๕. มหารถวคฺโค

๑. มณฺฑูกเทวปุตฺตวิมานวตฺถุ

๘๕๗. ‘‘โก เม วนฺทติ ปาทานิ, อิทฺธิยา ยสสา ชลํ;

อภิกฺกนฺเตน วณฺเณน, สพฺพา โอภาสยํ ทิสา’’ติ.

๘๕๘. ‘‘มณฺฑูโกหํ ปุเร อาสึ, อุทเก วาริโคจโร;

ตว ธมฺมํ สุณนฺตสฺส, อวธี วจฺฉปาลโก.

๘๕๙. ‘‘มุหุตฺตํ จิตฺตปสาทสฺส, อิทฺธึ ปสฺส ยสญฺจ เม;

อานุภาวญฺจ เม ปสฺส, วณฺณํ ปสฺส ชุติญฺจ เม.

๘๖๐. ‘‘เย จ เต ทีฆมทฺธานํ, ธมฺมํ อสฺโสสุํ โคตม;

ปตฺตา เต อจลฏฺฐานํ, ยตฺถ คนฺตฺวา น โสจเร’’ติ.

มณฺฑูกเทวปุตฺตวิมานํ ปฐมํ.

๒. เรวตีวิมานวตฺถุ

๘๖๑. [ธ. ป. ๒๑๙ ธมฺมปเท] ‘‘จิรปฺปวาสึ ปุริสํ, ทูรโต โสตฺถิมาคตํ;

ญาติมิตฺตา สุหชฺชา จ, อภินนฺทนฺติ อาคตํ;

๘๖๒. [ธ. ป. ๒๒๐ ธมฺมปเท] ‘‘ตเถว กตปุญฺญมฺปิ, อสฺมา โลกา ปรํ คตํ;

ปุญฺญานิ ปฏิคณฺหนฺติ, ปิยํ ญาตีว อาคตํ.

๘๖๓. [เป. ว. ๗๑๔]‘‘อุฏฺเฐหิ เรวเต สุปาปธมฺเม, อปารุตทฺวาเร [อปารุภํ ทฺวารํ (สี. สฺยา.), อปารุตทฺวารํ (ปี. ก.)] อทานสีเล;

เนสฺสาม ตํ ยตฺถ ถุนนฺติ ทุคฺคตา, สมปฺปิตา เนรยิกา ทุกฺเขนา’’ติ.

๘๖๔. อิจฺเจว [อิจฺเจวํ (สฺยา. ก.)] วตฺวาน ยมสฺส ทูตา, เต เทฺว ยกฺขา โลหิตกฺขา พฺรหนฺตา;

ปจฺเจกพาหาสุ คเหตฺวา เรวตํ, ปกฺกามยุํ เทวคณสฺส สนฺติเก.

๘๖๕. ‘‘อาทิจฺจวณฺณํ รุจิรํ ปภสฺสรํ, พฺยมฺหํ สุภํ กญฺจนชาลฉนฺนํ;

กสฺเสตมากิณฺณชนํ วิมานํ, สูริยสฺส รํสีริว โชตมานํ.

๘๖๖. ‘‘นารีคณา จนฺทนสารลิตฺตา [จนฺทนสารานุลิตฺตา (สฺยา.)], อุภโต วิมานํ อุปโสภยนฺติ;

ตํ ทิสฺสติ สูริยสมานวณฺณํ, โก โมทติ สคฺคปตฺโต วิมาเน’’ติ.

๘๖๗. ‘‘พาราณสิยํ นนฺทิโย นามาสิ, อุปาสโก อมจฺฉรี ทานปติ วทญฺญู;

ตสฺเสตมากิณฺณชนํ วิมานํ, สูริยสฺส รํสีริว โชตมานํ.

๘๖๘. ‘‘นารีคณา จนฺทนสารลิตฺตา, อุภโต วิมานํ อุปโสภยนฺติ;

ตํ ทิสฺสติ สูริยสมานวณฺณํ, โส โมทติ สคฺคปตฺโต วิมาเน’’ติ.

๘๖๙. ‘‘นนฺทิยสฺสาหํ ภริยา, อคารินี สพฺพกุลสฺส อิสฺสรา;

ภตฺตุ วิมาเน รมิสฺสามิ ทานหํ, น ปตฺถเย นิรยํ ทสฺสนายา’’ติ.

