๒. จูฬวคฺโค

๑. รตนสุตฺตํ

๒๒๔. ยานีธ ภูตานิ สมาคตานิ, ภุมฺมานิ [ภูมานิ (ก.)] วา ยานิ ว อนฺตลิกฺเข;

สพฺเพว ภูตา สุมนา ภวนฺตุ, อโถปิ สกฺกจฺจ สุณนฺตุ ภาสิตํ.

๒๒๕. ตสฺมา หิ ภูตา นิสาเมถ สพฺเพ, เมตฺตํ กโรถ มานุสิยา ปชาย;

ทิวา จ รตฺโต จ หรนฺติ เย พลึ, ตสฺมา หิ เน รกฺขถ อปฺปมตฺตา.

๒๒๖. ยํ กิญฺจิ วิตฺตํ อิธ วา หุรํ วา, สคฺเคสุ วา ยํ รตนํ ปณีตํ;

น โน สมํ อตฺถิ ตถาคเตน, อิทมฺปิ พุทฺเธ รตนํ ปณีตํ;

เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.

๒๒๗. ขยํ วิราคํ อมตํ ปณีตํ, ยทชฺฌคา สกฺยมุนี สมาหิโต;

น เตน ธมฺเมน สมตฺถิ กิญฺจิ, อิทมฺปิ ธมฺเม รตนํ ปณีตํ;

เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.

๒๒๘. ยํ พุทฺธเสฏฺโฐ ปริวณฺณยี สุจึ, สมาธิมานนฺตริกญฺญมาหุ;

สมาธินา เตน สโม น วิชฺชติ, อิทมฺปิ ธมฺเม รตนํ ปณีตํ;

เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.

๒๒๙. เย ปุคฺคลา อฏฺฐ สตํ ปสตฺถา, จตฺตาริ เอตานิ ยุคานิ โหนฺติ;

เต ทกฺขิเณยฺยา สุคตสฺส สาวกา, เอเตสุ ทินฺนานิ มหปฺผลานิ;

อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ, เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.

๒๓๐. เย สุปฺปยุตฺตา มนสา ทเฬฺหน, นิกฺกามิโน โคตมสาสนมฺหิ;

เต ปตฺติปตฺตา อมตํ วิคยฺห, ลทฺธา มุธา นิพฺพุตึ [นิพฺพุติ (ก.)] ภุญฺชมานา;

อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ, เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.

๒๓๑. ยถินฺทขีโล ปถวิสฺสิโต [ปทวิสฺสิโต (ก. สี.), ปฐวึ สิโต (ก. สี. สฺยา. กํ. ปี.)] สิยา, จตุพฺภิ วาเตหิ อสมฺปกมฺปิโย;

ตถูปมํ สปฺปุริสํ วทามิ, โย อริยสจฺจานิ อเวจฺจ ปสฺสติ;

อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ, เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.

๒๓๒. เย อริยสจฺจานิ วิภาวยนฺติ, คมฺภีรปญฺเญน สุเทสิตานิ;

กิญฺจาปิ เต โหนฺติ ภุสํ ปมตฺตา, น เต ภวํ อฏฺฐมมาทิยนฺติ;

อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ, เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.

๒๓๓. สหาวสฺส ทสฺสนสมฺปทาย [สหาวสทฺทสฺสนสมฺปทาย (ก.)], ตยสฺสุ ธมฺมา ชหิตา ภวนฺติ;

สกฺกายทิฏฺฐิ วิจิกิจฺฉิตญฺจ, สีลพฺพตํ วาปิ ยทตฺถิ กิญฺจิ.

๒๓๔. จตูหปาเยหิ จ วิปฺปมุตฺโต, ฉจฺจาภิฐานานิ [ฉ จาภิฐานานิ (สี. สฺยา.)] ภพฺพ กาตุํ [อภพฺโพ กาตุํ (สี.)];

อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ, เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.

๒๓๕. กิญฺจาปิ โส กมฺม [กมฺมํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] กโรติ ปาปกํ, กาเยน วาจา อุท เจตสา วา;

อภพฺพ [อภพฺโพ (พหูสุ)] โส ตสฺส ปฏิจฺฉทาย [ปฏิจฺฉาทาย (สี.)], อภพฺพตา ทิฏฺฐปทสฺส วุตฺตา;

อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ, เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.

