๑. อุทฺเทโส

๒๐๙. ปุริมนิทานํ. ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, วิโมกฺขา. กตเม ตโย? สุญฺญโต วิโมกฺโข, อนิมิตฺโต วิโมกฺโข, อปฺปณิหิโต วิโมกฺโข – อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย วิโมกฺขา.

‘‘อปิ จ, อฏฺฐสฏฺฐิ วิโมกฺขา – สุญฺญโต วิโมกฺโข, อนิมิตฺโต วิโมกฺโข, อปฺปณิหิโต วิโมกฺโข; อชฺฌตฺตวุฏฺฐาโน วิโมกฺโข, พหิทฺธาวุฏฺฐาโน วิโมกฺโข, ทุภโต วุฏฺฐาโน วิโมกฺโข; อชฺฌตฺตวุฏฺฐานา จตฺตาโร วิโมกฺขา, พหิทฺธาวุฏฺฐานา จตฺตาโร วิโมกฺขา, ทุภโต วุฏฺฐานา จตฺตาโร วิโมกฺขา; อชฺฌตฺตวุฏฺฐานานํ อนุโลมา จตฺตาโร วิโมกฺขา, พหิทฺธาวุฏฺฐานานํ อนุโลมา จตฺตาโร วิโมกฺขา, ทุภโต วุฏฺฐานานํ อนุโลมา จตฺตาโร วิโมกฺขา; อชฺฌตฺตวุฏฺฐานปฏิปฺปสฺสทฺธี [อชฺฌตฺตวุฏฺฐานา ปฏิปฺปสฺสทฺธี (สฺยา.)] จตฺตาโร วิโมกฺขา, พหิทฺธาวุฏฺฐานปฏิปฺปสฺสทฺธี จตฺตาโร วิโมกฺขา, ทุภโต วุฏฺฐานปฏิปฺปสฺสทฺธี จตฺตาโร วิโมกฺขา; รูปี รูปานิ ปสฺสตีติ วิโมกฺโข, อชฺฌตฺตํ อรูปสญฺญี พหิทฺธา รูปานิ ปสฺสตีติ วิโมกฺโข, สุภํ เตว อธิมุตฺโต โหตีติ วิโมกฺโข; อากาสานญฺจายตนสมาปตฺติ วิโมกฺโข, วิญฺญาณญฺจายตนสมาปตฺติ วิโมกฺโข, อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติ วิโมกฺโข; เนวสญฺญานาสญฺญายตนสมาปตฺติ วิโมกฺโข, สญฺญาเวทยิตนิโรธสมาปตฺติ วิโมกฺโข; สมยวิโมกฺโข, อสมยวิโมกฺโข; สามยิโก วิโมกฺโข, อสามยิโก วิโมกฺโข; กุปฺโป วิโมกฺโข, อกุปฺโป วิโมกฺโข; โลกิโย วิโมกฺโข, โลกุตฺตโร วิโมกฺโข; สาสโว วิโมกฺโข, อนาสโว วิโมกฺโข; สามิโส วิโมกฺโข, นิรามิโส วิโมกฺโข; นิรามิสานิรามิสตโร วิโมกฺโข, ปณิหิโต วิโมกฺโข, อปฺปณิหิโต วิโมกฺโข, ปณิหิตปฺปฏิปฺปสฺสทฺธิ วิโมกฺโข; สญฺญุตฺโต วิโมกฺโข, วิสญฺญุตฺโต วิโมกฺโข; เอกตฺตวิโมกฺโข, นานตฺตวิโมกฺโข, สญฺญาวิโมกฺโข, ญาณวิโมกฺโข; สีติสิยาวิโมกฺโข [สีตีสิยาวิโมกฺโข (สี. อฏฺฐ.)], ฌานวิโมกฺโข, อนุปาทาจิตฺตสฺส วิโมกฺโข’’.