สาสนปฏฺฐานํ

๘๙. ตตฺถ อฏฺฐารส มูลปทา กุหึ ทฏฺฐพฺพา? สาสนปฏฺฐาเน. ตตฺถ กตมํ สาสนปฏฺฐานํ? สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ, วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ, นิพฺเพธภาคิยํ สุตฺตํ, อเสกฺขภาคิยํ สุตฺตํ, สํกิเลสภาคิยญฺจ วาสนาภาคิยญฺจ สุตฺตํ, สํกิเลสภาคิยญฺจ นิพฺเพธภาคิยญฺจ สุตฺตํ, สํกิเลสภาคิยญฺจ อเสกฺขภาคิยญฺจ สุตฺตํ, สํกิเลสภาคิยญฺจ นิพฺเพธภาคิยญฺจ อเสกฺขภาคิยญฺจ สุตฺตํ, สํกิเลสภาคิยญฺจ วาสนาภาคิยญฺจ นิพฺเพธภาคิยญฺจ สุตฺตํ, วาสนาภาคิยญฺจ นิพฺเพธภาคิยญฺจ สุตฺตํ, ตณฺหาสํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ, ทิฏฺฐิสํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ, ทุจฺจริตสํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ, ตณฺหาโวทานภาคิยํ สุตฺตํ, ทิฏฺฐิโวทานภาคิยํ สุตฺตํ, ทุจฺจริตโวทานภาคิยํ สุตฺตํ.

ตตฺถ สํกิเลโส ติวิโธ – ตณฺหาสํกิเลโส ทิฏฺฐิสํกิเลโส ทุจฺจริตสํกิเลโส. ตตฺถ ตณฺหาสํกิเลโส สมเถน วิสุชฺฌติ, โส สมโถ สมาธิกฺขนฺโธ. ทิฏฺฐิสํกิเลโส วิปสฺสนาย วิสุชฺฌติ, สา วิปสฺสนา ปญฺญากฺขนฺโธ. ทุจฺจริตสํกิเลโส สุจริเตน วิสุชฺฌติ, ตํ สุจริตํ สีลกฺขนฺโธ. ตสฺส สีเล ปติฏฺฐิตสฺส ยทิ อาสตฺติ อุปฺปชฺชติ ภเวสุ, เอวํ สายํ สมถวิปสฺสนา ภาวนามยํ ปุญฺญกฺริยวตฺถุ ภวติ ตตฺรูปปตฺติยา สํวตฺตติ. อิมานิ จตฺตาริ สุตฺตานิ, สาธารณานิ กตานิ อฏฺฐ ภวนฺติ, ตานิเยว อฏฺฐ สุตฺตานิ สาธารณานิ กตานิ โสฬส ภวนฺติ.

อิเมหิ โสฬสหิ สุตฺเตหิ ภินฺเนหิ นววิธํ สุตฺตํ ภินฺนํ ภวติ. คาถาย คาถา อนุมินิตพฺพา, เวยฺยากรเณน เวยฺยากรณํ อนุมินิตพฺพํ. สุตฺเตน สุตฺตํ อนุมินิตพฺพํ.

๙๐. ตตฺถ กตมํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ?

‘‘กามนฺธา ชาลสญฺฉนฺนา, ตณฺหาฉทนฉาทิตา;

ปมตฺตพนฺธนา [ปมตฺตพนฺธุนา (อุทา. ๗๔)] พทฺธา, มจฺฉาว กุมินามุเข;

ชรามรณมเนฺวนฺติ, วจฺโฉ ขีรปโกว [ขีรูปโกว (ก.) ปสฺส อุทา. ๖๔] มาตร’’นฺติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, อคติคมนานิ. กตมานิ จตฺตาริ? ฉนฺทาคตึ [ฉนฺทา อคตึ (สี. ก.) ปสฺส อ. นิ. ๔.๑๗] คจฺฉติ, โทสาคตึ คจฺฉติ, โมหาคตึ คจฺฉติ, ภยาคตึ คจฺฉติ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาริ อคติคมนานิ. อิทมโวจ ภควา, อิทํ วตฺวาน สุคโต, อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา –

‘‘ฉนฺทา โทสา ภยา โมหา, โย ธมฺมํ อติวตฺตติ;

