๑๐. (อุตฺตร) ปายาสิวิมานวตฺถุ

๑๑๐๘. ‘‘ยา เทวราชสฺส สภา สุธมฺมา, ยตฺถจฺฉติ เทวสงฺโฆ สมคฺโค;

ตถูปมํ ตุยฺหมิทํ วิมานํ, โอภาสยํ ติฏฺฐติ อนฺตลิกฺเข.

๑๑๐๙. ‘‘เทวิทฺธิปตฺโตสิ มหานุภาโว, มนุสฺสภูโต กิมกาสิ ปุญฺญํ;

เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาโว, วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

๑๑๑๐. โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน…เป… ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ.

๑๑๑๑. ‘‘อหํ มนุสฺเสสุ มนุสฺสภูโต, รญฺโญ ปายาสิสฺส อโหสึ มาณโว;

ลทฺธา ธนํ สํวิภาคํ อกาสึ, ปิยา จ เม สีลวนฺโต อเหสุํ;

อนฺนญฺจ ปานญฺจ ปสนฺนจิตฺโต, สกฺกจฺจ ทานํ วิปุลํ อทาสึ.

๑๑๑๒. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ…เป. …วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

(อุตฺตร) ปายาสิวิมานํ [อุตฺตรวิมานํ (สี. สฺยา. อฏฺฐ.)] ทสมํ.

ปายาสิวคฺโค ฉฏฺโฐ นิฏฺฐิโต.

ตสฺสุทฺทานํ –

เทฺว อคาริโน ผลทายี, เทฺว อุปสฺสยทายี ภิกฺขาย ทายี;

ยวปาลโก เจว เทฺว, กุณฺฑลิโน ปายาสีติ [ปาฐเภโท นตฺถิ];

ปุริสานํ ทุติโย วคฺโค ปวุจฺจตีติ.