๔. สุนฺทริกภารทฺวาชสุตฺตํ

เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา โกสเลสุ วิหรติ สุนฺทริกาย นทิยา ตีเร. เตน โข ปน สมเยน สุนฺทริกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ สุนฺทริกาย นทิยา ตีเร อคฺคึ ชุหติ, อคฺคิหุตฺตํ ปริจรติ. อถ โข สุนฺทริกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ อคฺคึ ชุหิตฺวา อคฺคิหุตฺตํ ปริจริตฺวา อุฏฺฐายาสนา สมนฺตา จตุทฺทิสา อนุวิโลเกสิ – ‘‘โก นุ โข อิมํ หพฺยเสสํ ภุญฺเชยฺยา’’ติ? อทฺทสา โข สุนฺทริกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ อวิทูเร อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล สสีสํ ปารุตํ นิสินฺนํ; ทิสฺวาน วาเมน หตฺเถน หพฺยเสสํ คเหตฺวา ทกฺขิเณน หตฺเถน กมณฺฑลุํ คเหตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ.

อถ โข ภควา สุนฺทริกภารทฺวาชสฺส พฺราหฺมณสฺส ปทสทฺเทน สีสํ วิวริ. อถ โข สุนฺทริกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ – ‘‘มุณฺโฑ อยํ ภวํ, มุณฺฑโก อยํ ภว’’นฺติ ตโตว ปุน นิวตฺติตุกาโม อโหสิ. อถ โข สุนฺทริกภารทฺวาชสฺส พฺราหฺมณสฺส เอตทโหสิ – ‘‘มุณฺฑาปิ หิ อิเธกจฺเจ พฺราหฺมณา ภวนฺติ, ยํนูนาหํ อุปสงฺกมิตฺวา ชาตึ ปุจฺเฉยฺย’’นฺติ. อถ โข สุนฺทริกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กึชจฺโจ ภว’’นฺติ?

อถ โข ภควา สุนฺทริกภารทฺวาชํ พฺราหฺมณํ คาถาหิ อชฺฌภาสิ –

๔๕๗. ‘‘น พฺราหฺมโณ โนมฺหิ น ราชปุตฺโต, น เวสฺสายโน อุท โกจิ โนมฺหิ;

โคตฺตํ ปริญฺญาย ปุถุชฺชนานํ, อกิญฺจโน มนฺต จรามิ โลเก.

๔๕๘. ‘‘สงฺฆาฏิวาสี อคโห จรามิ [อคิโห (ก. สี. ปี.) อเคโห (กตฺถจิ)], นิวุตฺตเกโส อภินิพฺพุตตฺโต;

อลิปฺปมาโน อิธ มาณเวหิ, อกลฺลํ มํ พฺราหฺมณ ปุจฺฉสิ โคตฺตปญฺหํ’’.

๔๕๙. ‘‘ปุจฺฉนฺติ เว โภ พฺราหฺมณา, พฺราหฺมเณภิ สห พฺราหฺมโณ โน ภว’’นฺติ.

๔๖๐. ‘‘พฺราหฺมโณ หิ เจ ตฺวํ พฺรูสิ, มญฺจ พฺรูสิ อพฺราหฺมณํ;

ตํ ตํ สาวิตฺตึ ปุจฺฉามิ, ติปทํ จตุวีสตกฺขรํ.

๔๖๑. ‘‘กึ นิสฺสิตา อิสโย มนุชา, ขตฺติยา พฺราหฺมณา [ปฐมปาทนฺโต] เทวตานํ;

ยญฺญมกปฺปยึสุ ปุถู อิธ โลเก [ทุติยปาทนฺโต (สี.)].

๔๖๒. ‘‘ยทนฺตคู เวทคู ยญฺญกาเล, ยสฺสาหุตึ ลเภ ตสฺสิชฺเฌติ พฺรูมิ’’.

๔๖๓. ‘‘อทฺธา หิ ตสฺส หุตมิชฺเฌ, (อิติ พฺราหฺมโณ)

ยํ ตาทิสํ เวทคุมทฺทสาม;

ตุมฺหาทิสานญฺหิ อทสฺสเนน, อญฺโญ ชโน ภุญฺชติ ปูรฬาสํ’’.

๔๖๔. ‘‘ตสฺมาติห ตฺวํ พฺราหฺมณ อตฺเถน, อตฺถิโก อุปสงฺกมฺม ปุจฺฉ;

สนฺตํ วิธูมํ อนีฆํ นิราสํ, อปฺเปวิธ อภิวินฺเท สุเมธํ’’.

