา วิราโค โหติ, อิมสฺส ปน เม ทุกฺขนิทานสฺส อชฺฌุเปกฺขโต อุเปกฺขํ ภาวยโต วิราโค โหตี’ติ. โส ยสฺส หิ ขฺวาสฺส [ยสฺส โข ปนสฺส (สี.), ยสฺส ขฺวาสฺส (ปี.)] ทุกฺขนิทานสฺส สงฺขารํ ปทหโต สงฺขารปฺปธานา วิราโค โหติ, สงฺขารํ ตตฺถ ปทหติ. ยสฺส ปนสฺส ทุกฺขนิทานสฺส อชฺฌุเปกฺขโต อุเปกฺขํ ภาวยโต วิราโค โหติ, อุเปกฺขํ ตตฺถ ภาเวติ. ตสฺส ตสฺส ทุกฺขนิทานสฺส สงฺขารํ ปทหโต สงฺขารปฺปธานา วิราโค โหติ – เอวมฺปิสฺส ตํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ โหติ. ตสฺส ตสฺส ทุกฺขนิทานสฺส อชฺฌุเปกฺขโต อุเปกฺขํ ภาวยโต วิราโค โหติ – เอวมฺปิสฺส ตํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ โหติ.

๑๑. ‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ปุริโส อิตฺถิยา สารตฺโต ปฏิพทฺธจิตฺโต ติพฺพจฺฉนฺโท ติพฺพาเปกฺโข. โส ตํ อิตฺถึ ปสฺเสยฺย อญฺเญน ปุริเสน สทฺธึ สนฺติฏฺฐนฺตึ สลฺลปนฺตึ สญฺชคฺฆนฺตึ สํหสนฺตึ. ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, อปิ นุ ตสฺส ปุริสสฺส อมุํ อิตฺถึ ทิสฺวา อญฺเญน ปุริเสน สทฺธึ สนฺติฏฺฐนฺตึ สลฺลปนฺตึ สญฺชคฺฆนฺตึ สํหสนฺตึ อุปฺปชฺเชยฺยุํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสูปายาสา’’ติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’. ‘‘ตํ กิสฺส เหตุ’’? ‘‘อมุ หิ, ภนฺเต, ปุริโส อมุสฺสา อิตฺถิยา สารตฺโต ปฏิพทฺธจิตฺโต ติพฺพจฺฉนฺโท ติพฺพาเปกฺโข. ตสฺมา ตํ อิตฺถึ ทิสฺวา อญฺเญน ปุริเสน สทฺธึ สนฺติฏฺฐนฺตึ สลฺลปนฺตึ สญฺชคฺฆนฺตึ สํหสนฺตึ อุปฺปชฺเชยฺยุํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสูปายาสา’’ติ. ‘‘อถ โข, ภิกฺขเว, ตสฺส ปุริสสฺส เอวมสฺส – ‘อหํ โข อมุสฺสา อิตฺถิยา สารตฺโต ปฏิพทฺธจิตฺโต ติพฺพจฺฉนฺโท ติพฺพาเปกฺโข. ตสฺส เม อมุํ อิตฺถึ ทิสฺวา อญฺเญน ปุริเสน สทฺธึ สนฺติฏฺฐนฺตึ สลฺลปนฺตึ สญฺชคฺฆนฺตึ สํหสนฺตึ อุปฺปชฺชนฺติ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสูปายาสา. ยํนูนาหํ โย เม อมุสฺสา อิตฺถิยา ฉนฺทราโค ตํ ปชเหยฺย’นฺติ. โส โย อมุสฺสา อิตฺถิยา ฉนฺทราโค ตํ ปชเหยฺย. โส ตํ อิตฺถึ ปสฺเสยฺย อปเรน สมเยน อญฺเญน ปุริเสน สทฺธึ สนฺติฏฺฐนฺตึ สลฺลปนฺตึ สญฺชคฺฆนฺตึ สํหสนฺตึ. ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, อปิ นุ ตสฺส ปุริสสฺส อมุํ อิตฺถึ ทิสฺวา อญฺเญน ปุริเสน สทฺธึ สนฺติฏฺฐนฺตึ สลฺลปนฺตึ สญฺชคฺฆนฺตึ สํหสนฺตึ อุปฺปชฺเชยฺยุํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสูปายาสา’’ติ? ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’. ‘‘ตํ กิสฺส เหตุ’’? ‘‘อมุ หิ, ภนฺเต, ปุริโส อมุสฺสา อิตฺถิยา วิราโค. ตสฺมา ตํ อิตฺถึ ทิสฺวา อญฺเญน ปุริเสน สทฺธึ สนฺติฏฺฐนฺตึ สลฺลปนฺตึ สญฺชคฺฆนฺตึ สํหสนฺตึ น อุปฺปชฺเชยฺยุํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสูปายาสา’’ติ.

‘‘เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ น เหว อนทฺธภูตํ อตฺตานํ ทุกฺเขน อทฺธภาเวติ, ธมฺมิกญฺจ สุขํ น ปริจฺจชติ, ตสฺมิญฺจ สุเข อนธิมุจฺฉิโต โหติ. โส เอวํ ปชานาติ – ‘อิมสฺส โข เม ทุกฺขนิทานสฺส สงฺขารํ ปทหโต สงฺขารปฺปธานา วิราโค โหติ, อิมสฺส ปน เม ทุกฺขนิทานสฺส อชฺฌุเปกฺขโต อุเปกฺขํ ภาวยโต วิราโค โหตี’ติ. โส ยสฺส หิ ขฺวาสฺส ทุกฺขนิทานสฺส สงฺขารํ ปทหโต สงฺขารปฺปธานา วิราโค โหติ, สงฺขารํ ตตฺถ ปทหติ; ยสฺส ปนสฺส ทุกฺขนิทานสฺส อชฺฌุเปกฺขโต อุเปกฺขํ ภาวยโต วิราโค โหติ, อุเปกฺขํ ตตฺถ ภาเวติ. ตสฺส ตสฺส ทุกฺขนิทานสฺส สงฺขารํ ปทหโต สงฺขารปฺปธานา วิราโค โหติ – เอวมฺปิสฺส ตํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ โหติ. ตสฺส ตสฺส ทุกฺขนิทานสฺส อชฺฌุเปกฺขโต อุเปกฺขํ ภาวยโต วิราโค โหติ – เอวมฺปิสฺส ตํ ทุกฺขํ นิชฺชิณฺณํ โหติ. เอวมฺปิ, ภิกฺขเว, สผโล อุปกฺกโม โหติ, สผลํ ปธานํ.

๑๒. ‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘ยถาสุขํ โข เม วิหรโต อกุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ, กุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ; ทุกฺขาย ปน เม อตฺตานํ ปทหโต อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ, กุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ. ยํนูนาหํ ทุกฺขาย อตฺตานํ ปทเหยฺย’นฺติ. โส ทุกฺขาย อตฺตานํ ปทหติ. ตสฺส ทุกฺขาย อตฺตานํ ปทหโต อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ กุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ. โส น อปเรน สมเยน ทุกฺขาย อตฺตานํ ปทหติ. ตํ กิสฺส เหตุ? ยสฺส หิ โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อตฺถาย ทุกฺขาย อตฺตานํ ปทเหยฺย สฺวาสฺส อตฺโถ อภินิปฺผนฺโน โหติ. ตสฺมา น อปเรน สมเยน ทุกฺขาย อตฺตานํ ปทหติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อุสุกาโร เตชนํ ทฺวีสุ อลาเตสุ อาตาเปติ ปริตาเปติ อุชุํ กโรติ กมฺมนิยํ. ยโต โข, ภิกฺขเว, อุสุการสฺส เตชนํ ทฺวีสุ อลาเตสุ อาตาปิตํ โหติ ปริตาปิตํ อุชุํ กตํ [อุชุํ กตํ โหติ (สี.)] กมฺมนิยํ, น โส ตํ อปเรน สมเยน อุสุกาโร เตชนํ ทฺวีสุ อลาเตสุ อาตาเปติ ปริตาเปติ อุชุํ กโรติ กมฺมนิยํ. ตํ กิสฺส เหตุ? ยสฺส หิ โส, ภิกฺขเว, อตฺถาย อุสุกาโร เตชนํ ทฺวีสุ อลาเตสุ อาตาเปยฺย ปริตาเปยฺย อุชุํ กเรยฺย กมฺมนิยํ สฺวาสฺส อตฺโถ อภินิปฺผนฺโน โหติ. ตสฺมา น อปเรน สมเยน อุสุกาโร เตชนํ ทฺวีสุ อลาเตสุ อาตาเปติ ปริตาเปติ อุชุํ กโรติ กมฺมนิยํ. เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘ยถาสุขํ โข เม วิหรโต อกุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ, กุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ; ทุกฺขาย ปน เม อตฺตานํ ปทหโต อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ, กุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ. ยํนูนาหํ ทุกฺขาย อตฺตานํ ปทเหยฺย’นฺติ. โส ทุกฺขาย อตฺตานํ ปทหติ. ตสฺส ทุกฺขาย อตฺตานํ ปทหโต อกุสลา ธมฺมา ปริหายนฺติ, กุสลา ธมฺมา อภิวฑฺฒนฺติ. โส น อปเรน สมเยน ทุกฺขาย อตฺตานํ ปทหติ. ตํ กิสฺส เหตุ? ยสฺส หิ โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อตฺถาย ทุกฺขาย อตฺตานํ ปทเหยฺย สฺวาสฺส อตฺโถ อภินิปฺผนฺโน โหติ. ตสฺมา น อปเรน สมเยน ทุกฺขาย อตฺตานํ ปทหติ. เอวมฺปิ, ภิกฺขเว, สผโล อุปกฺกโม โหติ, สผลํ ปธานํ.

๑๓. ‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อิธ ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควา. โส อิมํ โลกํ สเทวกํ สมารกํ สพฺรหฺมกํ สสฺสมณพฺราหฺมณึ ปชํ สเทวมนุสฺสํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทติ. โส ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ, เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ. ตํ ธมฺมํ สุณาติ คหปติ วา คหปติปุตฺโต วา อญฺญตรสฺมึ วา กุเล ปจฺจาชาโต. โส ตํ ธมฺมํ สุตฺวา ตถาคเต สทฺธํ ปฏิลภติ. โส เตน สทฺธาปฏิลาเภน สมนฺนาคโต อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘สมฺพาโธ ฆราวาโส รชาปโถ, อพฺโภกาโส ปพฺพชฺชา. นยิทํ สุกรํ อคารํ อชฺฌาวสตา เอกนฺตปริปุณฺณํ เอกนฺตปริสุทฺธํ สงฺขลิขิตํ พฺรหฺมจริยํ จริตุํ. ยํนูนาหํ เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพเชยฺย’นฺติ. โส อปเรน สมเยน อปฺปํ วา โภคกฺขนฺธํ ปหาย มหนฺตํ วา โภคกฺขนฺธํ ปหาย, อปฺปํ วา ญาติปริวฏฺฏํ ปหาย มหนฺตํ วา ญาติปริวฏฺฏํ ปหาย เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชติ.

๑๔. ‘‘โส เอวํ ปพฺพชิโต สมาโน ภิกฺขูนํ สิกฺขาสาชีวสมาปนฺโน ปาณาติปาตํ ปหาย ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ นิหิตทณฺโฑ นิหิตสตฺโถ, ลชฺชี ทยาปนฺโน สพฺพปาณภูตหิตานุกมฺปี วิหรติ. อทินฺนาทานํ ปหาย อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ ทินฺนาทายี ทินฺนปาฏิกงฺขี, อเถเนน สุจิภูเตน อตฺตนา วิหรติ. อพฺรหฺมจริยํ ปหาย พฺรหฺมจารี โหติ อาราจารี วิรโต เมถุนา คามธมฺมา. มุสาวาทํ ปหาย มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ สจฺจวาที สจฺจสนฺโธ เถโต ปจฺจยิโก อวิสํวาทโก โลกสฺส. ปิสุณํ วาจํ ปหาย ปิสุณาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ; อิโต สุตฺวา น อมุตฺร อกฺขาตา อิเมสํ เภทาย, อมุตฺร วา สุตฺวา น อิเมสํ อกฺขาตา อมูสํ เภทาย – อิติ ภินฺนานํ วา สนฺธาตา สหิตานํ วา อนุปฺปทาตา สมคฺคาราโม สมคฺครโต สมคฺคนนฺที สมคฺคกรณึ วาจํ ภาสิตา โหติ. ผรุสํ วาจํ ปหาย ผรุสาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ; ยา สา วาจา เนลา กณฺณสุขา เปมนียา หทยงฺคมา โปรี พหุชนกนฺตา พหุชนมนาปา ตถารูปึ วาจํ ภาสิตา โหติ. สมฺผปฺปลาปํ ปหาย สมฺผปฺปลาปา ปฏิวิรโต โหติ กาลวาที ภูตวาที อตฺถวาที ธมฺมวาที วินยวาที, นิธานวตึ วาจํ ภาสิตา กาเลน สาปเทสํ ปริยนฺตวตึ อตฺถสํหิตํ. โส พีชคามภูตคามสมารมฺภา ปฏิวิรโต โหติ. เอกภตฺติโก โหติ รตฺตูปรโต วิรโต วิกาลโภชนา. นจฺจคีตวาทิตวิสูกทสฺสนา ปฏิวิรโต โหติ. มาลาคนฺธวิเลปนธารณมณฺฑนวิภูสนฏฺฐานา ปฏิวิรโต โหติ. อุจฺจาสยนมหาสยนา ปฏิวิรโต โหติ. ชาตรูปรชตปฏิคฺคหณา ปฏิวิรโต โหติ. อามกธญฺญปฏิคฺคหณา ปฏิวิรโต โหติ. อามกมํสปฏิคฺคหณา ปฏิวิรโต โหติ. อิตฺถิกุมาริกปฏิคฺคหณา ปฏิวิรโต โหติ. ทาสิทาสปฏิคฺคหณา ปฏิวิรโต โหติ. อเชฬกปฏิคฺคหณา ปฏิวิรโต โหติ. กุกฺกุฏสูกรปฏิคฺคหณา ปฏิวิรโต โหติ. หตฺถิควสฺสวฬวปฏิคฺคหณา ปฏิวิรโต โหติ. เขตฺตวตฺถุปฏิคฺคหณา ปฏิวิรโต โหติ. ทูเตยฺยปหิณคมนานุโยคา ปฏิวิรโต โหติ. กยวิกฺกยา ปฏิวิรโต โหติ. ตุลากูฏกํสกูฏมานกูฏา ปฏิวิรโต โหติ. อุกฺโกฏนวญฺจนนิกติสาจิโยคา [สาวิโยคา (สฺยา. กํ. ก.) เอตฺถ สาจิสทฺโท กุฏิลปริยาโย] ปฏิวิรโต โหติ. เฉทนวธพนฺธนวิปราโมสอาโลปสหสาการา ปฏิวิรโต โหติ [ปสฺส ม. นิ. ๑.๒๙๓ จูฬหตฺถิปโทปเม].

‘‘โส สนฺตุฏฺโฐ โหติ กายปริหาริเกน จีวเรน, กุจฺฉิปริหาริเกน ปิณฺฑปาเตน. โส เยน เยเนว ปกฺกมติ สมาทาเยว ปกฺกมติ. เสยฺยถาปิ นาม ปกฺขี สกุโณ เยน เยเนว เฑติ สปตฺตภาโรว เฑติ, เอวเมว ภิกฺขุ สนฺตุฏฺโฐ โหติ กายปริหาริเกน จีวเรน, กุจฺฉิปริหาริเกน ปิณฺฑปาเตน; โส เยน เยเนว ปกฺกมติ สมาทาเยว ปกฺกมติ. โส อิมินา อริเยน สีลกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต อชฺฌตฺตํ อนวชฺชสุขํ ปฏิสํเวเทติ.

๑๕. ‘‘โส จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา น นิมิตฺตคฺคาหี โหติ นานุพฺยญฺชนคฺคาหี. ยตฺวาธิกรณเมนํ จกฺขุนฺทฺริยํ อสํวุตํ วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ ตสฺส สํวราย ปฏิปชฺชติ, รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ, จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชติ. โสเตน สทฺทํ สุตฺวา…เป… ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา…เป… ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา…เป… กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา…เป… มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย น นิมิตฺตคฺคาหี โหติ นานุพฺยญฺชนคฺคาหี. ยตฺวาธิกรณเมนํ มนินฺทฺริยํ อสํวุตํ วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ ตสฺส สํวราย ปฏิปชฺชติ, รกฺขติ มนินฺทฺริยํ, มนินฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชติ. โส อิมินา อริเยน อินฺทฺริยสํวเรน สมนฺนาคโต อชฺฌตฺตํ อพฺยาเสกสุขํ ปฏิสํเวเทติ.

‘‘โส อภิกฺกนฺเต ปฏิกฺกนฺเต สมฺปชานการี โหติ, อาโลกิเต วิโลกิเต สมฺปชานการี โหติ, สมิญฺชิเต [สมฺมิญฺชิเต (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ปสาริเต สมฺปชานการี โหติ, สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารเณ สมฺปชานการี โหติ, อสิเต ปีเต ขายิเต สายิเต สมฺปชานการี โหติ, อุจฺจารปสฺสาวกมฺเม สมฺปชานการี โหติ, คเต ฐิเต นิสินฺเน สุตฺเต ชาคริเต ภาสิเต ตุณฺหีภาเว สมฺปชานการี โหติ.

๑๖. ‘‘โส อิมินา จ อริเยน สีลกฺขนฺเธน สมนฺนาคโต, (อิมาย จ อริยาย สนฺตุฏฺฐิยา สมนฺนาคโต,) [ปสฺส ม. นิ. ๑.๒๙๖ จูฬหตฺถิปโทปเม] อิมินา จ อริเยน อินฺทฺริยสํวเรน สมนฺนาคโต, อิมินา จ อริเยน สติสมฺปชญฺเญน สมนฺนาคโต วิวิตฺตํ เสนาสนํ ภชติ อรญฺญํ รุกฺขมูลํ ปพฺพตํ กนฺทรํ คิริคุหํ สุสานํ วนปตฺถํ อพฺโภกาสํ ปลาลปุญฺชํ. โส ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต นิสีทติ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา, อุชุํ กายํ ปณิธาย, ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา. โส อภิชฺฌํ โลเก ปหาย วิคตาภิชฺเฌน เจตสา วิหรติ, อภิชฺฌาย จิตฺตํ ปริโสเธติ. พฺยาปาทปโทสํ ปหาย อพฺยาปนฺนจิตฺโต วิหรติ สพฺพปาณภูตหิตานุกมฺปี, พฺยาปาทปโทสา จิตฺตํ ปริโสเธติ. ถินมิทฺธํ ปหาย วิคตถินมิทฺโธ วิหรติ อาโลกสญฺญี สโต สมฺปชาโน, ถินมิทฺธา จิตฺตํ ปริโสเธติ. อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ปหาย อนุทฺธโต วิหรติ อชฺฌตฺตํ วูปสนฺตจิตฺโต, อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจา จิตฺตํ ปริโสเธติ. วิจิกิจฺฉํ ปหาย ติณฺณวิจิกิจฺโฉ วิหรติ อกถํกถี กุสเลสุ ธมฺเมสุ, วิจิกิจฺฉาย จิตฺตํ ปริโสเธติ.

‘‘โส อิเม ปญฺจ นีวรเณ ปหาย เจตโส อุปกฺกิเลเส ปญฺญาย ทุพฺพลีกรเณ วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. เอวมฺปิ, ภิกฺขเว, สผโล อุปกฺกโม โหติ, สผลํ ปธานํ.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา อชฺฌตฺตํ สมฺปสาทนํ เจตโส เอโกทิภาวํ อวิตกฺกํ อวิจารํ สมาธิชํ ปีติสุขํ ทุติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. เอวมฺปิ, ภิกฺขเว, สผโล อุปกฺกโม โหติ, สผลํ ปธานํ.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปีติยา จ วิราคา อุเปกฺขโก จ วิหรติ สโต จ สมฺปชาโน, สุขญฺจ กาเยน ปฏิสํเวเทติ. ยํ ตํ อริยา อาจิกฺขนฺติ – ‘อุเปกฺขโก สติมา สุขวิหารี’ติ ตติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. เอวมฺปิ, ภิกฺขเว, สผโล อุปกฺกโม โหติ, สผลํ ปธานํ.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สุขสฺส จ ปหานา ทุกฺขสฺส จ ปหานา, ปุพฺเพว โสมนสฺสโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมา, อทุกฺขมสุขํ อุเปกฺขาสติปาริสุทฺธึ จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. เอวมฺปิ, ภิกฺขเว, สผโล อุปกฺกโม โหติ, สผลํ ปธานํ.

