๘. ทุสฺสีลปโญฺห

๘. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, คิหิทุสฺสีลสฺส จ สมณทุสฺสีลสฺส จ โก วิเสโส, กึ นานากรณํ, อุโภเปเต สมสมคติกา, อุภินฺนมฺปิ สมสโม วิปาโก โหติ, อุทาหุ กิญฺจิ นานาการณํ อตฺถี’’ติ?

‘‘ทส ยิเม, มหาราช, คุณา สมณทุสฺสีลสฺส คิหิทุสฺสีลโต วิเสเสน อติเรกา, ทสหิ จ การเณหิ อุตฺตรึ ทกฺขิณํ วิโสเธติ.

‘‘กตเม ทส คุณา สมณทุสฺสีลสฺส คิหิทุสฺสีลโต วิเสเสน อติเรกา? อิธ, มหาราช, สมณทุสฺสีโล พุทฺเธ สคารโว โหติ, ธมฺเม สคารโว โหติ, สงฺเฆ สคารโว โหติ, สพฺรหฺมจารีสุ สคารโว โหติ, อุทฺเทสปริปุจฺฉาย วายมติ, สวนพหุโล โหติ, ภินฺนสีโลปิ, มหาราช, ทุสฺสีโล ปริสคโต อากปฺปํ อุปฏฺฐเปติ, ครหภยา กายิกํ วาจสิกํ รกฺขติ, ปธานาภิมุขญฺจสฺส โหติ จิตฺตํ, ภิกฺขุสามญฺญํ อุปคโต โหติ. กโรนฺโตปิ, มหาราช, สมณทุสฺสีโล ปาปํ ปฏิจฺฉนฺนํ อาจรติ. ยถา, มหาราช, อิตฺถี สปติกา นิลียิตฺวา รหสฺเสเนว ปาปมาจรติ; เอวเมว โข, มหาราช, กโรนฺโตปิ สมณทุสฺสีโล ปาปํ ปฏิจฺฉนฺนํ อาจรติ. อิเม โข, มหาราช, ทส คุณา สมณทุสฺสีลสฺส คิหิทุสฺสีลโต วิเสเสน อติเรกา.

‘‘กตเมหิ ทสหิ การเณหิ อุตฺตรึ ทกฺขิณํ วิโสเธติ? อนวชฺชกวจธารณตายปิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ, อิสิสามญฺญภณฺฑุลิงฺคธารณโตปิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ, สงฺฆสมยมนุปฺปวิฏฺฐตายปิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ, พุทฺธธมฺมสงฺฆสรณคตตายปิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ, ปธานาสยนิเกตวาสิตายปิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ, ชินสาสนธร [ชินสาสนธน (สี. ปี.)] ปริเยสนโตปิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ, ปวรธมฺมเทสนโตปิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ, ธมฺมทีปคติปรายณตายปิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ, ‘อคฺโค พุทฺโธ’ติ เอกนฺตอุชุทิฏฺฐิตายปิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ, อุโปสถสมาทานโตปิ ทกฺขิณํ วิโสเธติ. อิเมหิ โข, มหาราช, ทสหิ การเณหิ อุตฺตรึ ทกฺขิณํ วิโสเธติ.

‘‘สุวิปนฺโนปิ หิ, มหาราช, สมณทุสฺสีโล ทายกานํ ทกฺขิณํ วิโสเธติ. ยถา, มหาราช, อุทกํ สุพหลมฺปิ กลลกทฺทมรโชชลฺลํ อปเนติ; เอวเมว โข, มหาราช, สุวิปนฺโนปิ สมณทุสฺสีโล ทายกานํ ทกฺขิณํ วิโสเธติ.

‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, อุโณฺหทกํ สุกุธิตมฺปิ [สุกฐิตมฺปิ (สี. ปี), สุขุฐิตมฺปิ (สฺยา.)] ชฺชลนฺตํ มหนฺตํ อคฺคิกฺขนฺธํ นิพฺพาเปติ, เอวเมว โข, มหาราช, สุวิปนฺโนปิ สมณทุสฺสีโล ทายกานํ ทกฺขิณํ วิโสเธติ.

‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, โภชนํ วิรสมฺปิ ขุทาทุพฺพลฺยํ อปเนติ, เอวเมว โข, มหาราช, สุวิปนฺโนปิ สมณทุสฺสีโล ทายกานํ ทกฺขิณํ วิโสเธติ.

‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ตถาคเตน เทวาติเทเวน มชฺฌิมนิกายวรลญฺฉเก ทกฺขิณวิภงฺเค เวยฺยากรเณ –

‘‘‘โย สีลวา ทุสฺสีเลสุ ททาติ ทานํ, ธมฺเมน ลทฺธํ สุปสนฺนจิตฺโต;

อภิสทฺทหํ กมฺมผลํ อุฬารํ, สา ทกฺขิณา ทายกโต วิสุชฺฌตี’’’ติ [ม. นิ. ๓.๓๘๒].

‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต นาคเสน, อพฺภุตํ, ภนฺเต นาคเสน, ตาวตกํ มยํ ปญฺหํ อปุจฺฉิมฺห, ตํ ตฺวํ โอปมฺเมหิ การเณหิ วิภาเวนฺโต อมตมธุรํ สวนูปคํ อกาสิ. ยถา นาม, ภนฺเต, สูโท วา สูทนฺเตวาสี วา ตาวตกํ มํสํ ลภิตฺวา นานาวิเธหิ สมฺภาเรหิ สมฺปาเทตฺวา ราชูปโภคํ กโรติ; เอวเมว โข, ภนฺเต นาคเสน, ตาวตกํ มยํ ปญฺหํ อปุจฺฉิมฺห, ตํ ตฺวํ โอปมฺเมหิ การเณหิ วิภาเวตฺวา อมตมธุรํ สวนูปคํ อกาสี’’ติ.

ทุสฺสีลปโญฺห อฏฺฐโม.