๔. สุวณฺณวิมานวตฺถุ
๑๑๓๔. ‘‘โสวณฺณมเย ปพฺพตสฺมึ, วิมานํ สพฺพโตปภํ;
เหมชาลปฏิจฺฉนฺนํ [เหมชาลกปจฺฉนฺนํ (สี.)], กิงฺกิณิ [กิงฺกณิก (สฺยา. ก.), กิงฺกิณิก (ปี.)] ชาลกปฺปิตํ.
๑๑๓๕. ‘‘อฏฺฐํสา สุกตา ถมฺภา, สพฺเพ เวฬุริยามยา;
เอกเมกาย อํสิยา, รตนา สตฺต นิมฺมิตา.
๑๑๓๖. ‘‘เวฬุริยสุวณฺณสฺส, ผลิกา รูปิยสฺส จ;
มสารคลฺลมุตฺตาหิ, โลหิตงฺคมณีหิ จ.
๑๑๓๗. ‘‘จิตฺรา มโนรมา ภูมิ, น ตตฺถุทฺธํสตี รโช;
โคปาณสีคณา ปีตา, กูฏํ ธาเรนฺติ นิมฺมิตา.
๑๑๓๘. ‘‘โสปาณานิ จ จตฺตาริ, นิมฺมิตา จตุโร ทิสา;
นานารตนคพฺเภหิ, อาทิจฺโจว วิโรจติ.
๑๑๓๙. ‘‘เวทิยา จตสฺโส ตตฺถ, วิภตฺตา ภาคโส มิตา;
ททฺทลฺลมานา อาภนฺติ, สมนฺตา จตุโร ทิสา.
๑๑๔๐. ‘‘ตสฺมึ วิมาเน ปวเร, เทวปุตฺโต มหปฺปโภ;
อติโรจสิ วณฺเณน, อุทยนฺโตว ภาณุมา.
๑๑๔๑. ‘‘ทานสฺส เต อิทํ ผลํ, อโถ สีลสฺส วา ปน;
อโถ อญฺชลิกมฺมสฺส, ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโต’’.
๑๑๔๒. โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน…เป… ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ.
๑๑๔๓. ‘‘อหํ อนฺธกวินฺทสฺมึ, พุทฺธสฺสาทิจฺจพนฺธุโน;
วิหารํ สตฺถุ กาเรสึ, ปสนฺโน เสหิ ปาณิภิ.
๑๑๔๔. ‘‘ตตฺถ คนฺธญฺจ มาลญฺจ, ปจฺจยญฺจ [ปจฺจคฺคญฺจ (สี.), ปจฺจคฺฆญฺจ (?)] วิเลปนํ;
วิหารํ สตฺถุ อทาสึ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา;
เตน มยฺหํ อิทํ ลทฺธํ, วสํ วตฺเตมิ นนฺทเน.
๑๑๔๕. ‘‘นนฺทเน จ วเน [นนฺทเน ปวเน (สี. สฺยา.)] รมฺเม, นานาทิชคณายุเต;
รมามิ นจฺจคีเตหิ, อจฺฉราหิ ปุรกฺขโต’’ติ.
สุวณฺณวิมานํ จตุตฺถํ.