๘๗๐. ‘‘เอโส เต นิรโย สุปาปธมฺเม, ปุญฺญํ ตยา อกตํ ชีวโลเก;

น หิ มจฺฉรี โรสโก ปาปธมฺโม, สคฺคูปคานํ ลภติ สหพฺยต’’นฺติ.

๘๗๑. ‘‘กึ นุ คูถญฺจ มุตฺตญฺจ, อสุจี ปฏิทิสฺสติ;

ทุคฺคนฺธํ กิมิทํ มีฬฺหํ, กิเมตํ อุปวายตี’’ติ.

๘๗๒. ‘‘เอส สํสวโก นาม, คมฺภีโร สตโปริโส;

ยตฺถ วสฺสสหสฺสานิ, ตุวํ ปจฺจสิ เรวเต’’ติ.

๘๗๓. ‘‘กึ นุ กาเยน วาจาย, มนสา ทุกฺกฏํ กตํ;

เกน สํสวโก ลทฺโธ, คมฺภีโร สตโปริโส’’ติ.

๘๗๔. ‘‘สมเณ พฺราหฺมเณ จาปิ, อญฺเญ วาปิ วนิพฺพเก [วณิพฺพเก (สฺยา. ก.)];

มุสาวาเทน วญฺเจสิ, ตํ ปาปํ ปกตํ ตยา.

๘๗๕. ‘‘เตน สํสวโก ลทฺโธ, คมฺภีโร สตโปริโส;

ตตฺถ วสฺสสหสฺสานิ, ตุวํ ปจฺจสิ เรวเต.

๘๗๖. ‘‘หตฺเถปิ ฉินฺทนฺติ อโถปิ ปาเท, กณฺเณปิ ฉินฺทนฺติ อโถปิ นาสํ;

อโถปิ กาโกฬคณา สเมจฺจ, สงฺคมฺม ขาทนฺติ วิผนฺทมาน’’นฺติ.

๘๗๗. ‘‘สาธุ โข มํ ปฏิเนถ, กาหามิ กุสลํ พหุํ;

ทาเนน สมจริยาย, สํยเมน ทเมน จ;

ยํ กตฺวา สุขิตา โหนฺติ, น จ ปจฺฉานุตปฺปเร’’ติ.

๘๗๘. ‘‘ปุเร ตุวํ ปมชฺชิตฺวา, อิทานิ ปริเทวสิ;

สยํ กตานํ กมฺมานํ, วิปากํ อนุโภสฺสสี’’ติ.

๘๗๙. ‘‘โก เทวโลกโต มนุสฺสโลกํ, คนฺตฺวาน ปุฏฺโฐ เม เอวํ วเทยฺย;

‘นิกฺขิตฺตทณฺเฑสุ ททาถ ทานํ, อจฺฉาทนํ เสยฺย [สยน (สี.)] มถนฺนปานํ;

นหิ มจฺฉรี โรสโก ปาปธมฺโม, สคฺคูปคานํ ลภติ สหพฺยตํ’.

๘๘๐. ‘‘สาหํ นูน อิโต คนฺตฺวา, โยนึ ลทฺธาน มานุสึ;

วทญฺญู สีลสมฺปนฺนา, กาหามิ กุสลํ พหุํ;

ทาเนน สมจริยาย, สํยเมน ทเมน จ.

๘๘๑. ‘‘อารามานิ จ โรปิสฺสํ, ทุคฺเค สงฺกมนานิ จ;

ปปญฺจ อุทปานญฺจ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา.

๘๘๒. ‘‘จาตุทฺทสึ ปญฺจทสึ, ยา จ ปกฺขสฺส อฏฺฐมี;

ปาฏิหาริยปกฺขญฺจ, อฏฺฐงฺคสุสมาคตํ.

๘๘๓. ‘‘อุโปสถํ อุปวสิสฺสํ, สทา สีเลสุ สํวุตา;

น จ ทาเน ปมชฺชิสฺสํ, สามํ ทิฏฺฐมิทํ มยา’’ติ;

๘๘๔. อิจฺเจวํ วิปฺปลปนฺตึ, ผนฺทมานํ ตโต ตโต;

ขิปึสุ นิรเย โฆเร, อุทฺธปาทํ อวํสิรํ.

