๗. สทฺธมฺมนฺตรธานปโญฺห

๗. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ภาสิตมฺเปตํ ภควตา ‘ปญฺเจว ทานิ, อานนฺท, วสฺสสตานิ [วสฺสสหสฺสานิ (สี.) ปสฺส อ. นิ. ๘.๕๑] สทฺธมฺโม ฐสฺสตี’ติ. ปุน จ ปรินิพฺพานสมเย สุภทฺเทน ปริพฺพาชเกน ปญฺหํ ปุฏฺเฐน ภควตา ภณิตํ ‘อิเม จ, สุภทฺท [ที. นิ. ๒.๒๑๔ ปสฺสิตพฺพํ], ภิกฺขู สมฺมา วิหเรยฺยุํ, อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสา’ติ, อเสสวจนเมตํ, นิสฺเสสวจนเมตํ, นิปฺปริยายวจนเมตํ. ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคเตน ภณิตํ ‘ปญฺเจว ทานิ, อานนฺท, วสฺสสตานิ สทฺธมฺโม ฐสฺสตี’ติ, เตน หิ ‘อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสา’ติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ตถาคเตน ภณิตํ ‘อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสา’ติ, เตน หิ ‘ปญฺเจว ทานิ, อานนฺท, วสฺสสตานิ สทฺธมฺโม ฐสฺสตี’ติ ตมฺปิ วจนํ มิจฺฉา. อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห คหนโตปิ คหนตโร พลวโตปิ พลวตโร คณฺฐิโตปิ คณฺฐิตโร, โส ตวานุปฺปตฺโต, ตตฺถ เต ญาณพลวิปฺผารํ ทสฺเสหิ มกโร วิย สาครพฺภนฺตรคโต’’ติ.

‘‘ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา ‘ปญฺเจว ทานิ, อานนฺท, วสฺสสตานิ สทฺธมฺโม ฐสฺสตี’ติ. ปรินิพฺพานสมเย จ สุภทฺทสฺส ปริพฺพาชกสฺส ภณิตํ ‘อิเม จ, สุภทฺท, ภิกฺขู สมฺมา วิหเรยฺยุํ, อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสา’ติ. ตญฺจ ปน, มหาราช, ภควโต วจนํ นานตฺถญฺเจว โหติ นานาพฺยญฺชนญฺจ, อยํ สาสนปริจฺเฉโท, อยํ ปฏิปตฺติ ปริทีปนาติ ทูรํ วิวชฺชิตา เต อุโภ อญฺญมญฺญํ. ยถา, มหาราช, นภํ ปถวิโต ทูรํ วิวชฺชิตํ, นิรยํ สคฺคโต ทูรํ วิวชฺชิตํ, กุสลํ อกุสลโต ทูรํ วิวชฺชิตํ, สุขํ ทุกฺขโต ทูรํ วิวชฺชิตํ. เอวเมว โข, มหาราช, เต อุโภ อญฺญมญฺญํ ทูรํ วิวชฺชิตา.

‘‘อปิ จ, มหาราช, มา เต ปุจฺฉา โมฆา อสฺส [อสฺสุ (สี. สฺยา.)], รสโต เต สํสนฺทิตฺวา กถยิสฺสามิ ‘ปญฺเจว ทานิ, อานนฺท, วสฺสสตานิ สทฺธมฺโม ฐสฺสตี’ติ ยํ ภควา อาห, ตํ ขยํ ปริทีปยนฺโต เสสกํ ปริจฺฉินฺทิ, วสฺสสหสฺสํ, อานนฺท, สทฺธมฺโม ติฏฺเฐยฺย, สเจ ภิกฺขุนิโย น ปพฺพาเชยฺยุํ. ปญฺเจว ทานิ, อานนฺท, วสฺสสตานิ สทฺธมฺโม ฐสฺสตีติ. อปิ นุ โข, มหาราช, ภควา เอวํ วทนฺโต สทฺธมฺมสฺส อนฺตรธานํ วา วเทติ อภิสมยํ วา ปฏิกฺโกสตี’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘นฏฺฐํ, มหาราช, ปริกิตฺตยนฺโต เสสกํ ปริทีปยนฺโต ปริจฺฉินฺทิ. ยถา, มหาราช, ปุริโส นฏฺฐายิโก สพฺพเสสกํ คเหตฺวา ชนสฺส ปริทีเปยฺย ‘เอตฺตกํ เม ภณฺฑํ นฏฺฐํ, อิทํ เสสก’นฺติ. เอวเมว โข, มหาราช, ภควา นฏฺฐํ ปริทีปยนฺโต เสสกํ เทวมนุสฺสานํ กเถสิ ‘ปญฺเจว ทานิ, อานนฺท, วสฺสสตานิ สทฺธมฺโม ฐสฺสตี’ติ. ยํ ปน, มหาราช, ภควตา ภณิตํ ‘ปญฺเจว ทานิ, อานนฺท, วสฺสสตานิ สทฺธมฺโม ฐสฺสตี’ติ, สาสนปริจฺเฉโท เอโส.

