๘. มลฺลิกาวิมานวตฺถุ

๖๕๘. ‘‘ปีตวตฺเถ ปีตธเช, ปีตาลงฺการภูสิเต;

ปีตนฺตราหิ วคฺคูหิ, อปิฬนฺธาว โสภสิ.

๖๕๙. ‘‘กา กมฺพุกายูรธเร [กกมฺพุกายุรธเร (สฺยา.)], กญฺจนาเวฬภูสิเต;

เหมชาลกสญฺฉนฺเน [ปจฺฉนฺเน (สี.)], นานารตนมาลินี.

๖๖๐. ‘‘โสวณฺณมยา โลหิตงฺคมยา [โลหิตงฺกมยา (สี. สฺยา.)] จ, มุตฺตามยา เวฬุริยมยา จ;

มสารคลฺลา สหโลหิตงฺคา [สหโลหิตงฺกา (สี.), สหโลหิตกา (สฺยา.)], ปาเรวตกฺขีหิ มณีหิ จิตฺตตา.

๖๖๑. ‘‘โกจิ โกจิ เอตฺถ มยูรสุสฺสโร, หํสสฺส รญฺโญ กรวีกสุสฺสโร;

เตสํ สโร สุยฺยติ วคฺคุรูโป, ปญฺจงฺคิกํ ตูริยมิวปฺปวาทิตํ.

๖๖๒. ‘‘รโถ จ เต สุโภ วคฺคุ [วคฺคู (สฺยา.)], นานารตนจิตฺติโต [นานารตนจิตฺตงฺโค (สฺยา.)];

นานาวณฺณาหิ ธาตูหิ, สุวิภตฺโตว โสภติ.

๖๖๓. ‘‘ตสฺมึ รเถ กญฺจนพิมฺพวณฺเณ, ยา ตฺวํ [ยตฺถ (ก. สี. สฺยา. ก.)] ฐิตา ภาสสิ มํ ปเทสํ;

เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข, กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผล’’นฺติ.

๖๖๔. ‘‘โสวณฺณชาลํ มณิโสณฺณจิตฺติตํ [วิจิตฺตํ (ก.), จิตฺตํ (สี. สฺยา.)], มุตฺตาจิตํ เหมชาเลน ฉนฺนํ [สญฺฉนฺนํ (ก.)];

ปรินิพฺพุเต โคตเม อปฺปเมยฺเย, ปสนฺนจิตฺตา อหมาภิโรปยึ.

๖๖๕. ‘‘ตาหํ กมฺมํ กริตฺวาน, กุสลํ พุทฺธวณฺณิตํ;

อเปตโสกา สุขิตา, สมฺปโมทามนามยา’’ติ.

มลฺลิกาวิมานํ อฏฺฐมํ.