๖. ททฺทลฺลวิมานวตฺถุ
๖๑๙. ‘‘ททฺทลฺลมานา [ททฺทฬฺหมานา (ก.)] วณฺเณน, ยสสา จ ยสสฺสินี;
สพฺเพ เทเว ตาวตึเส, วณฺเณน อติโรจสิ.
๖๒๐. ‘‘ทสฺสนํ นาภิชานามิ, อิทํ ปฐมทสฺสนํ;
กสฺมา กายา นุ อาคมฺม, นาเมน ภาสเส มม’’นฺติ.
๖๒๑. ‘‘อหํ ภทฺเท สุภทฺทาสึ, ปุพฺเพ มานุสเก ภเว;
สหภริยา จ เต อาสึ, ภคินี จ กนิฏฺฐิกา.
๖๒๒. ‘‘สา อหํ กายสฺส เภทา, วิปฺปมุตฺตา ตโต จุตา;
นิมฺมานรตีนํ เทวานํ, อุปปนฺนา สหพฺยต’’นฺติ.
๖๒๓. ‘‘ปหูตกตกลฺยาณา, เต เทเว ยนฺติ ปาณิโน;
เยสํ ตฺวํ กิตฺตยิสฺสสิ, สุภทฺเท ชาติมตฺตโน.
๖๒๔. ‘‘อถ [กถํ (สี. สฺยา.)] ตฺวํ เกน วณฺเณน, เกน วา อนุสาสิตา;
กีทิเสเนว ทาเนน, สุพฺพเตน ยสสฺสินี.
๖๒๕. ‘‘ยสํ เอตาทิสํ ปตฺตา, วิเสสํ วิปุลมชฺฌคา;
เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข, กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผล’’นฺติ.
๖๒๖. ‘‘อฏฺเฐว ปิณฺฑปาตานิ, ยํ ทานํ อททํ ปุเร;
ทกฺขิเณยฺยสฺส สงฺฆสฺส, ปสนฺนา เสหิ ปาณิภิ.
๖๒๗. ‘‘เตน เมตาทิโส วณฺโณ…เป…วณฺโณ จ เม สพฺพทิสา ปภาสตี’’ติ.
๖๒๙. ‘‘อหํ ตยา พหุตเร ภิกฺขู, สญฺญเต พฺรหฺมจารโย [พฺรหฺมจริโน (สฺยา.), พฺรหฺมจาริเย (ปี. ก.)];
ตปฺเปสึ อนฺนปาเนน, ปสนฺนา เสหิ ปาณิภิ.
๖๓๐. ‘‘ตยา พหุตรํ ทตฺวา, หีนกายูปคา อหํ [อหุํ (ก. สี.)];
กถํ ตฺวํ อปฺปตรํ ทตฺวา, วิเสสํ วิปุลมชฺฌคา;
เทวเต ปุจฺฉิตาจิกฺข, กิสฺส กมฺมสฺสิทํ ผล’’นฺติ.
๖๓๑. ‘‘มโนภาวนีโย ภิกฺขุ, สนฺทิฏฺโฐ เม ปุเร อหุ;
ตาหํ ภตฺเตน [ภทฺเท (ก.)] นิมนฺเตสึ, เรวตํ อตฺตนฏฺฐมํ.
๖๓๒. ‘‘โส เม อตฺถปุเรกฺขาโร, อนุกมฺปาย เรวโต;
สงฺเฆ เทหีติ มํโวจ, ตสฺสาหํ วจนํ กรึ.
๖๓๓. ‘‘สา ทกฺขิณา สงฺฆคตา, อปฺปเมยฺเย ปติฏฺฐิตา;
ปุคฺคเลสุ ตยา ทินฺนํ, น ตํ ตว มหปฺผล’’นฺติ.
