๓. รถการเปติวตฺถุ
๔๓๙. ‘‘เวฬุริยถมฺภํ รุจิรํ ปภสฺสรํ, วิมานมารุยฺห อเนกจิตฺตํ;
ตตฺถจฺฉสิ เทวิ มหานุภาเว, ปถทฺธนิ [สมนฺตโต (ก.)] ปนฺนรเสว จนฺโท.
๔๔๐. ‘‘วณฺโณ จ เต กนกสฺส สนฺนิโภ, อุตฺตตฺตรูโป ภุส ทสฺสเนยฺโย;
ปลฺลงฺกเสฏฺเฐ อตุเล นิสินฺนา, เอกา ตุวํ นตฺถิ จ ตุยฺห สามิโก.
๔๔๑. ‘‘อิมา จ เต โปกฺขรณี สมนฺตา, ปหูตมลฺยา [ปหูตมาลา (สี. สฺยา.)] พหุปุณฺฑรีกา;
สุวณฺณจุณฺเณหิ สมนฺตโมตฺถตา, น ตตฺถ ปงฺโก ปณโก จ วิชฺชติ.
๔๔๒. ‘‘หํสา จิเม ทสฺสนียา มโนรมา, อุทกสฺมิมนุปริยนฺติ สพฺพทา;
สมยฺย วคฺคูปนทนฺติ สพฺเพ, พินฺทุสฺสรา ทุนฺทุภีนํว โฆโส.
๔๔๓. ‘‘ททฺทลฺลมานา ยสสา ยสสฺสินี, นาวาย จ ตฺวํ อวลมฺพ ติฏฺฐสิ;
อาฬารปเมฺห หสิเต ปิยํวเท, สพฺพงฺคกลฺยาณิ ภุสํ วิโรจสิ.
๔๔๔. ‘‘อิทํ วิมานํ วิรชํ สเม ฐิตํ, อุยฺยานวนฺตํ [อุยฺยานวนํ (ก.)] รตินนฺทิวฑฺฒนํ;
อิจฺฉามหํ นาริ อโนมทสฺสเน, ตยา สห นนฺทเน อิธ โมทิตุ’’นฺติ.
๔๔๕. ‘‘กโรหิ กมฺมํ อิธ เวทนียํ, จิตฺตญฺจ เต อิธ นิหิตํ ภวตุ [นตญฺจ โหตุ (ก.), นิตญฺจ โหตุ (สฺยา.)];
กตฺวาน กมฺมํ อิธ เวทนียํ, เอวํ มมํ ลจฺฉสิ กามกามินิ’’นฺติ.
๔๔๖. ‘‘สาธู’’ติ โส ตสฺสา ปฏิสฺสุณิตฺวา, อกาสิ กมฺมํ ตหึ เวทนียํ;
กตฺวาน กมฺมํ ตหึ เวทนียํ, อุปปชฺชิ โส มาณโว ตสฺสา สหพฺยตนฺติ.
รถการเปติวตฺถุ ตติยํ.
ภาณวารํ ทุติยํ นิฏฺฐิตํ.