๙. เหมวตสุตฺตํ
๑๕๓. ‘‘อชฺช ปนฺนรโส อุโปสโถ, (อิติ สาตาคิโร ยกฺโข)
ทิพฺพา [ทิพฺยา (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] รตฺติ อุปฏฺฐิตา;
อโนมนามํ สตฺถารํ, หนฺท ปสฺสาม โคตมํ’’.
๑๕๔. ‘‘กจฺจิ มโน สุปณิหิโต, (อิติ เหมวโต ยกฺโข)
สพฺพภูเตสุ ตาทิโน;
กจฺจิ อิฏฺเฐ อนิฏฺเฐ จ, สงฺกปฺปสฺส วสีกตา’’.
๑๕๕. ‘‘มโน จสฺส สุปณิหิโต, (อิติ สาตาคิโร ยกฺโข)
สพฺพภูเตสุ ตาทิโน;
อโถ อิฏฺเฐ อนิฏฺเฐ จ, สงฺกปฺปสฺส วสีกตา’’.
๑๕๖. ‘‘กจฺจิ อทินฺนํ นาทิยติ, (อิติ เหมวโต ยกฺโข)
กจฺจิ ปาเณสุ สญฺญโต;
กจฺจิ อารา ปมาทมฺหา, กจฺจิ ฌานํ น ริญฺจติ’’.
๑๕๗. ‘‘น โส อทินฺนํ อาทิยติ, (อิติ สาตาคิโร ยกฺโข)
อโถ ปาเณสุ สญฺญโต;
อโถ อารา ปมาทมฺหา, พุทฺโธ ฌานํ น ริญฺจติ’’.
๑๕๘. ‘‘กจฺจิ มุสา น ภณติ, (อิติ เหมวโต ยกฺโข)
กจฺจิ น ขีณพฺยปฺปโถ;
กจฺจิ เวภูติยํ นาห, กจฺจิ สมฺผํ น ภาสติ’’.
๑๕๙. ‘‘มุสา จ โส น ภณติ, (อิติ สาตาคิโร ยกฺโข)
อโถ น ขีณพฺยปฺปโถ;
อโถ เวภูติยํ นาห, มนฺตา อตฺถํ จ [อตฺถํ โส (สี. ปี. ก.)] ภาสติ’’.
๑๖๐. ‘‘กจฺจิ น รชฺชติ กาเมสุ, (อิติ เหมวโต ยกฺโข)
กจฺจิ จิตฺตํ อนาวิลํ;
กจฺจิ โมหํ อติกฺกนฺโต, กจฺจิ ธมฺเมสุ จกฺขุมา’’.
๑๖๑. ‘‘น โส รชฺชติ กาเมสุ, (อิติ สาตาคิโร ยกฺโข)
อโถ จิตฺตํ อนาวิลํ;
สพฺพโมหํ อติกฺกนฺโต, พุทฺโธ ธมฺเมสุ จกฺขุมา’’.
๑๖๒. ‘‘กจฺจิ วิชฺชาย สมฺปนฺโน, (อิติ เหมวโต ยกฺโข )
กจฺจิ สํสุทฺธจารโณ;
กจฺจิสฺส อาสวา ขีณา, กจฺจิ นตฺถิ ปุนพฺภโว’’.
๑๖๓. ‘‘วิชฺชาย เจว สมฺปนฺโน, (อิติ สาตาคิโร ยกฺโข)
อโถ สํสุทฺธจารโณ;
สพฺพสฺส อาสวา ขีณา, นตฺถิ ตสฺส ปุนพฺภโว’’.
๑๖๔. ‘‘สมฺปนฺนํ มุนิโน จิตฺตํ, กมฺมุนา พฺยปฺปเถน จ;
วิชฺชาจรณสมฺปนฺนํ, ธมฺมโต นํ ปสํสติ’’.
๑๖๕. ‘‘สมฺปนฺนํ มุนิโน จิตฺตํ, กมฺมุนา พฺยปฺปเถน จ;
วิชฺชาจรณสมฺปนฺนํ, ธมฺมโต อนุโมทสิ’’.
๑๖๖. ‘‘สมฺปนฺนํ มุนิโน จิตฺตํ, กมฺมุนา พฺยปฺปเถน จ;
วิชฺชาจรณสมฺปนฺนํ, หนฺท ปสฺสาม โคตมํ.