นิหียติ ตสฺส ยโส, กาฬปกฺเขว จนฺทิมา’’ติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา, มโนเสฏฺฐา มโนมยา;

มนสา เจ ปทุฏฺเฐน, ภาสติ วา กโรติ วา;

ตโต นํ ทุกฺขมเนฺวติ, จกฺกํว วหโต ปท’’นฺติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘มิทฺธี [ปสฺส ธ. ป. ๓๒๕] ยทา โหติ มหคฺฆโส จ, นิทฺทายิตา สมฺปริวตฺตสายี;

มหาวราโหว นิวาปปุฏฺโฐ, ปุนปฺปุนํ คพฺภมุเปติ มนฺโท’’ติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘อยสาว มลํ สมุฏฺฐิตํ, ตตุฏฺฐาย [ตทุฏฺฐาย (สี.) ปสฺส ธ. ป. ๒๔๐] ตเมว ขาทติ;

เอวํ อติโธนจารินํ, สานิ [ตานิ (สี.) ปสฺส ธ. ป. ๒๔๐] กมฺมานิ นยนฺติ ทุคฺคติ’’นฺติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘โจโร ยถา สนฺธิมุเข คหีโต, สกมฺมุนา หญฺญติ พชฺฌเต จ;

เอวํ อยํ เปจฺจ ปชา ปรตฺถ, สกมฺมุนา หญฺญติ พชฺฌเต จา’’ติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘สุขกามานิ ภูตานิ, โย ทณฺเฑน วิหึสติ;

อตฺตโน สุขเมสาโน, เปจฺจ โส น ลภเต [ลเภ (ก.) ปสฺส ธ. ป. ๑๓๑] สุข’’นฺติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘คุนฺนํ เจ ตรมานานํ, ชิมฺหํ คจฺฉติ ปุงฺคโว;

สพฺพา ตา ชิมฺหํ คจฺฉนฺติ, เนตฺเต ชิมฺหํ คเต [ชิมฺหคเต (สี. ก.) ปสฺส อ. นิ. ๔.๗๐] สติ.

‘‘เอวเมว มนุสฺเสสุ, โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต;

โส เจ อธมฺมํ จรติ, ปเคว อิตรา ปชา;

สพฺพํ รฏฺฐํ ทุกฺขํ เสติ, ราชา เจ โหติ อธมฺมิโก’’ติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘สุกิจฺฉรูปาวติเม มนุสฺสา, กโรนฺติ ปาปํ อุปธีสุ รตฺตา;

คจฺฉนฺติ เต พหุชนสนฺนิวาสํ, นิรยํ อวีจึ กฏุกํ ภยานก’’นฺติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘ผลํ เว [ปสฺส อ. นิ. ๔.๖๘] กทลึ หนฺติ, ผลํ เวฬุํ ผลํ นฬํ;

สกฺกาโร กาปุริสํ หนฺติ, คพฺโภ อสฺสตรึ ยถา’’ติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘โกธมกฺขครุ ภิกฺขุ, ลาภสกฺการคารโว [ลาภสกฺการการณา (สี. ก.) ปสฺส อ. นิ. ๔.๔๓];

สุเขตฺเต ปูติพีชํว, สทฺธมฺเม น วิรูหตี’’ติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

๙๑. ‘‘อิธาหํ, ภิกฺขเว, เอกจฺจํ ปุคฺคลํ ปทุฏฺฐจิตฺตํ เอวํ เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานามิ, (ยถา โข อยํ ปุคฺคโล อิริยติ, ยญฺจ ปฏิปทํ ปฏิปนฺโน, ยญฺจ มคฺคํ สมารูโฬฺห) [( ) นตฺถิ อ. นิ. ๑.๔๓-๔๔; อิติวุ. ๒๐]. อิมมฺหิ จายํ สมเย กาลํ กเรยฺย, ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต, เอวํ นิรเย. ตํ กิสฺส เหตุ? จิตฺตํ หิสฺส, ภิกฺขเว, ปทุฏฺฐํ [ปโทสิตํ (สี. ก.) อ. นิ. ๑.๔๓; อิติวุ. ๒๐ ปสฺสิตพฺพํ], เจโตปโทสเหตุ [จิตฺตปโทสเหตุ (สี. ก.)] โข ปน, ภิกฺขเว, เอวมิเธกจฺเจ สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชนฺตี’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ, ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘ปทุฏฺฐจิตฺตํ ญตฺวาน, เอกจฺจํ อิธ ปุคฺคลํ;