๑๗. ‘‘โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเต ปริสุทฺเธ ปริโยทาเต อนงฺคเณ วิคตูปกฺกิเลเส มุทุภูเต กมฺมนิเย ฐิเต อาเนญฺชปฺปตฺเต ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณาย จิตฺตํ อภินินฺนาเมติ. โส อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรติ, เสยฺยถิทํ [เสยฺยถีทํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] – เอกมฺปิ ชาตึ เทฺวปิ ชาติโย ติสฺโสปิ ชาติโย จตสฺโสปิ ชาติโย ปญฺจปิ ชาติโย ทสปิ ชาติโย วีสมฺปิ ชาติโย ตึสมฺปิ ชาติโย จตฺตาลีสมฺปิ ชาติโย ปญฺญาสมฺปิ ชาติโย ชาติสตมฺปิ ชาติสหสฺสมฺปิ ชาติสตสหสฺสมฺปิ อเนเกปิ สํวฏฺฏกปฺเป อเนเกปิ วิวฏฺฏกปฺเป อเนเกปิ สํวฏฺฏวิวฏฺฏกปฺเป – ‘อมุตฺราสึ เอวํนาโม เอวํโคตฺโต เอวํวณฺโณ เอวมาหาโร เอวํสุขทุกฺขปฺปฏิสํเวที เอวมายุปริยนฺโต, โส ตโต จุโต อมุตฺร อุทปาทึ; ตตฺราปาสึ เอวํนาโม เอวํโคตฺโต เอวํวณฺโณ เอวมาหาโร เอวํสุขทุกฺขปฺปฏิสํเวที เอวมายุปริยนฺโต, โส ตโต จุโต อิธูปปนฺโน’ติ. อิติ สาการํ สอุทฺเทสํ อเนกวิหิตํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรติ. เอวมฺปิ, ภิกฺขเว, สผโล อุปกฺกโม โหติ, สผลํ ปธานํ.

๑๘. ‘‘โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเต ปริสุทฺเธ ปริโยทาเต อนงฺคเณ วิคตูปกฺกิเลเส มุทุภูเต กมฺมนิเย ฐิเต อาเนญฺชปฺปตฺเต สตฺตานํ จุตูปปาตญาณาย จิตฺตํ อภินินฺนาเมติ. โส ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน สตฺเต ปสฺสติ จวมาเน อุปปชฺชมาเน หีเน ปณีเต สุวณฺเณ ทุพฺพณฺเณ, สุคเต ทุคฺคเต ยถากมฺมูปเค สตฺเต ปชานาติ – ‘อิเม วต โภนฺโต สตฺตา กายทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา วจีทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา มโนทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา อริยานํ อุปวาทกา มิจฺฉาทิฏฺฐิกา มิจฺฉาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานา, เต กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา. อิเม วา ปน โภนฺโต สตฺตา กายสุจริเตน สมนฺนาคตา วจีสุจริเตน สมนฺนาคตา มโนสุจริเตน สมนฺนาคตา อริยานํ อนุปวาทกา สมฺมาทิฏฺฐิกา สมฺมาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานา, เต กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปนฺนา’ติ. อิติ ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน สตฺเต ปสฺสติ จวมาเน อุปปชฺชมาเน หีเน ปณีเต สุวณฺเณ ทุพฺพณฺเณ, สุคเต ทุคฺคเต ยถากมฺมูปเค สตฺเต ปชานาติ. เอวมฺปิ, ภิกฺขเว, สผโล อุปกฺกโม โหติ, สผลํ ปธานํ.

๑๙. ‘‘โส เอวํ สมาหิเต จิตฺเต ปริสุทฺเธ ปริโยทาเต อนงฺคเณ วิคตูปกฺกิเลเส มุทุภูเต กมฺมนิเย ฐิเต อาเนญฺชปฺปตฺเต อาสวานํ ขยญาณาย จิตฺตํ อภินินฺนาเมติ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ; ‘อิเม อาสวา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ อาสวสมุทโย’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ อาสวนิโรโธ’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ อาสวนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. ตสฺส เอวํ ชานโต เอวํ ปสฺสโต กามาสวาปิ จิตฺตํ วิมุจฺจติ, ภวาสวาปิ จิตฺตํ วิมุจฺจติ, อวิชฺชาสวาปิ จิตฺตํ วิมุจฺจติ. วิมุตฺตสฺมึ วิมุตฺตมิติ ญาณํ โหติ. ‘ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายา’ติ ปชานาติ. เอวมฺปิ โข, ภิกฺขเว, สผโล อุปกฺกโม โหติ, สผลํ ปธานํ. เอวํวาที, ภิกฺขเว, ตถาคตา. เอวํวาทีนํ, ภิกฺขเว, ตถาคตานํ [ตถาคโต, เอวํวาทึ ภิกฺขเว ตถาคตํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ทส สหธมฺมิกา ปาสํสฏฺฐานา อาคจฺฉนฺติ.

๒๐. ‘‘สเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา ปุพฺเพกตเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ; อทฺธา, ภิกฺขเว, ตถาคโต ปุพฺเพ สุกตกมฺมการี ยํ เอตรหิ เอวรูปา อนาสวา สุขา เวทนา เวเทติ. สเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา อิสฺสรนิมฺมานเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ; อทฺธา, ภิกฺขเว, ตถาคโต ภทฺทเกน อิสฺสเรน นิมฺมิโต ยํ เอตรหิ เอวรูปา อนาสวา สุขา เวทนา เวเทติ. สเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา สงฺคติภาวเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ; อทฺธา, ภิกฺขเว, ตถาคโต กลฺยาณสงฺคติโก ยํ เอตรหิ เอวรูปา อนาสวา สุขา เวทนา เวเทติ. สเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา อภิชาติเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ; อทฺธา, ภิกฺขเว, ตถาคโต กลฺยาณาภิชาติโก ยํ เอตรหิ เอวรูปา อนาสวา สุขา เวทนา เวเทติ. สเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา ทิฏฺฐธมฺมูปกฺกมเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ; อทฺธา, ภิกฺขเว, ตถาคโต กลฺยาณทิฏฺฐธมฺมูปกฺกโม ยํ เอตรหิ เอวรูปา อนาสวา สุขา เวทนา เวเทติ.

‘‘สเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา ปุพฺเพกตเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, ปาสํโส ตถาคโต; โน เจ สตฺตา ปุพฺเพกตเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, ปาสํโส ตถาคโต. สเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา อิสฺสรนิมฺมานเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, ปาสํโส ตถาคโต; โน เจ สตฺตา อิสฺสรนิมฺมานเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, ปาสํโส ตถาคโต. สเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา สงฺคติภาวเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, ปาสํโส ตถาคโต; โน เจ สตฺตา สงฺคติภาวเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, ปาสํโส ตถาคโต. สเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา อภิชาติเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, ปาสํโส ตถาคโต; โน เจ สตฺตา อภิชาติเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, ปาสํโส ตถาคโต. สเจ, ภิกฺขเว, สตฺตา ทิฏฺฐธมฺมูปกฺกมเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, ปาสํโส ตถาคโต; โน เจ สตฺตา ทิฏฺฐธมฺมูปกฺกมเหตุ สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทนฺติ, ปาสํโส ตถาคโต. เอวํวาที, ภิกฺขเว, ตถาคตา. เอวํวาทีนํ, ภิกฺขเว, ตถาคตานํ อิเม ทส สหธมฺมิกา ปาสํสฏฺฐานา อาคจฺฉนฺตี’’ติ.

อิทมโวจ ภควา. อตฺตมนา เต ภิกฺขู ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทุนฺติ.

เทวทหสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ ปฐมํ.

๒. ปญฺจตฺตยสุตฺตํ [ปญฺจายตนสุตฺต (ก.)]

๒๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ – ‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, เอเก สมณพฺราหฺมณา อปรนฺตกปฺปิกา อปรนฺตานุทิฏฺฐิโน อปรนฺตํ อารพฺภ อเนกวิหิตานิ อธิวุตฺติปทานิ [อธิมุตฺติปทานิ (สฺยา. กํ. ก.)] อภิวทนฺติ. ‘สญฺญี อตฺตา โหติ อโรโค ปรํ มรณา’ติ – อิตฺเถเก อภิวทนฺติ; ‘อสญฺญี อตฺตา โหติ อโรโค ปรํ มรณา’ติ – อิตฺเถเก อภิวทนฺติ; ‘เนวสญฺญีนาสญฺญี อตฺตา โหติ อโรโค ปรํ มรณา’ติ – อิตฺเถเก อภิวทนฺติ; สโต วา ปน สตฺตสฺส อุจฺเฉทํ วินาสํ วิภวํ ปญฺญเปนฺติ [ปญฺญาเปนฺติ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)], ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ วา ปเนเก อภิวทนฺติ. อิติ สนฺตํ วา อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ [ปรํ มรณา. อิติ อิมานิ (ก.)] ปรํ มรณา, สโต วา ปน สตฺตสฺส อุจฺเฉทํ วินาสํ วิภวํ ปญฺญเปนฺติ, ทิฏฺฐธมฺมนิพฺพานํ วา ปเนเก อภิวทนฺติ. อิติ อิมานิ ปญฺจ [ปรํ มรณา. อิติ อิมานิ (ก.)] หุตฺวา ตีณิ โหนฺติ, ตีณิ หุตฺวา ปญฺจ โหนฺติ – อยมุทฺเทโส ปญฺจตฺตยสฺส.

๒๒. ‘‘ตตฺร, ภิกฺขเว, เย เต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, รูปึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, อรูปึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, รูปิญฺจ อรูปิญฺจ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, เนวรูปึ นารูปึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, เอกตฺตสญฺญึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, นานตฺตสญฺญึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, ปริตฺตสญฺญึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, อปฺปมาณสญฺญึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, เอตํ [เอวํ (ก.)] วา ปเนเกสํ [ปเนเตสํ (สฺยา. กํ.)] อุปาติวตฺตตํ วิญฺญาณกสิณเมเก อภิวทนฺติ อปฺปมาณํ อาเนญฺชํ. ตยิทํ, ภิกฺขเว, ตถาคโต อภิชานาติ [ปชานาติ (สี. สฺยา. กํ. ปี.) อฏฺฐกถา โอโลเกตพฺพา]. เย โข เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, รูปึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, อรูปึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, รูปิญฺจ อรูปิญฺจ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, เนวรูปึ นารูปึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, เอกตฺตสญฺญึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, นานตฺตสญฺญึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, ปริตฺตสญฺญึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, อปฺปมาณสญฺญึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา [มรณาติ (ก.)], ยา วา ปเนตาสํ สญฺญานํ ปริสุทฺธา ปรมา อคฺคา อนุตฺตริยา อกฺขายติ – ยทิ รูปสญฺญานํ ยทิ อรูปสญฺญานํ ยทิ เอกตฺตสญฺญานํ ยทิ นานตฺตสญฺญานํ. ‘นตฺถิ กิญฺจี’ติ อากิญฺจญฺญายตนเมเก อภิวทนฺติ อปฺปมาณํ อาเนญฺชํ. ‘ตยิทํ สงฺขตํ โอฬาริกํ อตฺถิ โข ปน สงฺขารานํ นิโรโธ อตฺเถต’นฺติ – อิติ วิทิตฺวา ตสฺส นิสฺสรณทสฺสาวี ตถาคโต ตทุปาติวตฺโต.

๒๓. ‘‘ตตฺร, ภิกฺขเว, เย เต สมณพฺราหฺมณา อสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, รูปึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา อสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, อรูปึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา อสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, รูปิญฺจ อรูปิญฺจ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา อสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, เนวรูปึ นารูปึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา อสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา. ตตฺร, ภิกฺขเว, เย เต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา เตสเมเต ปฏิกฺโกสนฺติ. ตํ กิสฺส เหตุ? สญฺญา โรโค สญฺญา คณฺโฑ สญฺญา สลฺลํ, เอตํ สนฺตํ เอตํ ปณีตํ ยทิทํ – ‘อสญฺญ’นฺติ. ตยิทํ, ภิกฺขเว, ตถาคโต อภิชานาติ เย โข เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา อสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, รูปึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา อสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, อรูปึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา อสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, รูปิญฺจ อรูปิญฺจ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา อสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, เนวรูปึ นารูปึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา อสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา. โย หิ โกจิ, ภิกฺขเว, สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เอวํ วเทยฺย – ‘อหมญฺญตฺร รูปา, อญฺญตฺร เวทนาย, อญฺญตฺร สญฺญาย, อญฺญตฺร สงฺขาเรหิ, วิญฺญาณสฺส [อญฺญตฺร วิญฺญาณา (สฺยา. กํ.), อญฺญตฺร วิญฺญาเณน (ก.)] อาคตึ วา คตึ วา จุตึ วา อุปปตฺตึ วา วุทฺธึ วา วิรูฬฺหึ วา เวปุลฺลํ วา ปญฺญเปสฺสามี’ติ – เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. ‘ตยิทํ สงฺขตํ โอฬาริกํ อตฺถิ โข ปน สงฺขารานํ นิโรโธ อตฺเถต’นฺติ – อิติ วิทิตฺวา ตสฺส นิสฺสรณทสฺสาวี ตถาคโต ตทุปาติวตฺโต.

๒๔. ‘‘ตตฺร, ภิกฺขเว, เย เต สมณพฺราหฺมณา เนวสญฺญีนาสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, รูปึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา เนวสญฺญีนาสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, อรูปึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา เนวสญฺญีนาสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, รูปิญฺจ อรูปิญฺจ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา เนวสญฺญีนาสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, เนวรูปึ นารูปึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา เนวสญฺญีนาสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา. ตตฺร, ภิกฺขเว, เย เต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา เตสเมเต ปฏิกฺโกสนฺติ, เยปิ เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา อสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา เตสเมเต ปฏิกฺโกสนฺติ. ตํ กิสฺส เหตุ? สญฺญา โรโค สญฺญา คณฺโฑ สญฺญา สลฺลํ, อสญฺญา สมฺโมโห, เอตํ สนฺตํ เอตํ ปณีตํ ยทิทํ – ‘เนวสญฺญานาสญฺญ’นฺติ. [เนวสญฺญานาสญฺญาติ (สฺยา. กํ. ปี. ก.) เอตนฺติปทํ มนสิกาตพฺพํ] ตยิทํ, ภิกฺขเว, ตถาคโต อภิชานาติ. เย โข เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา เนวสญฺญีนาสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, รูปึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา เนวสญฺญีนาสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, อรูปึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา เนวสญฺญีนาสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, รูปิญฺจ อรูปิญฺจ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา เนวสญฺญีนาสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา, เนวรูปึ นารูปึ วา เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา เนวสญฺญีนาสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา. เย หิ เกจิ, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา [สมณพฺราหฺมณา (สี. ปี.)] ทิฏฺฐสุตมุตวิญฺญาตพฺพสงฺขารมตฺเตน เอตสฺส อายตนสฺส อุปสมฺปทํ ปญฺญเปนฺติ, พฺยสนเญฺหตํ, ภิกฺขเว, อกฺขายติ [อายตนมกฺขายติ (ก.)] เอตสฺส อายตนสฺส อุปสมฺปทาย. น เหตํ, ภิกฺขเว, อายตนํ สงฺขารสมาปตฺติปตฺตพฺพมกฺขายติ; สงฺขาราวเสสสมาปตฺติปตฺตพฺพเมตํ, ภิกฺขเว, อายตนมกฺขายติ. ‘ตยิทํ สงฺขตํ โอฬาริกํ อตฺถิ โข ปน สงฺขารานํ นิโรโธ อตฺเถต’นฺติ – อิติ วิทิตฺวา ตสฺส นิสฺสรณทสฺสาวี ตถาคโต ตทุปาติวตฺโต.

๒๕. ‘‘ตตฺร, ภิกฺขเว, เย เต สมณพฺราหฺมณา สโต สตฺตสฺส อุจฺเฉทํ วินาสํ วิภวํ ปญฺญเปนฺติ, ตตฺร, ภิกฺขเว, เย เต สมณพฺราหฺมณา สญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา เตสเมเต ปฏิกฺโกสนฺติ, เยปิ เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา อสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา เตสเมเต ปฏิกฺโกสนฺติ, เยปิ เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา เนวสญฺญีนาสญฺญึ อตฺตานํ ปญฺญเปนฺติ อโรคํ ปรํ มรณา เตสเมเต ปฏิกฺโกสนฺติ. ตํ กิสฺส เหตุ? สพฺเพปิเม โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา อุทฺธํ สรํ [อุทฺธํสรา (สี. ปี.), อุทฺธํ ปรามสนฺติ (สฺยา. กํ.)] อาสตฺตึเยว อภิวทนฺติ – ‘อิติ เปจฺจ ภวิสฺสาม, อิติ เปจฺจ ภวิสฺสามา’ติ. เสยฺยถาปิ นาม วาณิชสฺส วาณิชฺชาย คจฺฉโต เอวํ โหติ – ‘อิโต เม อิทํ ภวิสฺสติ, อิมินา อิทํ ลจฺฉามี’ติ, เอวเมวิเม โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา วาณิชูปมา มญฺเญ ปฏิภนฺติ – ‘อิติ เปจฺจ ภวิสฺสาม, อิติ เปจฺจ ภวิสฺสามา’ติ. ตยิทํ, ภิกฺขเว, ตถาคโต อภิชานาติ. เย โข เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา สโต สตฺตสฺส อุจฺเฉทํ วินาสํ วิภวํ ปญฺญเปนฺติ เต สกฺกายภยา สกฺกายปริเชคุจฺฉา สกฺกายญฺเญว อนุปริธาวนฺติ อนุปริวตฺตนฺติ. เสยฺยถาปิ นาม สา คทฺทุลพทฺโธ ทเฬฺห ถมฺเภ วา ขิเล [ขีเล (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] วา อุปนิพทฺโธ, ตเมว ถมฺภํ วา ขิลํ วา อนุปริธาวติ อนุปริวตฺตติ; เอวเมวิเม โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา สกฺกายภยา สกฺกายปริเชคุจฺฉา สกฺกายญฺเญว อนุปริธาวนฺติ อนุปริวตฺตนฺติ. ‘ตยิทํ สงฺขตํ โอฬาริกํ อตฺถิ โข ปน สงฺขารานํ นิโรโธ อตฺเถต’นฺติ – อิติ วิทิตฺวา ตสฺส นิสฺสรณทสฺสาวี ตถาคโต ตทุปาติวตฺโต.

๒๖. ‘‘เย หิ เกจิ, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา อปรนฺตกปฺปิกา อปรนฺตานุทิฏฺฐิโน อปรนฺตํ อารพฺภ อเนกวิหิตานิ อธิวุตฺติปทานิ อภิวทนฺติ, สพฺเพ เต อิมาเนว ปญฺจายตนานิ อภิวทนฺติ เอเตสํ วา อญฺญตรํ.

๒๗. ‘‘สนฺติ, ภิกฺขเว, เอเก สมณพฺราหฺมณา ปุพฺพนฺตกปฺปิกา ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐิโน ปุพฺพนฺตํ อารพฺภ อเนกวิหิตานิ อธิวุตฺติปทานิ อภิวทนฺติ. ‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’นฺติ – อิตฺเถเก อภิวทนฺติ, ‘อสสฺสโต อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’นฺติ – อิตฺเถเก อภิวทนฺติ, ‘สสฺสโต จ อสสฺสโต จ อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’นฺติ – อิตฺเถเก อภิวทนฺติ, ‘เนวสสฺสโต นาสสฺสโต อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’นฺติ – อิตฺเถเก อภิวทนฺติ, ‘อนฺตวา อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’นฺติ – อิตฺเถเก อภิวทนฺติ, ‘อนนฺตวา อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’นฺติ – อิตฺเถเก อภิวทนฺติ, ‘อนฺตวา จ อนนฺตวา จ อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’นฺติ – อิตฺเถเก อภิวทนฺติ, ‘เนวนฺตวา นานนฺตวา อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’นฺติ – อิตฺเถเก อภิวทนฺติ, ‘เอกตฺตสญฺญี อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’นฺติ – อิตฺเถเก อภิวทนฺติ, ‘นานตฺตสญฺญี อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’นฺติ – อิตฺเถเก อภิวทนฺติ, ‘ปริตฺตสญฺญี อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’นฺติ – อิตฺเถเก อภิวทนฺติ, ‘อปฺปมาณสญฺญี อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’นฺติ – อิตฺเถเก อภิวทนฺติ, ‘เอกนฺตสุขี อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’นฺติ – อิตฺเถเก อภิวทนฺติ, ‘เอกนฺตทุกฺขี อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’นฺติ – อิตฺเถเก อภิวทนฺติ, ‘สุขทุกฺขี อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’นฺติ – อิตฺเถเก อภิวทนฺติ, ‘อทุกฺขมสุขี อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’นฺติ – อิตฺเถเก อภิวทนฺติ.