‘‘ยํ ปน ปรินิพฺพานสมเย สุภทฺทสฺส ปริพฺพาชกสฺส สมเณ ปริกิตฺตยนฺโต อาห ‘อิเม จ, สุภทฺท, ภิกฺขู สมฺมา วิหเรยฺยุํ, อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสา’ติ, ปฏิปตฺติปริทีปนา เอสา, ตฺวํ ปน ตํ ปริจฺเฉทญฺจ ปริทีปนญฺจ เอกรสํ กโรสิ. ยทิ ปน เต ฉนฺโท, เอกรสํ กตฺวา กถยิสฺสามิ, สาธุกํ สุโณหิ มนสิกโรหิ อวิกฺขิตฺตมานโส [อวิจลมานโส (สี.) อวิมานโส (ปี. ก.)].

‘‘อิธ, มหาราช, ตฬาโก ภเวยฺย นวสลิลสมฺปุณฺโณ สมฺมุขมุตฺตริยมาโน ปริจฺฉินฺโน ปริวฏุมกโต, อปริยาทิณฺเณ เยว ตสฺมึ ตฬาเก อุทกูปริ มหาเมโฆ อปราปรํ อนุปฺปพนฺโธ อภิวสฺเสยฺย, อปิ นุ โข, มหาราช, ตสฺมึ ตฬาเก อุทกํ ปริกฺขยํ ปริยาทานํ คจฺเฉยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘เกน การเณน มหาราชา’’ติ? ‘‘เมฆสฺส, ภนฺเต, อนุปฺปพนฺธตายา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ชินสาสนวรสทฺธมฺมตฬาโก อาจารสีลคุณวตฺตปฏิปตฺติวิมลนวสลิลสมฺปุณฺโณ อุตฺตริยมาโน ภวคฺคมภิภวิตฺวา ฐิโต. ยทิ ตตฺถ พุทฺธปุตฺตา อาจารสีลคุณวตฺตปฏิปตฺติเมฆวสฺสํ อปราปรํ อนุปฺปพนฺธาเปยฺยุํ อภิวสฺสาเปยฺยุํ. เอวมิทํ ชินสาสนวรสทฺธมฺมตฬาโก จิรํ ทีฆมทฺธานํ ติฏฺเฐยฺย, อรหนฺเตหิ โลโก อสุญฺโญ ภเวยฺย, อิมมตฺถํ ภควตา สนฺธาย ภาสิตํ ‘อิเม จ, สุภทฺท, ภิกฺขู สมฺมา วิหเรยฺยุํ, อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสา’ติ.