เอตมตฺถญฺจ พฺยากาสิ, พุทฺโธ [สตฺถา (สี. ก.)] ภิกฺขูน สนฺติเก;

อิมมฺหิ จายํ สมเย, กาลํ กยิราถ ปุคฺคโล;

นิรยํ อุปปชฺเชยฺย, จิตฺตํ หิสฺส ปทูสิตํ;

เจโตปโทสเหตุ หิ, สตฺตา คจฺฉนฺติ ทุคฺคตึ.

ยถาภตํ นิกฺขิเปยฺย, เอวเมว ตถาวิโธ;

กายสฺส เภทา ทุปฺปญฺโญ, นิรยํ โสปปชฺชตี’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา อิติ เม สุตนฺติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘สเจ ภายถ ทุกฺขสฺส, สเจ โว ทุกฺขมปฺปิยํ;

มากตฺถ ปาปกํ กมฺมํ, อาวิ [อาวี (สี.) ปสฺส อุทา. ๔๔] วา ยทิ วา รโห.

‘‘สเจ จ ปาปกํ กมฺมํ, กริสฺสถ กโรถ วา;

น โว ทุกฺขา ปมุตฺยตฺถิ, อุเปจฺจปิ ปลายต’’นฺติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘อธมฺเมน ธนํ ลทฺธา, มุสาวาเทน จูภยํ;

มเมติ พาลา มญฺญนฺติ, ตํ กถํ นุ ภวิสฺสติ.

‘‘อนฺตรายา สุ ภวิสฺสนฺติ, สมฺภตสฺส วินสฺสติ;

มตา สคฺคํ น คจฺฉนฺติ, นนุ เอตฺตาวตา หตา’’ติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘กถํ ขณติ อตฺตานํ, กถํ มิตฺเตหิ ชีรติ;

กถํ วิวฏฺฏเต ธมฺมา, กถํ สคฺคํ น คจฺฉติ.

‘‘โลภา ขณติ อตฺตานํ, ลุทฺโธ มิตฺเตหิ ชีรติ;

โลภา วิวฏฺฏเต ธมฺมา, โลภา สคฺคํ น คจฺฉตี’’ติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘จรนฺติ พาลา ทุมฺเมธา, อมิตฺเตเนว อตฺตนา;

กโรนฺตา ปาปกํ กมฺมํ, ยํ โหติ กฏุกปฺผลํ [กฏกํ ผลํ (ก.) ปสฺส ธ. ป. ๖๖].

‘‘น ตํ กมฺมํ กตํ สาธุ, ยํ กตฺวา อนุตปฺปติ;

ยสฺส อสฺสุมุโข โรทํ, วิปากํ ปฏิเสวตี’’ติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘ทุกฺกรํ ทุตฺติติกฺขญฺจ, อพฺยตฺเตน จ [อวิยตฺเตน (สี. ก.) ปสฺส สํ. นิ. ๑.๑๗] สามญฺญํ;

พหู หิ ตตฺถ สมฺพาธา, ยตฺถ พาโล วิสีทติ.

‘‘โย หิ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ, ภาสมาเน ตถาคเต;

มนํ ปโทสเย พาโล, โมฆํ โข ตสฺส ชีวิตํ.

‘‘เอตญฺจาหํ อรหามิ, ทุกฺขญฺจ อิโต จ ปาปิยตรํ ภนฺเต;

โย อปฺปเมยฺเยสุ ตถาคเตสุ, จิตฺตํ ปโทเสมิ อวีตราโค’’ติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘อปฺปเมยฺยํ ปมินนฺโต, โกธ วิทฺวา วิกปฺปเย;

อปฺปเมยฺยํ ปมายินํ [ปมายนฺตํ (สี. ก.) ปสฺส สํ. นิ. ๑.๑๗๙], นิวุตํ ตํ มญฺเญ อกิสฺสว’’นฺติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘ปุริสสฺส หิ ชาตสฺส, กุฐารี [กุธารี (ก.) ปสฺส สํ. นิ. ๑.๑๘๐] ชายเต มุเข;

ยาย ฉินฺทติ อตฺตานํ, พาโล ทุพฺภาสิตํ ภณํ.