๒๓๖. วนปฺปคุมฺเพ ยถ [ยถา (สี. สฺยา.)] ผุสฺสิตคฺเค, คิมฺหานมาเส ปฐมสฺมึ [ปฐมสฺมิ (?)] คิเมฺห;

ตถูปมํ ธมฺมวรํ อเทสยิ [อเทสยี (สี.)], นิพฺพานคามึ ปรมํ หิตาย;

อิทมฺปิ พุทฺเธ รตนํ ปณีตํ, เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.

๒๓๗. วโร วรญฺญู วรโท วราหโร, อนุตฺตโร ธมฺมวรํ อเทสยิ;

อิทมฺปิ พุทฺเธ รตนํ ปณีตํ, เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.

๒๓๘. ขีณํ ปุราณํ นว นตฺถิ สมฺภวํ, วิรตฺตจิตฺตายติเก ภวสฺมึ;

เต ขีณพีชา อวิรูฬฺหิฉนฺทา, นิพฺพนฺติ ธีรา ยถายํ [ยถยํ (ก.)] ปทีโป;

อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ, เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.

๒๓๙. ยานีธ ภูตานิ สมาคตานิ, ภุมฺมานิ วา ยานิ ว อนฺตลิกฺเข;

ตถาคตํ เทวมนุสฺสปูชิตํ, พุทฺธํ นมสฺสาม สุวตฺถิ โหตุ.

๒๔๐. ยานีธ ภูตานิ สมาคตานิ, ภุมฺมานิ วา ยานิ ว อนฺตลิกฺเข;

ตถาคตํ เทวมนุสฺสปูชิตํ, ธมฺมํ นมสฺสาม สุวตฺถิ โหตุ.

๒๔๑. ยานีธ ภูตานิ สมาคตานิ, ภุมฺมานิ วา ยานิ ว อนฺตลิกฺเข;

ตถาคตํ เทวมนุสฺสปูชิตํ, สงฺฆํ นมสฺสาม สุวตฺถิ โหตูติ.

รตนสุตฺตํ ปฐมํ นิฏฺฐิตํ.

๒. อามคนฺธสุตฺตํ

๒๔๒. ‘‘สามากจิงฺคูลกจีนกานิ จ, ปตฺตปฺผลํ มูลผลํ ควิปฺผลํ;

ธมฺเมน ลทฺธํ สตมสฺนมานา [สตมสมานา (สี. ปี.), สตมสฺสมานา (สฺยา. กํ.)], น กามกามา อลิกํ ภณนฺติ.

๒๔๓. ‘‘ยทสฺนมาโน สุกตํ สุนิฏฺฐิตํ, ปเรหิ ทินฺนํ ปยตํ ปณีตํ;

สาลีนมนฺนํ ปริภุญฺชมาโน, โส ภุญฺชสี กสฺสป อามคนฺธํ.

๒๔๔. ‘‘น อามคนฺโธ มม กปฺปตีติ, อิจฺเจว ตฺวํ ภาสสิ พฺรหฺมพนฺธุ;

สาลีนมนฺนํ ปริภุญฺชมาโน, สกุนฺตมํเสหิ สุสงฺขเตหิ;

ปุจฺฉามิ ตํ กสฺสป เอตมตฺถํ, กถํ ปกาโร ตว อามคนฺโธ’’.

๒๔๕. ‘‘ปาณาติปาโต วธเฉทพนฺธนํ, เถยฺยํ มุสาวาโท นิกติวญฺจนานิ จ;

อชฺเฌนกุตฺตํ [อชฺเฌน กุชฺชํ (สี. ปี.)] ปรทารเสวนา, เอสามคนฺโธ น หิ มํสโภชนํ.

๒๔๖. ‘‘เย อิธ กาเมสุ อสญฺญตา ชนา, รเสสุ คิทฺธา อสุจิภาวมสฺสิตา [อสุจีกมิสฺสิตา (สี. สฺยา. กํ. ปี.)];

นตฺถิกทิฏฺฐี วิสมา ทุรนฺนยา, เอสามคนฺโธ น หิ มํสโภชนํ.

๒๔๗. ‘‘เย ลูขสา ทารุณา ปิฏฺฐิมํสิกา [เย ลูขรสา ทารุณา ปรปิฏฺฐิมํสิกา (ก.)], มิตฺตทฺทุโน นิกฺกรุณาติมานิโน;

อทานสีลา น จ เทนฺติ กสฺสจิ, เอสามคนฺโธ น หิ มํสโภชนํ.

