๘. คูถขาทกเปตวตฺถุ

๗๖๖. ‘‘คูถกูปโต อุคฺคนฺตฺวา, โก นุ ทีโน ปติฏฺฐสิ [ทีโน หิ ติฏฺฐสิ (สี.)];

นิสฺสํสยํ ปาปกมฺมนฺโต, กึ นุ สทฺทหเส ตุว’’นฺติ.

๗๖๗. ‘‘อหํ ภทนฺเต เปโตมฺหิ, ทุคฺคโต ยมโลกิโก;

ปาปกมฺมํ กริตฺวาน, เปตโลกํ อิโต คโต’’.

๗๖๘. ‘‘กึ นุ กาเยน วาจาย, มนสา ทุกฺกฏํ กตํ;

กิสฺส กมฺมวิปาเกน, อิทํ ทุกฺขํ นิคจฺฉสี’’ติ.

๗๖๙. ‘‘อหุ อาวาสิโก มยฺหํ, อิสฺสุกี กุลมจฺฉรี;

อชฺโฌสิโต มยฺหํ ฆเร, กทริโย ปริภาสโก.

๗๗๐. ‘‘ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา, ภิกฺขโว ปริภาสิสํ;

ตสฺส กมฺมวิปาเกน, เปตโลกํ อิโต คโต’’ติ.

๗๗๑. ‘‘อมิตฺโต มิตฺตวณฺเณน, โย เต อาสิ กุลูปโก;

กายสฺส เภทา ทุปฺปญฺโญ, กึ นุ เปจฺจ คตึ คโต’’ติ.

๗๗๒. ‘‘ตสฺเสวาหํ ปาปกมฺมสฺส, สีเส ติฏฺฐามิ มตฺถเก;

โส จ ปรวิสยํ ปตฺโต, มเมว ปริจารโก.

๗๗๓. ‘‘ยํ ภทนฺเต หทนฺตญฺเญ, เอตํ เม โหติ โภชนํ;

อหญฺจ โข ยํ หทามิ, เอตํ โส อุปชีวตี’’ติ.

คูถขาทกเปตวตฺถุ อฏฺฐมํ.