‘‘น หิ สตฺถํ สุนิสิตํ, วิสํ หลาหลํ อิว;

เอวํ วิรทฺธํ ปาเตติ, วาจา ทุพฺภาสิตา ยถา’’ติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

๙๒. ‘‘โย นินฺทิยํ ปสํสติ, ตํ วา นินฺทติ โย ปสํสิโย;

วิจินาติ มุเขน โส กลึ, กลินา เตน สุขํ น วินฺทติ.

‘‘อปฺปมตฺโต อยํ กลิ, โย อกฺเขสุ ธนปราชโย;

สพฺพสฺสาปิ สหาปิ อตฺตนา, อยเมว มหนฺตตโร [มหตฺตโร (ก.) ปสฺส อ. นิ. ๔.๓; สํ. นิ. ๑.๑๘๐] กลิ;

โย สุคเตสุ มนํ ปโทสเย.

‘‘สตํ สหสฺสานํ นิรพฺพุทานํ, ฉตฺตึสตี ปญฺจ จ อพฺพุทานิ;

ยมริยครหี นิรยํ อุเปติ, วาจํ มนญฺจ ปณิธาย ปาปก’’นฺติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘โย โลภคุเณ อนุยุตฺโต, โส วจสา [วจสา จ (ก.) ปสฺส สุ. นิ. ๖๖๘] ปริภาสติ อญฺเญ;

อสฺสทฺโธ กทริโย [อนริโย (สี. ก.)] อวทญฺญู, มจฺฉริ เปสุณิยํ อนุยุตฺโต.

‘‘มุขทุคฺค วิภูต อนริย, ภูนหุ ปาปก ทุกฺกฏการิ;

ปุริสนฺต กลี อวชาตปุตฺต [อวชาตกปุตฺต (สี. ก.) ปสฺส สุ. นิ. ๖๖๙], มา พหุภาณิธ เนรยิโกสิ.

‘‘รชมากิรสี อหิตาย, สนฺเต ครหสิ กิพฺพิสการี;

พหูนิ ทุจฺจริตานิ จริตฺวา, คจฺฉสิ โข ปปตํ จิรรตฺต’’นฺติ.

อิทํ สํกิเลสภาคิยํ สุตฺตํ.

ตตฺถ กตมํ วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ?

‘‘มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา, มโนเสฏฺฐา มโนมยา;

มนสา เจ ปสนฺเนน, ภาสติ วา กโรติ วา;

ตโต นํ สุขมเนฺวติ, ฉายาว อนปายินี’’ติ [อนุปายินีติ (ก.) ปสฺส ธ. ป. ๒].

อิทํ วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ.

๙๓. มหานาโม สกฺโก ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อิทํ, ภนฺเต, กปิลวตฺถุ อิทฺธญฺเจว ผีตญฺจ พาหุชญฺญํ [พหุชนํ (สี. ก.) ปสฺส สํ. นิ. ๕.๑๐๑๘] อากิณฺณมนุสฺสํ สมฺพาธพฺยูหํ, โส โข อหํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ วา ปยิรุปาสิตฺวา มโนภาวนีเย วา ภิกฺขู สายนฺหสมยํ กปิลวตฺถุํ ปวิสนฺโต ภนฺเตนปิ หตฺถินา สมาคจฺฉามิ, ภนฺเตนปิ อสฺเสน สมาคจฺฉามิ, ภนฺเตนปิ รเถน สมาคจฺฉามิ, ภนฺเตนปิ สกเฏน สมาคจฺฉามิ, ภนฺเตนปิ ปุริเสน สมาคจฺฉามิ, ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, ตสฺมึ สมเย มุสฺสเตว ภควนฺตํ อารพฺภ สติ, มุสฺสติ ธมฺมํ อารพฺภ สติ, มุสฺสติ สงฺฆํ อารพฺภ สติ. ตสฺส มยฺหํ, ภนฺเต, เอวํ โหติ ‘อิมมฺหิ จาหํ สายนฺหสมเย กาลํ กเรยฺยํ, กา มยฺหํ [มมสฺส (สี. ก.) ปสฺส สํ. นิ. ๕.๑๐๑๘] คติ, โก อภิสมฺปราโย’’’ติ.