๒๘. ‘‘ตตฺร, ภิกฺขเว, เย เต สมณพฺราหฺมณา เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน – ‘สสฺสโต อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’นฺติ, เตสํ วต อญฺญเตฺรว สทฺธาย อญฺญตฺร รุจิยา อญฺญตฺร อนุสฺสวา อญฺญตฺร อาการปริวิตกฺกา อญฺญตฺร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา ปจฺจตฺตํเยว ญาณํ ภวิสฺสติ ปริสุทฺธํ ปริโยทาตนฺติ – เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. ปจฺจตฺตํ โข ปน, ภิกฺขเว, ญาเณ อสติ ปริสุทฺเธ ปริโยทาเต ยทปิ [ยทิปิ (ก.)] เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา ตตฺถ ญาณภาคมตฺตเมว ปริโยทเปนฺติ ตทปิ เตสํ ภวตํ สมณพฺราหฺมณานํ อุปาทานมกฺขายติ. ‘ตยิทํ สงฺขตํ โอฬาริกํ อตฺถิ โข ปน สงฺขารานํ นิโรโธ อตฺเถต’นฺติ – อิติ วิทิตฺวา ตสฺส นิสฺสรณทสฺสาวี ตถาคโต ตทุปาติวตฺโต.

๒๙. ‘‘ตตฺร, ภิกฺขเว, เย เต สมณพฺราหฺมณา เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน – ‘อสสฺสโต อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญ’นฺติ…เป… [ยถา สสฺสตวาเร, ตถา วิตฺถาเรตพฺพํ] สสฺสโต จ อสสฺสโต จ อตฺตา จ โลโก จ… เนวสสฺสโต นาสสฺสโต อตฺตา จ โลโก จ… อนฺตวา อตฺตา จ โลโก จ… อนนฺตวา อตฺตา จ โลโก จ… อนฺตวา จ อนนฺตวา จ อตฺตา จ โลโก จ… เนวนฺตวา นานนฺตวา อตฺตา จ โลโก จ… เอกตฺตสญฺญี อตฺตา จ โลโก จ… นานตฺตสญฺญี อตฺตา จ โลโก จ… ปริตฺตสญฺญี อตฺตา จ โลโก จ… อปฺปมาณสญฺญี อตฺตา จ โลโก จ… เอกนฺตสุขี อตฺตา จ โลโก จ… เอกนฺตทุกฺขี อตฺตา จ โลโก จ… สุขทุกฺขี อตฺตา จ โลโก จ… อทุกฺขมสุขี อตฺตา จ โลโก จ, อิทเมว สจฺจํ โมฆมญฺญนฺติ, เตสํ วต อญฺญเตฺรว สทฺธาย อญฺญตฺร รุจิยา อญฺญตฺร อนุสฺสวา อญฺญตฺร อาการปริวิตกฺกา อญฺญตฺร ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา ปจฺจตฺตํเยว ญาณํ ภวิสฺสติ ปริสุทฺธํ ปริโยทาตนฺติ – เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. ปจฺจตฺตํ โข ปน, ภิกฺขเว, ญาเณ อสติ ปริสุทฺเธ ปริโยทาเต ยทปิ เต โภนฺโต สมณพฺราหฺมณา ตตฺถ ญาณภาคมตฺตเมว ปริโยทเปนฺติ ตทปิ เตสํ ภวตํ สมณพฺราหฺมณานํ อุปาทานมกฺขายติ. ‘ตยิทํ สงฺขตํ โอฬาริกํ อตฺถิ โข ปน สงฺขารานํ นิโรโธ อตฺเถต’นฺติ – อิติ วิทิตฺวา ตสฺส นิสฺสรณทสฺสาวี ตถาคโต ตทุปาติวตฺโต.

๓๐. ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐีนญฺจ ปฏินิสฺสคฺคา, อปรนฺตานุทิฏฺฐีนญฺจ ปฏินิสฺสคฺคา, สพฺพโส กามสํโยชนานํ อนธิฏฺฐานา, ปวิเวกํ ปีตึ อุปสมฺปชฺช วิหรติ – ‘เอตํ สนฺตํ เอตํ ปณีตํ ยทิทํ ปวิเวกํ ปีตึ อุปสมฺปชฺช วิหรามี’ติ. ตสฺส สา ปวิเวกา ปีติ นิรุชฺฌติ. ปวิเวกาย ปีติยา นิโรธา อุปฺปชฺชติ โทมนสฺสํ, โทมนสฺสสฺส นิโรธา อุปฺปชฺชติ ปวิเวกา ปีติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ยํ ฉายา ชหติ ตํ อาตโป ผรติ, ยํ อาตโป ชหติ ตํ ฉายา ผรติ; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, ปวิเวกาย ปีติยา นิโรธา อุปฺปชฺชติ โทมนสฺสํ, โทมนสฺสสฺส นิโรธา อุปฺปชฺชติ ปวิเวกา ปีติ. ตยิทํ, ภิกฺขเว, ตถาคโต อภิชานาติ. อยํ โข ภวํ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐีนญฺจ ปฏินิสฺสคฺคา, อปรนฺตานุทิฏฺฐีนญฺจ ปฏินิสฺสคฺคา, สพฺพโส กามสํโยชนานํ อนธิฏฺฐานา, ปวิเวกํ ปีตึ อุปสมฺปชฺช วิหรติ – ‘เอตํ สนฺตํ เอตํ ปณีตํ ยทิทํ ปวิเวกํ ปีตึ อุปสมฺปชฺช วิหรามี’ติ. ตสฺส สา ปวิเวกา ปีติ นิรุชฺฌติ. ปวิเวกาย ปีติยา นิโรธา อุปฺปชฺชติ โทมนสฺสํ, โทมนสฺสสฺส นิโรธา อุปฺปชฺชติ ปวิเวกา ปีติ. ‘ตยิทํ สงฺขตํ โอฬาริกํ อตฺถิ โข ปน สงฺขารานํ นิโรโธ อตฺเถต’นฺติ – อิติ วิทิตฺวา ตสฺส นิสฺสรณทสฺสาวี ตถาคโต ตทุปาติวตฺโต.

๓๑. ‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐีนญฺจ ปฏินิสฺสคฺคา, อปรนฺตานุทิฏฺฐีนญฺจ ปฏินิสฺสคฺคา, สพฺพโส กามสํโยชนานํ อนธิฏฺฐานา, ปวิเวกาย ปีติยา สมติกฺกมา นิรามิสํ สุขํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ – ‘เอตํ สนฺตํ เอตํ ปณีตํ ยทิทํ นิรามิสํ สุขํ อุปสมฺปชฺช วิหรามี’ติ. ตสฺส ตํ นิรามิสํ สุขํ นิรุชฺฌติ. นิรามิสสฺส สุขสฺส นิโรธา อุปฺปชฺชติ ปวิเวกา ปีติ, ปวิเวกาย ปีติยา นิโรธา อุปฺปชฺชติ นิรามิสํ สุขํ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ยํ ฉายา ชหติ ตํ อาตโป ผรติ, ยํ อาตโป ชหติ ตํ ฉายา ผรติ; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, นิรามิสสฺส สุขสฺส นิโรธา อุปฺปชฺชติ ปวิเวกา ปีติ, ปวิเวกาย ปีติยา นิโรธา อุปฺปชฺชติ นิรามิสํ สุขํ. ตยิทํ, ภิกฺขเว, ตถาคโต อภิชานาติ. อยํ โข ภวํ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐีนญฺจ ปฏินิสฺสคฺคา, อปรนฺตานุทิฏฺฐีนญฺจ ปฏินิสฺสคฺคา, สพฺพโส กามสํโยชนานํ อนธิฏฺฐานา, ปวิเวกาย ปีติยา สมติกฺกมา, นิรามิสํ สุขํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ – ‘เอตํ สนฺตํ เอตํ ปณีตํ ยทิทํ นิรามิสํ สุขํ อุปสมฺปชฺช วิหรามี’ติ. ตสฺส ตํ นิรามิสํ สุขํ นิรุชฺฌติ. นิรามิสสฺส สุขสฺส นิโรธา อุปฺปชฺชติ ปวิเวกา ปีติ, ปวิเวกาย ปีติยา นิโรธา อุปฺปชฺชติ นิรามิสํ สุขํ. ‘ตยิทํ สงฺขตํ โอฬาริกํ อตฺถิ โข ปน สงฺขารานํ นิโรโธ อตฺเถต’นฺติ – อิติ วิทิตฺวา ตสฺส นิสฺสรณทสฺสาวี ตถาคโต ตทุปาติวตฺโต.

๓๒. ‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐีนญฺจ ปฏินิสฺสคฺคา, อปรนฺตานุทิฏฺฐีนญฺจ ปฏินิสฺสคฺคา, สพฺพโส กามสํโยชนานํ อนธิฏฺฐานา, ปวิเวกาย ปีติยา สมติกฺกมา, นิรามิสสฺส สุขสฺส สมติกฺกมา, อทุกฺขมสุขํ เวทนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ – ‘เอตํ สนฺตํ เอตํ ปณีตํ ยทิทํ อทุกฺขมสุขํ เวทนํ อุปสมฺปชฺช วิหรามี’ติ. ตสฺส สา อทุกฺขมสุขา เวทนา นิรุชฺฌติ. อทุกฺขมสุขาย เวทนาย นิโรธา อุปฺปชฺชติ นิรามิสํ สุขํ, นิรามิสสฺส สุขสฺส นิโรธา อุปฺปชฺชติ อทุกฺขมสุขา เวทนา. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ยํ ฉายา ชหติ ตํ อาตโป ผรติ, ยํ อาตโป ชหติ ตํ ฉายา ผรติ; เอวเมว โข, ภิกฺขเว, อทุกฺขมสุขาย เวทนาย นิโรธา อุปฺปชฺชติ นิรามิสํ สุขํ, นิรามิสสฺส สุขสฺส นิโรธา อุปฺปชฺชติ อทุกฺขมสุขา เวทนา. ตยิทํ, ภิกฺขเว, ตถาคโต อภิชานาติ. อยํ โข ภวํ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐีนญฺจ ปฏินิสฺสคฺคา, อปรนฺตานุทิฏฺฐีนญฺจ ปฏินิสฺสคฺคา, สพฺพโส กามสํโยชนานํ อนธิฏฺฐานา, ปวิเวกาย ปีติยา สมติกฺกมา, นิรามิสสฺส สุขสฺส สมติกฺกมา, อทุกฺขมสุขํ เวทนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ – ‘เอตํ สนฺตํ เอตํ ปณีตํ ยทิทํ อทุกฺขมสุขํ เวทนํ อุปสมฺปชฺช วิหรามี’ติ. ตสฺส สา อทุกฺขมสุขา เวทนา นิรุชฺฌติ. อทุกฺขมสุขาย เวทนาย นิโรธา อุปฺปชฺชติ นิรามิสํ สุขํ, นิรามิสสฺส สุขสฺส นิโรธา อุปฺปชฺชติ อทุกฺขมสุขา เวทนา. ‘ตยิทํ สงฺขตํ โอฬาริกํ อตฺถิ โข ปน สงฺขารานํ นิโรโธ อตฺเถต’นฺติ – อิติ วิทิตฺวา ตสฺส นิสฺสรณทสฺสาวี ตถาคโต ตทุปาติวตฺโต.

๓๓. ‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐีนญฺจ ปฏินิสฺสคฺคา, อปรนฺตานุทิฏฺฐีนญฺจ ปฏินิสฺสคฺคา, สพฺพโส กามสํโยชนานํ อนธิฏฺฐานา, ปวิเวกาย ปีติยา สมติกฺกมา, นิรามิสสฺส สุขสฺส สมติกฺกมา, อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมติกฺกมา – ‘สนฺโตหมสฺมิ, นิพฺพุโตหมสฺมิ, อนุปาทาโนหมสฺมี’ติ สมนุปสฺสติ. ตยิทํ, ภิกฺขเว, ตถาคโต อภิชานาติ. อยํ โข ภวํ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐีนญฺจ ปฏินิสฺสคฺคา, อปรนฺตานุทิฏฺฐีนญฺจ ปฏินิสฺสคฺคา, สพฺพโส กามสํโยชนานํ อนธิฏฺฐานา, ปวิเวกาย ปีติยา สมติกฺกมา, นิรามิสสฺส สุขสฺส สมติกฺกมา, อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมติกฺกมา – ‘สนฺโตหมสฺมิ, นิพฺพุโตหมสฺมิ, อนุปาทาโนหมสฺมี’ติ สมนุปสฺสติ; อทฺธา อยมายสฺมา นิพฺพานสปฺปายํเยว ปฏิปทํ อภิวทติ. อถ จ ปนายํ ภวํ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา ปุพฺพนฺตานุทิฏฺฐึ วา อุปาทิยมาโน อุปาทิยติ, อปรนฺตานุทิฏฺฐึ วา อุปาทิยมาโน อุปาทิยติ, กามสํโยชนํ วา อุปาทิยมาโน อุปาทิยติ, ปวิเวกํ วา ปีตึ อุปาทิยมาโน อุปาทิยติ, นิรามิสํ วา สุขํ อุปาทิยมาโน อุปาทิยติ, อทุกฺขมสุขํ วา เวทนํ อุปาทิยมาโน อุปาทิยติ. ยญฺจ โข อยมายสฺมา – ‘สนฺโตหมสฺมิ, นิพฺพุโตหมสฺมิ, อนุปาทาโนหมสฺมี’ติ สมนุปสฺสติ ตทปิ อิมสฺส โภโต สมณสฺส พฺราหฺมณสฺส อุปาทานมกฺขายติ. ‘ตยิทํ สงฺขตํ โอฬาริกํ อตฺถิ โข ปน สงฺขารานํ นิโรโธ อตฺเถต’นฺติ – อิติ วิทิตฺวา ตสฺส นิสฺสรณทสฺสาวี ตถาคโต ตทุปาติวตฺโต.

‘‘อิทํ โข ปน, ภิกฺขเว, ตถาคเตน อนุตฺตรํ สนฺติวรปทํ อภิสมฺพุทฺธํ ยทิทํ – ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ วิทิตฺวา [อนุปาทาวิโมกฺโข. ตยิทํ ภิกฺขเว ตถาคเตน อนุตฺตรํ สนฺติวรปทํ อภิสมฺพุทฺธํ, ยทิทํ ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ วิทิตฺวา อนุปาทาวิโมกฺโขติ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] อนุปาทาวิโมกฺโข’’ติ [อนุปาทาวิโมกฺโข. ตยิทํ ภิกฺขเว ตถาคเตน อนุตฺตรํ สนฺติวรปทํ อภิสมฺพุทฺธํ, ยทิทํ ฉนฺนํ ผสฺสายตนํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ วิทิตฺวา อนุปาทาวิโมกฺโขติ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)].

อิทมโวจ ภควา. อตฺตมนา เต ภิกฺขู ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทุนฺติ.

ปญฺจตฺตยสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ ทุติยํ.

๓. กินฺติสุตฺตํ

๓๔. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา ปิสินารายํ [กุสินารายํ (สี.)] วิหรติ พลิหรเณ วนสณฺเฑ. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ – ‘‘กินฺติ โว, ภิกฺขเว, มยิ โหติ – ‘จีวรเหตุ วา สมโณ โคตโม ธมฺมํ เทเสติ, ปิณฺฑปาตเหตุ วา สมโณ โคตโม ธมฺมํ เทเสติ, เสนาสนเหตุ วา สมโณ โคตโม ธมฺมํ เทเสติ, อิติภวาภวเหตุ วา สมโณ โคตโม ธมฺมํ เทเสตี’’’ติ? ‘‘น โข โน, ภนฺเต, ภควติ เอวํ โหติ – ‘จีวรเหตุ วา สมโณ โคตโม ธมฺมํ เทเสติ, ปิณฺฑปาตเหตุ วา สมโณ โคตโม ธมฺมํ เทเสติ, เสนาสนเหตุ วา สมโณ โคตโม ธมฺมํ เทเสติ, อิติภวาภวเหตุ วา สมโณ โคตโม ธมฺมํ เทเสตี’’’ติ.

‘‘น จ กิร โว, ภิกฺขเว, มยิ เอวํ โหติ – ‘จีวรเหตุ วา สมโณ โคตโม ธมฺมํ เทเสติ…เป… อิติภวาภวเหตุ วา สมโณ โคตโม ธมฺมํ เทเสตี’ติ; อถ กินฺติ จรหิ โว [อถ กินฺติ โว (สี. ปี.), อถ กิญฺจรหิ โว (ก.)], ภิกฺขเว, มยิ โหตี’’ติ? ‘‘เอวํ โข โน, ภนฺเต, ภควติ โหติ – ‘อนุกมฺปโก ภควา หิเตสี; อนุกมฺปํ อุปาทาย ธมฺมํ เทเสตี’’’ติ. ‘‘เอวญฺจ [เอวํ (สี. ปี.)] กิร โว, ภิกฺขเว, มยิ โหติ – ‘อนุกมฺปโก ภควา หิเตสี; อนุกมฺปํ อุปาทาย ธมฺมํ เทเสตี’’’ติ.

๓๕. ‘‘ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เย โว [เย เต (ก.)] มยา ธมฺมา อภิญฺญา เทสิตา, เสยฺยถิทํ – จตฺตาโร สติปฏฺฐานา จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา จตฺตาโร อิทฺธิปาทา ปญฺจินฺทฺริยานิ ปญฺจ พลานิ สตฺต โพชฺฌงฺคา อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค, ตตฺถ สพฺเพเหว สมคฺเคหิ สมฺโมทมาเนหิ อวิวทมาเนหิ สิกฺขิตพฺพํ. เตสญฺจ โว, ภิกฺขเว, สมคฺคานํ สมฺโมทมานานํ อวิวทมานานํ สิกฺขตํ สิยํสุ [สิยุํ (สี. สฺยา. กํ.) สทฺทนีติ โอโลเกตพฺพา] เทฺว ภิกฺขู อภิธมฺเม นานาวาทา. ตตฺร เจ ตุมฺหากํ เอวมสฺส – ‘อิเมสํ โข อายสฺมนฺตานํ อตฺถโต เจว นานํ พฺยญฺชนโต จ นาน’นฺติ, ตตฺถ ยํ ภิกฺขุํ สุวจตรํ [สุพฺพจตรํ (ก.)] มญฺเญยฺยาถ โส อุปสงฺกมิตฺวา เอวมสฺส วจนีโย – ‘อายสฺมนฺตานํ โข อตฺถโต เจว นานํ, พฺยญฺชนโต จ นานํ. ตทมินาเปตํ [ตทิมินาเปตํ (สฺยา. กํ.)] อายสฺมนฺโต ชานาถ – ยถา อตฺถโต เจว นานํ, พฺยญฺชนโต จ นานํ. มายสฺมนฺโต วิวาทํ อาปชฺชิตฺถา’ติ. อถาปเรสํ เอกโตปกฺขิกานํ ภิกฺขูนํ ยํ ภิกฺขุํ สุวจตรํ มญฺเญยฺยาถ โส อุปสงฺกมิตฺวา เอวมสฺส วจนีโย – ‘อายสฺมนฺตานํ โข อตฺถโต เจว นานํ, พฺยญฺชนโต จ นานํ. ตทมินาเปตํ อายสฺมนฺโต ชานาถ – ยถา อตฺถโต เจว นานํ, พฺยญฺชนโต จ นานํ. มายสฺมนฺโต วิวาทํ อาปชฺชิตฺถา’ติ. อิติ ทุคฺคหิตํ ทุคฺคหิตโต ธาเรตพฺพํ, สุคฺคหิตํ สุคฺคหิตโต ธาเรตพฺพํ. ทุคฺคหิตํ ทุคฺคหิตโต ธาเรตฺวา สุคฺคหิตํ สุคฺคหิตโต ธาเรตฺวา [อิติ ทุคฺคหิตํ ทุคฺคหิตโต ธาเรตพฺพํ, ทุคฺคหิตํ ทุคฺคหิตโต ธาเรตฺวา (สี. สฺยา. กํ. ปี.) อนนฺตรวารตฺตเย ปน อิทํ ปาฐนานตฺตํ นตฺถิ] โย ธมฺโม โย วินโย โส ภาสิตพฺโพ.