๘๘๕. ‘‘อหํ ปุเร มจฺฉรินี อโหสึ, ปริภาสิกา สมณพฺราหฺมณานํ;

วิตเถน จ สามิกํ วญฺจยิตฺวา, ปจฺจามหํ นิรเย โฆรรูเป’’ติ.

เรวตีวิมานํ ทุติยํ.

๓. ฉตฺตมาณวกวิมานวตฺถุ

๘๘๖. ‘‘เย วทตํ ปวโร มนุเชสุ, สกฺยมุนี ภควา กตกิจฺโจ;

ปารคโต พลวีริยสมงฺคี [พลวีรสมงฺคี (ก.)], ตํ สุคตํ สรณตฺถมุเปหิ.

๘๘๗. ‘‘ราควิราคมเนชมโสกํ, ธมฺมมสงฺขตมปฺปฏิกูลํ;

มธุรมิมํ ปคุณํ สุวิภตฺตํ, ธมฺมมิมํ สรณตฺถมุเปหิ.

๘๘๘. ‘‘ยตฺถ จ ทินฺน มหปฺผลมาหุ, จตูสุ สุจีสุ ปุริสยุเคสุ;

อฏฺฐ จ ปุคฺคลธมฺมทสา เต, สงฺฆมิมํ สรณตฺถมุเปหิ.

๘๘๙. ‘‘น ตถา ตปติ นเภ สูริโย, จนฺโท จ น ภาสติ น ผุสฺโส;

ยถา อตุลมิทํ มหปฺปภาสํ, โก นุ ตฺวํ ติทิวา มหึ อุปาคา.

๘๙๐. ‘‘ฉินฺทติ รํสี ปภงฺกรสฺส, สาธิกวีสติโยชนานิ อาภา;

รตฺติมปิ ยถา ทิวํ กโรติ, ปริสุทฺธํ วิมลํ สุภํ วิมานํ.

๘๙๑. ‘‘พหุปทุมวิจิตฺรปุณฺฑรีกํ, โวกิณฺณํ กุสุเมหิ เนกจิตฺตํ;

อรชวิรชเหมชาลฉนฺนํ, อากาเส ตปติ ยถาปิ สูริโย.

๘๙๒. ‘‘รตฺตมฺพรปีตวสสาหิ, อครุปิยงฺคุจนฺทนุสฺสทาหิ;

กญฺจนตนุสนฺนิภตฺตจาหิ, ปริปูรํ คคนํว ตารกาหิ.

๘๙๓. ‘‘นรนาริโย [นรนารี (ก.), นาริโย (?)] พหุเกตฺถเนกวณฺณา, กุสุมวิภูสิตาภรเณตฺถ สุมนา;

อนิลปมุญฺจิตา ปวนฺติ [ปวายนฺติ (ก.)] สุรภึ, ตปนิยวิตตา สุวณฺณฉนฺนา [สุวณฺณจฺฉาทนา (สี.)].

๘๙๔. ‘‘กิสฺส สํยมสฺส [สมทมสฺส (สี.)] อยํ วิปาโก, เกนาสิ กมฺมผเลนิธูปปนฺโน;

ยถา จ เต อธิคตมิทํ วิมานํ, ตทนุปทํ อวจาสิ อิงฺฆ ปุฏฺโฐ’’ติ.

๘๙๕. ‘‘สยมิธ [ยมิธ (สี. สฺยา. ปี.)] ปเถ สเมจฺจ มาณเวน, สตฺถานุสาสิ อนุกมฺปมาโน;

ตว รตนวรสฺส ธมฺมํ สุตฺวา, กริสฺสามีติ จ พฺรวิตฺถ ฉตฺโต.

๘๙๖. ‘‘ชินวรปวรํ [ชินปวรํ (สฺยา. ก.)] อุเปหิ [อุเปมิ (พหูสุ)] สรณํ, ธมฺมญฺจาปิ ตเถว ภิกฺขุสงฺฆํ;

โนติ ปฐมํ อโวจหํ [อโวจาหํ (สี. สฺยา. ก.)] ภนฺเต, ปจฺฉา เต วจนํ ตเถวกาสึ.