‘‘มา ภายิ, มหานาม, มา ภายิ, มหานาม, อปาปกํ เต มรณํ ภวิสฺสติ, อปาปิกา [อปาปิกา เต (สี.)] กาลงฺกิริยา. จตูหิ โข, มหานาม, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก นิพฺพานนินฺโน โหติ นิพฺพานโปโณ นิพฺพานปพฺภาโร. กตเมหิ จตูหิ? อิธ, มหานาม, อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ, อิติปิ โส ภควา อรหํ…เป… พุทฺโธ ภควาติ. ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… อริยกนฺเตหิ สีเลหิ สมนฺนาคโต โหติ อขณฺเฑหิ…เป… สมาธิสํวตฺตนิเกหิ. เสยฺยถาปิ, มหานาม, รุกฺโข ปาจีนนินฺโน ปาจีนโปโณ ปาจีนปพฺภาโร, โส มูลจฺฉินฺโน [มูเลหิ ฉินฺโน (สี. ก.)] กตเมน ปปเตยฺยา’’ติ? ‘‘เยน, ภนฺเต, นินฺโน เยน โปโณ เยน ปพฺภาโร’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหานาม, อิเมหิ จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก นิพฺพานนินฺโน โหติ นิพฺพานโปโณ นิพฺพานปพฺภาโร. มา ภายิ, มหานาม, มา ภายิ, มหานาม, อปาปกํ เต มรณํ ภวิสฺสติ, อปาปิกา กาลงฺกิริยา’’ติ.

อิทํ วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘สุขกามานิ ภูตานิ, โย ทณฺเฑน น หึสติ;

อตฺตโน สุขเมสาโน, เปจฺจ โส ลภเต สุข’’นฺติ.

อิทํ วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘คุนฺนญฺเจ ตรมานานํ, อุชุํ คจฺฉติ ปุงฺคโว;

สพฺพา ตา อุชุํ คจฺฉนฺติ, เนตฺเต อุชุํ คเต สติ.

‘‘เอวเมว มนุสฺเสสุ, โย โหติ เสฏฺฐสมฺมโต;

โส สเจ [โส เจว (สี.) ปสฺส (สี.) ปสฺส อ. นิ. ๔.๗๐] ธมฺมํ จรติ, ปเคว อิตรา ปชา;

สพฺพํ รฏฺฐํ สุขํ เสติ, ราชา เจ โหติ ธมฺมิโก’’ติ.

อิทํ วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ.

๙๔. ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู ภควโต จีวรกมฺมํ กโรนฺติ ‘‘นิฏฺฐิตจีวโร ภควา เตมาสจฺจเยน จาริกํ ปกฺกมิสฺสตี’’ติ. เตน โข ปน สมเยน อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย สาเกเต [สาธุเก (สํ. นิ. ๕.๑๐๐๒)] ปฏิวสนฺติ เกนจิ เทว กรณีเยน. อสฺโสสุํ โข อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย ‘‘สมฺพหุลา กิร ภิกฺขู ภควโต จีวรกมฺมํ กโรนฺติ. นิฏฺฐิตจีวโร ภควา เตมาสจฺจเยน จาริกํ ปกฺกมิสฺสตี’’ติ.

อถ โข อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย มคฺเค ปุริสํ ฐเปสุํ ‘‘ยทา ตฺวํ อมฺโภ ปุริส ปสฺเสยฺยาสิ ภควนฺตํ อาคจฺฉนฺตํ อรหนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ, อถ อมฺหากํ อาโรเจยฺยาสี’’ติ. ทฺวีหตีหํ ฐิโต โข โส ปุริโส อทฺทส ภควนฺตํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ, ทิสฺวาน เยน อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา อิสิทตฺตปุราเณ ถปตโย เอตทโวจ ‘‘อยํ โส ภนฺเต [อยํ ภนฺเต (สี. ก.) ปสฺส สํ. นิ. ๕.๑๐๐๒] ภควา อาคจฺฉติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, ยสฺสทานิ กาลํ มญฺญถา’’ติ.

