๒. โคตมิวตฺถทานปโญฺห
๒. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา มาตุจฺฉาย มหาปชาปติยา โคตมิยา วสฺสิกสาฏิกาย ทียมานาย ‘สงฺเฆ โคตมิ เทหิ, สงฺเฆ เต ทินฺเน อหญฺเจว ปูชิโต ภวิสฺสามิ สงฺโฆ จา’ติ. กึ นุ โข, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคโต สงฺฆรตนโต น ภาริโก น ครุโก น ทกฺขิเณยฺโย, ยํ ตถาคโต สกาย มาตุจฺฉาย สยํ ปิญฺชิตํ [ปิจฺฉิตํ (สี. ปี.)] สยํ ลุญฺจิตํ สยํ โปถิตํ สยํ กนฺติตํ สยํ วายิตํ วสฺสิกสาฏิกํ อตฺตโน ทียมานํ สงฺฆสฺส ทาเปสิ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคโต สงฺฆรตนโต อุตฺตโร ภเวยฺย อธิโก วา วิสิฏฺโฐ วา, ‘มยิ ทินฺเน มหปฺผลํ ภวิสฺสตี’ติ น ตถาคโต มาตุจฺฉาย สยํ ปิญฺชิตํ สยํ ลุญฺจิตํ สยํ โปถิตํ วสฺสิกสาฏิกํ สงฺเฆ ทาเปยฺย, ยสฺมา จ โข ภนฺเต นาคเสน ตถาคโต อตฺตานํ น ปตฺถยติ [น ปตฺถียติ (สี. ปี.)] น อุปนิสฺสยติ, ตสฺมา ตถาคโต มาตุจฺฉาย ตํ วสฺสิกสาฏิกํ สงฺฆสฺส ทาเปสี’’ติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา มาตุจฺฉาย มหาปชาปติยา โคตมิยา วสฺสิกสาฏิกาย ทียมานาย ‘สงฺเฆ โคตมิ เทหิ, สงฺเฆ เต ทินฺเน อหญฺเจว ปูชิโต ภวิสฺสามิ สงฺโฆ จา’ติ. ตํ ปน น อตฺตโน ปติมานนสฺส อวิปากตาย น อทกฺขิเณยฺยตาย, อปิ จ โข, มหาราช, หิตตฺถาย อนุกมฺปาย อนาคตมทฺธานํ สงฺโฆ มมจฺจเยน จิตฺตีกโต ภวิสฺสตีติ วิชฺชมาเน เยว คุเณ ปริกิตฺตยนฺโต เอวมาห ‘สงฺเฆ โคตมิ เทหิ, สงฺเฆ เต ทินฺเน อหญฺเจว ปูชิโต ภวิสฺสามิ สงฺโฆ จา’ติ.
‘‘ยถา, มหาราช, ปิตา ธรมาโน เยว อมจฺจภฏพลโทวาริกอนีกฏฺฐปาริสชฺชชนมชฺเฌ รญฺโญ สนฺติเก ปุตฺตสฺส วิชฺชมานํ เยว คุณํ ปกิตฺเตติ [ปริกิตฺเตติ (ก.)] ‘อิธ ฐปิโต อนาคตมทฺธานํ ชนมชฺเฌ ปูชิโต ภวิสฺสตี’ติ. เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต หิตตฺถาย อนุกมฺปาย อนาคตมทฺธานํ สงฺโฆ มมจฺจเยน จิตฺตีกโต ภวิสฺสตีติ วิชฺชมาเน เยว คุเณ ปกิตฺตยนฺโต เอวมาห ‘สงฺเฆ โคตมิ เทหิ, สงฺเฆ เต ทินฺเน อหญฺเจว ปุชิโต ภวิสฺสามิ สงฺโฆ จา’ติ.