๓๖. ‘‘ตตฺร เจ ตุมฺหากํ เอวมสฺส – ‘อิเมสํ โข อายสฺมนฺตานํ อตฺถโต หิ โข นานํ, พฺยญฺชนโต สเมตี’ติ, ตตฺถ ยํ ภิกฺขุํ สุวจตรํ มญฺเญยฺยาถ โส อุปสงฺกมิตฺวา เอวมสฺส วจนีโย – ‘อายสฺมนฺตานํ โข อตฺถโต หิ นานํ, พฺยญฺชนโต สเมติ. ตทมินาเปตํ อายสฺมนฺโต ชานาถ – ยถา อตฺถโต หิ โข นานํ, พฺยญฺชนโต สเมติ. มายสฺมนฺโต วิวาทํ อาปชฺชิตฺถา’ติ. อถาปเรสํ เอกโตปกฺขิกานํ ภิกฺขูนํ ยํ ภิกฺขุํ สุวจตรํ มญฺเญยฺยาถ โส อุปสงฺกมิตฺวา เอวมสฺส วจนีโย – ‘อายสฺมนฺตานํ โข อตฺถโต หิ โข นานํ, พฺยญฺชนโต สเมติ. ตทมินาเปตํ อายสฺมนฺโต ชานาถ – ยถา อตฺถโต หิ โข นานํ, พฺยญฺชนโต สเมติ. มายสฺมนฺโต วิวาทํ อาปชฺชิตฺถา’ติ. อิติ ทุคฺคหิตํ ทุคฺคหิตโต ธาเรตพฺพํ, สุคฺคหิตํ สุคฺคหิตโต ธาเรตพฺพํ. ทุคฺคหิตํ ทุคฺคหิตโต ธาเรตฺวา สุคฺคหิตํ สุคฺคหิตโต ธาเรตฺวา โย ธมฺโม โย วินโย โส ภาสิตพฺโพ.

๓๗. ‘‘ตตฺร เจ ตุมฺหากํ เอวมสฺส – ‘อิเมสํ โข อายสฺมนฺตานํ อตฺถโต หิ โข สเมติ, พฺยญฺชนโต นาน’นฺติ, ตตฺถ ยํ ภิกฺขุํ สุวจตรํ มญฺเญยฺยาถ โส อุปสงฺกมิตฺวา เอวมสฺส วจนีโย – ‘อายสฺมนฺตานํ โข อตฺถโต หิ สเมติ, พฺยญฺชนโต นานํ. ตทมินาเปตํ อายสฺมนฺโต ชานาถ – ยถา อตฺถโต หิ โข สเมติ, พฺยญฺชนโต นานํ. อปฺปมตฺตกํ โข ปเนตํ ยทิทํ – พฺยญฺชนํ. มายสฺมนฺโต อปฺปมตฺตเก วิวาทํ อาปชฺชิตฺถา’ติ. อถาปเรสํ เอกโตปกฺขิกานํ ภิกฺขูนํ ยํ ภิกฺขุํ สุวจตรํ มญฺเญยฺยาถ โส อุปสงฺกมิตฺวา เอวมสฺส วจนีโย – ‘อายสฺมนฺตานํ โข อตฺถโต หิ สเมติ, พฺยญฺชนโต นานํ. ตทมินาเปตํ อายสฺมนฺโต ชานาถ – ยถา อตฺถโต หิ โข สเมติ, พฺยญฺชนโต นานํ. อปฺปมตฺตกํ โข ปเนตํ ยทิทํ – พฺยญฺชนํ. มายสฺมนฺโต อปฺปมตฺตเก [อปฺปมตฺตเกหิ (สี. ปี.)] วิวาทํ อาปชฺชิตฺถา’ติ. อิติ สุคฺคหิตํ สุคฺคหิตโต ธาเรตพฺพํ, ทุคฺคหิตํ ทุคฺคหิตโต ธาเรตพฺพํ. สุคฺคหิตํ สุคฺคหิตโต ธาเรตฺวา ทุคฺคหิตํ ทุคฺคหิตโต ธาเรตฺวา โย ธมฺโม โย วินโย โส ภาสิตพฺโพ.

๓๘. ‘‘ตตฺร เจ ตุมฺหากํ เอวมสฺส – ‘อิเมสํ โข อายสฺมนฺตานํ อตฺถโต เจว สเมติ พฺยญฺชนโต จ สเมตี’ติ, ตตฺถ ยํ ภิกฺขุํ สุวจตรํ มญฺเญยฺยาถ โส อุปสงฺกมิตฺวา เอวมสฺส วจนีโย – ‘อายสฺมนฺตานํ โข อตฺถโต เจว สเมติ, พฺยญฺชนโต จ สเมติ. ตทมินาเปตํ อายสฺมนฺโต ชานาถ – ยถา อตฺถโต เจว สเมติ พฺยญฺชนโต จ สเมติ. มายสฺมนฺโต วิวาทํ อาปชฺชิตฺถา’ติ. อถาปเรสํ เอกโตปกฺขิกานํ ภิกฺขูนํ ยํ ภิกฺขุํ สุวจตรํ มญฺเญยฺยาถ โส อุปสงฺกมิตฺวา เอวมสฺส วจนีโย – ‘อายสฺมนฺตานํ โข อตฺถโต เจว สเมติ พฺยญฺชนโต จ สเมติ. ตทมินาเปตํ อายสฺมนฺโต ชานาถ – ยถา อตฺถโต เจว สเมติ พฺยญฺชนโต จ สเมติ. มายสฺมนฺโต วิวาทํ อาปชฺชิตฺถา’ติ. อิติ สุคฺคหิตํ สุคฺคหิตโต ธาเรตพฺพํ. สุคฺคหิตํ สุคฺคหิตโต ธาเรตฺวา โย ธมฺโม โย วินโย โส ภาสิตพฺโพ.

๓๙. ‘‘เตสญฺจ โว, ภิกฺขเว, สมคฺคานํ สมฺโมทมานานํ อวิวทมานานํ สิกฺขตํ สิยา อญฺญตรสฺส ภิกฺขุโน อาปตฺติ สิยา วีติกฺกโม, ตตฺร, ภิกฺขเว, น โจทนาย ตริตพฺพํ [โจทิตพฺพํ (สฺยา. กํ. ก.) ตุริตพฺพํ (?)]. ปุคฺคโล อุปปริกฺขิตพฺโพ – ‘อิติ มยฺหญฺจ อวิเหสา ภวิสฺสติ ปรสฺส จ ปุคฺคลสฺส อนุปฆาโต, ปโร หิ ปุคฺคโล อกฺโกธโน อนุปนาหี อทฬฺหทิฏฺฐี สุปฺปฏินิสฺสคฺคี, สกฺโกมิ จาหํ เอตํ ปุคฺคลํ อกุสลา วุฏฺฐาเปตฺวา กุสเล ปติฏฺฐาเปตุ’นฺติ. สเจ, ภิกฺขเว, เอวมสฺส, กลฺลํ วจนาย.

‘‘สเจ ปน, ภิกฺขเว, เอวมสฺส – ‘มยฺหํ โข อวิเหสา ภวิสฺสติ ปรสฺส จ ปุคฺคลสฺส อุปฆาโต, ปโร หิ ปุคฺคโล โกธโน อุปนาหี อทฬฺหทิฏฺฐี สุปฺปฏินิสฺสคฺคี, สกฺโกมิ จาหํ เอตํ ปุคฺคลํ อกุสลา วุฏฺฐาเปตฺวา กุสเล ปติฏฺฐาเปตุํ. อปฺปมตฺตกํ โข ปเนตํ ยทิทํ – ปรสฺส [ยทิทํ มยฺหญฺจ วิเหสา ภวิสฺสติ ปรสฺส จ (ก.)] ปุคฺคลสฺส อุปฆาโต. อถ โข เอตเทว พหุตรํ – สฺวาหํ สกฺโกมิ เอตํ ปุคฺคลํ อกุสลา วุฏฺฐาเปตฺวา กุสเล ปติฏฺฐาเปตุ’นฺติ. สเจ, ภิกฺขเว, เอวมสฺส, กลฺลํ วจนาย.

‘‘สเจ ปน, ภิกฺขเว, เอวมสฺส – ‘มยฺหํ โข วิเหสา ภวิสฺสติ ปรสฺส จ ปุคฺคลสฺส อนุปฆาโต. ปโร หิ ปุคฺคโล อกฺโกธโน อนุปนาหี ทฬฺหทิฏฺฐี ทุปฺปฏินิสฺสคฺคี, สกฺโกมิ จาหํ เอตํ ปุคฺคลํ อกุสลา วุฏฺฐาเปตฺวา กุสเล ปติฏฺฐาเปตุํ. อปฺปมตฺตกํ โข ปเนตํ ยทิทํ – มยฺหํ วิเหสา [มยฺหญฺจ วิเหสา ภวิสฺสติ ปรสฺส จ ปุคฺคลสฺส อุปฆาโต (ก.)]. อถ โข เอตเทว พหุตรํ – สฺวาหํ สกฺโกมิ เอตํ ปุคฺคลํ อกุสลา วุฏฺฐาเปตฺวา กุสเล ปติฏฺฐาเปตุ’นฺติ. สเจ, ภิกฺขเว, เอวมสฺส, กลฺลํ วจนาย.

‘‘สเจ ปน, ภิกฺขเว, เอวมสฺส – ‘มยฺหญฺจ โข วิเหสา ภวิสฺสติ ปรสฺส จ ปุคฺคลสฺส อุปฆาโต. ปโร หิ ปุคฺคโล โกธโน อุปนาหี ทฬฺหทิฏฺฐี ทุปฺปฏินิสฺสคฺคี, สกฺโกมิ จาหํ เอตํ ปุคฺคลํ อกุสลา วุฏฺฐาเปตฺวา กุสเล ปติฏฺฐาเปตุํ. อปฺปมตฺตกํ โข ปเนตํ ยทิทํ – มยฺหญฺจ วิเหสา ภวิสฺสติ ปรสฺส จ ปุคฺคลสฺส อุปฆาโต. อถ โข เอตเทว พหุตรํ – สฺวาหํ สกฺโกมิ เอตํ ปุคฺคลํ อกุสลา วุฏฺฐาเปตฺวา กุสเล ปติฏฺฐาเปตุ’นฺติ. สเจ, ภิกฺขเว, เอวมสฺส, กลฺลํ วจนาย.

‘‘สเจ ปน, ภิกฺขเว, เอวมสฺส – ‘มยฺหญฺจ โข วิเหสา ภวิสฺสติ ปรสฺส จ ปุคฺคลสฺส อุปฆาโต. ปโร หิ ปุคฺคโล โกธโน อุปนาหี ทฬฺหทิฏฺฐี ทุปฺปฏินิสฺสคฺคี, น จาหํ สกฺโกมิ เอตํ ปุคฺคลํ อกุสลา วุฏฺฐาเปตฺวา กุสเล ปติฏฺฐาเปตุ’นฺติ. เอวรูเป, ภิกฺขเว, ปุคฺคเล อุเปกฺขา นาติมญฺญิตพฺพา.

๔๐. ‘‘เตสญฺจ โว, ภิกฺขเว, สมคฺคานํ สมฺโมทมานานํ อวิวทมานานํ สิกฺขตํ อญฺญมญฺญสฺส วจีสํหาโร [วจีสงฺขาโร (สี. ปี.)] อุปฺปชฺเชยฺย ทิฏฺฐิปฬาโส [ทิฏฺฐิปลาโส (สี. ก.)] เจตโส อาฆาโต อปฺปจฺจโย อนภิรทฺธิ. ตตฺถ เอกโตปกฺขิกานํ ภิกฺขูนํ ยํ ภิกฺขุํ สุวจตรํ มญฺเญยฺยาถ โส อุปสงฺกมิตฺวา เอวมสฺส วจนีโย – ‘ยํ โน, อาวุโส, อมฺหากํ สมคฺคานํ สมฺโมทมานานํ อวิวทมานานํ สิกฺขตํ อญฺญมญฺญสฺส วจีสํหาโร อุปฺปนฺโน ทิฏฺฐิปฬาโส เจตโส อาฆาโต อปฺปจฺจโย อนภิรทฺธิ, ตํ ชานมาโน สมโณ ครเหยฺยา’ติ [สมาโน (สี. ก.)]. สมฺมา พฺยากรมาโน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ พฺยากเรยฺย – ‘ยํ โน, อาวุโส, อมฺหากํ สมคฺคานํ สมฺโมทมานานํ อวิวทมานานํ สิกฺขตํ อญฺญมญฺญสฺส วจีสํหาโร อุปฺปนฺโน ทิฏฺฐิปฬาโส เจตโส อาฆาโต อปฺปจฺจโย อนภิรทฺธิ, ตํ ชานมาโน สมโณ ครเหยฺยาติ. เอตํ ปนาวุโส, ธมฺมํ อปฺปหาย นิพฺพานํ สจฺฉิกเรยฺยา’ติ. สมฺมา พฺยากรมาโน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ พฺยากเรยฺย – ‘เอตํ, อาวุโส, ธมฺมํ อปฺปหาย น นิพฺพานํ สจฺฉิกเรยฺยา’ติ.

‘‘อถาปเรสํ เอกโตปกฺขิกานํ ภิกฺขูนํ ยํ ภิกฺขุํ สุวจตรํ มญฺเญยฺยาถ, โส อุปสงฺกมิตฺวา เอวมสฺส วจนีโย – ‘ยํ โน, อาวุโส, อมฺหากํ สมคฺคานํ สมฺโมทมานานํ อวิวทมานานํ สิกฺขตํ อญฺญมญฺญสฺส วจีสํหาโร อุปฺปนฺโน ทิฏฺฐิปฬาโส เจตโส อาฆาโต อปฺปจฺจโย อนภิรทฺธิ, ตํ ชานมาโน สมโณ ครเหยฺยา’ติ. สมฺมา พฺยากรมาโน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ พฺยากเรยฺย – ‘ยํ โน, อาวุโส, อมฺหากํ สมคฺคานํ สมฺโมทมานานํ อวิวทมานานํ สิกฺขตํ อญฺญมญฺญสฺส วจีสํหาโร อุปฺปนฺโน ทิฏฺฐิปฬาโส เจตโส อาฆาโต อปฺปจฺจโย อนภิรทฺธิ ตํ ชานมาโน สมโณ ครเหยฺยาติ. เอตํ ปนาวุโส, ธมฺมํ อปฺปหาย นิพฺพานํ สจฺฉิกเรยฺยา’ติ. สมฺมา พฺยากรมาโน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ พฺยากเรยฺย – ‘เอตํ โข, อาวุโส, ธมฺมํ อปฺปหาย น นิพฺพานํ สจฺฉิกเรยฺยา’’’ติ.

‘‘ตํ เจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุํ ปเร เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ – ‘อายสฺมตา โน เอเต ภิกฺขู อกุสลา วุฏฺฐาเปตฺวา กุสเล ปติฏฺฐาปิตา’ติ? สมฺมา พฺยากรมาโน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เอวํ พฺยากเรยฺย – ‘อิธาหํ, อาวุโส, เยน ภควา เตนุปสงฺกมึ, ตสฺส เม ภควา ธมฺมํ เทเสสิ, ตาหํ ธมฺมํ สุตฺวา เตสํ ภิกฺขูนํ อภาสึ. ตํ เต ภิกฺขู ธมฺมํ สุตฺวา อกุสลา วุฏฺฐหึสุ, กุสเล ปติฏฺฐหึสู’ติ. เอวํ พฺยากรมาโน โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ น เจว อตฺตานํ อุกฺกํเสติ, น ปรํ วมฺเภติ, ธมฺมสฺส จานุธมฺมํ พฺยากโรติ, น จ โกจิ สหธมฺมิโก วาทานุวาโท คารยฺหํ ฐานํ อาคจฺฉตี’’ติ.

อิทมโวจ ภควา. อตฺตมนา เต ภิกฺขู ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทุนฺติ.

กินฺติสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ ตติยํ.

๔. สามคามสุตฺตํ

๔๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สกฺเกสุ วิหรติ สามคาเม. เตน โข ปน สมเยน นิคณฺโฐ นาฏปุตฺโต [นาถปุตฺโต (สี. ปี.)] ปาวายํ อธุนากาลงฺกโต [กาลกโต (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] โหติ. ตสฺส กาลงฺกิริยาย ภินฺนา นิคณฺฐา เทฺวธิกชาตา [เทฺวฬฺหกชาตา (สฺยา. กํ. ก.)] ภณฺฑนชาตา กลหชาตา วิวาทาปนฺนา อญฺญมญฺญํ มุขสตฺตีหิ วิตุทนฺตา วิหรนฺติ – ‘‘น ตฺวํ อิมํ ธมฺมวินยํ อาชานาสิ, อหํ อิมํ ธมฺมวินยํ อาชานามิ. กึ ตฺวํ อิมํ ธมฺมวินยํ อาชานิสฺสสิ! มิจฺฉาปฏิปนฺโน ตฺวมสิ, อหมสฺมิ สมฺมาปฏิปนฺโน. สหิตํ เม, อสหิตํ เต. ปุเรวจนียํ ปจฺฉา อวจ, ปจฺฉาวจนียํ ปุเร อวจ. อธิจิณฺณํ [อวิจิณฺณํ (สี. ปี.)] เต วิปราวตฺตํ. อาโรปิโต เต วาโท. นิคฺคหิโตสิ, จร วาทปฺปโมกฺขาย; นิพฺเพเฐหิ วา สเจ ปโหสี’’ติ. วโธเยว โข [วโธเยเวโก (สฺยา. กํ. ก.)] มญฺเญ นิคณฺเฐสุ นาฏปุตฺติเยสุ วตฺตติ. เยปิ นิคณฺฐสฺส นาฏปุตฺตสฺส สาวกา คิหี โอทาตวสนา เตปิ นิคณฺเฐสุ นาฏปุตฺติเยสุ นิพฺพินฺนรูปา [นิพฺพินฺทรูปา (สฺยา. กํ. ก.)] วิรตฺตรูปา ปฏิวานรูปา ยถา ตํ ทุรกฺขาเต ธมฺมวินเย ทุปฺปเวทิเต อนิยฺยานิเก อนุปสมสํวตฺตนิเก อสมฺมาสมฺพุทฺธปฺปเวทิเต ภินฺนถูเป อปฺปฏิสรเณ.

๔๒. อถ โข จุนฺโท สมณุทฺเทโส ปาวายํ วสฺสํวุฏฺโฐ [วสฺสํวุตฺโถ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] เยน สามคาโม เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข จุนฺโท สมณุทฺเทโส อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ – ‘‘นิคณฺโฐ, ภนฺเต, นาฏปุตฺโต ปาวายํ อธุนากาลงฺกโต. ตสฺส กาลงฺกิริยาย ภินฺนา นิคณฺฐา เทฺวธิกชาตา…เป… ภินฺนถูเป อปฺปฏิสรเณ’’ติ. เอวํ วุตฺเต, อายสฺมา อานนฺโท จุนฺทํ สมณุทฺเทสํ เอตทโวจ – ‘‘อตฺถิ โข อิทํ, อาวุโส จุนฺท, กถาปาภตํ ภควนฺตํ ทสฺสนาย. อายาม, อาวุโส จุนฺท, เยน ภควา เตนุปสงฺกมิสฺสาม; อุปสงฺกมิตฺวา เอตมตฺถํ ภควโต อาโรเจสฺสามา’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข จุนฺโท สมณุทฺเทโส อายสฺมโต อานนฺทสฺส ปจฺจสฺโสสิ.

อถ โข อายสฺมา จ อานนฺโท จุนฺโท จ สมณุทฺเทโส เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อยํ, ภนฺเต, จุนฺโท สมณุทฺเทโส เอวมาห – ‘นิคณฺโฐ, ภนฺเต, นาฏปุตฺโต ปาวายํ อธุนากาลงฺกโต. ตสฺส กาลงฺกิริยาย ภินฺนา นิคณฺฐา เทฺวธิกชาตา…เป… ภินฺนถูเป อปฺปฏิสรเณ’ติ. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, เอวํ โหติ – ‘มาเหว ภควโต อจฺจเยน สงฺเฆ วิวาโท อุปฺปชฺชิ; สฺวาสฺส [โส (สี. ปี.), สฺวายํ (ก.)] วิวาโท พหุชนาหิตาย พหุชนาสุขาย พหุโน ชนสฺส อนตฺถาย อหิตาย ทุกฺขาย เทวมนุสฺสาน’’’นฺติ.