อถ โข อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ภควนฺตํ ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต อนุพนฺธึสุ. อถ โข ภควา มคฺคา โอกฺกมฺม เยน อญฺญตรํ รุกฺขมูลํ เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ, เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข อิสิทตฺตปุราณา ถปตโย ภควนฺตํ เอตทโวจุํ –

‘‘ยทา มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุโณม ‘สาวตฺถิยา โกสเลสุ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตี’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ ‘ทูเร โน ภควา ภวิสฺสตี’ติ. ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุโณม ‘สาวตฺถิยา โกสเลสุ จาริกํ ปกฺกนฺโต’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ ‘ทูเร โน ภควา’ติ…เป….

‘‘ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุโณม ‘กาสีสุ มคเธสุ [กาสีหิ มาคเธ (สํ. นิ. ๕.๑๐๐๒)] จาริกํ ปกฺกมิสฺสตี’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ โทมนสฺสํ ‘ทูเร โน ภควา ภวิสฺสตี’ติ. ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุโณม ‘กาสีสุ มคเธสุ จาริกํ ปกฺกนฺโต’ติ, อนปฺปกา โน ตสฺมึ สมเย อนตฺตมนตา โหติ อนปฺปกํ โทมนสฺสํ ‘ทูเร โน ภควา’ติ.

‘‘ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุโณม ‘มคเธสุ กาสีสุ จาริกํ ปกฺกมิสฺสตี’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ ‘อาสนฺเน โน ภควา ภวิสฺสตี’ติ. ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุโณม ‘มคเธสุ กาสีสุ จาริกํ ปกฺกนฺโต’ติ, โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ ‘อาสนฺเน โน ภควา’ติ…เป….

‘‘ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุโณม ‘โกสเลสุ สาวตฺถึ [สาวตฺถิยํ (สี. ก.)] จาริกํ ปกฺกมิสฺสตี’ติ. โหติ โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา โหติ โสมนสฺสํ ‘อาสนฺเน โน ภควา ภวิสฺสตี’ติ.

‘‘ยทา ปน มยํ ภนฺเต ภควนฺตํ สุโณม ‘สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม’ติ โหติ อนปฺปกา โน ตสฺมึ สมเย อตฺตมนตา, โหติ อนปฺปกํ โสมนสฺสํ ‘อาสนฺเน โน ภควา’’’ติ.

‘‘ตสฺมาติห, ถปตโย, สมฺพาโธ ฆราวาโส รชาปโถ, อพฺโภกาโส ปพฺพชฺชา, อลญฺจ ปน โว, ถปตโย, อปฺปมาทายา’’ติ. ‘‘อตฺถิ โข โน, ภนฺเต, เอตมฺหา สมฺพาธา อญฺโญ สมฺพาโธ สมฺพาธตโร เจว สมฺพาธสงฺขาตตโร จา’’ติ? ‘‘กตโม ปน โว, ถปตโย, เอตมฺหา สมฺพาธา อญฺโญ สมฺพาโธ สมฺพาธตโร เจว สมฺพาธสงฺขาตตโร จา’’ติ?

‘‘อิธ มยํ, ภนฺเต, ยทา ราชา ปเสนทิ โกสโล อุยฺยานภูมึ นิยฺยาตุกาโม [คนฺตุกาโม (สี. ก.) ปสฺส สํ. นิ. ๕.๑๐๐๒] โหติ, เย เต รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส นาคา โอปวยฺหา, เต กปฺเปตฺวา ยา ตา รญฺโญ ปเสนทิสฺส โกสลสฺส ปชาปติโย ปิยา มนาปา, ตา [ตาสํ (สี. ก.)] เอกํ ปุรโต เอกํ ปจฺฉโต นิสีทาเปม, ตาสํ โข ปน, ภนฺเต, ภคินีนํ เอวรูโป คนฺโธ โหติ. เสยฺยถาปิ นาม คนฺธกรณฺฑกสฺส ตาวเทว วิวริยมานสฺส, ยถา ตํ ราชกญฺญานํ [ราชารเหน (สี. ก.)] คนฺเธน วิภูสิตานํ. ตาสํ โข ปน, ภนฺเต, ภคินีนํ เอวรูโป กายสมฺผสฺโส โหติ, เสยฺยถาปิ นาม ตูลปิจุโน วา กปฺปาหปิจุโน วา, ยถา ตํ ราชกญฺญานํ สุเขธิตานํ. ตสฺมึ โข ปน, ภนฺเต, สมเย นาโคปิ รกฺขิตพฺโพ โหติ. ตาปิ ภคินิโย รกฺขิตพฺพา โหติ. อตฺตาปิ รกฺขิตพฺพา โหติ. น โข ปน มยํ, ภนฺเต, อภิชานาม ตาสุ ภคีนิสุ ปาปกํ จิตฺตํ ญปฺปาเทนฺตา, อยํ โข โน, ภนฺเต, เอตมฺหา สมฺพาธา อญฺโญ สมฺพาโธ สมฺพาธตโร เจว สมฺพาธสงฺฆาตตโร จาติ.