๑๖๗. ‘‘เอณิชงฺฆํ กิสํ วีรํ [ธีรํ (สฺยา.)], อปฺปาหารํ อโลลุปํ;
มุนึ วนสฺมึ ฌายนฺตํ, เอหิ ปสฺสาม โคตมํ.
๑๖๘. ‘‘สีหํเวกจรํ นาคํ, กาเมสุ อนเปกฺขินํ;
อุปสงฺกมฺม ปุจฺฉาม, มจฺจุปาสปฺปโมจนํ.
๑๖๙. ‘‘อกฺขาตารํ ปวตฺตารํ, สพฺพธมฺมาน ปารคุํ;
พุทฺธํ เวรภยาตีตํ, มยํ ปุจฺฉาม โคตมํ’’.
๑๗๐. ‘‘กิสฺมึ โลโก สมุปฺปนฺโน, (อิติ เหมวโต ยกฺโข)
กิสฺมึ กุพฺพติ สนฺถวํ [สนฺธวํ (ก.)];
กิสฺส โลโก อุปาทาย, กิสฺมึ โลโก วิหญฺญติ’’.
๑๗๑. ‘‘ฉสุ [ฉสฺสุ (สี. ปี.)] โลโก สมุปฺปนฺโน, (เหมวตาติ ภควา)
ฉสุ กุพฺพติ สนฺถวํ;
ฉนฺนเมว อุปาทาย, ฉสุ โลโก วิหญฺญติ’’.
๑๗๒. ‘‘กตมํ ตํ อุปาทานํ, ยตฺถ โลโก วิหญฺญติ;
นิยฺยานํ ปุจฺฉิโต พฺรูหิ, กถํ ทุกฺขา ปมุจฺจติ’’ [ปมุญฺจติ (สฺยา.)].
๑๗๓. ‘‘ปญฺจ กามคุณา โลเก, มโนฉฏฺฐา ปเวทิตา;
เอตฺถ ฉนฺทํ วิราเชตฺวา, เอวํ ทุกฺขา ปมุจฺจติ.
๑๗๔. ‘‘เอตํ โลกสฺส นิยฺยานํ, อกฺขาตํ โว ยถาตถํ;
เอตํ โว อหมกฺขามิ, เอวํ ทุกฺขา ปมุจฺจติ’’.
๑๗๕. ‘‘โก สูธ ตรติ โอฆํ, โกธ ตรติ อณฺณวํ;
อปฺปติฏฺเฐ อนาลมฺเพ, โก คมฺภีเร น สีทติ’’.
๑๗๖. ‘‘สพฺพทา สีลสมฺปนฺโน, ปญฺญวา สุสมาหิโต;
อชฺฌตฺตจินฺตี [อชฺฌตฺตสญฺญี (สฺยา. กํ. ก.)] สติมา, โอฆํ ตรติ ทุตฺตรํ.
๑๗๗. ‘‘วิรโต กามสญฺญาย, สพฺพสํโยชนาติโค;
นนฺทีภวปริกฺขีโณ, โส คมฺภีเร น สีทติ’’.
๑๗๘. ‘‘คพฺภีรปญฺญํ นิปุณตฺถทสฺสึ, อกิญฺจนํ กามภเว อสตฺตํ;
ตํ ปสฺสถ สพฺพธิ วิปฺปมุตฺตํ, ทิพฺเพ ปเถ กมมานํ มเหสึ.
๑๗๙. ‘‘อโนมนามํ นิปุณตฺถทสฺสึ, ปญฺญาททํ กามาลเย อสตฺตํ;
ตํ ปสฺสถ สพฺพวิทุํ สุเมธํ, อริเย ปเถ กมมานํ มเหสึ.
๑๘๐. ‘‘สุทิฏฺฐํ วต โน อชฺช, สุปฺปภาตํ สุหุฏฺฐิตํ;
ยํ อทฺทสาม สมฺพุทฺธํ, โอฆติณฺณมนาสวํ.
๑๘๑. ‘‘อิเม ทสสตา ยกฺขา, อิทฺธิมนฺโต ยสสฺสิโน;
สพฺเพ ตํ สรณํ ยนฺติ, ตฺวํ โน สตฺถา อนุตฺตโร.
๑๘๒. ‘‘เต มยํ วิจริสฺสาม, คามา คามํ นคา นคํ;
นมสฺสมานา สมฺพุทฺธํ, ธมฺมสฺส จ สุธมฺมต’’นฺติ.
เหมวตสุตฺตํ นวมํ นิฏฺฐิตํ.