๘๙๗. ‘‘มา จ ปาณวธํ วิวิธํ จรสฺสุ อสุจึ,

น หิ ปาเณสุ อสญฺญตํ อวณฺณยึสุ สปฺปญฺญา;

โนติ ปฐมํ อโวจหํ ภนฺเต,

ปจฺฉา เต วจนํ ตเถวกาสึ.

๘๙๘. ‘‘มา จ ปรชนสฺส รกฺขิตมฺปิ, อาทาตพฺพมมญฺญิโถ [มมญฺญิตฺถ (สี. ปี.)] อทินฺนํ;

โนติ ปฐมํ อโวจหํ ภนฺเต, ปจฺฉา วจนํ ตเถวกาสึ.

๘๙๙. ‘‘มา จ ปรชนสฺส รกฺขิตาโย, ปรภริยา อคมา อนริยเมตํ;

โนติ ปฐมํ อโวจหํ ภนฺเต, ปจฺฉา เต วจนํ ตเถวกาสึ;

๙๐๐. ‘‘มา จ วิตถํ อญฺญถา อภาณิ,

น หิ มุสาวาทํ อวณฺณยึสุ สปฺปญฺญา;

โนติ ปฐมํ อโวจหํ ภนฺเต, ปจฺฉา เต วจนํ ตเถวกาสึ.

๙๐๑. ‘‘เยน จ ปุริสสฺส อเปติ สญฺญา, ตํ มชฺชํ ปริวชฺชยสฺสุ สพฺพํ;

โนติ ปฐมํ อโวจหํ ภนฺเต, ปจฺฉา เต วจนํ ตเถวกาสึ.

๙๐๒. ‘‘สฺวาหํ อิธ ปญฺจ สิกฺขา กริตฺวา, ปฏิปชฺชิตฺวา ตถาคตสฺส ธมฺเม;

เทฺวปถมคมาสึ โจรมชฺเฌ, เต มํ ตตฺถ วธึสุ โภคเหตุ.

๙๐๓. ‘‘เอตฺตกมิทํ อนุสฺสรามิ กุสลํ, ตโต ปรํ น เม วิชฺชติ อญฺญํ;

เตน สุจริเตน กมฺมุนาหํ [กมฺมนาหํ (สี.)], อุปฺปนฺโน [อุปปนฺโน (พหูสุ)] ติทิเวสุ กามกามี.

๙๐๔. ‘‘ปสฺส ขณมุหุตฺตสญฺญมสฺส, อนุธมฺมปฺปฏิปตฺติยา วิปากํ;

ชลมิว ยสสา สเมกฺขมานา, พหุกา มํ ปิหยนฺติ หีนกมฺมา.

๙๐๕. ‘‘ปสฺส กติปยาย เทสนาย, สุคติญฺจมฺหิ คโต สุขญฺจ ปตฺโต;

เย จ เต สตตํ สุณนฺติ ธมฺมํ, มญฺเญ เต อมตํ ผุสนฺติ เขมํ.

๙๐๖. ‘‘อปฺปมฺปิ กตํ มหาวิปากํ, วิปุลํ โหติ [วิปุลผลํ (ก.)] ตถาคตสฺส ธมฺเม;

ปสฺส กตปุญฺญตาย ฉตฺโต, โอภาเสติ ปถวึ ยถาปิ สูริโย.

๙๐๗. ‘‘กิมิทํ กุสลํ กิมาจเรม, อิจฺเจเก หิ สเมจฺจ มนฺตยนฺติ;

เต มยํ ปุนเรว [ปุนปิ (?)] ลทฺธ มานุสตฺตํ, ปฏิปนฺนา วิหเรมุ สีลวนฺโต.

๙๐๘. ‘‘พหุกาโร อนุกมฺปโก จ สตฺถา, อิติ เม สติ อคมา ทิวา ทิวสฺส;

สฺวาหํ อุปคโตมฺหิ สจฺจนามํ, อนุกมฺปสฺสุ ปุนปิ สุเณมุ [สุโณม (สี.), สุโณมิ (สฺยา.)] ธมฺมํ.