‘‘อิธ ปน, มหาราช, มหติ มหาอคฺคิกฺขนฺเธ ชลมาเน อปราปรํ สุกฺขติณกฏฺฐโคมยานิ อุปสํหเรยฺยุํ, อปิ นุ โข โส, มหาราช, อคฺคิกฺขนฺโธ นิพฺพาเยยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, ภิยฺโย ภิยฺโย โส อคฺคิกฺขนฺโธ ชเลยฺย, ภิยฺโย ภิยฺโย ปภาเสยฺยา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ทสสหสฺสิยา [ทสสหสฺสิมฺหิ (พหูสุ)] โลกธาตุยา ชินสาสนวรมฺปิ อาจารสีลคุณวตฺตปฏิปตฺติยา ชลติ ปภาสติ. ยทิ ปน, มหาราช, ตทุตฺตรึ พุทฺธปุตฺตา ปญฺจหิ ปธานิยงฺเคหิ สมนฺนาคตา สตตมปฺปมตฺตา ปทเหยฺยุํ, ตีสุ สิกฺขาสุ ฉนฺทชาตา สิกฺเขยฺยุํ, จาริตฺตญฺจ สีลํ สมตฺตํ ปริปูเรยฺยุํ, เอวมิทํ ชินสาสนวรํ ภิยฺโย ภิยฺโย จิรํ ทีฆมทฺธานํ ติฏฺเฐยฺย, อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสาติ อิมมตฺถํ ภควตา สนฺธาย ภาสิตํ ‘อิเม จ, สุภทฺท, ภิกฺขู สมฺมา วิหเรยฺยุํ, อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสา’ติ.

‘‘อิธ ปน, มหาราช, สินิทฺธสมสุมชฺชิตสปฺปภาสวิมลาทาสํ [สปฺปภํ สุวิมลาทาสํ (สี.)] สณฺหสุขุมเครุกจุณฺเณน อปราปรํ มชฺเชยฺยุํ, อปิ นุ โข, มหาราช, ตสฺมึ อาทาเส มลกทฺทมรโชชลฺลํ ชาเยยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, อญฺญทตฺถุ วิมลตรํ เยว ภเวยฺยา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ชินสาสนวรํ ปกตินิมฺมลํ พฺยปคตกิเลสมลรโชชลฺลํ, ยทิ ตํ พุทฺธปุตฺตา อาจารสีลคุณวตฺตปฏิปตฺติสลฺเลขธุตคุเณน ชินสาสนวรํ สลฺลกฺเขยฺยุํ [สลฺลิกฺเขยฺยุํ (สี. ปี.)], เอวมิทํ ชินสาสนวรํ จิรํ ทีฆมทฺธานํ ติฏฺเฐยฺย, อสุญฺโญ จ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสาติ อิมมตฺถํ ภควตา สนฺธาย ภาสิตํ ‘อิเม จ, สุภทฺท, ภิกฺขู สมฺมา วิหเรยฺยุํ, อสุญฺโญ โลโก อรหนฺเตหิ อสฺสา’ติ. ปฏิปตฺติมูลกํ, มหาราช, สตฺถุสาสนํ ปฏิปตฺติการณํ ปฏิปตฺติยา อนนฺตรหิตาย ติฏฺฐตี’’ติ.

‘‘ภนฺเต นาคเสน, ‘สทฺธมฺมนฺตรธาน’นฺติ ยํ วเทสิ, กตมํ ตํ สทฺธมฺมนฺตรธาน’’นฺติ? ‘‘ตีณิมานิ, มหาราช, สาสนนฺตรธานานิ. กตมานิ ตีณิ? อธิคมนฺตรธานํ ปฏิปตฺตนฺตรธานํ ลิงฺคนฺตรธานํ, อธิคเม, มหาราช, อนฺตรหิเต สุปฺปฏิปนฺนสฺสาปิ ธมฺมาภิสมโย น โหติ, ปฏิปตฺติยา อนฺตรหิตาย สิกฺขาปทปญฺญตฺติ อนฺตรธายติ, ลิงฺคํเยว ติฏฺฐติ, ลิงฺเค อนฺตรหิเต ปเวณุปจฺเฉโท โหติ, อิมานิ โข, มหาราช, ตีณิ อนฺตรธานานี’’ติ.

‘‘สุวิญฺญาปิโต, ภนฺเต นาคเสน, ปโญฺห, คมฺภีโร อุตฺตานีกโต, คณฺฐิ ภินฺโน, นฏฺฐา ปรวาทา ภคฺคา นิปฺปภา กตา, ตฺวํ คณิวรวสภมาสชฺชาติ.

สทฺธมฺมนฺตรธานปโญฺห สตฺตโม.