๔๓. ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, อานนฺท, เย โว มยา ธมฺมา อภิญฺญา เทสิตา, เสยฺยถิทํ – จตฺตาโร สติปฏฺฐานา จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา จตฺตาโร อิทฺธิปาทา ปญฺจินฺทฺริยานิ ปญฺจ พลานิ สตฺต โพชฺฌงฺคา อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค, ปสฺสสิ โน ตฺวํ, อานนฺท, อิเมสุ ธมฺเมสุ เทฺวปิ ภิกฺขู นานาวาเท’’ติ? ‘‘เย เม, ภนฺเต, ธมฺมา ภควตา อภิญฺญา เทสิตา, เสยฺยถิทํ – จตฺตาโร สติปฏฺฐานา จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา จตฺตาโร อิทฺธิปาทา ปญฺจินฺทฺริยานิ ปญฺจ พลานิ สตฺต โพชฺฌงฺคา อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค, นาหํ ปสฺสามิ อิเมสุ ธมฺเมสุ เทฺวปิ ภิกฺขู นานาวาเท. เย จ โข [สนฺติ จ โข (สฺยา. กํ.), สนฺติ จ (ก.)], ภนฺเต, ปุคฺคลา ภควนฺตํ ปติสฺสยมานรูปา วิหรนฺติ เตปิ ภควโต อจฺจเยน สงฺเฆ วิวาทํ ชเนยฺยุํ อชฺฌาชีเว วา อธิปาติโมกฺเข วา. สฺวาสฺส [โสสฺส (สี. ปี.), สฺวายํ (ก.)] วิวาโท พหุชนาหิตาย พหุชนาสุขาย พหุโน ชนสฺส อนตฺถาย อหิตาย ทุกฺขาย เทวมนุสฺสาน’’นฺติ. อปฺปมตฺตโก โส, อานนฺท, วิวาโท ยทิทํ – อชฺฌาชีเว วา อธิปาติโมกฺเข วา. มคฺเค วา หิ, อานนฺท, ปฏิปทาย วา สงฺเฆ วิวาโท อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺเชยฺย; สฺวาสฺส วิวาโท พหุชนาหิตาย พหุชนาสุขาย พหุโน ชนสฺส อนตฺถาย อหิตาย ทุกฺขาย เทวมนุสฺสานํ.

๔๔. ‘‘ฉยิมานิ, อานนฺท, วิวาทมูลานิ. กตมานิ ฉ? อิธานนฺท, ภิกฺขุ โกธโน โหติ อุปนาหี. โย โส, อานนฺท, ภิกฺขุ โกธโน โหติ อุปนาหี โส สตฺถริปิ อคารโว วิหรติ อปฺปติสฺโส, ธมฺเมปิ อคารโว วิหรติ อปฺปติสฺโส, สงฺเฆปิ อคารโว วิหรติ อปฺปติสฺโส, สิกฺขายปิ น ปริปูรการี โหติ. โย โส, อานนฺท, ภิกฺขุ สตฺถริ อคารโว วิหรติ อปฺปติสฺโส, ธมฺเม… สงฺเฆ อคารโว วิหรติ อปฺปติสฺโส, สิกฺขาย น ปริปูรการี โหติ, โส สงฺเฆ วิวาทํ ชเนติ; โย โหติ วิวาโท พหุชนาหิตาย พหุชนาสุขาย, พหุโน ชนสฺส อนตฺถาย อหิตาย ทุกฺขาย เทวมนุสฺสานํ. เอวรูปญฺเจ ตุเมฺห, อานนฺท, วิวาทมูลํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา สมนุปสฺเสยฺยาถ, ตตฺร ตุเมฺห, อานนฺท, ตสฺเสว ปาปกสฺส วิวาทมูลสฺส ปหานาย วายเมยฺยาถ. เอวรูปญฺเจ ตุเมฺห, อานนฺท, วิวาทมูลํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา น สมนุปสฺเสยฺยาถ. ตตฺร ตุเมฺห, อานนฺท, ตสฺเสว ปาปกสฺส วิวาทมูลสฺส อายตึ อนวสฺสวาย ปฏิปชฺเชยฺยาถ. เอวเมตสฺส ปาปกสฺส วิวาทมูลสฺส ปหานํ โหติ, เอวเมตสฺส ปาปกสฺส วิวาทมูลสฺส อายตึ อนวสฺสโว โหติ.

๔๕. ‘‘ปุน จปรํ, อานนฺท, ภิกฺขุ มกฺขี โหติ ปฬาสี…เป… อิสฺสุกี โหติ มจฺฉรี…เป… สโฐ โหติ มายาวี…เป… ปาปิจฺโฉ โหติ มิจฺฉาทิฏฺฐิ [มิจฺฉาทิฏฺฐี (สฺยา. กํ. ปี. ก.)] …เป… สนฺทิฏฺฐิปรามาสี โหติ อาธานคฺคาหี ทุปฺปฏินิสฺสคฺคี. โย โส, อานนฺท, ภิกฺขุ สนฺทิฏฺฐิปรามาสี โหติ อาธานคฺคาหี ทุปฺปฏินิสฺสคฺคี โส สตฺถริปิ อคารโว วิหรติ อปฺปติสฺโส, ธมฺเมปิ อคารโว วิหรติ อปฺปติสฺโส, สงฺเฆปิ อคารโว วิหรติ อปฺปติสฺโส, สิกฺขายปิ น ปริปูรการี โหติ. โย โส, อานนฺท, ภิกฺขุ สตฺถริ อคารโว วิหรติ อปฺปติสฺโส, ธมฺเม… สงฺเฆ… สิกฺขาย น ปริปูรการี โหติ โส สงฺเฆ วิวาทํ ชเนติ; โย โหติ วิวาโท พหุชนาหิตาย พหุชนาสุขาย, พหุโน ชนสฺส อนตฺถาย อหิตาย ทุกฺขาย เทวมนุสฺสานํ. เอวรูปญฺเจ ตุเมฺห, อานนฺท, วิวาทมูลํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา สมนุปสฺเสยฺยาถ. ตตฺร ตุเมฺห, อานนฺท, ตสฺเสว ปาปกสฺส วิวาทมูลสฺส ปหานาย วายเมยฺยาถ. เอวรูปญฺเจ ตุเมฺห, อานนฺท, วิวาทมูลํ อชฺฌตฺตํ วา พหิทฺธา วา น สมนุปสฺเสยฺยาถ, ตตฺร ตุเมฺห, อานนฺท, ตสฺเสว ปาปกสฺส วิวาทมูลสฺส อายตึ อนวสฺสวาย ปฏิปชฺเชยฺยาถ. เอวเมตสฺส ปาปกสฺส วิวาทมูลสฺส ปหานํ โหติ, เอวเมตสฺส ปาปกสฺส วิวาทมูลสฺส อายตึ อนวสฺสโว โหติ. อิมานิ โข, อานนฺท, ฉ วิวาทมูลานิ.

๔๖. ‘‘จตฺตาริมานิ, อานนฺท, อธิกรณานิ. กตมานิ จตฺตาริ? วิวาทาธิกรณํ, อนุวาทาธิกรณํ, อาปตฺตาธิกรณํ, กิจฺจาธิกรณํ – อิมานิ โข, อานนฺท, จตฺตาริ อธิกรณานิ. สตฺต โข ปนิเม, อานนฺท, อธิกรณสมถา – อุปฺปนฺนุปฺปนฺนานํ อธิกรณานํ สมถาย วูปสมาย สมฺมุขาวินโย ทาตพฺโพ, สติวินโย ทาตพฺโพ, อมูฬฺหวินโย ทาตพฺโพ, ปฏิญฺญาย กาเรตพฺพํ, เยภุยฺยสิกา, ตสฺสปาปิยสิกา, ติณวตฺถารโก.

๔๗. ‘‘กถญฺจานนฺท, สมฺมุขาวินโย โหติ? อิธานนฺท, ภิกฺขู วิวทนฺติ ธมฺโมติ วา อธมฺโมติ วา วินโยติ วา อวินโยติ วา. เตหานนฺท, ภิกฺขูหิ สพฺเพเหว สมคฺเคหิ สนฺนิปติตพฺพํ. สนฺนิปติตฺวา ธมฺมเนตฺติ สมนุมชฺชิตพฺพา. ธมฺมเนตฺตึ สมนุมชฺชิตฺวา ยถา ตตฺถ สเมติ ตถา ตํ อธิกรณํ วูปสเมตพฺพํ. เอวํ โข, อานนฺท, สมฺมุขาวินโย โหติ; เอวญฺจ ปนิเธกจฺจานํ อธิกรณานํ วูปสโม โหติ ยทิทํ – สมฺมุขาวินเยน.

๔๘. ‘‘กถญฺจานนฺท, เยภุยฺยสิกา โหติ? เต เจ, อานนฺท, ภิกฺขู น สกฺโกนฺติ ตํ อธิกรณํ ตสฺมึ อาวาเส วูปสเมตุํ. เตหานนฺท, ภิกฺขูหิ ยสฺมึ อาวาเส พหุตรา ภิกฺขู โส อาวาโส คนฺตพฺโพ. ตตฺถ สพฺเพเหว สมคฺเคหิ สนฺนิปติตพฺพํ. สนฺนิปติตฺวา ธมฺมเนตฺติ สมนุมชฺชิตพฺพา. ธมฺมเนตฺตึ สมนุมชฺชิตฺวา ยถา ตตฺถ สเมติ ตถา ตํ อธิกรณํ วูปสเมตพฺพํ. เอวํ โข, อานนฺท, เยภุยฺยสิกา โหติ, เอวญฺจ ปนิเธกจฺจานํ อธิกรณานํ วูปสโม โหติ ยทิทํ – เยภุยฺยสิกาย.

๔๙. ‘‘กถญฺจานนฺท, สติวินโย โหติ? อิธานนฺท, ภิกฺขู ภิกฺขุํ เอวรูปาย ครุกาย อาปตฺติยา โจเทนฺติ ปาราชิเกน วา ปาราชิกสามนฺเตน วา – ‘สรตายสฺมา เอวรูปึ [เอวรูปํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.) เอวรูปาย-อิติ วุจฺจมานวจเนน สเมติ. วินเยนปิ สํสนฺเทตพฺพํ] ครุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตา ปาราชิกํ วา ปาราชิกสามนฺตํ วา’ติ? โส เอวมาห – ‘น โข อหํ, อาวุโส, สรามิ เอวรูปึ ครุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตา ปาราชิกํ วา ปาราชิกสามนฺตํ วา’ติ. ตสฺส โข [ตสฺส โข เอวํ (สพฺพตฺถ)], อานนฺท, ภิกฺขุโน สติวินโย ทาตพฺโพ. เอวํ โข, อานนฺท, สติวินโย โหติ, เอวญฺจ ปนิเธกจฺจานํ อธิกรณานํ วูปสโม โหติ ยทิทํ – สติวินเยน.

๕๐. ‘‘กถญฺจานนฺท, อมูฬฺหวินโย โหติ? อิธานนฺท, ภิกฺขู ภิกฺขุํ เอวรูปาย ครุกาย อาปตฺติยา โจเทนฺติ ปาราชิเกน วา ปาราชิกสามนฺเตน วา – ‘สรตายสฺมา เอวรูปึ ครุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตา ปาราชิกํ วา ปาราชิกสามนฺตํ วา’ติ? (โส เอวมาห – ‘น โข อหํ, อาวุโส, สรามิ เอวรูปึ ครุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตา ปาราชิกํ วา ปาราชิกสามนฺตํ วา’ติ. ตเมนํ โส นิพฺเพเฐนฺตํ อติเวเฐติ – ‘อิงฺฆายสฺมา สาธุกเมว ชานาหิ ยทิ สรสิ เอวรูปึ ครุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตา ปาราชิกํ วา ปาราชิกสามนฺตํ วา’ติ.) [( ) เอตฺถนฺตเร ปาโฐ จูฬว. ๒๓๗ นตฺถิ ตสฺสปาปิยสิกาวาเรเอเวเตน ภวิตพฺพํ] โส เอวมาห – ‘อหํ โข, อาวุโส, อุมฺมาทํ ปาปุณึ เจตโส วิปริยาสํ. เตน เม อุมฺมตฺตเกน พหุํ อสฺสามณกํ อชฺฌาจิณฺณํ ภาสิตปริกฺกนฺตํ [ภาสิตปริกนฺตํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)]. นาหํ ตํ สรามิ. มูเฬฺหน เม เอตํ กต’นฺติ. ตสฺส โข [ตสฺส โข เอวํ (สฺยา. กํ. ก.)], อานนฺท, ภิกฺขุโน อมูฬฺหวินโย ทาตพฺโพ. เอวํ โข, อานนฺท, อมูฬฺหวินโย โหติ, เอวญฺจ ปนิเธกจฺจานํ อธิกรณานํ วูปสโม โหติ ยทิทํ – อมูฬฺหวินเยน.

๕๑. ‘‘กถญฺจานนฺท, ปฏิญฺญาตกรณํ โหติ? อิธานนฺท, ภิกฺขุ โจทิโต วา อโจทิโต วา อาปตฺตึ สรติ, วิวรติ อุตฺตานีกโรติ [อุตฺตานึ กโรติ (ก.)]. เตน, อานนฺท, ภิกฺขุนา วุฑฺฒตรํ ภิกฺขุํ [วุฑฺฒตโร ภิกฺขุ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ จีวรํ กตฺวา ปาเท วนฺทิตฺวา อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย – ‘อหํ, ภนฺเต, อิตฺถนฺนามํ อาปตฺตึ อาปนฺโน, ตํ ปฏิเทเสมี’ติ. โส เอวมาห – ‘ปสฺสสี’ติ? ‘อาม ปสฺสามี’ติ. ‘อายตึ สํวเรยฺยาสี’ติ. (‘สํวริสฺสามี’ติ.) [( ) วินเย นตฺถิ] เอวํ โข, อานนฺท, ปฏิญฺญาตกรณํ โหติ, เอวญฺจ ปนิเธกจฺจานํ อธิกรณานํ วูปสโม โหติ ยทิทํ – ปฏิญฺญาตกรเณน.

๕๒. ‘‘กถญฺจานนฺท, ตสฺสปาปิยสิกา โหติ? อิธานนฺท, ภิกฺขุ ภิกฺขุํ เอวรูปาย ครุกาย อาปตฺติยา โจเทติ ปาราชิเกน วา ปาราชิกสามนฺเตน วา – ‘สรตายสฺมา เอวรูปึ ครุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตา ปาราชิกํ วา ปาราชิกสามนฺตํ วา’ติ? โส เอวมาห – ‘น โข อหํ, อาวุโส, สรามิ เอวรูปึ ครุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตา ปาราชิกํ วา ปาราชิกสามนฺตํ วา’ติ. ตเมนํ โส นิพฺเพเฐนฺตํ อติเวเฐติ – ‘อิงฺฆายสฺมา สาธุกเมว ชานาหิ ยทิ สรสิ เอวรูปึ ครุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตา ปาราชิกํ วา ปาราชิกสามนฺตํ วา’ติ. โส เอวมาห – ‘น โข อหํ, อาวุโส, สรามิ เอวรูปึ ครุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตา ปาราชิกํ วา ปาราชิกสามนฺตํ วา; สรามิ จ โข อหํ, อาวุโส, เอวรูปึ อปฺปมตฺติกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตา’ติ. ตเมนํ โส นิพฺเพเฐนฺตํ อติเวเฐติ – ‘อิงฺฆายสฺมา สาธุกเมว ชานาหิ ยทิ สรสิ เอวรูปึ ครุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตา ปาราชิกํ วา ปาราชิกสามนฺตํ วา’ติ? โส เอวมาห – ‘อิมญฺหิ นามาหํ, อาวุโส, อปฺปมตฺติกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา อปุฏฺโฐ ปฏิชานิสฺสามิ. กึ ปนาหํ เอวรูปึ ครุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา ปาราชิกํ วา ปาราชิกสามนฺตํ วา ปุฏฺโฐ นปฏิชานิสฺสามี’ติ? โส เอวมาห – ‘อิมญฺหิ นาม ตฺวํ, อาวุโส, อปฺปมตฺติกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา อปุฏฺโฐ นปฏิชานิสฺสสิ, กึ ปน ตฺวํ เอวรูปึ ครุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา ปาราชิกํ วา ปาราชิกสามนฺตํ วา ปุฏฺโฐ [อปุฏฺโฐ (สฺยา. กํ. ก.)] ปฏิชานิสฺสสิ? อิงฺฆายสฺมา สาธุกเมว ชานาหิ ยทิ สรสิ เอวรูปึ ครุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตา ปาราชิกํ วา ปาราชิกสามนฺตํ วา’ติ. โส เอวมาห – ‘สรามิ โข อหํ, อาวุโส, เอวรูปึ ครุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตา ปาราชิกํ วา ปาราชิกสามนฺตํ วา. ทวา เม เอตํ วุตฺตํ, รวา เม เอตํ วุตฺตํ – นาหํ ตํ สรามิ เอวรูปึ ครุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชิตา ปาราชิกํ วา ปาราชิกสามนฺตํ วา’ติ. เอวํ โข, อานนฺท, ตสฺสปาปิยสิกา โหติ, เอวญฺจ ปนิเธกจฺจานํ อธิกรณานํ วูปสโม โหติ ยทิทํ – ตสฺสปาปิยสิกาย.

๕๓. ‘‘กถญฺจานนฺท, ติณวตฺถารโก โหติ? อิธานนฺท, ภิกฺขูนํ ภณฺฑนชาตานํ กลหชาตานํ วิวาทาปนฺนานํ วิหรตํ พหุํ อสฺสามณกํ อชฺฌาจิณฺณํ โหติ ภาสิตปริกฺกนฺตํ. เตหานนฺท, ภิกฺขูหิ สพฺเพเหว สมคฺเคหิ สนฺนิปติตพฺพํ. สนฺนิปติตฺวา เอกโตปกฺขิกานํ ภิกฺขูนํ พฺยตฺเตน [พฺยตฺตตเรน (สี. ปี. ก.)] ภิกฺขุนา อุฏฺฐายาสนา เอกํสํ จีวรํ กตฺวา อญฺชลึ ปณาเมตฺวา สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ –

‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ. อิทํ อมฺหากํ ภณฺฑนชาตานํ กลหชาตานํ วิวาทาปนฺนานํ วิหรตํ พหุํ อสฺสามณกํ อชฺฌาจิณฺณํ ภาสิตปริกฺกนฺตํ. ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, อหํ ยา เจว อิเมสํ อายสฺมนฺตานํ อาปตฺติ ยา จ อตฺตโน อาปตฺติ, อิเมสญฺเจว อายสฺมนฺตานํ อตฺถาย อตฺตโน จ อตฺถาย, สงฺฆมชฺเฌ ติณวตฺถารเกน เทเสยฺยํ, ฐเปตฺวา ถุลฺลวชฺชํ ฐเปตฺวา คิหิปฏิสํยุตฺต’’’นฺติ.

‘‘อถาปเรสํ เอกโตปกฺขิกานํ ภิกฺขูนํ พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา อุฏฺฐายาสนา เอกํสํ จีวรํ กตฺวา อญฺชลึ ปณาเมตฺวา สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ –

‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ. อิทํ อมฺหากํ ภณฺฑนชาตานํ กลหชาตานํ วิวาทาปนฺนานํ วิหรตํ พหุํ อสฺสามณกํ อชฺฌาจิณฺณํ ภาสิตปริกฺกนฺตํ. ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, อหํ ยา เจว อิเมสํ อายสฺมนฺตานํ อาปตฺติ ยา จ อตฺตโน อาปตฺติ, อิเมสญฺเจว อายสฺมนฺตานํ อตฺถาย อตฺตโน จ อตฺถาย, สงฺฆมชฺเฌ ติณวตฺถารเกน เทเสยฺยํ, ฐเปตฺวา ถุลฺลวชฺชํ ฐเปตฺวา คิหิปฏิสํยุตฺต’’’นฺติ.

‘‘เอวํ โข, อานนฺท, ติณวตฺถารโก โหติ, เอวญฺจ ปนิเธกจฺจานํ อธิกรณานํ วูปสโม โหติ ยทิทํ – ติณวตฺถารเกน.

