๘. ทุติยมิคลุทฺทกเปตวตฺถุ

๔๘๘. ‘‘กูฏาคาเร จ ปาสาเท, ปลฺลงฺเก โคนกตฺถเต;

ปญฺจงฺคิเกน ตุริเยน, รมสิ สุปฺปวาทิเต.

๔๘๙. ‘‘ตโต รตฺยา วิวสาเน [วฺยวสาเน (สี.)], สูริยุคฺคมนํ ปติ;

อปวิทฺโธ สุสานสฺมึ, พหุทุกฺขํ นิคจฺฉสิ.

๔๙๐. ‘‘กึ นุ กาเยน วาจาย, มนสา ทุกฺกฏํ กตํ;

กิสฺส กมฺมวิปาเกน, อิทํ ทุกฺขํ นิคจฺฉสิ’’.

๔๙๑. ‘‘อหํ ราชคเห รมฺเม, รมณีเย คิริพฺพเช;

มิคลุทฺโท ปุเร อาสึ, ลุทฺโท จาสิมสญฺญโต.

๔๙๒. ‘‘ตสฺส เม สหาโย สุหทโย, สทฺโธ อาสิ อุปาสโก;

ตสฺส กุลุปโก ภิกฺขุ, อาสิ โคตมสาวโก;

โสปิ มํ อนุกมฺปนฺโต, นิวาเรสิ ปุนปฺปุนํ.

๔๙๓. ‘‘‘มากาสิ ปาปกํ กมฺมํ, มา ตาต ทุคฺคตึ อคา;

สเจ อิจฺฉสิ เปจฺจ สุขํ, วิรม ปาณวธา อสํยมา’.

๔๙๔. ‘‘ตสฺสาหํ วจนํ สุตฺวา, สุขกามสฺส หิตานุกมฺปิโน;

นากาสึ สกลานุสาสนึ, จิรปาปาภิรโต อพุทฺธิมา.

๔๙๕. ‘‘โส มํ ปุน ภูริสุเมธโส, อนุกมฺปาย สํยเม นิเวสยิ;

‘สเจ ทิวา หนสิ ปาณิโน, อถ เต รตฺตึ ภวตุ สํยโม’.

๔๙๖. ‘‘สฺวาหํ ทิวา หนิตฺวา ปาณิโน, วิรโต รตฺติมโหสิ สญฺญโต;

รตฺตาหํ ปริจาเรมิ, ทิวา ขชฺชามิ ทุคฺคโต.

๔๙๗. ‘‘ตสฺส กมฺมสฺส กุสลสฺส, อนุโภมิ รตฺตึ อมานุสึ;

ทิวา ปฏิหตาว กุกฺกุรา, อุปธาวนฺติ สมนฺตา ขาทิตุํ.

๔๙๘. ‘‘เย จ เต สตตานุโยคิโน, ธุวํ ปยุตฺตา [ธุวยุตฺตา (สี.)] สุคตสฺส สาสเน;

มญฺญามิ เต อมตเมว เกวลํ, อธิคจฺฉนฺติ ปทํ อสงฺขต’’นฺติ.

ทุติยมิคลุทฺทกเปตวตฺถุ อฏฺฐมํ.