๑๒. นิโคฺรธกปฺปสุตฺตํ

เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา อาฬวิยํ วิหรติ อคฺคาฬเว เจติเย. เตน โข ปน สมเยน อายสฺมโต วงฺคีสสฺส อุปชฺฌาโย นิโคฺรธกปฺโป นาม เถโร อคฺคาฬเว เจติเย อจิรปรินิพฺพุโต โหติ. อถ โข อายสฺมโต วงฺคีสสฺส รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ – ‘‘ปรินิพฺพุโต นุ โข เม อุปชฺฌาโย อุทาหุ โน ปรินิพฺพุโต’’ติ? อถ โข อายสฺมา วงฺคีโส สายนฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา วงฺคีโส ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อิธ มยฺหํ, ภนฺเต, รโหคตสฺส ปฏิสลฺลีนสฺส เอวํ เจตโส ปริวิตกฺโก อุทปาทิ – ‘ปรินิพฺพุโต นุ โข เม อุปชฺฌาโย, อุทาหุ โน ปรินพฺพุโต’’’ติ. อถ โข อายสฺมา วงฺคีโส อุฏฺฐายาสนา เอกํสํ จีวรํ กตฺวา เยน ภควา เตนญฺชลึ ปณาเมตฺวา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

๓๔๕. ‘‘ปุจฺฉาม [ปุจฺฉามิ (ก.)] สตฺถารมโนมปญฺญํ, ทิฏฺเฐว ธมฺเม โย วิจิกิจฺฉานํ เฉตฺตา;

อคฺคาฬเว กาลมกาสิ ภิกฺขุ, ญาโต ยสสฺสี อภินิพฺพุตตฺโต.

๓๔๖. ‘‘นิโคฺรธกปฺโป อิติ ตสฺส นามํ, ตยา กตํ ภควา พฺราหฺมณสฺส;

โส ตํ นมสฺสํ อจริ มุตฺยเปกฺโข, อารทฺธวีริโย ทฬฺหธมฺมทสฺสี.

๓๔๗. ‘‘ตํ สาวกํ สกฺย [สกฺก (สี. สฺยา. ปี.)] มยมฺปิ สพฺเพ, อญฺญาตุมิจฺฉาม สมนฺตจกฺขุ;

สมวฏฺฐิตา โน สวนาย โสตา, ตุวํ โน สตฺถา ตฺวมนุตฺตโรสิ.

๓๔๘. ‘‘ฉินฺเทว โน วิจิกิจฺฉํ พฺรูหิ เมตํ, ปรินิพฺพุตํ เวทย ภูริปญฺญ;

มชฺเฌว [มชฺเฌ จ (สฺยา. ก.)] โน ภาส สมนฺตจกฺขุ, สกฺโกว เทวาน สหสฺสเนตฺโต.

๓๔๙. ‘‘เย เกจิ คนฺถา อิธ โมหมคฺคา, อญฺญาณปกฺขา วิจิกิจฺฉฐานา;

ตถาคตํ ปตฺวา น เต ภวนฺติ, จกฺขุญฺหิ เอตํ ปรมํ นรานํ.

๓๕๐. ‘‘โน เจ หิ ชาตุ ปุริโส กิเลเส, วาโต ยถา อพฺภธนํ วิหาเน;

ตโมวสฺส นิวุโต สพฺพโลโก, น โชติมนฺโตปิ นรา ตเปยฺยุํ.

๓๕๑. ‘‘ธีรา จ ปชฺโชตกรา ภวนฺติ, ตํ ตํ อหํ วีร [ธีร (สี. สฺยา.)] ตเถว มญฺเญ;

วิปสฺสินํ ชานมุปาคมุมฺหา [ชานมุปคมมฺหา (สี. สฺยา.)], ปริสาสุ โน อาวิกโรหิ กปฺปํ.

๓๕๒. ‘‘ขิปฺปํ คิรํ เอรย วคฺคุ วคฺคุํ, หํโสว ปคฺคยฺห สณิกํ [สณึ (สฺยา. ปี.)] นิกูช;

พินฺทุสฺสเรน สุวิกปฺปิเตน, สพฺเพว เต อุชฺชุคตา สุโณม.

๓๕๓. ‘‘ปหีนชาติมรณํ อเสสํ, นิคฺคยฺห โธนํ [โธตํ (สี.)] วเทสฺสามิ ธมฺมํ;

น กามกาโร หิ ปุถุชฺชนานํ, สงฺเขยฺยกาโร จ [สงฺขยฺยกาโรว (ก.)] ตถาคตานํ.

๓๕๔. ‘‘สมฺปนฺนเวยฺยากรณํ ตเวทํ, สมุชฺชุปญฺญสฺส [สมุชฺชปญฺญสฺส (สฺยา. ก.)] สมุคฺคหีตํ;

อยมญฺชลี ปจฺฉิโม สุปฺปณามิโต, มา โมหยี ชานมโนมปญฺญ.

๓๕๕. ‘‘ปโรวรํ [วราวรํ (กตฺถจิ)] อริยธมฺมํ วิทิตฺวา, มา โมหยี ชานมโนมวีร;

วารึ ยถา ฆมฺมนิ ฆมฺมตตฺโต, วาจาภิกงฺขามิ สุตํ ปวสฺส [สุตสฺส วสฺส (สฺยา.)].

๓๕๖. ‘‘ยทตฺถิกํ [ยทตฺถิยํ (ปี.), ยทตฺถิตํ (ก.)] พฺรหฺมจริยํ อจรี, กปฺปายโน กจฺจิสฺส ตํ อโมฆํ;

นิพฺพายิ โส อาทุ สอุปาทิเสโส, ยถา วิมุตฺโต อหุ ตํ สุโณม’’.

๓๕๗. ‘‘อจฺเฉจฺฉิ [อเฉชฺชิ (ก.)] ตณฺหํ อิธ นามรูเป, (อิติ ภควา)

กณฺหสฺส [ตณฺหาย (ก.)] โสตํ ทีฆรตฺตานุสยิตํ;

อตาริ ชาตึ มรณํ อเสสํ,’’

อิจฺจพฺรวี ภควา ปญฺจเสฏฺโฐ.

๓๕๘. ‘‘เอส สุตฺวา ปสีทามิ, วโจ เต อิสิสตฺตม;

อโมฆํ กิร เม ปุฏฺฐํ, น มํ วญฺเจสิ พฺราหฺมโณ.

๓๕๙. ‘‘ยถาวาที ตถาการี, อหุ พุทฺธสฺส สาวโก;

อจฺฉิทา มจฺจุโน ชาลํ, ตตํ มายาวิโน ทฬฺหํ.

๓๖๐. ‘‘อทฺทสา ภควา อาทึ, อุปาทานสฺส กปฺปิโย;

อจฺจคา วต กปฺปายโน, มจฺจุเธยฺยํ สุทุตฺตร’’นฺติ.

นิโคฺรธกปฺปสุตฺตํ ทฺวาทสมํ นิฏฺฐิตํ.