๖๓๔. ‘‘อิทาเนวาหํ ชานามิ, สงฺเฆ ทินฺนํ มหปฺผลํ;
สาหํ คนฺตฺวา มนุสฺสตฺตํ, วทญฺญู วีตมจฺฉรา;
สงฺเฆ ทานานิ ทสฺสามิ [สงฺเฆ ทานํ ทสฺสามิหํ (สฺยา.)], อปฺปมตฺตา ปุนปฺปุน’’นฺติ.
๖๓๕. ‘‘กา เอสา เทวตา ภทฺเท, ตยา มนฺตยเต สห;
สพฺเพ เทเว ตาวตึเส, วณฺเณน อติโรจตี’’ติ.
๖๓๖. ‘‘มนุสฺสภูตา เทวินฺท, ปุพฺเพ มานุสเก ภเว;
สหภริยา จ เม อาสิ, ภคินี จ กนิฏฺฐิกา;
สงฺเฆ ทานานิ ทตฺวาน, กตปุญฺญา วิโรจตี’’ติ.
๖๓๗. ‘‘ธมฺเมน ปุพฺเพ ภคินี, ตยา ภทฺเท วิโรจติ;
ยํ สงฺฆมฺหิ อปฺปเมยฺเย, ปติฏฺฐาเปสิ ทกฺขิณํ.
๖๓๘. ‘‘ปุจฺฉิโต หิ มยา พุทฺโธ, คิชฺฌกูฏมฺหิ ปพฺพเต;
วิปากํ สํวิภาคสฺส, ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ.
๖๓๙. ‘‘ยชมานานํ มนุสฺสานํ, ปุญฺญเปกฺขาน ปาณินํ;
กโรตํ โอปธิกํ ปุญฺญํ, ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ.
๖๔๐. ‘‘ตํ เม พุทฺโธ วิยากาสิ, ชานํ กมฺมผลํ สกํ;
วิปากํ สํวิภาคสฺส, ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ.
๖๔๑. [วิ. ว. ๗๕๐; กถา. ๗๙๘] ‘‘จตฺตาโร จ ปฏิปนฺนา, จตฺตาโร จ ผเล ฐิตา;
เอส สงฺโฆ อุชุภูโต, ปญฺญาสีลสมาหิโต.
๖๔๒. [วิ. ว. ๗๕๑; กถา. ๗๙๘] ‘‘ยชมานานํ มนุสฺสานํ, ปุญฺญเปกฺขาน ปาณินํ;
กโรตํ โอปธิกํ ปุญฺญํ, สงฺเฆ ทินฺนํ มหปฺผลํ.
๖๔๓. [วิ. ว. ๗๕๒; กถา. ๗๙๘] ‘‘เอโส หิ สงฺโฆ วิปุโล มหคฺคโต, เอสปฺปเมยฺโย อุทธีว สาคโร;
เอเต หิ เสฏฺฐา นรวีรสาวกา, ปภงฺกรา ธมฺมมุทีรยนฺติ [ธมฺมกถํ อุทีรยนฺติ (สฺยา.)].
๖๔๔. [วิ. ว. ๗๕๓; กถา. ๗๙๘] ‘‘เตสํ สุทินฺนํ สุหุตํ สุยิฏฺฐํ, เย สงฺฆมุทฺทิสฺส ททนฺติ ทานํ;
สา ทกฺขิณา สงฺฆคตา ปติฏฺฐิตา, มหปฺผลา โลกวิทูน [โลกวิทูหิ (สฺยา. ก.)] วณฺณิตา.
๖๔๕. [วิ. ว. ๗๕๔; กถา. ๗๙๘] ‘‘เอตาทิสํ ยญฺญมนุสฺสรนฺตา [ปุญฺญมนุสฺสรนฺตา (สฺยา. ก.)], เย เวทชาตา วิจรนฺติ โลเก;
วิเนยฺย มจฺเฉรมลํ สมูลํ, อนินฺทิตา สคฺคมุเปนฺติ ฐาน’’นฺติ.
ททฺทลฺลวิมานํ [ททฺทฬฺหวิมานํ (ก.)] ฉฏฺฐํ.