๒๔๘. ‘‘โกโธ มโท ถมฺโภ ปจฺจุปฏฺฐาปนา [ปจฺจุฏฺฐาปนา จ (สี. สฺยา.), ปจฺจุฏฺฐาปนา (ปี.)], มายา อุสูยา ภสฺสสมุสฺสโย จ;

มานาติมาโน จ อสพฺภิ สนฺถโว, เอสามคนฺโธ น หิ มํสโภชนํ.

๒๔๙. ‘‘เย ปาปสีลา อิณฆาตสูจกา, โวหารกูฏา อิธ ปาฏิรูปิกา [ปาติรูปิกา (?)];

นราธมา เยธ กโรนฺติ กิพฺพิสํ, เอสามคนฺโธ น หิ มํสโภชนํ.

๒๕๐. ‘‘เย อิธ ปาเณสุ อสญฺญตา ชนา, ปเรสมาทาย วิเหสมุยฺยุตา;

ทุสฺสีลลุทฺทา ผรุสา อนาทรา, เอสามคนฺโธ น หิ มํสโภชนํ.

๒๕๑. ‘‘เอเตสุ คิทฺธา วิรุทฺธาติปาติโน, นิจฺจุยฺยุตา เปจฺจ ตมํ วชนฺติ เย;

ปตนฺติ สตฺตา นิรยํ อวํสิรา, เอสามคนฺโธ น หิ มํสโภชนํ.

๒๕๒. ‘‘น มจฺฉมํสานมนาสกตฺตํ [น มจฺฉมํสํ น อนาสกตฺตํ (สี. อฏฺฐ มูลปาโฐ), น มํจฺฉมํสานานาสกตฺตํ (สฺยา. ก.)], น นคฺคิยํ น มุณฺฑิยํ ชฏาชลฺลํ;

ขราชินานิ นาคฺคิหุตฺตสฺสุปเสวนา, เย วาปิ โลเก อมรา พหู ตปา;

มนฺตาหุตี ยญฺญมุตูปเสวนา, โสเธนฺติ มจฺจํ อวิติณฺณกงฺขํ.

๒๕๓. ‘‘โย เตสุ [โสเตสุ (สี. ปี.)] คุตฺโต วิทิตินฺทฺริโย จเร, ธมฺเม ฐิโต อชฺชวมทฺทเว รโต;

สงฺคาติโค สพฺพทุกฺขปฺปหีโน, น ลิปฺปติ [น ลิมฺปติ (สฺยา. กํ ก.)] ทิฏฺฐสุเตสุ ธีโร’’.

๒๕๔. อิจฺเจตมตฺถํ ภควา ปุนปฺปุนํ, อกฺขาสิ นํ [ตํ (สี. ปี.)] เวทยิ มนฺตปารคู;

จิตฺราหิ คาถาหิ มุนี ปกาสยิ, นิรามคนฺโธ อสิโต ทุรนฺนโย.

๒๕๕. สุตฺวาน พุทฺธสฺส สุภาสิตํ ปทํ, นิรามคนฺธํ สพฺพทุกฺขปฺปนูทนํ;

นีจมโน วนฺทิ ตถาคตสฺส, ตตฺเถว ปพฺพชฺชมโรจยิตฺถาติ.

อามคนฺธสุตฺตํ ทุติยํ นิฏฺฐิตํ.

๓. หิริสุตฺตํ

๒๕๖. หิรึ ตรนฺตํ วิชิคุจฺฉมานํ, ตวาหมสฺมิ [สขาหมสฺมิ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] อิติ ภาสมานํ;

สยฺหานิ กมฺมานิ อนาทิยนฺตํ, เนโส มมนฺติ อิติ นํ วิชญฺญา.

๒๕๗. อนนฺวยํ [อตฺถนฺวยํ (ก.)] ปิยํ วาจํ, โย มิตฺเตสุ ปกุพฺพติ;

อกโรนฺตํ ภาสมานํ, ปริชานนฺติ ปณฺฑิตา.

๒๕๘. น โส มิตฺโต โย สทา อปฺปมตฺโต, เภทาสงฺกี รนฺธเมวานุปสฺสี;

ยสฺมิญฺจ เสติ อุรสีว ปุตฺโต, ส เว มิตฺโต โย ปเรหิ อเภชฺโช.

๒๕๙. ปามุชฺชกรณํ ฐานํ, ปสํสาวหนํ สุขํ;

ผลานิสํโส ภาเวติ, วหนฺโต โปริสํ ธุรํ.