๔๖๕. ‘‘ยญฺเญ รโตหํ โภ โคตม, ยญฺญํ ยิฏฺฐุกาโม นาหํ ปชานามิ;

อนุสาสตุ มํ ภวํ, ยตฺถ หุตํ อิชฺฌเต พฺรูหิ เม ตํ’’.

‘‘เตน หิ ตฺวํ, พฺราหฺมณ, โอทหสฺสุ โสตํ; ธมฺมํ เต เทเสสฺสามิ –

๔๖๖. ‘‘มา ชาตึ ปุจฺฉี จรณญฺจ ปุจฺฉ, กฏฺฐา หเว ชายติ ชาตเวโท;

นีจากุลีโนปิ มุนี ธิตีมา, อาชานิโย โหติ หิรีนิเสโธ.

๔๖๗. ‘‘สจฺเจน ทนฺโต ทมสา อุเปโต, เวทนฺตคู วูสิตพฺรหฺมจริโย;

กาเลน ตมฺหิ หพฺยํ ปเวจฺเฉ, โย พฺราหฺมโณ ปุญฺญเปกฺโข [ปุญฺญเปโข (สี. ปี.)] ยเชถ.

๔๖๘. ‘‘เย กาเม หิตฺวา อคหา จรนฺติ, สุสญฺญตตฺตา ตสรํว อุชฺชุํ;

กาเลน เตสุ หพฺยํ ปเวจฺเฉ, โย พฺราหฺมโณ ปุญฺญเปกฺโข ยเชถ.

๔๖๙. ‘‘เย วีตราคา สุสมาหิตินฺทฺริยา, จนฺโทว ราหุคฺคหณา ปมุตฺตา;

กาเลน เตสุ หพฺยํ ปเวจฺเฉ, โย พฺราหฺมโณ ปุญฺญเปกฺโข ยเชถ.

๔๗๐. ‘‘อสชฺชมานา วิจรนฺติ โลเก, สทา สตา หิตฺวา มมายิตานิ;

กาเลน เตสุ หพฺยํ ปเวจฺเฉ, โย พฺราหฺมโณ ปุญฺญเปกฺโข ยเชถ.

๔๗๑. ‘‘โย กาเม หิตฺวา อภิภุยฺยจารี, โย เวทิ ชาตีมรณสฺส อนฺตํ;

ปรินิพฺพุโต อุทกรหโทว สีโต, ตถาคโต อรหติ ปูรฬาสํ.

๔๗๒. ‘‘สโม สเมหิ วิสเมหิ ทูเร, ตถาคโต โหติ อนนฺตปญฺโญ;

อนูปลิตฺโต อิธ วา หุรํ วา, ตถาคโต อรหติ ปูรฬาสํ.

๔๗๓. ‘‘ยมฺหิ น มายา วสติ น มาโน, โย วีตโลโภ อมโม นิราโส;

ปนุณฺณโกโธ อภินิพฺพุตตฺโต, โย พฺราหฺมโณ โสกมลํ อหาสิ;

ตถาคโต อรหติ ปูรฬาสํ.

๔๗๔.

‘‘นิเวสนํ โย มนโส อหาสิ, ปริคฺคหา ยสฺส น สนฺติ เกจิ;

อนุปาทิยาโน อิธ วา หุรํ วา, ตถาคโต อรหติ ปูรฬาสํ.

๔๗๕. ‘‘สมาหิโต โย อุทตาริ โอฆํ, ธมฺมํ จญฺญาสิ ปรมาย ทิฏฺฐิยา;

ขีณาสโว อนฺติมเทหธารี, ตถาคโต อรหติ ปูรฬาสํ.

๔๗๖. ‘‘ภวาสวา ยสฺส วจี ขรา จ, วิธูปิตา อตฺถคตา น สนฺติ;

ส เวทคู สพฺพธิ วิปฺปมุตฺโต, ตถาคโต อรหติ ปูรฬาสํ.

๔๗๗. ‘‘สงฺคาติโค ยสฺส น สนฺติ สงฺคา, โย มานสตฺเตสุ อมานสตฺโต;

ทุกฺขํ ปริญฺญาย สเขตฺตวตฺถุํ, ตถาคโต อรหติ ปูรฬาสํ.

๔๗๘. ‘‘อาสํ อนิสฺสาย วิเวกทสฺสี, ปรเวทิยํ ทิฏฺฐิมุปาติวตฺโต;

อารมฺมณา ยสฺส น สนฺติ เกจิ, ตถาคโต อรหติ ปูรฬาสํ.

๔๗๙. ‘‘ปโรปรา [ปโรวรา (สี. ปี.)] ยสฺส สเมจฺจ ธมฺมา, วิธูปิตา อตฺถคตา น สนฺติ;

สนฺโต อุปาทานขเย วิมุตฺโต, ตถาคโต อรหติ ปูรฬาสํ.