๙๐๙. ‘‘เย จิธ [เยธ (สี. สฺยา. ปี.), เย อิธ (ก.)] ปชหนฺติ กามราคํ, ภวราคานุสยญฺจ ปหาย โมหํ;

น จ เต ปุนมุเปนฺติ คพฺภเสยฺยํ, ปรินิพฺพานคตา หิ สีติภูตา’’ติ.

ฉตฺตมาณวกวิมานํ ตติยํ.

๔. กกฺกฏกรสทายกวิมานวตฺถุ

๙๑๐. ‘‘อุจฺจมิทํ มณิถูณํ วิมานํ, สมนฺตโต ทฺวาทส โยชนานิ;

กูฏาคารา สตฺตสตา อุฬารา, เวฬุริยถมฺภา รุจกตฺถตา [รุจิรตฺถตา (สฺยา. ก.) ๖๔๖ คาถายํ ‘‘รุจกุปกิณฺณํ’’ติ ปทสฺส สํวณฺณนา ปสฺสิตพฺพา] สุภา.

๙๑๑. ‘‘ตตฺถจฺฉสิ ปิวสิ ขาทสิ จ, ทิพฺพา จ วีณา ปวทนฺติ วคฺคุํ [วคฺคุ (สี. ก.), วคฺคู (สฺยา.)];

ทิพฺพา รสา กามคุเณตฺถ ปญฺจ, นาริโย จ นจฺจนฺติ สุวณฺณฉนฺนา.

๙๑๒. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ, เกน เต อิธ มิชฺฌติ;

อุปฺปชฺชนฺติ จ เต โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.

๙๑๓. ‘‘ปุจฺฉามิ ตํ เทว มหานุภาว, มนุสฺสภูโต กิมกาสิ ปุญฺญํ;

เกนาสิ เอวํ ชลิตานุภาโว, วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

๙๑๔. โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน, โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิโต;

ปญฺหํ ปุฏฺโฐ วิยากาสิ, ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ.

๙๑๕. ‘‘สติสมุปฺปาทกโร, ทฺวาเร กกฺกฏโก ฐิโต;

นิฏฺฐิโต ชาตรูปสฺส, โสภติ ทสปาทโก.

๙๑๖. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ, เตน เม อิธ มิชฺฌติ;

อุปฺปชฺชนฺติ จ เม โภคา, เย เกจิ มนโส ปิยา.

๙๑๗. ‘‘อกฺขามิ เต ภิกฺขุ มหานุภาว, มนุสฺสภูโต ยมกาสิ ปุญฺญํ;

เตนมฺหิ เอวํ ชลิตานุภาโว, วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

กกฺกฏกรสทายกวิมานํ จตุตฺถํ.

(อนนฺตรํ ปญฺจวิมานํ ยถา กกฺกฏกรสทายกวิมานํ ตถา วิตฺถาเรตพฺพํ)

๕. ทฺวารปาลวิมานวตฺถุ

๙๑๘. ‘‘อุจฺจมิทํ มณิถูณํ วิมานํ, สมนฺตโต ทฺวาทส โยชนานิ;

กูฏาคารา สตฺตสตา อุฬารา, เวฬุริยถมฺภา รุจกตฺถตา สุภา.

๙๑๙. ‘‘ตตฺถจฺฉสิ ปิวสิ ขาทสิ จ, ทิพฺพา จ วีณา ปวทนฺติ วคฺคุํ;

ทิพฺพา รสา กามคุเณตฺถ ปญฺจ, นาริโย จ นจฺจนฺติ สุวณฺณฉนฺนา.

๙๒๐. ‘‘เกน เตตาทิโส วณฺโณ…เป… วณฺโณ จ เต สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

๙๒๒. โส เทวปุตฺโต อตฺตมโน, โมคฺคลฺลาเนน ปุจฺฉิโต;

ปญฺหํ ปุฏฺโฐ วิยากาสิ, ยสฺส กมฺมสฺสิทํ ผลํ.

๙๒๓. ‘‘ทิพฺพํ มมํ วสฺสสหสฺสมายุ, วาจาภิคีตํ มนสา ปวตฺติตํ;

เอตฺตาวตา ฐสฺสติ ปุญฺญกมฺโม, ทิพฺเพหิ กาเมหิ สมงฺคิภูโต.

๙๒๔. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ…เป…วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.

ทฺวารปาลวิมานํ ปญฺจมํ.