๒๖๐. ปวิเวกรสํ ปิตฺวา, รสํ อุปสมสฺส จ;

นิทฺทโร โหติ นิปฺปาโป, ธมฺมปีติรสํ ปิวนฺติ.

หิริสุตฺตํ ตติยํ นิฏฺฐิตํ.

๔. มงฺคลสุตฺตํ

เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข อญฺญตรา เทวตา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข สา เทวตา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

๒๖๑. ‘‘พหู เทวา มนุสฺสา จ, มงฺคลานิ อจินฺตยุํ;

อากงฺขมานา โสตฺถานํ, พฺรูหิ มงฺคลมุตฺตมํ’’.

๒๖๒. ‘‘อเสวนา จ พาลานํ, ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา;

ปูชา จ ปูชเนยฺยานํ [ปูชนียานํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)], เอตํ มงฺคลมุตฺตมํ.

๒๖๓. ‘‘ปติรูปเทสวาโส จ, ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตา;

อตฺตสมฺมาปณิธิ [อตฺตสมฺมาปณีธี (กตฺถจิ)] จ, เอตํ มงฺคลมุตฺตมํ.

๒๖๔. ‘‘พาหุสจฺจญฺจ สิปฺปญฺจ, วินโย จ สุสิกฺขิโต;

สุภาสิตา จ ยา วาจา, เอตํ มงฺคลมุตฺตมํ.

๒๖๕. ‘‘มาตาปิตุ อุปฏฺฐานํ, ปุตฺตทารสฺส สงฺคโห;

อนากุลา จ กมฺมนฺตา, เอตํ มงฺคลมุตฺตมํ.

๒๖๖. ‘‘ทานญฺจ ธมฺมจริยา จ, ญาตกานญฺจ สงฺคโห;

อนวชฺชานิ กมฺมานิ, เอตํ มงฺคลมุตฺตมํ.

๒๖๗. ‘‘อารตี วิรตี ปาปา, มชฺชปานา จ สํยโม;

อปฺปมาโท จ ธมฺเมสุ, เอตํ มงฺคลมุตฺตมํ.

๒๖๘. ‘‘คารโว จ นิวาโต จ, สนฺตุฏฺฐิ จ กตญฺญุตา;

กาเลน ธมฺมสฺสวนํ [ธมฺมสวณํ (กตฺถจิ), ธมฺมสวนํ (สี. ก.)], เอตํ มงฺคลมุตฺตมํ.

๒๖๙. ‘‘ขนฺตี จ โสวจสฺสตา, สมณานญฺจ ทสฺสนํ;

กาเลน ธมฺมสากจฺฉา, เอตํ มงฺคลมุตฺตมํ.

๒๗๐. ‘‘ตโป จ พฺรหฺมจริยญฺจ, อริยสจฺจาน ทสฺสนํ;

นิพฺพานสจฺฉิกิริยา จ, เอตํ มงฺคลมุตฺตมํ.

๒๗๑. ‘‘ผุฏฺฐสฺส โลกธมฺเมหิ, จิตฺตํ ยสฺส น กมฺปติ;

อโสกํ วิรชํ เขมํ, เอตํ มงฺคลมุตฺตมํ.

๒๗๒. ‘‘เอตาทิสานิ กตฺวาน, สพฺพตฺถมปราชิตา;

สพฺพตฺถ โสตฺถึ คจฺฉนฺติ, ตํ เตสํ มงฺคลมุตฺตม’’นฺติ.

มงฺคลสุตฺตํ จตุตฺถํ นิฏฺฐิตํ.

๕. สูจิโลมสุตฺตํ

เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา คยายํ วิหรติ ฏงฺกิตมญฺเจ สูจิโลมสฺส ยกฺขสฺส ภวเน. เตน โข ปน สมเยน ขโร จ ยกฺโข สูจิโลโม จ ยกฺโข ภควโต อวิทูเร อติกฺกมนฺติ. อถ โข ขโร ยกฺโข สูจิโลมํ ยกฺขํ เอตทโวจ – ‘‘เอโส สมโณ’’ติ. ‘‘เนโส สมโณ, สมณโก เอโส. ยาวาหํ ชานามิ [ยาว ชานามิ (สี. ปี.)] ยทิ วา โส สมโณ [ยทิ วา สมโณ (สฺยา.)], ยทิ วา โส สมณโก’’ติ [ยทิ วา สมณโกติ (สี. สฺยา. ปี.)].