๕๔. ‘‘ฉยิเม, อานนฺท, ธมฺมา สารณียา ปิยกรณา ครุกรณา สงฺคหาย อวิวาทาย สามคฺคิยา เอกีภาวาย สํวตฺตนฺติ. กตเม ฉ? อิธานนฺท, ภิกฺขุโน เมตฺตํ กายกมฺมํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ สพฺรหฺมจารีสุ อาวิ เจว รโห จ. อยมฺปิ ธมฺโม สารณีโย ปิยกรโณ ครุกรโณ สงฺคหาย อวิวาทาย สามคฺคิยา เอกีภาวาย สํวตฺตติ.

‘‘ปุน จปรํ, อานนฺท, ภิกฺขุโน เมตฺตํ วจีกมฺมํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ สพฺรหฺมจารีสุ อาวิ เจว รโห จ. อยมฺปิ ธมฺโม สารณีโย ปิยกรโณ ครุกรโณ สงฺคหาย อวิวาทาย สามคฺคิยา เอกีภาวาย สํวตฺตติ.

‘‘ปุน จปรํ, อานนฺท, ภิกฺขุโน เมตฺตํ มโนกมฺมํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ สพฺรหฺมจารีสุ อาวิ เจว รโห จ. อยมฺปิ ธมฺโม สารณีโย ปิยกรโณ ครุกรโณ สงฺคหาย อวิวาทาย สามคฺคิยา เอกีภาวาย สํวตฺตติ.

‘‘ปุน จปรํ, อานนฺท, ภิกฺขุ – เย เต ลาภา ธมฺมิกา ธมฺมลทฺธา อนฺตมโส ปตฺตปริยาปนฺนมตฺตมฺปิ ตถารูเปหิ ลาเภหิ – อปฏิวิภตฺตโภคี โหติ, สีลวนฺเตหิ สพฺรหฺมจารีหิ สาธารณโภคี. อยมฺปิ ธมฺโม สารณีโย ปิยกรโณ ครุกรโณ สงฺคหาย อวิวาทาย สามคฺคิยา เอกีภาวาย สํวตฺตติ.

‘‘ปุน จปรํ, อานนฺท, ภิกฺขุ – ยานิ ตานิ สีลานิ อขณฺฑานิ อจฺฉิทฺทานิ อสพลานิ อกมฺมาสานิ ภุชิสฺสานิ วิญฺญุปฺปสตฺถานิ อปรามฏฺฐานิ สมาธิสํวตฺตนิกานิ ตถารูเปสุ สีเลสุ – สีลสามญฺญคโต วิหรติ สพฺรหฺมจารีหิ อาวิ เจว รโห จ. อยมฺปิ ธมฺโม สารณีโย ปิยกรโณ ครุกรโณ สงฺคหาย อวิวาทาย สามคฺคิยา เอกีภาวาย สํวตฺตติ.

‘‘ปุน จปรํ, อานนฺท, ภิกฺขุ – ยายํ ทิฏฺฐิ อริยา นิยฺยานิกา นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยา ตถารูปาย ทิฏฺฐิยา – ทิฏฺฐิสามญฺญคโต วิหรติ สพฺรหฺมจารีหิ อาวิ เจว รโห จ. อยมฺปิ ธมฺโม สารณีโย ปิยกรโณ ครุกรโณ สงฺคหาย อวิวาทาย สามคฺคิยา เอกีภาวาย สํวตฺตติ. อิเม โข, อานนฺท, ฉ สารณียา ธมฺมา ปิยกรณา ครุกรณา สงฺคหาย อวิวาทาย สามคฺคิยา เอกีภาวาย สํวตฺตนฺติ.

‘‘อิเม เจ ตุเมฺห, อานนฺท, ฉ สารณีเย ธมฺเม สมาทาย วตฺเตยฺยาถ, ปสฺสถ โน ตุเมฺห, อานนฺท, ตํ วจนปถํ อณุํ วา ถูลํ วา ยํ ตุเมฺห นาธิวาเสยฺยาถา’’ติ? ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’. ‘‘ตสฺมาติหานนฺท, อิเม ฉ สารณีเย ธมฺเม สมาทาย วตฺตถ. ตํ โว ภวิสฺสติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ.

อิทมโวจ ภควา. อตฺตมโน อายสฺมา อานนฺโท ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทีติ.

สามคามสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ จตุตฺถํ.

๕. สุนกฺขตฺตสุตฺตํ

๕๕. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ. เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ ภควโต สนฺติเก อญฺญา พฺยากตา โหติ – ‘‘‘ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายา’ติ ปชานามา’’ติ. อสฺโสสิ โข สุนกฺขตฺโต ลิจฺฉวิปุตฺโต – ‘‘สมฺพหุเลหิ กิร ภิกฺขูหิ ภควโต สนฺติเก อญฺญา พฺยากตา โหติ – ‘ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายา’ติ ปชานามา’’ติ. อถ โข สุนกฺขตฺโต ลิจฺฉวิปุตฺโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข สุนกฺขตฺโต ลิจฺฉวิปุตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘สุตํ เมตํ, ภนฺเต – ‘สมฺพหุเลหิ กิร ภิกฺขูหิ ภควโต สนฺติเก อญฺญา พฺยากตา – ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายา’ติ ปชานามา’’ติ. ‘‘เย เต, ภนฺเต, ภิกฺขู ภควโต สนฺติเก อญฺญํ พฺยากํสุ – ‘ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายา’ติ ปชานามา’’ติ, กจฺจิ เต, ภนฺเต, ภิกฺขู สมฺมเทว อญฺญํ พฺยากํสุ อุทาหุ สนฺเตตฺเถกจฺเจ ภิกฺขู อธิมาเนน อญฺญํ พฺยากํสูติ?

๕๖. ‘‘เย เต, สุนกฺขตฺต, ภิกฺขู มม สนฺติเก อญฺญํ พฺยากํสุ – ‘ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายา’ติ ปชานามา’’ติ. ‘‘สนฺเตตฺเถกจฺเจ ภิกฺขู สมฺมเทว อญฺญํ พฺยากํสุ, สนฺติ ปนิเธกจฺเจ ภิกฺขู อธิมาเนนปิ [อธิมาเนน (?)] อญฺญํ พฺยากํสุ. ตตฺร, สุนกฺขตฺต, เย เต ภิกฺขู สมฺมเทว อญฺญํ พฺยากํสุ เตสํ ตํ ตเถว โหติ; เย ปน เต ภิกฺขู อธิมาเนน อญฺญํ พฺยากํสุ ตตฺร, สุนกฺขตฺต, ตถาคตสฺส เอวํ โหติ – ‘ธมฺมํ เนสํ เทเสสฺส’นฺติ [เทเสยฺยนฺติ (ปี. ก.)]. เอวญฺเจตฺถ, สุนกฺขตฺต, ตถาคตสฺส โหติ – ‘ธมฺมํ เนสํ เทเสสฺส’นฺติ. อถ จ ปนิเธกจฺเจ โมฆปุริสา ปญฺหํ อภิสงฺขริตฺวา อภิสงฺขริตฺวา ตถาคตํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉนฺติ. ตตฺร, สุนกฺขตฺต, ยมฺปิ ตถาคตสฺส เอวํ โหติ – ‘ธมฺมํ เนสํ เทเสสฺส’นฺติ ตสฺสปิ โหติ อญฺญถตฺต’’นฺติ. ‘‘เอตสฺส ภควา กาโล, เอตสฺส สุคต กาโล, ยํ ภควา ธมฺมํ เทเสยฺย. ภควโต สุตฺวา ภิกฺขู ธาเรสฺสนฺตี’’ติ. ‘‘เตน หิ, สุนกฺขตฺต สุณาหิ, สาธุกํ มนสิ กโรหิ; ภาสิสฺสามี’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข สุนกฺขตฺโต ลิจฺฉวิปุตฺโต ภควโต ปจฺจสฺโสสิ. ภควา เอตทโวจ –

๕๗. ‘‘ปญฺจ โข อิเม, สุนกฺขตฺต, กามคุณา. กตเม ปญฺจ? จกฺขุวิญฺเญยฺยา รูปา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา, โสตวิญฺเญยฺยา สทฺทา…เป… ฆานวิญฺเญยฺยา คนฺธา… ชิวฺหาวิญฺเญยฺยา รสา… กายวิญฺเญยฺยา โผฏฺฐพฺพา อิฏฺฐา กนฺตา มนาปา ปิยรูปา กามูปสํหิตา รชนียา – อิเม โข, สุนกฺขตฺต, ปญฺจ กามคุณา.

๕๘. ‘‘ฐานํ โข ปเนตํ, สุนกฺขตฺต, วิชฺชติ ยํ อิเธกจฺโจ ปุริสปุคฺคโล โลกามิสาธิมุตฺโต อสฺส. โลกามิสาธิมุตฺตสฺส โข, สุนกฺขตฺต, ปุริสปุคฺคลสฺส ตปฺปติรูปี เจว กถา สณฺฐาติ, ตทนุธมฺมญฺจ อนุวิตกฺเกติ, อนุวิจาเรติ, ตญฺจ ปุริสํ ภชติ, เตน จ วิตฺตึ อาปชฺชติ; อาเนญฺชปฏิสํยุตฺตาย จ ปน กถาย กจฺฉมานาย น สุสฺสูสติ, น โสตํ โอทหติ, น อญฺญา จิตฺตํ อุปฏฺฐาเปติ [อุปฏฺฐเปติ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)], น จ ตํ ปุริสํ ภชติ, น จ เตน วิตฺตึ อาปชฺชติ. เสยฺยถาปิ, สุนกฺขตฺต, ปุริโส สกมฺหา คามา วา นิคมา วา จิรวิปฺปวุตฺโถ อสฺส. โส อญฺญตรํ ปุริสํ ปสฺเสยฺย ตมฺหา คามา วา นิคมา วา อจิรปกฺกนฺตํ. โส ตํ ปุริสํ ตสฺส คามสฺส วา นิคมสฺส วา เขมตญฺจ สุภิกฺขตญฺจ อปฺปาพาธตญฺจ ปุจฺเฉยฺย; ตสฺส โส ปุริโส ตสฺส คามสฺส วา นิคมสฺส วา เขมตญฺจ สุภิกฺขตญฺจ อปฺปาพาธตญฺจ สํเสยฺย. ตํ กึ มญฺญสิ, สุนกฺขตฺต, อปิ นุ โส ปุริโส ตสฺส ปุริสสฺส สุสฺสูเสยฺย, โสตํ โอทเหยฺย, อญฺญา จิตฺตํ อุปฏฺฐาเปยฺย, ตญฺจ ปุริสํ ภเชยฺย, เตน จ วิตฺตึ อาปชฺเชยฺยา’’ติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’. ‘‘เอวเมว โข, สุนกฺขตฺต, ฐานเมตํ วิชฺชติ ยํ อิเธกจฺโจ ปุริสปุคฺคโล โลกามิสาธิมุตฺโต อสฺส. โลกามิสาธิมุตฺตสฺส โข, สุนกฺขตฺต, ปุริสปุคฺคลสฺส ตปฺปติรูปี เจว กถา สณฺฐาติ, ตทนุธมฺมญฺจ อนุวิตกฺเกติ, อนุวิจาเรติ, ตญฺจ ปุริสํ ภชติ, เตน จ วิตฺตึ อาปชฺชติ; อาเนญฺชปฏิสํยุตฺตาย จ ปน กถาย กจฺฉมานาย น สุสฺสูสติ, น โสตํ โอทหติ, น อญฺญา จิตฺตํ อุปฏฺฐาเปติ, น จ ตํ ปุริสํ ภชติ, น จ เตน วิตฺตึ อาปชฺชติ. โส เอวมสฺส เวทิตพฺโพ – ‘อาเนญฺชสํโยชเนน หิ โข วิสํยุตฺโต [อาเนญฺชสํโยชเนน หิ โข วิสํยุตฺโต-อิติ ปาโฐ สี. สฺยา. กํ. ปี. โปตฺถเกสุ นตฺถิ, อฏฺฐกถาสุ ปน ตพฺพณฺณนา ทิสฺสติเยว] โลกามิสาธิมุตฺโต ปุริสปุคฺคโล’’’ติ.

๕๙. ‘‘ฐานํ โข ปเนตํ, สุนกฺขตฺต, วิชฺชติ ยํ อิเธกจฺโจ ปุริสปุคฺคโล อาเนญฺชาธิมุตฺโต อสฺส. อาเนญฺชาธิมุตฺตสฺส โข, สุนกฺขตฺต, ปุริสปุคฺคลสฺส ตปฺปติรูปี เจว กถา สณฺฐาติ, ตทนุธมฺมญฺจ อนุวิตกฺเกติ, อนุวิจาเรติ, ตญฺจ ปุริสํ ภชติ, เตน จ วิตฺตึ อาปชฺชติ; โลกามิสปฏิสํยุตฺตาย จ ปน กถาย กจฺฉมานาย น สุสฺสูสติ, น โสตํ โอทหติ, น อญฺญา จิตฺตํ อุปฏฺฐาเปติ, น จ ตํ ปุริสํ ภชติ, น จ เตน วิตฺตึ อาปชฺชติ. เสยฺยถาปิ, สุนกฺขตฺต, ปณฺฑุปลาโส พนฺธนา ปวุตฺโต อภพฺโพ หริตตฺตาย; เอวเมว โข, สุนกฺขตฺต, อาเนญฺชาธิมุตฺตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส เย โลกามิสสํโยชเน เส ปวุตฺเต. โส เอวมสฺส เวทิตพฺโพ – ‘โลกามิสสํโยชเนน หิ โข วิสํยุตฺโต อาเนญฺชาธิมุตฺโต ปุริสปุคฺคโล’’’ติ.

๖๐. ‘‘ฐานํ โข ปเนตํ, สุนกฺขตฺต, วิชฺชติ ยํ อิเธกจฺโจ ปุริสปุคฺคโล อากิญฺจญฺญายตนาธิมุตฺโต อสฺส. อากิญฺจญฺญายตนาธิมุตฺตสฺส โข, สุนกฺขตฺต, ปุริสปุคฺคลสฺส ตปฺปติรูปี เจว กถา สณฺฐาติ, ตทนุธมฺมญฺจ อนุวิตกฺเกติ, อนุวิจาเรติ, ตญฺจ ปุริสํ ภชติ, เตน จ วิตฺตึ อาปชฺชติ; อาเนญฺชปฏิสํยุตฺตาย จ ปน กถาย กจฺฉมานาย น สุสฺสูสติ, น โสตํ โอทหติ, น อญฺญา จิตฺตํ อุปฏฺฐาเปติ, น จ ตํ ปุริสํ ภชติ, น จ เตน วิตฺตึ อาปชฺชติ. เสยฺยถาปิ, สุนกฺขตฺต, ปุถุสิลา เทฺวธาภินฺนา อปฺปฏิสนฺธิกา โหติ; เอวเมว โข, สุนกฺขตฺต, อากิญฺจญฺญายตนาธิมุตฺตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส เย อาเนญฺชสํโยชเน เส ภินฺเน. โส เอวมสฺส เวทิตพฺโพ – ‘อาเนญฺชสํโยชเนน หิ โข วิสํยุตฺโต อากิญฺจญฺญายตนาธิมุตฺโต ปุริสปุคฺคโล’’’ติ.

๖๑. ‘‘ฐานํ โข ปเนตํ, สุนกฺขตฺต, วิชฺชติ ยํ อิเธกจฺโจ ปุริสปุคฺคโล เนวสญฺญานาสญฺญายตนาธิมุตฺโต อสฺส. เนวสญฺญานาสญฺญายตนาธิมุตฺตสฺส โข, สุนกฺขตฺต, ปุริสปุคฺคลสฺส ตปฺปติรูปี เจว กถา สณฺฐาติ, ตทนุธมฺมญฺจ อนุวิตกฺเกติ, อนุวิจาเรติ, ตญฺจ ปุริสํ ภชติ, เตน จ วิตฺตึ อาปชฺชติ; อากิญฺจญฺญายตนปฏิสํยุตฺตาย จ ปน กถาย กจฺฉมานาย น สุสฺสูสติ, น โสตํ โอทหติ, น อญฺญา จิตฺตํ อุปฏฺฐาเปติ, น จ ตํ ปุริสํ ภชติ, น จ เตน วิตฺตึ อาปชฺชติ. เสยฺยถาปิ, สุนกฺขตฺต, ปุริโส มนุญฺญโภชนํ ภุตฺตาวี ฉฑฺเฑยฺย [ฉทฺเทยฺย (?)]. ตํ กึ มญฺญสิ, สุนกฺขตฺต, อปิ นุ ตสฺส ปุริสสฺส ตสฺมึ ภตฺเต [วนฺเต (ก. สี.), ภุตฺเต (ก. สี. ก.)] ปุน โภตฺตุกมฺยตา อสฺสา’’ติ? ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’. ‘‘ตํ กิสฺส เหตุ’’? ‘‘อทุญฺหิ, ภนฺเต, ภตฺตํ [วนฺตํ (สี.)] ปฏิกูลสมฺมต’’นฺติ. ‘‘เอวเมว โข, สุนกฺขตฺต, เนวสญฺญานาสญฺญายตนาธิมุตฺตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส เย อากิญฺจญฺญายตนสํโยชเน เส วนฺเต. โส เอวมสฺส เวทิตพฺโพ – ‘อากิญฺจญฺญายตนสํโยชเนน หิ โข วิสํยุตฺโต เนวสญฺญานาสญฺญายตนาธิมุตฺโต ปุริสปุคฺคโล’ติ.

๖๒. ‘‘ฐานํ โข ปเนตํ, สุนกฺขตฺต, วิชฺชติ ยํ อิเธกจฺโจ ปุริสปุคฺคโล สมฺมา นิพฺพานาธิมุตฺโต อสฺส. สมฺมา นิพฺพานาธิมุตฺตสฺส โข, สุนกฺขตฺต, ปุริสปุคฺคลสฺส ตปฺปติรูปี เจว กถา สณฺฐาติ, ตทนุธมฺมญฺจ อนุวิตกฺเกติ, อนุวิจาเรติ, ตญฺจ ปุริสํ ภชติ, เตน จ วิตฺตึ อาปชฺชติ; เนวสญฺญานาสญฺญายตนปฏิสํยุตฺตาย จ ปน กถาย กจฺฉมานาย น สุสฺสูสติ, น โสตํ โอทหติ, น อญฺญา จิตฺตํ อุปฏฺฐาเปติ, น จ ตํ ปุริสํ ภชติ, น จ เตน วิตฺตึ อาปชฺชติ. เสยฺยถาปิ, สุนกฺขตฺต, ตาโล มตฺถกจฺฉินฺโน อภพฺโพ ปุน วิรุฬฺหิยา; เอวเมว โข, สุนกฺขตฺต, สมฺมา นิพฺพานาธิมุตฺตสฺส ปุริสปุคฺคลสฺส เย เนวสญฺญานาสญฺญายตนสํโยชเน เส อุจฺฉินฺนมูเล ตาลาวตฺถุกเต อนภาวํกเต [อนภาวกเต (สี. ปี.), อนภาวงฺคเต (สฺยา. กํ.)] อายตึ อนุปฺปาทธมฺเม. โส เอวมสฺส เวทิตพฺโพ – ‘เนวสญฺญานาสญฺญายตนสํโยชเนน หิ โข วิสํยุตฺโต สมฺมา นิพฺพานาธิมุตฺโต ปุริสปุคฺคโล’’’ติ.

๖๓. ‘‘ฐานํ โข ปเนตํ, สุนกฺขตฺต, วิชฺชติ ยํ อิเธกจฺจสฺส ภิกฺขุโน เอวมสฺส – ‘ตณฺหา โข สลฺลํ สมเณน วุตฺตํ, อวิชฺชาวิสโทโส, ฉนฺทราคพฺยาปาเทน รุปฺปติ. ตํ เม ตณฺหาสลฺลํ ปหีนํ, อปนีโต อวิชฺชาวิสโทโส, สมฺมา นิพฺพานาธิมุตฺโตหมสฺมี’ติ. เอวํมานิ [เอวํมานี (สี. ปี. ก.), เอวมาทิ (สฺยา. กํ.)] อสฺส อตถํ สมานํ [อตฺถํ สมานํ (สฺยา. กํ. ปี.), อตฺถสมานํ (สี.)]. โส ยานิ สมฺมา นิพฺพานาธิมุตฺตสฺส อสปฺปายานิ ตานิ อนุยุญฺเชยฺย; อสปฺปายํ จกฺขุนา รูปทสฺสนํ อนุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ โสเตน สทฺทํ อนุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ ฆาเนน คนฺธํ อนุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ ชิวฺหาย รสํ อนุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ อนุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ มนสา ธมฺมํ อนุยุญฺเชยฺย. ตสฺส อสปฺปายํ จกฺขุนา รูปทสฺสนํ อนุยุตฺตสฺส, อสปฺปายํ โสเตน สทฺทํ อนุยุตฺตสฺส, อสปฺปายํ ฆาเนน คนฺธํ อนุยุตฺตสฺส, อสปฺปายํ ชิวฺหาย รสํ อนุยุตฺตสฺส, อสปฺปายํ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ อนุยุตฺตสฺส, อสปฺปายํ มนสา ธมฺมํ อนุยุตฺตสฺส ราโค จิตฺตํ อนุทฺธํเสยฺย. โส ราคานุทฺธํสิเตน จิตฺเตน มรณํ วา นิคจฺเฉยฺย มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ.