๔๘๐. ‘‘สํโยชนํ ชาติขยนฺตทสฺสี, โยปานุทิ ราคปถํ อเสสํ;

สุทฺโธ นิโทโส วิมโล อกาโจ [อกาโม (สี. สฺยา.)], ตถาคโต อรหติ ปูรฬาสํ.

๔๘๑. ‘‘โย อตฺตโน อตฺตานํ [อตฺตนาตฺตานํ (สี. สฺยา.)] นานุปสฺสติ, สมาหิโต อุชฺชุคโต ฐิตตฺโต;

ส เว อเนโช อขิโล อกงฺโข, ตถาคโต อรหติ ปูรฬาสํ.

๔๘๒. ‘‘โมหนฺตรา ยสฺส น สนฺติ เกจิ, สพฺเพสุ ธมฺเมสุ จ ญาณทสฺสี;

สรีรญฺจ อนฺติมํ ธาเรติ, ปตฺโต จ สมฺโพธิมนุตฺตรํ สิวํ;

เอตฺตาวตา ยกฺขสฺส สุทฺธิ, ตถาคโต อรหติ ปูรฬาสํ’’.

๔๘๓. ‘‘หุตญฺจ [หุตฺตญฺจ (สี. ก.)] มยฺหํ หุตมตฺถุ สจฺจํ, ยํ ตาทิสํ เวทคุนํ อลตฺถํ;

พฺรหฺมา หิ สกฺขิ ปฏิคณฺหาตุ เม ภควา, ภุญฺชตุ เม ภควา ปูรฬาสํ’’.

๔๘๔. ‘‘คาถาภิคีตํ เม อโภชเนยฺยํ, สมฺปสฺสตํ พฺราหฺมณ เนส ธมฺโม;

คาถาภิคีตํ ปนุทนฺติ พุทฺธา, ธมฺเม สตี พฺราหฺมณ วุตฺติเรสา.

๔๘๕. ‘‘อญฺเญน จ เกวลินํ มเหสึ, ขีณาสวํ กุกฺกุจฺจวูปสนฺตํ;

อนฺเนน ปาเนน อุปฏฺฐหสฺสุ, เขตฺตญฺหิ ตํ ปุญฺญเปกฺขสฺส โหติ’’.

๔๘๖. ‘‘สาธาหํ ภควา ตถา วิชญฺญํ, โย ทกฺขิณํ ภุญฺเชยฺย มาทิสสฺส;

ยํ ยญฺญกาเล ปริเยสมาโน, ปปฺปุยฺย ตว สาสนํ’’.

๔๘๗. ‘‘สารมฺภา ยสฺส วิคตา, จิตฺตํ ยสฺส อนาวิลํ;

วิปฺปมุตฺโต จ กาเมหิ, ถินํ ยสฺส ปนูทิตํ.

๔๘๘. ‘‘สีมนฺตานํ วิเนตารํ, ชาติมรณโกวิทํ;

มุนึ โมเนยฺยสมฺปนฺนํ, ตาทิสํ ยญฺญมาคตํ.

๔๘๙. ‘‘ภกุฏึ [ภูกุฏึ (ก. สี.), ภากุฏึ (ก. สี., ม. นิ. ๑.๒๒๖)] วินยิตฺวาน, ปญฺชลิกา นมสฺสถ;

ปูเชถ อนฺนปาเนน, เอวํ อิชฺฌนฺติ ทกฺขิณา.

๔๙๐. ‘‘พุทฺโธ ภวํ อรหติ ปูรฬาสํ, ปุญฺญเขตฺตมนุตฺตรํ;

อายาโค สพฺพโลกสฺส, โภโต ทินฺนํ มหปฺผล’’นฺติ.

อถ โข สุนฺทริกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อภิกฺกนฺตํ, โภ โคตม, อภิกฺกนฺตํ, โภ โคตม! เสยฺยถาปิ, โภ โคตม, นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย, ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย, มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย, อนฺธกาเร วา เตลปชฺโชตํ ธาเรยฺย – จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตีติ; เอวเมวํ โภตา โคตเมน อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต. เอสาหํ ภวนฺตํ โคตมํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ. ลเภยฺยาหํ โภโต โคตมสฺส สนฺติเก ปพฺพชฺชํ, ลเภยฺยํ อุปสมฺปท’’นฺติ. อลตฺถ โข สุนฺทริกภารทฺวาโช พฺราหฺมโณ…เป… อรหตํ อโหสีติ.

สุนฺทริกภารทฺวาชสุตฺตํ จตุตฺถํ นิฏฺฐิตํ.