‘‘น โข, มหาราช, ตาวตเกน วสฺสิกสาฏิกานุปฺปทานมตฺตเกน สงฺโฆ ตถาคตโต อธิโก นาม โหติ วิสิฏฺโฐ วา. ยถา, มหาราช, มาตาปิตโร ปุตฺตานํ อุจฺฉาเทนฺติ ปริมทฺทนฺติ นหาเปนฺติ สมฺพาเหนฺติ, อปิ นุ โข, มหาราช, ตาวตเกน อุจฺฉาทนปริมทฺทนนหาปนสมฺพาหนมตฺตเกน ‘ปุตฺโต มาตาปิตูหิ อธิโก นาม โหติ วิสิฏฺโฐ วา’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, อกามกรณียา ภนฺเต ปุตฺตา มาตาปิตูนํ, ตสฺมา มาตาปิตโร ปุตฺตานํ อุจฺฉาทนปริมทฺทนนหาปนสมฺพาหนํ กโรนฺตี’’ติ. เอวเมว โข, มหาราช, น ตาวตเกน วสฺสิกสาฏิกานุปฺปทานมตฺตเกน สงฺโฆ ตถาคตโต อธิโก นาม โหติ วิสิฏฺโฐ วาติ. อปิ จ ตถาคโต อกามกรณียํ กโรนฺโต มาตุจฺฉาย ตํ วสฺสิกสาฏิกํ สงฺฆสฺส ทาเปสิ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, โกจิเทว ปุริโส รญฺโญ อุปายนํ อาหเรยฺย, ตํ ราชา อุปายนํ อญฺญตรสฺส ภฏสฺส วา พลสฺส วา เสนาปติสฺส วา ปุโรหิตสฺส วา ทเทยฺย. อปิ นุ โข โส, มหาราช, ปุริโส ตาวตเกน อุปายนปฏิลาภมตฺตเกน รญฺญา อธิโก นาม โหติ วิสิฏฺโฐ วา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ราชภตฺติโก, ภนฺเต, โส ปุริโส ราชูปชีวี, ตฏฺฐาเน ฐเปนฺโต ราชา อุปายนํ เทตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, น ตาวตเกน วสฺสิกสาฏิกานุปฺปทานมตฺตเกน สงฺโฆ ตถาคตโต อธิโก นาม โหติ วิสิฏฺโฐ วา, อถ โข ตถาคตภตฺติโก ตถาคตูปชีวี. ตฏฺฐาเน ฐเปนฺโต ตถาคโต สงฺฆสฺส วสฺสิกสาฏิกํ ทาเปสิ.
‘‘อปิ จ, มหาราช, ตถาคตสฺส เอวํ อโหสิ ‘สภาวปฏิปูชนีโย สงฺโฆ, มม สนฺตเกน สงฺฆํ ปฏิปูเชสฺสามี’ติ สงฺฆสฺส วสฺสิกสาฏิกํ ทาเปสิ, น, มหาราช, ตถาคโต อตฺตโน เยว ปฏิปูชนํ วณฺเณติ, อถ โข เย โลเก ปฏิปูชนารหา, เตสมฺปิ ตถาคโต ปฏิปูชนํ วณฺเณติ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา เทวาติเทเวน มชฺฌิมนิกายวรลญฺฉเก ธมฺมทายาทธมฺมปริยาเย อปฺปิจฺฉปฺปฏิปตฺตึ ปกิตฺตยมาเนน ‘อสุ เยว เม ปุริโม ภิกฺขุ ปุชฺชตโร จ ปาสํสตโร จา’ติ. ‘‘นตฺถิ, มหาราช, ภเวสุ โกจิ สตฺโต ตถาคตโต ทกฺขิเณยฺโย วา อุตฺตโร วา อธิโก วา วิสิฏฺโฐ วา, ตถาคโตว อุตฺตโร อธิโก วิสิฏฺโฐ.
‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, สํยุตฺตนิกายวเร มาณวคามิเกน เทวปุตฺเตน ภควโต ปุรโต ฐตฺวา เทวมนุสฺสมชฺเฌ –
‘‘‘วิปุโล ราชคหียานํ [ราชคหิกานํ (ก.) สํ. นิ. ๑.๑๑๑ ปสฺสิตพฺพํ], คิริ เสฏฺโฐ ปวุจฺจติ;
เสโต หิมวตํ เสฏฺโฐ, อาทิจฺโจ อฆคามินํ.
‘‘‘สมุทฺโท อุทธินํ เสฏฺโฐ, นกฺขตฺตานญฺจ จนฺทิมา;
สเทวกสฺส โลกสฺส, พุทฺโธ อคฺโค ปวุจฺจตี’ติ.
‘‘ตา โข ปเนตา, มหาราช, มาณวคามิเกน เทวปุตฺเตน คาถา สุคีตา น ทุคฺคีตา, สุภาสิตา น ทุพฺภาสิตา, อนุมตา จ ภควตา, นนุ, มหาราช, เถเรนปิ สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินา ภณิตํ –
‘‘‘เอโก มโนปสาโท; สรณคมนมญฺชลิปณาโม วา;
อุสฺสหเต ตารยิตุํ, มารพลนิสูทเน พุทฺเธ’ติ.
‘‘ภควตา จ ภณิตํ เทวาติเทเวน ‘เอกปุคฺคโล, ภิกฺขเว, โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ. กตโม เอกปุคฺคโล? ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ…เป… เทวมนุสฺสาน’’’นฺติ. ‘‘สาธุ, ภนฺเต นาคเสน, เอวเมตํ ตถา สมฺปฏิจฺฉามี’’ติ.
โคตมิวตฺถทานปโญฺห ทุติโย.