‘‘เสยฺยถาปิ, สุนกฺขตฺต, ปุริโส สลฺเลน วิทฺโธ อสฺส สวิเสน คาฬฺหูปเลปเนน. ตสฺส มิตฺตามจฺจา ญาติสาโลหิตา ภิสกฺกํ สลฺลกตฺตํ อุปฏฺฐาเปยฺยุํ. ตสฺส โส ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต สตฺเถน วณมุขํ ปริกนฺเตยฺย. สตฺเถน วณมุขํ ปริกนฺติตฺวา เอสนิยา สลฺลํ เอเสยฺย. เอสนิยา สลฺลํ เอสิตฺวา สลฺลํ อพฺพุเหยฺย, อปเนยฺย วิสโทสํ สอุปาทิเสสํ. สอุปาทิเสโสติ [อนุปาทิเสโสติ (สพฺพตฺถ) อยํ หิ ตถาคตสฺส วิสโย] ชานมาโน โส เอวํ วเทยฺย – ‘อมฺโภ ปุริส, อุพฺภตํ โข เต สลฺลํ, อปนีโต วิสโทโส สอุปาทิเสโส [อนุปาทิเสโส (สพฺพตฺถ) อยมฺปิ ตถาคตสฺส วิสโย]. อนลญฺจ เต อนฺตรายาย. สปฺปายานิ เจว โภชนานิ ภุญฺเชยฺยาสิ, มา เต อสปฺปายานิ โภชนานิ ภุญฺชโต วโณ อสฺสาวี อสฺส. กาเลน กาลญฺจ วณํ โธเวยฺยาสิ, กาเลน กาลํ วณมุขํ อาลิมฺเปยฺยาสิ, มา เต น กาเลน กาลํ วณํ โธวโต น กาเลน กาลํ วณมุขํ อาลิมฺปโต ปุพฺพโลหิตํ วณมุขํ ปริโยนนฺธิ. มา จ วาตาตเป จาริตฺตํ อนุยุญฺชิ, มา เต วาตาตเป จาริตฺตํ อนุยุตฺตสฺส รโชสูกํ วณมุขํ อนุทฺธํเสสิ. วณานุรกฺขี จ, อมฺโภ ปุริส, วิหเรยฺยาสิ วณสาโรปี’ติ [วณสฺสาโรปีติ (ก.) วณ + สํ + โรปี = วณสาโรปี-อิติ ปทวิภาโค]. ตสฺส เอวมสฺส – ‘อุพฺภตํ โข เม สลฺลํ, อปนีโต วิสโทโส อนุปาทิเสโส. อนลญฺจ เม อนฺตรายายา’ติ. โส อสปฺปายานิ เจว โภชนานิ ภุญฺเชยฺย. ตสฺส อสปฺปายานิ โภชนานิ ภุญฺชโต วโณ อสฺสาวี อสฺส. น จ กาเลน กาลํ วณํ โธเวยฺย, น จ กาเลน กาลํ วณมุขํ อาลิมฺเปยฺย. ตสฺส น กาเลน กาลํ วณํ โธวโต, น กาเลน กาลํ วณมุขํ อาลิมฺปโต ปุพฺพโลหิตํ วณมุขํ ปริโยนนฺเธยฺย. วาตาตเป จ จาริตฺตํ อนุยุญฺเชยฺย. ตสฺส วาตาตเป จาริตฺตํ อนุยุตฺตสฺส รโชสูกํ วณมุขํ อนุทฺธํเสยฺย. น จ วณานุรกฺขี วิหเรยฺย น วณสาโรปี. ตสฺส อิมิสฺสา จ อสปฺปายกิริยาย, อสุจิ วิสโทโส อปนีโต สอุปาทิเสโส ตทุภเยน วโณ ปุถุตฺตํ คจฺเฉยฺย. โส ปุถุตฺตํ คเตน วเณน มรณํ วา นิคจฺเฉยฺย มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ.

‘‘เอวเมว โข, สุนกฺขตฺต, ฐานเมตํ วิชฺชติ ยํ อิเธกจฺจสฺส ภิกฺขุโน เอวมสฺส – ‘ตณฺหา โข สลฺลํ สมเณน วุตฺตํ, อวิชฺชาวิสโทโส ฉนฺทราคพฺยาปาเทน รุปฺปติ. ตํ เม ตณฺหาสลฺลํ ปหีนํ, อปนีโต อวิชฺชาวิสโทโส, สมฺมา นิพฺพานาธิมุตฺโตหมสฺมี’ติ. เอวํมานิ อสฺส อตถํ สมานํ. โส ยานิ สมฺมา นิพฺพานาธิมุตฺตสฺส อสปฺปายานิ ตานิ อนุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ จกฺขุนา รูปทสฺสนํ อนุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ โสเตน สทฺทํ อนุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ ฆาเนน คนฺธํ อนุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ ชิวฺหาย รสํ อนุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ อนุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ มนสา ธมฺมํ อนุยุญฺเชยฺย. ตสฺส อสปฺปายํ จกฺขุนา รูปทสฺสนํ อนุยุตฺตสฺส, อสปฺปายํ โสเตน สทฺทํ อนุยุตฺตสฺส, อสปฺปายํ ฆาเนน คนฺธํ อนุยุตฺตสฺส, อสปฺปายํ ชิวฺหาย รสํ อนุยุตฺตสฺส, อสปฺปายํ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ อนุยุตฺตสฺส, อสปฺปายํ มนสา ธมฺมํ อนุยุตฺตสฺส ราโค จิตฺตํ อนุทฺธํเสยฺย. โส ราคานุทฺธํสิเตน จิตฺเตน มรณํ วา นิคจฺเฉยฺย มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ. มรณเญฺหตํ, สุนกฺขตฺต, อริยสฺส วินเย โย สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตติ; มรณมตฺตเญฺหตํ, สุนกฺขตฺต, ทุกฺขํ ยํ อญฺญตรํ สํกิลิฏฺฐํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ.

๖๔. ‘‘ฐานํ โข ปเนตํ, สุนกฺขตฺต, วิชฺชติ ยํ อิเธกจฺจสฺส ภิกฺขุโน เอวมสฺส – ‘ตณฺหา โข สลฺลํ สมเณน วุตฺตํ, อวิชฺชาวิสโทโส ฉนฺทราคพฺยาปาเทน รุปฺปติ. ตํ เม ตณฺหาสลฺลํ ปหีนํ, อปนีโต อวิชฺชาวิสโทโส, สมฺมา นิพฺพานาธิมุตฺโตหมสฺมี’ติ. สมฺมา นิพฺพานาธิมุตฺตสฺเสว สโต โส ยานิ สมฺมา นิพฺพานาธิมุตฺตสฺส อสปฺปายานิ ตานิ นานุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ จกฺขุนา รูปทสฺสนํ นานุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ โสเตน สทฺทํ นานุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ ฆาเนน คนฺธํ นานุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ ชิวฺหาย รสํ นานุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ นานุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ มนสา ธมฺมํ นานุยุญฺเชยฺย. ตสฺส อสปฺปายํ จกฺขุนา รูปทสฺสนํ นานุยุตฺตสฺส, อสปฺปายํ โสเตน สทฺทํ นานุยุตฺตสฺส, อสปฺปายํ ฆาเนน คนฺธํ นานุยุตฺตสฺส, อสปฺปายํ ชิวฺหาย รสํ นานุยุตฺตสฺส, อสปฺปายํ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ นานุยุตฺตสฺส, อสปฺปายํ มนสา ธมฺมํ นานุยุตฺตสฺส ราโค จิตฺตํ นานุทฺธํเสยฺย. โส น ราคานุทฺธํสิเตน จิตฺเตน เนว มรณํ วา นิคจฺเฉยฺย น มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ.

‘‘เสยฺยถาปิ, สุนกฺขตฺต, ปุริโส สลฺเลน วิทฺโธ อสฺส สวิเสน คาฬฺหูปเลปเนน. ตสฺส มิตฺตามจฺจา ญาติสาโลหิตา ภิสกฺกํ สลฺลกตฺตํ อุปฏฺฐาเปยฺยุํ. ตสฺส โส ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต สตฺเถน วณมุขํ ปริกนฺเตยฺย. สตฺเถน วณมุขํ ปริกนฺติตฺวา เอสนิยา สลฺลํ เอเสยฺย. เอสนิยา สลฺลํ เอสิตฺวา สลฺลํ อพฺพุเหยฺย, อปเนยฺย วิสโทสํ อนุปาทิเสสํ. อนุปาทิเสโสติ ชานมาโน โส เอวํ วเทยฺย – ‘อมฺโภ ปุริส, อุพฺภตํ โข เต สลฺลํ, อปนีโต วิสโทโส อนุปาทิเสโส. อนลญฺจ เต อนฺตรายาย. สปฺปายานิ เจว โภชนานิ ภุญฺเชยฺยาสิ, มา เต อสปฺปายานิ โภชนานิ ภุญฺชโต วโณ อสฺสาวี อสฺส. กาเลน กาลญฺจ วณํ โธเวยฺยาสิ, กาเลน กาลํ วณมุขํ อาลิมฺเปยฺยาสิ. มา เต น กาเลน กาลํ วณํ โธวโต น กาเลน กาลํ วณมุขํ อาลิมฺปโต ปุพฺพโลหิตํ วณมุขํ ปริโยนนฺธิ. มา จ วาตาตเป จาริตฺตํ อนุยุญฺชิ, มา เต วาตาตเป จาริตฺตํ อนุยุตฺตสฺส รโชสูกํ วณมุขํ อนุทฺธํเสสิ. วณานุรกฺขี จ, อมฺโภ ปุริส, วิหเรยฺยาสิ วณสาโรปี’ติ. ตสฺส เอวมสฺส – ‘อุพฺภตํ โข เม สลฺลํ, อปนีโต วิสโทโส อนุปาทิเสโส. อนลญฺจ เม อนฺตรายายา’ติ. โส สปฺปายานิ เจว โภชนานิ ภุญฺเชยฺย. ตสฺส สปฺปายานิ โภชนานิ ภุญฺชโต วโณ น อสฺสาวี อสฺส. กาเลน กาลญฺจ วณํ โธเวยฺย, กาเลน กาลํ วณมุขํ อาลิมฺเปยฺย. ตสฺส กาเลน กาลํ วณํ โธวโต กาเลน กาลํ วณมุขํ อาลิมฺปโต น ปุพฺพโลหิตํ วณมุขํ ปริโยนนฺเธยฺย. น จ วาตาตเป จาริตฺตํ อนุยุญฺเชยฺย. ตสฺส วาตาตเป จาริตฺตํ อนนุยุตฺตสฺส รโชสูกํ วณมุขํ นานุทฺธํเสยฺย. วณานุรกฺขี จ วิหเรยฺย วณสาโรปี. ตสฺส อิมิสฺสา จ สปฺปายกิริยาย อสุ จ [อสุจิ (สพฺพตฺถ) โสจาติ ตพฺพณฺณนา มนสิกาตพฺพา] วิสโทโส อปนีโต อนุปาทิเสโส ตทุภเยน วโณ วิรุเหยฺย. โส รุเฬฺหน วเณน สญฺฉวินา เนว มรณํ วา นิคจฺเฉยฺย น มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ.

‘‘เอวเมว โข, สุนกฺขตฺต, ฐานเมตํ วิชฺชติ ยํ อิเธกจฺจสฺส ภิกฺขุโน เอวมสฺส – ‘ตณฺหา โข สลฺลํ สมเณน วุตฺตํ, อวิชฺชาวิสโทโส ฉนฺทราคพฺยาปาเทน รุปฺปติ. ตํ เม ตณฺหาสลฺลํ ปหีนํ, อปนีโต อวิชฺชาวิสโทโส, สมฺมา นิพฺพานาธิมุตฺโตหมสฺมี’ติ. สมฺมา นิพฺพานาธิมุตฺตสฺเสว สโต โส ยานิ สมฺมา นิพฺพานาธิมุตฺตสฺส อสปฺปายานิ ตานิ นานุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ จกฺขุนา รูปทสฺสนํ นานุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ โสเตน สทฺทํ นานุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ ฆาเนน คนฺธํ นานุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ ชิวฺหาย รสํ นานุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ นานุยุญฺเชยฺย, อสปฺปายํ มนสา ธมฺมํ นานุยุญฺเชยฺย. ตสฺส อสปฺปายํ จกฺขุนา รูปทสฺสนํ นานุยุตฺตสฺส, อสปฺปายํ โสเตน สทฺทํ นานุยุตฺตสฺส, อสปฺปายํ ฆาเนน คนฺธํ นานุยุตฺตสฺส, อสปฺปายํ ชิวฺหาย รสํ นานุยุตฺตสฺส, อสปฺปายํ กาเยน โผฏฺฐพฺพํ นานุยุตฺตสฺส, อสปฺปายํ มนสา ธมฺมํ นานุยุตฺตสฺส, ราโค จิตฺตํ นานุทฺธํเสยฺย. โส น ราคานุทฺธํสิเตน จิตฺเตน เนว มรณํ วา นิคจฺเฉยฺย น มรณมตฺตํ วา ทุกฺขํ.

๖๕. ‘‘อุปมา โข เม อยํ, สุนกฺขตฺต, กตา อตฺถสฺส วิญฺญาปนาย. อยํเยเวตฺถ อตฺโถ – วโณติ โข, สุนกฺขตฺต, ฉนฺเนตํ อชฺฌตฺติกานํ อายตนานํ อธิวจนํ; วิสโทโสติ โข, สุนกฺขตฺต, อวิชฺชาเยตํ อธิวจนํ; สลฺลนฺติ โข, สุนกฺขตฺต, ตณฺหาเยตํ อธิวจนํ; เอสนีติ โข, สุนกฺขตฺต, สติยาเยตํ อธิวจนํ; สตฺถนฺติ โข, สุนกฺขตฺต, อริยาเยตํ ปญฺญาย อธิวจนํ; ภิสกฺโก สลฺลกตฺโตติ โข, สุนกฺขตฺต, ตถาคตสฺเสตํ อธิวจนํ อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส.

‘‘โส วต, สุนกฺขตฺต, ภิกฺขุ ฉสุ ผสฺสายตเนสุ สํวุตการี ‘อุปธิ ทุกฺขสฺส มูล’นฺติ – อิติ วิทิตฺวา นิรุปธิ อุปธิสงฺขเย วิมุตฺโต อุปธิสฺมึ วา กายํ อุปสํหริสฺสติ จิตฺตํ วา อุปฺปาเทสฺสตีติ – เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. เสยฺยถาปิ, สุนกฺขตฺต, อาปานียกํโส วณฺณสมฺปนฺโน คนฺธสมฺปนฺโน รสสมฺปนฺโน; โส จ โข วิเสน สํสฏฺโฐ. อถ ปุริโส อาคจฺเฉยฺย ชีวิตุกาโม อมริตุกาโม สุขกาโม ทุกฺขปฏิกูโล. ตํ กึ มญฺญสิ, สุนกฺขตฺต, อปิ นุ โส ปุริโส อมุํ อาปานียกํสํ ปิเวยฺย ยํ ชญฺญา – ‘อิมาหํ ปิวิตฺวา มรณํ วา นิคจฺฉามิ มรณมตฺตํ วา ทุกฺข’’’นฺติ? ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’. ‘‘เอวเมว โข, สุนกฺขตฺต, โส วต ภิกฺขุ ฉสุ ผสฺสายตเนสุ สํวุตการี ‘อุปธิ ทุกฺขสฺส มูล’นฺติ – อิติ วิทิตฺวา นิรุปธิ อุปธิสงฺขเย วิมุตฺโต อุปธิสฺมึ วา กายํ อุปสํหริสฺสติ จิตฺตํ วา อุปฺปาเทสฺสตีติ – เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. เสยฺยถาปิ, สุนกฺขตฺต, อาสีวิโส [อาสิวิโส (ก.)] โฆรวิโส. อถ ปุริโส อาคจฺเฉยฺย ชีวิตุกาโม อมริตุกาโม สุขกาโม ทุกฺขปฏิกูโล. ตํ กึ มญฺญสิ, สุนกฺขตฺต, อปิ นุ โส ปุริโส อมุสฺส อาสีวิสสฺส โฆรวิสสฺส หตฺถํ วา องฺคุฏฺฐํ วา ทชฺชา [ยุญฺเชยฺย (ก.)] ยํ ชญฺญา – ‘อิมินาหํ ทฏฺโฐ มรณํ วา นิคจฺฉามิ มรณมตฺตํ วา ทุกฺข’’’นฺติ? ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’. ‘‘เอวเมว โข, สุนกฺขตฺต, โส วต ภิกฺขุ ฉสุ ผสฺสายตเนสุ สํวุตการี ‘อุปธิ ทุกฺขสฺส มูล’นฺติ – อิติ วิทิตฺวา นิรุปธิ อุปธิสงฺขเย วิมุตฺโต อุปธิสฺมึ วา กายํ อุปสํหริสฺสติ จิตฺตํ วา อุปฺปาเทสฺสตีติ – เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ.

อิทมโวจ ภควา. อตฺตมโน สุนกฺขตฺโต ลิจฺฉวิปุตฺโต ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทีติ.

สุนกฺขตฺตสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ ปญฺจมํ.

๖. อาเนญฺชสปฺปายสุตฺตํ

๖๖. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา กุรูสุ วิหรติ กมฺมาสธมฺมํ นาม กุรูนํ นิคโม. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ – ‘‘อนิจฺจา, ภิกฺขเว, กามา ตุจฺฉา มุสา โมสธมฺมา. มายากตเม ตํ, ภิกฺขเว, พาลลาปนํ. เย จ ทิฏฺฐธมฺมิกา กามา, เย จ สมฺปรายิกา กามา; ยา จ ทิฏฺฐธมฺมิกา กามสญฺญา, ยา จ สมฺปรายิกา กามสญฺญา – อุภยเมตํ มารเธยฺยํ, มารสฺเสส [มารสฺเสว (ก.)] วิสโย, มารสฺเสส นิวาโป, มารสฺเสส โคจโร. เอตฺเถเต ปาปกา อกุสลา มานสา อภิชฺฌาปิ พฺยาปาทาปิ สารมฺภาปิ สํวตฺตนฺติ. เตว อริยสาวกสฺส อิธมนุสิกฺขโต อนฺตรายาย สมฺภวนฺติ. ตตฺร, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘เย จ ทิฏฺฐธมฺมิกา กามา, เย จ สมฺปรายิกา กามา; ยา จ ทิฏฺฐธมฺมิกา กามสญฺญา, ยา จ สมฺปรายิกา กามสญฺญา – อุภยเมตํ มารเธยฺยํ, มารสฺเสส วิสโย, มารสฺเสส นิวาโป, มารสฺเสส โคจโร. เอตฺเถเต ปาปกา อกุสลา มานสา อภิชฺฌาปิ พฺยาปาทาปิ สารมฺภาปิ สํวตฺตนฺติ, เตว อริยสาวกสฺส อิธมนุสิกฺขโต อนฺตรายาย สมฺภวนฺติ. ยํนูนาหํ วิปุเลน มหคฺคเตน เจตสา วิหเรยฺยํ อภิภุยฺย โลกํ อธิฏฺฐาย มนสา. วิปุเลน หิ เม มหคฺคเตน เจตสา วิหรโต อภิภุยฺย โลกํ อธิฏฺฐาย มนสา เย ปาปกา อกุสลา มานสา อภิชฺฌาปิ พฺยาปาทาปิ สารมฺภาปิ เต น ภวิสฺสนฺติ. เตสํ ปหานา อปริตฺตญฺจ เม จิตฺตํ ภวิสฺสติ อปฺปมาณํ สุภาวิต’นฺติ. ตสฺส เอวํปฏิปนฺนสฺส ตพฺพหุลวิหาริโน อายตเน จิตฺตํ ปสีทติ. สมฺปสาเท สติ เอตรหิ วา อาเนญฺชํ สมาปชฺชติ ปญฺญาย วา อธิมุจฺจติ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา. ฐานเมตํ วิชฺชติ ยํ ตํสํวตฺตนิกํ วิญฺญาณํ อสฺส อาเนญฺชูปคํ. อยํ, ภิกฺขเว, ปฐมา อาเนญฺชสปฺปายา ปฏิปทา อกฺขายติ’’.

