๙. วาเสฏฺฐสุตฺตํ
เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา อิจฺฉานงฺคเล วิหรติ อิจฺฉานงฺคลวนสณฺเฑ. เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา อภิญฺญาตา อภิญฺญาตา พฺราหฺมณมหาสาลา อิจฺฉานงฺคเล ปฏิวสนฺติ, เสยฺยถิทํ – จงฺกี พฺราหฺมโณ, ตารุกฺโข พฺราหฺมโณ, โปกฺขรสาติ พฺราหฺมโณ, ชาณุสฺโสณิ [ชาณุโสณิ (ก.)] พฺราหฺมโณ, โตเทยฺโย พฺราหฺมโณ, อญฺเญ จ อภิญฺญาตา อภิญฺญาตา พฺราหฺมณมหาสาลา. อถ โข วาเสฏฺฐภารทฺวาชานํ มาณวานํ ชงฺฆาวิหารํ อนุจงฺกมนฺตานํ อนุวิจรนฺตานํ [อนุจงฺกมมานานํ อนุวิจรมานานํ (สี. ปี.)] อยมนฺตรากถา อุทปาทิ – ‘‘กถํ, โภ, พฺราหฺมโณ โหตี’’ติ?
ภารทฺวาโช มาณโว เอวมาห – ‘‘ยโต โข, โภ, อุภโต สุชาโต โหติ มาติโต จ ปิติโต จ สํสุทฺธคหณิโก ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคา อกฺขิตฺโต อนุปกฺกุฏฺโฐ ชาติวาเทน, เอตฺตาวตา โข โภ พฺราหฺมโณ โหตี’’ติ.
วาเสฏฺโฐ มาณโว เอวมาห – ‘‘ยโต โข, โภ, สีลวา จ โหติ วตสมฺปนฺโน [วตฺตสมฺปนฺโน (สี. สฺยา. ม. นิ. ๒.๔๕๔)] จ, เอตฺตาวตา โข, โภ, พฺราหฺมโณ โหตี’’ติ. เนว โข อสกฺขิ ภารทฺวาโช มาณโว วาเสฏฺฐํ มาณวํ สญฺญาเปตุํ, น ปน อสกฺขิ วาเสฏฺโฐ มาณโว ภารทฺวาชํ มาณวํ สญฺญาเปตุํ.
อถ โข วาเสฏฺโฐ มาณโว ภารทฺวาชํ มาณวํ อามนฺเตสิ – ‘‘อยํ โข, โภ [อยํ โภ (สี. สฺยา. ก.), อยํ โข (ปี.)] ภารทฺวาช, สมโณ โคตโม สกฺยปุตฺโต สกฺยกุลา ปพฺพชิโต อิจฺฉานงฺคเล วิหรติ อิจฺฉานงฺคลวนสณฺเฑ; ตํ โข ปน ภวนฺตํ โคตมํ เอวํ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต – ‘อิติปิ…เป… พุทฺโธ ภควา’ติ. อายาม, โภ ภารทฺวาช, เยน สมโณ โคตโม เตนุปสงฺกมิสฺสาม; อุปสงฺกมิตฺวา สมณํ โคตมํ เอตมตฺถํ ปุจฺฉิสฺสาม. ยถา โน สมโณ โคตโม พฺยากริสฺสติ ตถา นํ ธาเรสฺสามา’’ติ. ‘‘เอวํ, โภ’’ติ โข ภารทฺวาโช มาณโว วาเสฏฺฐสฺส มาณวสฺส ปจฺจสฺโสสิ.
อถ โข วาเสฏฺฐภารทฺวาชา มาณวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทึสุ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข วาเสฏฺโฐ มาณโว ภควนฺตํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ –
๕๙๙. ‘‘อนุญฺญาตปฏิญฺญาตา, เตวิชฺชา มยมสฺมุโภ;
อหํ โปกฺขรสาติสฺส, ตารุกฺขสฺสายํ มาณโว.
๖๐๐. ‘‘เตวิชฺชานํ ยทกฺขาตํ, ตตฺร เกวลิโนสฺมเส;
ปทกสฺม เวยฺยากรณา, ชปฺเป อาจริยสาทิสา.
๖๐๑. ‘‘เตสํ โน ชาติวาทสฺมึ, วิวาโท อตฺถิ โคตม;
ชาติยา พฺราหฺมโณ โหติ, ภารทฺวาโช อิติ ภาสติ;
อหญฺจ กมฺมุนา [กมฺมนา (สี. ปี.) เอวมุปริปิ] พฺรูมิ, เอวํ ชานาหิ จกฺขุม.
