๒. เรวตีวิมานวตฺถุ
๘๖๑. [ธ. ป. ๒๑๙ ธมฺมปเท] ‘‘จิรปฺปวาสึ ปุริสํ, ทูรโต โสตฺถิมาคตํ;
ญาติมิตฺตา สุหชฺชา จ, อภินนฺทนฺติ อาคตํ;
๘๖๒. [ธ. ป. ๒๒๐ ธมฺมปเท] ‘‘ตเถว กตปุญฺญมฺปิ, อสฺมา โลกา ปรํ คตํ;
ปุญฺญานิ ปฏิคณฺหนฺติ, ปิยํ ญาตีว อาคตํ.
๘๖๓. [เป. ว. ๗๑๔]‘‘อุฏฺเฐหิ เรวเต สุปาปธมฺเม, อปารุตทฺวาเร [อปารุภํ ทฺวารํ (สี. สฺยา.), อปารุตทฺวารํ (ปี. ก.)] อทานสีเล;
เนสฺสาม ตํ ยตฺถ ถุนนฺติ ทุคฺคตา, สมปฺปิตา เนรยิกา ทุกฺเขนา’’ติ.
๘๖๔. อิจฺเจว [อิจฺเจวํ (สฺยา. ก.)] วตฺวาน ยมสฺส ทูตา, เต เทฺว ยกฺขา โลหิตกฺขา พฺรหนฺตา;
ปจฺเจกพาหาสุ คเหตฺวา เรวตํ, ปกฺกามยุํ เทวคณสฺส สนฺติเก.
๘๖๕. ‘‘อาทิจฺจวณฺณํ รุจิรํ ปภสฺสรํ, พฺยมฺหํ สุภํ กญฺจนชาลฉนฺนํ;
กสฺเสตมากิณฺณชนํ วิมานํ, สูริยสฺส รํสีริว โชตมานํ.
๘๖๖. ‘‘นารีคณา จนฺทนสารลิตฺตา [จนฺทนสารานุลิตฺตา (สฺยา.)], อุภโต วิมานํ อุปโสภยนฺติ;
ตํ ทิสฺสติ สูริยสมานวณฺณํ, โก โมทติ สคฺคปตฺโต วิมาเน’’ติ.
๘๖๗. ‘‘พาราณสิยํ นนฺทิโย นามาสิ, อุปาสโก อมจฺฉรี ทานปติ วทญฺญู;
ตสฺเสตมากิณฺณชนํ วิมานํ, สูริยสฺส รํสีริว โชตมานํ.
๘๖๘. ‘‘นารีคณา จนฺทนสารลิตฺตา, อุภโต วิมานํ อุปโสภยนฺติ;
ตํ ทิสฺสติ สูริยสมานวณฺณํ, โส โมทติ สคฺคปตฺโต วิมาเน’’ติ.
๘๖๙. ‘‘นนฺทิยสฺสาหํ ภริยา, อคารินี สพฺพกุลสฺส อิสฺสรา;
ภตฺตุ วิมาเน รมิสฺสามิ ทานหํ, น ปตฺถเย นิรยํ ทสฺสนายา’’ติ.
๘๗๐. ‘‘เอโส เต นิรโย สุปาปธมฺเม, ปุญฺญํ ตยา อกตํ ชีวโลเก;
น หิ มจฺฉรี โรสโก ปาปธมฺโม, สคฺคูปคานํ ลภติ สหพฺยต’’นฺติ.
๘๗๑. ‘‘กึ นุ คูถญฺจ มุตฺตญฺจ, อสุจี ปฏิทิสฺสติ;
ทุคฺคนฺธํ กิมิทํ มีฬฺหํ, กิเมตํ อุปวายตี’’ติ.
๘๗๒. ‘‘เอส สํสวโก นาม, คมฺภีโร สตโปริโส;
ยตฺถ วสฺสสหสฺสานิ, ตุวํ ปจฺจสิ เรวเต’’ติ.
๘๗๓. ‘‘กึ นุ กาเยน วาจาย, มนสา ทุกฺกฏํ กตํ;
เกน สํสวโก ลทฺโธ, คมฺภีโร สตโปริโส’’ติ.
๘๗๔. ‘‘สมเณ พฺราหฺมเณ จาปิ, อญฺเญ วาปิ วนิพฺพเก [วณิพฺพเก (สฺยา. ก.)];
มุสาวาเทน วญฺเจสิ, ตํ ปาปํ ปกตํ ตยา.
๘๗๕. ‘‘เตน สํสวโก ลทฺโธ, คมฺภีโร สตโปริโส;
ตตฺถ วสฺสสหสฺสานิ, ตุวํ ปจฺจสิ เรวเต.
๘๗๖. ‘‘หตฺเถปิ ฉินฺทนฺติ อโถปิ ปาเท, กณฺเณปิ ฉินฺทนฺติ อโถปิ นาสํ;
อโถปิ กาโกฬคณา สเมจฺจ, สงฺคมฺม ขาทนฺติ วิผนฺทมาน’’นฺติ.
๘๗๗. ‘‘สาธุ โข มํ ปฏิเนถ, กาหามิ กุสลํ พหุํ;
ทาเนน สมจริยาย, สํยเมน ทเมน จ;
ยํ กตฺวา สุขิตา โหนฺติ, น จ ปจฺฉานุตปฺปเร’’ติ.
๘๗๘. ‘‘ปุเร ตุวํ ปมชฺชิตฺวา, อิทานิ ปริเทวสิ;
สยํ กตานํ กมฺมานํ, วิปากํ อนุโภสฺสสี’’ติ.
๘๗๙. ‘‘โก เทวโลกโต มนุสฺสโลกํ, คนฺตฺวาน ปุฏฺโฐ เม เอวํ วเทยฺย;
‘นิกฺขิตฺตทณฺเฑสุ ททาถ ทานํ, อจฺฉาทนํ เสยฺย [สยน (สี.)] มถนฺนปานํ;
นหิ มจฺฉรี โรสโก ปาปธมฺโม, สคฺคูปคานํ ลภติ สหพฺยตํ’.
๘๘๐. ‘‘สาหํ นูน อิโต คนฺตฺวา, โยนึ ลทฺธาน มานุสึ;
วทญฺญู สีลสมฺปนฺนา, กาหามิ กุสลํ พหุํ;
ทาเนน สมจริยาย, สํยเมน ทเมน จ.
๘๘๑. ‘‘อารามานิ จ โรปิสฺสํ, ทุคฺเค สงฺกมนานิ จ;
ปปญฺจ อุทปานญฺจ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา.
๘๘๒. ‘‘จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ, ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี;
ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ, อฏฺฐงฺคสุสมาคตํ.
๘๘๓. ‘‘อุโปสถํ อุปวสิสฺสํ, สทา สีเลสุ สํวุตา;
น จ ทาเน ปมชฺชิสฺสํ, สามํ ทิฏฺฐมิทํ มยา’’ติ;
๘๘๔. อิจฺเจวํ วิปฺปลปนฺตึ, ผนฺทมานํ ตโต ตโต;
ขิปึสุ นิรเย โฆเร, อุทฺธปาทํ อวํสิรํ.
๘๘๕. ‘‘อหํ ปุเร มจฺฉรินี อโหสึ, ปริภาสิกา สมณพฺราหฺมณานํ;
วิตเถน จ สามิกํ วญฺจยิตฺวา, ปจฺจามหํ นิรเย โฆรรูเป’’ติ.
เรวตีวิมานํ ทุติยํ.