๗. เปสวตีวิมานวตฺถุ

๖๔๖. ‘‘ผลิกรชตเหมชาลฉนฺนํ, วิวิธจิตฺรตลมทฺทสํ สุรมฺมํ;

พฺยมฺหํ สุนิมฺมิตํ โตรณูปปนฺนํ, รุจกุปกิณฺณมิทํ สุภํ วิมานํ.

๖๔๗. ‘‘ภาติ จ ทส ทิสา นเภว สุริโย, สรเท ตโมนุโท สหสฺสรํสี;

ตถา ตปติมิทํ ตว วิมานํ, ชลมิว ธูมสิโข นิเส นภคฺเค.

๖๔๘. ‘‘มุสตีว นยนํ สเตรตาว [สเตริตาว (สฺยา. ก.)], อากาเส ฐปิตมิทํ มนุญฺญํ;

วีณามุรชสมฺมตาฬฆุฏฺฐํ, อิทฺธํ อินฺทปุรํ ยถา ตเวทํ.

๖๔๙. ‘‘ปทุมกุมุทุปฺปลกุวลยํ, โยธิก [ยูธิก (สี.)] พนฺธุกโนชกา [โยถิกา ภณฺฑิกา โนชกา (สฺยา.)] จ สนฺติ;

สาลกุสุมิตปุปฺผิตา อโสกา, วิวิธทุมคฺคสุคนฺธเสวิตมิทํ.

๖๕๐. ‘‘สฬลลพุชภุชก [สุชก (สี. สฺยา.)] สํยุตฺตา [สญฺญตา (สี.)], กุสกสุผุลฺลิตลตาวลมฺพินีหิ;

มณิชาลสทิสา ยสสฺสินี, รมฺมา โปกฺขรณี อุปฏฺฐิตา เต.

๖๕๑. ‘‘อุทกรุหา จ เยตฺถิ ปุปฺผชาตา, ถลชา เย จ สนฺติ รุกฺขชาตา;

มานุสกามานุสฺสกา จ ทิพฺพา, สพฺเพ ตุยฺหํ นิเวสนมฺหิ ชาตา.

๖๕๒. ‘‘กิสฺส สํยมทมสฺสยํ วิปาโก, เกนาสิ กมฺมผเลนิธูปปนฺนา;

ยถา จ เต อธิคตมิทํ วิมานํ, ตทนุปทํ อวจาสิฬารปเมฺห’’ติ [ปขุเมติ (สี.)].

๖๕๓. ‘‘ยถา จ เม อธิคตมิทํ วิมานํ, โกญฺจมยูรจโกร [จงฺโกร (ก.)] สงฺฆจริตํ;

ทิพฺย [ทิพฺพ (สี. ปี.)] ปิลวหํสราชจิณฺณํ, ทิชการณฺฑวโกกิลาภินทิตํ.

๖๕๔. ‘‘นานาสนฺตานกปุปฺผรุกฺขวิวิธา, ปาฏลิชมฺพุอโสกรุกฺขวนฺตํ;

ยถา จ เม อธิคตมิทํ วิมานํ, ตํ เต ปเวทยามิ [ปวทิสฺสามิ (สี.), ปเวทิสฺสามิ (ปี.)] สุโณหิ ภนฺเต.

๖๕๕. ‘‘มคธวรปุรตฺถิเมน, นาฬกคาโม นาม อตฺถิ ภนฺเต;

ตตฺถ อโหสึ ปุเร สุณิสา, เปสวตีติ [เสสวตีติ (สี. สฺยา.)] ตตฺถ ชานึสุ มมํ.

๖๕๖. ‘‘สาหมปจิตตฺถธมฺมกุสลํ, เทวมนุสฺสปูชิตํ มหนฺตํ;

อุปติสฺสํ นิพฺพุตมปฺปเมยฺยํ, มุทิตมนา กุสุเมหิ อพฺภุกิรึ [อพฺโภกิรึ (สี. สฺยา. ปี. ก.)].

๖๕๗. ‘‘ปรมคติคตญฺจ ปูชยิตฺวา, อนฺติมเทหธรํ อิสึ อุฬารํ;

ปหาย มานุสกํ สมุสฺสยํ, ติทสคตา อิธ มาวสามิ ฐาน’’นฺติ.

เปสวตีวิมานํ สตฺตมํ.