๖๐๒. ‘‘เต น สกฺโกม สญฺญาเปตุํ, อญฺญมญฺญํ มยํ อุโภ;
ภวนฺตํ [ภควนฺตํ (ก.)] ปุฏฺฐุมาคมฺหา, สมฺพุทฺธํ อิติ วิสฺสุตํ.
๖๐๓. ‘‘จนฺทํ ยถา ขยาตีตํ, เปจฺจ ปญฺชลิกา ชนา;
วนฺทมานา นมสฺสนฺติ, เอวํ โลกสฺมิ โคตมํ.
๖๐๔. ‘‘จกฺขุํ โลเก สมุปฺปนฺนํ, มยํ ปุจฺฉาม โคตมํ;
ชาติยา พฺราหฺมโณ โหติ, อุทาหุ ภวติ กมฺมุนา;
อชานตํ โน ปพฺรูหิ, ยถา ชาเนสุ พฺราหฺมณํ’’.
๖๐๕. ‘‘เตสํ โว อหํ พฺยกฺขิสฺสํ, (วาเสฏฺฐาติ ภควา) อนุปุพฺพํ ยถาตถํ;
ชาติวิภงฺคํ ปาณานํ, อญฺญมญฺญา หิ ชาติโย.
๖๐๖. ‘‘ติณรุกฺเขปิ ชานาถ, น จาปิ ปฏิชานเร;
ลิงฺคํ ชาติมยํ เตสํ, อญฺญมญฺญา หิ ชาติโย.
๖๐๗. ‘‘ตโต กีเฏ ปฏงฺเค จ, ยาว กุนฺถกิปิลฺลิเก;
ลิงฺคํ ชาติมยํ เตสํ, อญฺญมญฺญา หิ ชาติโย.
๖๐๘. ‘‘จตุปฺปเทปิ ชานาถ, ขุทฺทเก จ มหลฺลเก;
ลิงฺคํ ชาติมยํ เตสํ, อญฺญมญฺญา หิ ชาติโย.
๖๐๙. ‘‘ปาทูทเรปิ ชานาถ, อุรเค ทีฆปิฏฺฐิเก;
ลิงฺคํ ชาติมยํ เตสํ, อญฺญมญฺญา หิ ชาติโย.
๖๑๐. ‘‘ตโต มจฺเฉปิ ชานาถ, โอทเก วาริโคจเร;
ลิงฺคํ ชาติมยํ เตสํ, อญฺญมญฺญา หิ ชาติโย.
๖๑๑. ‘‘ตโต ปกฺขีปิ ชานาถ, ปตฺตยาเน วิหงฺคเม;
ลิงฺคํ ชาติมยํ เตสํ, อญฺญมญฺญา หิ ชาติโย.
๖๑๒. ‘‘ยถา เอตาสุ ชาตีสุ, ลิงฺคํ ชาติมยํ ปุถุ;
เอวํ นตฺถิ มนุสฺเสสุ, ลิงฺคํ ชาติมยํ ปุถุ.
๖๑๓. ‘‘น เกเสหิ น สีเสน, น กณฺเณหิ น อกฺขิภิ;
น มุเขน น นาสาย, น โอฏฺเฐหิ ภมูหิ วา.
๖๑๔. ‘‘น คีวาย น อํเสหิ, น อุทเรน น ปิฏฺฐิยา;
น โสณิยา น อุรสา, น สมฺพาเธ น เมถุเน [น สมฺพาธา น เมถุนา (สฺยา. ก.)].
๖๑๕. ‘‘น หตฺเถหิ น ปาเทหิ, นางฺคุลีหิ นเขหิ วา;
น ชงฺฆาหิ น อูรูหิ, น วณฺเณน สเรน วา;
ลิงฺคํ ชาติมยํ เนว, ยถา อญฺญาสุ ชาติสุ.
๖๑๖. ‘‘ปจฺจตฺตญฺจ สรีเรสุ [ปจฺจตฺตํ สสรีเรสุ (สี. ปี.)], มนุสฺเสเสฺวตํ น วิชฺชติ;
โวการญฺจ มนุสฺเสสุ, สมญฺญาย ปวุจฺจติ.
๖๑๗. ‘‘โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ, โครกฺขํ อุปชีวติ;
เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, กสฺสโก โส น พฺราหฺมโณ.
๖๑๘. ‘‘โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ, ปุถุสิปฺเปน ชีวติ;
เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, สิปฺปิโก โส น พฺราหฺมโณ.
๖๑๙. ‘‘โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ, โวหารํ อุปชีวติ;
เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, วาณิโช โส น พฺราหฺมโณ.