‘‘ตสฺมาติห, ถปตโย, สมฺพาโธ ฆราวาโส รชาปโถ, อพฺโภกาโส ปพฺพชฺชา. อลญฺจ ปน โว, ถปตโย, อปฺปมาทาย. จตูหิ โข ถปตโย, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก โสตาปนฺโน โหติ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ.

‘‘กตเมหิ จตูหิ? อิธ, ถปตโย, สุตวา อริยสาวโก พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคโต โหติ อิติปิ โส ภควา อรหํ…เป… พุทฺโธ ภควาติ, ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… วิคตมลมจฺเฉเรน เจตสา อคารํ อชฺฌาวสติ, มุตฺตจาโค ปยตปาณิ โวสฺสคฺครโต ยาจโยโค ทานสํวิภาครโต อปฺปฏิวิภตฺตํ. อิเมหิ โข, ถปตโย, จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อริยสาวโก โสตาปนฺโน โหติ อวินิปาตธมฺโม นิยโต สมฺโพธิปรายโณ.

‘‘ตุเมฺห โข, ถปตโย, พุทฺเธ อเวจฺจปฺปสาเทน สมนฺนาคตา อิติปิ โส ภควา อรหํ…เป… พุทฺโธ ภควาติ, ธมฺเม…เป… สงฺเฆ…เป… ยํ โข ปน กิญฺจิ กุเล เทยฺยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ อปฺปฏิวิภตฺตํ สีลวนฺเตหิ กลฺยาณธมฺเมหิ, ตํ กึ มญฺญถ, ถปตโย, กติวิธา เต โกสเลสุ มนุสฺสา เย ตุมฺหากํ สมสมา ยทิทํ ทานสํวิภาเคหี’’ติ? ‘‘ลาภา โน, ภนฺเต, สุลทฺธํ โน, ภนฺเต, เยสํ โน ภควา เอวํ ปชานาตี’’ติ.

อิทํ วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ.

๙๕. ‘‘เอกปุปฺผํ จชิตฺวาน [ยชิตฺวาน (ก.) ปสฺส เถรคา. ๙๖], สหสฺสํ กปฺปโกฏิโย;

เทเว เจว มนุสฺเส จ, เสเสน ปรินิพฺพุโต’’ติ.

อิทํ วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘อสฺสตฺเถ หริโตภาเส, สํวิรูฬฺหมฺหิ ปาทเป;

เอกํ พุทฺธคตํ [พุทฺธกตํ (ก.) ปสฺส เถรคา. ๒๑๗] สญฺญํ, อลภึตฺถํ [อลภึหํ (สี. ก.)] ปติสฺสโต.

‘‘อชฺช ตึสํ ตโต กปฺปา, นาภิชานามิ ทุคฺคตึ;

ติสฺโส วิชฺชา สจฺฉิกตา, ตสฺสา สญฺญาย วาสนา’’ติ.

อิทํ วาสนาภาคิยํ สุตฺตํ.

‘‘ปิณฺฑาย โกสลํ ปุรํ, ปาวิสิ อคฺคปุคฺคโล;

อนุกมฺปโก ปุเรภตฺตํ, ตณฺหานิฆาตโก มุนิ.

‘‘ปุริสสฺส วฏํสโก หตฺเถ, สพฺพปุปฺเผหิลงฺกโต;

โส อทฺทสาสิ สมฺพุทฺธํ, ภิกฺขุสงฺฆปุรกฺขตํ.

‘‘ปวิสนฺตํ ราชมคฺเคน, เทวมานุสปูชิตํ;

หฏฺโฐ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา, สมฺพุทฺธมุปสงฺกมิ.

‘‘โส ตํ วฏํสกํ สุรภึ, วณฺณวนฺตํ มโนรมํ;