๖. เสริณีเปตวตฺถุ

๔๖๔. ‘‘นคฺคา ทุพฺพณฺณรูปาสิ, กิสา ธมนิสนฺถตา;

อุปฺผาสุลิเก กิสิเก, กา นุ ตฺวํ อิธ ติฏฺฐสี’’ติ.

๔๖๕. ‘‘อหํ ภทนฺเต เปตีมฺหิ, ทุคฺคตา ยมโลกิกา;

ปาปกมฺมํ กริตฺวาน, เปตโลกํ อิโต คตา’’ติ.

๔๖๖. ‘‘กึ นุ กาเยน วาจาย, มนสา กุกฺกฏํ กตํ;

กิสฺส กมฺมวิปาเกน, เปตโลกํ อิโต คตา’’ติ.

๔๖๗. ‘‘อนาวเฏสุ ติตฺเถสุ, วิจินึ อฑฺฒมาสกํ;

สนฺเตสุ เทยฺยธมฺเมสุ, ทีปํ นากาสิมตฺตโน.

๔๖๘. ‘‘นทึ อุเปมิ ตสิตา, ริตฺตกา ปริวตฺตติ;

ฉายํ อุเปมิ อุเณฺหสุ, อาตโป ปริวตฺตติ.

๔๖๙. ‘‘อคฺคิวณฺโณ จ เม วาโต, ฑหนฺโต อุปวายติ;

เอตญฺจ ภนฺเต อรหามิ, อญฺญญฺจ ปาปกํ ตโต.

๔๗๐. ‘‘คนฺตฺวาน หตฺถินึ ปุรํ, วชฺเชสิ มยฺห มาตรํ;

‘ธีตา จ เต มยา ทิฏฺฐา, ทุคฺคตา ยมโลกิกา;

ปาปกมฺมํ กริตฺวาน, เปตโลกํ อิโต คตา’.

๔๗๑. ‘‘อตฺถิ เม เอตฺถ นิกฺขิตฺตํ, อนกฺขาตญฺจ ตํ มยา;

จตฺตาริสตสหสฺสานิ, ปลฺลงฺกสฺส จ เหฏฺฐโต.

๔๗๒. ‘‘ตโต เม ทานํ ททตุ, ตสฺสา จ โหตุ ชีวิกา;

ทานํ ทตฺวา จ เม มาตา, ทกฺขิณํ อนุทิจฺฉตุ [อนุทิสฺสตุ (สี. ปี.), อนฺวาทิสฺสตุ (สฺยา.)];

ตทาหํ สุขิตา เหสฺสํ, สพฺพกามสมิทฺธินี’’ติ.

๔๗๓. ‘‘สาธู’’ติ โส ปฏิสฺสุตฺวา, คนฺตฺวาน หตฺถินึ ปุรํ;

อโวจ ตสฺสา มาตรํ –

‘ธีตา จ เต มยา ทิฏฺฐา, ทุคฺคตา ยมโลกิกา;

ปาปกมฺมํ กริตฺวาน, เปตโลกํ อิโต คตา’.

๔๗๔. ‘‘สา มํ ตตฺถ สมาทเปสิ, ( ) [(คนฺตฺวาน หตฺถินึ ปุรํ) (สฺยา. ก.)] วชฺเชสิ มยฺห มาตรํ;

‘ธีตา จ เต มยา ทิฏฺฐา, ทุคฺคตา ยมโลกิกา;

ปาปกมฺมํ กริตฺวาน, เปตโลกํ อิโต คตา’.

๔๗๕. ‘‘อตฺถิ จ เม เอตฺถ นิกฺขิตฺตํ, อนกฺขาตญฺจ ตํ มยา;

จตฺตาริสตสหสฺสานิ, ปลฺลงฺกสฺส จ เหฏฺฐโต.

๔๗๖. ‘‘ตโต เม ทานํ ททตุ, ตสฺสา จ โหตุ ชีวิกา;

ทานํ ทตฺวา จ เม มาตา, ทกฺขิณํ อนุทิจฺฉตุ ( ) [(ตโต ตุวํ ทานํ เทหิ, ตสฺสา ทกฺขิณมาทิสี) (ก.)];

‘ตทา สา สุขิตา เหสฺสํ, สพฺพกามสมิทฺธินี’’’ติ.

๔๗๗. ตโต หิ สา ทานมทา, ตสฺสา ทกฺขิณมาทิสี;

เปตี จ สุขิตา อาสิ, ตสฺสา จาสิ สุชีวิกาติ.

เสริณีเปตวตฺถุ ฉฏฺฐํ.