๖๒๐. ‘‘โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ, ปรเปสฺเสน ชีวติ;
เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, เปสฺสิโก [เปสฺสโก (ก.)] โส น พฺราหฺมโณ.
๖๒๑. ‘‘โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ, อทินฺนํ อุปชีวติ;
เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, โจโร เอโส น พฺราหฺมโณ.
๖๒๒. ‘‘โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ, อิสฺสตฺถํ อุปชีวติ;
เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, โยธาชีโว น พฺราหฺมโณ.
๖๒๓. ‘‘โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ, โปโรหิจฺเจน ชีวติ;
เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, ยาชโก เอโส น พฺราหฺมโณ.
๖๒๔. ‘‘โย หิ โกจิ มนุสฺเสสุ, คามํ รฏฺฐญฺจ ภุญฺชติ;
เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, ราชา เอโส น พฺราหฺมโณ.
๖๒๕. ‘‘น จาหํ พฺราหฺมณํ พฺรูมิ, โยนิชํ มตฺติสมฺภวํ;
โภวาทิ นาม โส โหติ, สเจ [ส เว (สี. สฺยา.)] โหติ สกิญฺจโน;
อกิญฺจนํ อนาทานํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๒๖. ‘‘สพฺพสํโยชนํ เฉตฺวา, โส เว น ปริตสฺสติ;
สงฺคาติคํ วิสํยุตฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๒๗. ‘‘เฉตฺวา นทฺธึ วรตฺตญฺจ, สนฺทานํ สหนุกฺกมํ;
อุกฺขิตฺตปลิฆํ พุทฺธํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๒๘. ‘‘อกฺโกสํ วธพนฺธญฺจ, อทุฏฺโฐ โย ติติกฺขติ;
ขนฺตีพลํ พลานีกํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๒๙. ‘‘อกฺโกธนํ วตวนฺตํ, สีลวนฺตํ อนุสฺสทํ;
ทนฺตํ อนฺติมสารีรํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๓๐. ‘‘วาริ โปกฺขรปตฺเตว, อารคฺเคริว สาสโป;
โย น ลิมฺปติ กาเมสุ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๓๑. ‘‘โย ทุกฺขสฺส ปชานาติ, อิเธว ขยมตฺตโน;
ปนฺนภารํ วิสํยุตฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๓๒. ‘‘คมฺภีรปญฺญํ เมธาวึ, มคฺคามคฺคสฺส โกวิทํ;
อุตฺตมตฺถมนุปฺปตฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๓๓. ‘‘อสํสฏฺฐํ คหฏฺเฐหิ, อนาคาเรหิ จูภยํ;
อโนกสาริมปฺปิจฺฉํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๓๔. ‘‘นิธาย ทณฺฑํ ภูเตสุ, ตเสสุ ถาวเรสุ จ;
โย น หนฺติ น ฆาเตติ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๓๕. ‘‘อวิรุทฺธํ วิรุทฺเธสุ, อตฺตทณฺเฑสุ นิพฺพุตํ;
สาทาเนสุ อนาทานํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๓๖. ‘‘ยสฺส ราโค จ โทโส จ, มาโน มกฺโข จ ปาติโต;
สาสโปริว อารคฺคา, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๓๗. ‘‘อกกฺกสํ วิญฺญาปนึ, คิรํ สจฺจมุทีรเย;
ยาย นาภิสเช กญฺจิ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๓๘. ‘‘โยธ ทีฆํ ว รสฺสํ วา, อณุํ ถูลํ สุภาสุภํ;
โลเก อทินฺนํ นาทิยติ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๓๙. ‘‘อาสา ยสฺส น วิชฺชนฺติ, อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ;
นิราสาสํ [นิราสยํ (สี. สฺยา. ปี.), นิราสกํ (?)] วิสํยุตฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๔๐. ‘‘ยสฺสาลยา น วิชฺชนฺติ, อญฺญาย อกถํกถี;
อมโตคธมนุปฺปตฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๔๑. ‘‘โยธ ปุญฺญญฺจ ปาปญฺจ, อุโภ สงฺคมุปจฺจคา;
อโสกํ วิรชํ สุทฺธํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๔๒. ‘‘จนฺทํว วิมลํ สุทฺธํ, วิปฺปสนฺนมนาวิลํ;
นนฺทีภวปริกฺขีณํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๔๓. ‘‘โยมํ ปลิปถํ ทุคฺคํ, สํสารํ โมหมจฺจคา;
ติณฺโณ ปารงฺคโต ฌายี, อเนโช อกถํกถี;
อนุปาทาย นิพฺพุโต, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๔๔. ‘‘โยธ กาเม ปหนฺตฺวาน, อนาคาโร ปริพฺพเช;
กามภวปริกฺขีณํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๔๕. ‘‘โยธ ตณฺหํ ปหนฺตฺวาน, อนาคาโร ปริพฺพเช;
ตณฺหาภวปริกฺขีณํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๔๖. ‘‘หิตฺวา มานุสกํ โยคํ, ทิพฺพํ โยคํ อุปจฺจคา;
สพฺพโยควิสํยุตฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๔๗. ‘‘หิตฺวา รติญฺจ อรตึ, สีติภูตํ นิรูปธึ;
สพฺพโลกาภิภุํ วีรํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๔๘. ‘‘จุตึ โย เวทิ [โย’เวติ (?) อิติวุตฺตเก ๙๙ อฏฺฐกถาสํวณนา ปสฺสิตพฺพา] ตฺตานํ, อุปปตฺติญฺจ สพฺพโส;
อสตฺตํ สุคตํ พุทฺธํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๔๙. ‘‘ยสฺส คตึ น ชานนฺติ, เทวา คนฺธพฺพมานุสา;
ขีณาสวํ อรหนฺตํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๕๐. ‘‘ยสฺส ปุเร จ ปจฺฉา จ, มชฺเฌ จ นตฺถิ กิญฺจนํ;
อกิญฺจนํ อนาทานํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๕๑. ‘‘อุสภํ ปวรํ วีรํ, มเหสึ วิชิตาวินํ;
อเนชํ นฺหาตกํ พุทฺธํ, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๕๒. ‘‘ปุพฺเพนิวาสํ โย เวทิ [โย’เวติ (?) อิติวุตฺตเก ๙๙ อฏฺฐกถาสํวณนา ปสฺสิตพฺพา], สคฺคาปายญฺจ ปสฺสติ;
อโถ ชาติกฺขยํ ปตฺโต, ตมหํ พฺรูมิ พฺราหฺมณํ.
๖๕๓. ‘‘สมญฺญา เหสา โลกสฺมึ, นามโคตฺตํ ปกปฺปิตํ;
สมฺมุจฺจา สมุทาคตํ, ตตฺถ ตตฺถ ปกปฺปิตํ.
๖๕๔. ‘‘ทีฆรตฺตมนุสยิตํ, ทิฏฺฐิคตมชานตํ;
อชานนฺตา โน [อชานนฺตา เต (อฏฺฐ.) ม. นิ. ๒.๔๖๐] ปพฺรุวนฺติ, ชาติยา โหติ พฺราหฺมโณ.
๖๕๕. ‘‘น ชจฺจา พฺราหฺมโณ โหติ, น ชจฺจา โหติ อพฺราหฺมโณ;
กมฺมุนา พฺราหฺมโณ โหติ, กมฺมุนา โหติ อพฺราหฺมโณ.
๖๕๖. ‘‘กสฺสโก กมฺมุนา โหติ, สิปฺปิโก โหติ กมฺมุนา;
วาณิโช กมฺมุนา โหติ, เปสฺสิโก โหติ กมฺมุนา.
๖๕๗. ‘‘โจโรปิ กมฺมุนา โหติ, โยธาชีโวปิ กมฺมุนา;
ยาชโก กมฺมุนา โหติ, ราชาปิ โหติ กมฺมุนา.
๖๕๘. ‘‘เอวเมตํ ยถาภูตํ, กมฺมํ ปสฺสนฺติ ปณฺฑิตา;
ปฏิจฺจสมุปฺปาททสฺสา, กมฺมวิปากโกวิทา.
๖๕๙. ‘‘กมฺมุนา วตฺตติ โลโก, กมฺมุนา วตฺตติ ปชา;
กมฺมนิพนฺธนา สตฺตา, รถสฺสาณีว ยายโต.
๖๖๐. ‘‘ตเปน พฺรหฺมจริเยน, สํยเมน ทเมน จ;
เอเตน พฺราหฺมโณ โหติ, เอตํ พฺราหฺมณมุตฺตมํ.
๖๖๑. ‘‘ตีหิ วิชฺชาหิ สมฺปนฺโน, สนฺโต ขีณปุนพฺภโว;
เอวํ วาเสฏฺฐ ชานาหิ, พฺรหฺมา สกฺโก วิชานต’’นฺติ.
เอวํ วุตฺเต, วาเสฏฺฐภารทฺวาชา มาณวา ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘อภิกฺกนฺตํ, โภ โคตม…เป… อุปาสเก โน ภวํ โคตโม ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปเต [ปาณุเปตํ (ก.)] สรณํ คเต’’ติ.
วาเสฏฺฐสุตฺตํ นวมํ นิฏฺฐิตํ.