อถ โข สูจิโลโม ยกฺโข เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต กายํ อุปนาเมสิ. อถ โข ภควา กายํ อปนาเมสิ. อถ โข สูจิโลโม ยกฺโข ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ภายสิ มํ, สมณา’’ติ? ‘‘น ขฺวาหํ ตํ, อาวุโส, ภายามิ; อปิ จ เต สปฺผสฺโส ปาปโก’’ติ.

‘‘ปญฺหํ ตํ, สมณ, ปุจฺฉิสฺสามิ. สเจ เม น พฺยากริสฺสสิ, จิตฺตํ วา เต ขิปิสฺสามิ, หทยํ วา เต ผาเลสฺสามิ, ปาเทสุ วา คเหตฺวา ปารคงฺคาย ขิปิสฺสามี’’ติ.

‘‘น ขฺวาหํ ตํ, อาวุโส, ปสฺสามิ สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย โย เม จิตฺตํ วา ขิเปยฺย หทยํ วา ผาเลยฺย ปาเทสุ วา คเหตฺวา ปารคงฺคาย ขิเปยฺย. อปิ จ ตฺวํ, อาวุโส, ปุจฺฉ ยทากงฺขสี’’ติ. อถ โข สูจิโลโม ยกฺโข ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –

๒๗๓. ‘‘ราโค จ โทโส จ กุโตนิทานา, อรตี รตี โลมหํโส กุโตชา;

กุโต สมุฏฺฐาย มโนวิตกฺกา, กุมารกา ธงฺกมิโวสฺสชนฺติ’’.

๒๗๔. ‘‘ราโค จ โทโส จ อิโตนิทานา, อรตี รตี โลมหํโส อิโตชา;

อิโต สมุฏฺฐาย มโนวิตกฺกา, กุมารกา ธงฺกมิโวสฺสชนฺติ.

๒๗๔. ‘‘เสฺนหชา อตฺตสมฺภูตา, นิโคฺรธสฺเสว ขนฺธชา;

ปุถู วิสตฺตา กาเมสุ, มาลุวาว วิตตาวเน.

๒๗๕. ‘‘เย นํ ปชานนฺติ ยโตนิทานํ, เต นํ วิโนเทนฺติ สุโณหิ ยกฺข;

เต ทุตฺตรํ โอฆมิมํ ตรนฺติ, อติณฺณปุพฺพํ อปุนพฺภวายา’’ติ.

สูจิโลมสุตฺตํ ปญฺจมํ นิฏฺฐิตํ.

๖. ธมฺมจริยสุตฺตํ

๒๗๖. ธมฺมจริยํ พฺรหฺมจริยํ, เอตทาหุ วสุตฺตมํ;

ปพฺพชิโตปิ เจ โหติ, อคารา อนคาริยํ.

๒๗๗. โส เจ มุขรชาติโก, วิเหสาภิรโต มโค;

ชีวิตํ ตสฺส ปาปิโย, รชํ วฑฺเฒติ อตฺตโน.

๒๗๘. กลหาภิรโต ภิกฺขุ, โมหธมฺเมน อาวุโต;

อกฺขาตมฺปิ น ชานาติ, ธมฺมํ พุทฺเธน เทสิตํ.

๒๗๙. วิเหสํ ภาวิตตฺตานํ, อวิชฺชาย ปุรกฺขโต;

สํกิเลสํ น ชานาติ, มคฺคํ นิรยคามินํ.

๒๘๐. วินิปาตํ สมาปนฺโน, คพฺภา คพฺภํ ตมา ตมํ;

ส เว ตาทิสโก ภิกฺขุ, เปจฺจ ทุกฺขํ นิคจฺฉติ.

๒๘๑. คูถกูโป ยถา อสฺส, สมฺปุณฺโณ คณวสฺสิโก;

โย จ เอวรูโป อสฺส, ทุพฺพิโสโธ หิ สางฺคโณ.

๒๘๒. ยํ เอวรูปํ ชานาถ, ภิกฺขโว เคหนิสฺสิตํ;

ปาปิจฺฉํ ปาปสงฺกปฺปํ, ปาปอาจารโคจรํ.

๒๘๓. สพฺเพ สมคฺคา หุตฺวาน, อภินิพฺพชฺชิยาถ [อภินิพฺพชฺชยาถ (สี. ปี. อ. นิ. ๘.๑๐)] นํ;