๖๗. ‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘เย จ ทิฏฺฐธมฺมิกา กามา, เย จ สมฺปรายิกา กามา; ยา จ ทิฏฺฐธมฺมิกา กามสญฺญา, ยา จ สมฺปรายิกา กามสญฺญา; ยํ กิญฺจิ รูปํ (สพฺพํ รูปํ) [( ) นตฺถิ สี. ปี. โปตฺถเกสุ] จตฺตาริ จ มหาภูตานิ, จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทายรูป’นฺติ. ตสฺส เอวํปฏิปนฺนสฺส ตพฺพหุลวิหาริโน อายตเน จิตฺตํ ปสีทติ. สมฺปสาเท สติ เอตรหิ วา อาเนญฺชํ สมาปชฺชติ ปญฺญาย วา อธิมุจฺจติ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา. ฐานเมตํ วิชฺชติ ยํ ตํสํวตฺตนิกํ วิญฺญาณํ อสฺส อาเนญฺชูปคํ. อยํ, ภิกฺขเว, ทุติยา อาเนญฺชสปฺปายา ปฏิปทา อกฺขายติ.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘เย จ ทิฏฺฐธมฺมิกา กามา, เย จ สมฺปรายิกา กามา; ยา จ ทิฏฺฐธมฺมิกา กามสญฺญา, ยา จ สมฺปรายิกา กามสญฺญา; เย จ ทิฏฺฐธมฺมิกา รูปา, เย จ สมฺปรายิกา รูปา; ยา จ ทิฏฺฐธมฺมิกา รูปสญฺญา, ยา จ สมฺปรายิกา รูปสญฺญา – อุภยเมตํ อนิจฺจํ. ยทนิจฺจํ ตํ นาลํ อภินนฺทิตุํ, นาลํ อภิวทิตุํ, นาลํ อชฺโฌสิตุ’นฺติ. ตสฺส เอวํปฏิปนฺนสฺส ตพฺพหุลวิหาริโน อายตเน จิตฺตํ ปสีทติ. สมฺปสาเท สติ เอตรหิ วา อาเนญฺชํ สมาปชฺชติ ปญฺญาย วา อธิมุจฺจติ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา. ฐานเมตํ วิชฺชติ ยํ ตํสํวตฺตนิกํ วิญฺญาณํ อสฺส อาเนญฺชูปคํ. อยํ, ภิกฺขเว, ตติยา อาเนญฺชสปฺปายา ปฏิปทา อกฺขายติ.

๖๘. ‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘เย จ ทิฏฺฐธมฺมิกา กามา, เย จ สมฺปรายิกา กามา; ยา จ ทิฏฺฐธมฺมิกา กามสญฺญา, ยา จ สมฺปรายิกา กามสญฺญา; เย จ ทิฏฺฐธมฺมิกา รูปา, เย จ สมฺปรายิกา รูปา; ยา จ ทิฏฺฐธมฺมิกา รูปสญฺญา, ยา จ สมฺปรายิกา รูปสญฺญา; ยา จ อาเนญฺชสญฺญา – สพฺพา สญฺญา. ยตฺเถตา อปริเสสา นิรุชฺฌนฺติ เอตํ สนฺตํ เอตํ ปณีตํ – ยทิทํ อากิญฺจญฺญายตน’นฺติ. ตสฺส เอวํปฏิปนฺนสฺส ตพฺพหุลวิหาริโน อายตเน จิตฺตํ ปสีทติ. สมฺปสาเท สติ เอตรหิ วา อากิญฺจญฺญายตนํ สมาปชฺชติ ปญฺญาย วา อธิมุจฺจติ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา. ฐานเมตํ วิชฺชติ ยํ ตํสํวตฺตนิกํ วิญฺญาณํ อสฺส อากิญฺจญฺญายตนูปคํ. อยํ, ภิกฺขเว, ปฐมา อากิญฺจญฺญายตนสปฺปายา ปฏิปทา อกฺขายติ.

๖๙. ‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อรญฺญคโต วา รุกฺขมูลคโต วา สุญฺญาคารคโต วา อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘สุญฺญมิทํ อตฺเตน วา อตฺตนิเยน วา’ติ. ตสฺส เอวํปฏิปนฺนสฺส ตพฺพหุลวิหาริโน อายตเน จิตฺตํ ปสีทติ. สมฺปสาเท สติ เอตรหิ วา อากิญฺจญฺญายตนํ สมาปชฺชติ ปญฺญาย วา อธิมุจฺจติ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา. ฐานเมตํ วิชฺชติ ยํ ตํสํวตฺตนิกํ วิญฺญาณํ อสฺส อากิญฺจญฺญายตนูปคํ. อยํ, ภิกฺขเว, ทุติยา อากิญฺจญฺญายตนสปฺปายา ปฏิปทา อกฺขายติ.

๗๐. ‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘นาหํ กฺวจนิ [กฺวจินิ (สฺยา. กํ. สี. อฏฺฐ.)] กสฺสจิ กิญฺจนตสฺมึ [กิญฺจนตสฺมิ (?)], น จ มม กฺวจนิ กิสฺมิญฺจิ กิญฺจนํ นตฺถี’ติ. ตสฺส เอวํปฏิปนฺนสฺส ตพฺพหุลวิหาริโน อายตเน จิตฺตํ ปสีทติ. สมฺปสาเท สติ เอตรหิ วา อากิญฺจญฺญายตนํ สมาปชฺชติ ปญฺญาย วา อธิมุจฺจติ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา. ฐานเมตํ วิชฺชติ ยํ ตํสํวตฺตนิกํ วิญฺญาณํ อสฺส อากิญฺจญฺญายตนูปคํ. อยํ, ภิกฺขเว, ตติยา อากิญฺจญฺญายตนสปฺปายา ปฏิปทา อกฺขายติ.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘เย จ ทิฏฺฐธมฺมิกา กามา, เย จ สมฺปรายิกา กามา; ยา จ ทิฏฺฐธมฺมิกา กามสญฺญา, ยา จ สมฺปรายิกา กามสญฺญา; เย จ ทิฏฺฐธมฺมิกา รูปา, เย จ สมฺปรายิกา รูปา; ยา จ ทิฏฺฐธมฺมิกา รูปสญฺญา, ยา จ สมฺปรายิกา รูปสญฺญา; ยา จ อาเนญฺชสญฺญา, ยา จ อากิญฺจญฺญายตนสญฺญา – สพฺพา สญฺญา. ยตฺเถตา อปริเสสา นิรุชฺฌนฺติ เอตํ สนฺตํ เอตํ ปณีตํ – ยทิทํ เนวสญฺญานาสญฺญายตน’นฺติ. ตสฺส เอวํปฏิปนฺนสฺส ตพฺพหุลวิหาริโน อายตเน จิตฺตํ ปสีทติ. สมฺปสาเท สติ เอตรหิ วา เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สมาปชฺชติ ปญฺญาย วา อธิมุจฺจติ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา. ฐานเมตํ วิชฺชติ ยํ ตํสํวตฺตนิกํ วิญฺญาณํ อสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนูปคํ. อยํ, ภิกฺขเว, เนวสญฺญานาสญฺญายตนสปฺปายา ปฏิปทา อกฺขายตี’’ติ.

๗๑. เอวํ วุตฺเต, อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อิธ, ภนฺเต, ภิกฺขุ เอวํ ปฏิปนฺโน โหติ – ‘โน จสฺส, โน จ เม สิยา; น ภวิสฺสติ, น เม ภวิสฺสติ; ยทตฺถิ ยํ, ภูตํ – ตํ ปชหามี’ติ. เอวํ อุเปกฺขํ ปฏิลภติ. ปรินิพฺพาเยยฺย นุ โข โส, ภนฺเต, ภิกฺขุ น วา ปรินิพฺพาเยยฺยา’’ติ? ‘‘อเปตฺเถกจฺโจ, อานนฺท, ภิกฺขุ ปรินิพฺพาเยยฺย, อเปตฺเถกจฺโจ ภิกฺขุ น ปรินิพฺพาเยยฺยา’’ติ. ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, เหตุ โก ปจฺจโย เยนเปตฺเถกจฺโจ ภิกฺขุ ปรินิพฺพาเยยฺย, อเปตฺเถกจฺโจ ภิกฺขุ น ปรินิพฺพาเยยฺยา’’ติ? ‘‘อิธานนฺท, ภิกฺขุ เอวํ ปฏิปนฺโน โหติ – ‘โน จสฺส, โน จ เม สิยา; น ภวิสฺสติ, น เม ภวิสฺสติ; ยทตฺถิ, ยํ ภูตํ – ตํ ปชหามี’ติ. เอวํ อุเปกฺขํ ปฏิลภติ. โส ตํ อุเปกฺขํ อภินนฺทติ, อภิวทติ, อชฺโฌสาย ติฏฺฐติ. ตสฺส ตํ อุเปกฺขํ อภินนฺทโต อภิวทโต อชฺโฌสาย ติฏฺฐโต ตนฺนิสฺสิตํ โหติ วิญฺญาณํ ตทุปาทานํ. สอุปาทาโน, อานนฺท, ภิกฺขุ น ปรินิพฺพายตี’’ติ. ‘‘กหํ ปน โส, ภนฺเต, ภิกฺขุ อุปาทิยมาโน อุปาทิยตี’’ติ? ‘‘เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ, อานนฺทา’’ติ. ‘‘อุปาทานเสฏฺฐํ กิร โส, ภนฺเต, ภิกฺขุ อุปาทิยมาโน อุปาทิยตี’’ติ? ‘‘อุปาทานเสฏฺฐญฺหิ โส, อานนฺท, ภิกฺขุ อุปาทิยมาโน อุปาทิยติ. อุปาทานเสฏฺฐเญฺหตํ, อานนฺท, ยทิทํ – เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ’’.

๗๒. ‘‘อิธานนฺท, ภิกฺขุ เอวํ ปฏิปนฺโน โหติ – ‘โน จสฺส, โน จ เม สิยา; น ภวิสฺสติ, น เม ภวิสฺสติ; ยทตฺถิ, ยํ ภูตํ – ตํ ปชหามี’ติ. เอวํ อุเปกฺขํ ปฏิลภติ. โส ตํ อุเปกฺขํ นาภินนฺทติ, นาภิวทติ, น อชฺโฌสาย ติฏฺฐติ. ตสฺส ตํ อุเปกฺขํ อนภินนฺทโต อนภิวทโต อนชฺโฌสาย ติฏฺฐโต น ตนฺนิสฺสิตํ โหติ วิญฺญาณํ น ตทุปาทานํ. อนุปาทาโน, อานนฺท, ภิกฺขุ ปรินิพฺพายตี’’ติ.

๗๓. ‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต, อพฺภุตํ, ภนฺเต! นิสฺสาย นิสฺสาย กิร โน, ภนฺเต, ภควตา โอฆสฺส นิตฺถรณา อกฺขาตา. กตโม ปน, ภนฺเต, อริโย วิโมกฺโข’’ติ? ‘‘อิธานนฺท, ภิกฺขุ อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘เย จ ทิฏฺฐธมฺมิกา กามา, เย จ สมฺปรายิกา กามา; ยา จ ทิฏฺฐธมฺมิกา กามสญฺญา, ยา จ สมฺปรายิกา กามสญฺญา; เย จ ทิฏฺฐธมฺมิกา รูปา, เย จ สมฺปรายิกา รูปา; ยา จ ทิฏฺฐธมฺมิกา รูปสญฺญา, ยา จ สมฺปรายิกา รูปสญฺญา; ยา จ อาเนญฺชสญฺญา, ยา จ อากิญฺจญฺญายตนสญฺญา, ยา จ เนวสญฺญานาสญฺญายตนสญฺญา – เอส สกฺกาโย ยาวตา สกฺกาโย. เอตํ อมตํ ยทิทํ อนุปาทา จิตฺตสฺส วิโมกฺโข. อิติ, โข, อานนฺท, เทสิตา มยา อาเนญฺชสปฺปายา ปฏิปทา, เทสิตา อากิญฺจญฺญายตนสปฺปายา ปฏิปทา, เทสิตา เนวสญฺญานาสญฺญายตนสปฺปายา ปฏิปทา, เทสิตา นิสฺสาย นิสฺสาย โอฆสฺส นิตฺถรณา, เทสิโต อริโย วิโมกฺโข. ยํ โข, อานนฺท, สตฺถารา กรณียํ สาวกานํ หิเตสินา อนุกมฺปเกน อนุกมฺปํ อุปาทาย, กตํ โว ตํ มยา. เอตานิ, อานนฺท, รุกฺขมูลานิ, เอตานิ สุญฺญาคารานิ. ฌายถานนฺท, มา ปมาทตฺถ, มา ปจฺฉา วิปฺปฏิสาริโน อหุวตฺถ. อยํ โว อมฺหากํ อนุสาสนี’’’ติ.

อิทมโวจ ภควา. อตฺตมโน อายสฺมา อานนฺโท ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทีติ.

อาเนญฺชสปฺปายสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ ฉฏฺฐํ.

๗. คณกโมคฺคลฺลานสุตฺตํ

๗๔. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ ปุพฺพาราเม มิคารมาตุปาสาเท. อถ โข คณกโมคฺคลฺลาโน [คณกโมคฺคลาโน (ก.)] พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข คณกโมคฺคลฺลาโน พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ –

‘‘เสยฺยถาปิ, โภ โคตม, อิมสฺส มิคารมาตุปาสาทสฺส ทิสฺสติ อนุปุพฺพสิกฺขา อนุปุพฺพกิริยา อนุปุพฺพปฏิปทา ยทิทํ – ยาว ปจฺฉิมโสปานกเฬวราः อิเมสมฺปิ หิ, โภ โคตม, พฺราหฺมณานํ ทิสฺสติ อนุปุพฺพสิกฺขา อนุปุพฺพกิริยา อนุปุพฺพปฏิปทา ยทิทํ – อชฺเฌเนः อิเมสมฺปิ หิ, โภ โคตม, อิสฺสาสานํ ทิสฺสติ อนุปุพฺพสิกฺขา อนุปุพฺพกิริยา อนุปุพฺพปฏิปทา ยทิทํ – อิสฺสตฺเถ [อิสฺสตฺเต (ก.)]. อมฺหากมฺปิ หิ, โภ โคตม, คณกานํ คณนาชีวานํ ทิสฺสติ อนุปุพฺพสิกฺขา อนุปุพฺพกิริยา อนุปุพฺพปฏิปทา ยทิทํ – สงฺขาเน. มยญฺหิ, โภ โคตม, อนฺเตวาสึ ลภิตฺวา ปฐมํ เอวํ คณาเปม – ‘เอกํ เอกกํ, เทฺว ทุกา, ตีณิ ติกา, จตฺตาริ จตุกฺกา, ปญฺจ ปญฺจกา, ฉ ฉกฺกา, สตฺต สตฺตกา, อฏฺฐ อฏฺฐกา, นว นวกา, ทส ทสกา’ติ; สตมฺปิ มยํ, โภ โคตม, คณาเปม, ภิยฺโยปิ คณาเปม. สกฺกา นุ โข, โภ โคตม, อิมสฺมิมฺปิ ธมฺมวินเย เอวเมว อนุปุพฺพสิกฺขา อนุปุพฺพกิริยา อนุปุพฺพปฏิปทา ปญฺญเปตุ’’นฺติ?

๗๕. ‘‘สกฺกา, พฺราหฺมณ, อิมสฺมิมฺปิ ธมฺมวินเย อนุปุพฺพสิกฺขา อนุปุพฺพกิริยา อนุปุพฺพปฏิปทา ปญฺญเปตุํ. เสยฺยถาปิ, พฺราหฺมณ, ทกฺโข อสฺสทมฺมโก ภทฺทํ อสฺสาชานียํ ลภิตฺวา ปฐเมเนว มุขาธาเน การณํ กาเรติ, อถ อุตฺตรึ การณํ กาเรติ; เอวเมว โข, พฺราหฺมณ, ตถาคโต ปุริสทมฺมํ ลภิตฺวา ปฐมํ เอวํ วิเนติ – ‘เอหิ ตฺวํ, ภิกฺขุ, สีลวา โหหิ, ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหราหิ อาจารโคจรสมฺปนฺโน อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี, สมาทาย สิกฺขสฺสุ สิกฺขาปเทสู’’’ติ.

‘‘ยโต โข, พฺราหฺมณ, ภิกฺขุ สีลวา โหติ, ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ อาจารโคจรสมฺปนฺโน อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี, สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ, ตเมนํ ตถาคโต อุตฺตรึ วิเนติ – ‘เอหิ ตฺวํ, ภิกฺขุ, อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร โหหิ, จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา มา นิมิตฺตคฺคาหี โหหิ มานุพฺยญฺชนคฺคาหี. ยตฺวาธิกรณเมนํ จกฺขุนฺทฺริยํ อสํวุตํ วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ ตสฺส สํวราย ปฏิปชฺชาหิ; รกฺขาหิ จกฺขุนฺทฺริยํ, จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชาหิ. โสเตน สทฺทํ สุตฺวา…เป… ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา…เป… ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา…เป… กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา…เป… มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย มา นิมิตฺตคฺคาหี โหหิ มานุพฺยญฺชนคฺคาหี. ยตฺวาธิกรณเมนํ มนินฺทฺริยํ อสํวุตํ วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ ตสฺส สํวราย ปฏิปชฺชาหิ; รกฺขาหิ มนินฺทฺริยํ, มนินฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชาหี’’’ติ.

‘‘ยโต โข, พฺราหฺมณ, ภิกฺขุ อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร โหติ, ตเมนํ ตถาคโต อุตฺตรึ วิเนติ – ‘เอหิ ตฺวํ, ภิกฺขุ, โภชเน มตฺตญฺญู โหหิ. ปฏิสงฺขา โยนิโส อาหารํ อาหาเรยฺยาสิ – เนว ทวาย น มทาย น มณฺฑนาย น วิภูสนาย, ยาวเทว อิมสฺส กายสฺส ฐิติยา ยาปนาย วิหึสูปรติยา พฺรหฺมจริยานุคฺคหาย – อิติ ปุราณญฺจ เวทนํ ปฏิหงฺขามิ, นวญฺจ เวทนํ น อุปฺปาเทสฺสามิ, ยาตฺรา จ เม ภวิสฺสติ อนวชฺชตา จ ผาสุวิหาโร จา’’’ติ.

‘‘ยโต โข, พฺราหฺมณ, ภิกฺขุ โภชเน มตฺตญฺญู โหติ, ตเมนํ ตถาคโต อุตฺตรึ วิเนติ – ‘เอหิ ตฺวํ, ภิกฺขุ, ชาคริยํ อนุยุตฺโต วิหราหิ, ทิวสํ จงฺกเมน นิสชฺชาย อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธหิ, รตฺติยา ปฐมํ ยามํ จงฺกเมน นิสชฺชาย อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธหิ, รตฺติยา มชฺฌิมํ ยามํ ทกฺขิเณน ปสฺเสน สีหเสยฺยํ กปฺเปยฺยาสิ ปาเท ปาทํ อจฺจาธาย สโต สมฺปชาโน อุฏฺฐานสญฺญํ มนสิกริตฺวา, รตฺติยา ปจฺฉิมํ ยามํ ปจฺจุฏฺฐาย จงฺกเมน นิสชฺชาย อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธหี’’’ติ.

‘‘ยโต โข, พฺราหฺมณ, ภิกฺขุ ชาคริยํ อนุยุตฺโต โหติ, ตเมนํ ตถาคโต อุตฺตรึ วิเนติ – ‘เอหิ ตฺวํ, ภิกฺขุ, สติสมฺปชญฺเญน สมนฺนาคโต โหหิ, อภิกฺกนฺเต ปฏิกฺกนฺเต สมฺปชานการี, อาโลกิเต วิโลกิเต สมฺปชานการี, สมิญฺชิเต ปสาริเต สมฺปชานการี, สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารเณ สมฺปชานการี, อสิเต ปีเต ขายิเต สายิเต สมฺปชานการี, อุจฺจารปสฺสาวกมฺเม สมฺปชานการี, คเต ฐิเต นิสินฺเน สุตฺเต ชาคริเต ภาสิเต ตุณฺหีภาเว สมฺปชานการี’’’ติ.