๓. เทวทตฺตปพฺพชฺชปโญฺห
๓. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, เทวทตฺโต เกน ปพฺพาชิโต’’ติ? ‘‘ฉ ยิเม, มหาราช, ขตฺติยกุมารา ภทฺทิโย จ อนุรุทฺโธ จ อานนฺโท จ ภคุ จ กิมิโล [กิมฺพิโล (สี. ปี.) ม. นิ. ๒.๑๖๖ ปสฺสิตพฺพํ] จ เทวทตฺโต จ อุปาลิกปฺปโก สตฺตโม อภิสมฺพุทฺเธ สตฺถริ สกฺยกุลานนฺทชนเน ภควนฺตํ อนุปพฺพชนฺตา นิกฺขมึสุ, เต ภควา ปพฺพาเชสี’’ติ. ‘‘นนุ, ภนฺเต, เทวทตฺเตน ปพฺพชิตฺวา สงฺโฆ ภินฺโน’’ติ? ‘‘อาม, มหาราช, เทวทตฺเตน ปพฺพชิตฺวา สงฺโฆ ภินฺโน, น คิหี สงฺฆํ ภินฺทติ, น ภิกฺขุนี, น สิกฺขมานา, น สามเณโร, น สามเณรี สงฺฆํ ภินฺทติ, ภิกฺขุ ปกตตฺโต สมานสํวาสโก สมานสีมายํ ฐิโต สงฺฆํ ภินฺทตีติ. สงฺฆเภทโก, ภนฺเต, ปุคฺคโล กึ กมฺมํ ผุสตี’’ติ? ‘‘กปฺปฏฺฐิติกํ, มหาราช, กมฺมํ ผุสตี’’ติ.
‘‘กึ ปน, ภนฺเต นาคเสน, พุทฺโธ ชานาติ ‘เทวทตฺโต ปพฺพชิตฺวา สงฺฆํ ภินฺทิสฺสติ, สงฺฆํ ภินฺทิตฺวา กปฺปํ นิรเย ปจฺจิสฺสตี’’’ติ? ‘‘อาม, มหาราช, ตถาคโต ชานาติ ‘เทวทตฺโต ปพฺพชิตฺวา สงฺฆํ ภินฺทิสฺสติ, สงฺฆํ ภินฺทิตฺวา กปฺปํ นิรเย ปจฺจิสฺสตี’’’ติ. ‘‘ยทิ, ภนฺเต นาคเสน, พุทฺโธ ชานาติ ‘เทวทตฺโต ปพฺพชิตฺวา สงฺฆํ ภินฺทิสฺสติ, สงฺฆํ ภินฺทิตฺวา กปฺปํ นิรเย ปจฺจิสฺสตี’ติ, เตน หิ, ภนฺเต นาคเสน, พุทฺโธ การุณิโก อนุกมฺปโก หิเตสี สพฺพสตฺตานํ อหิตํ อปเนตฺวา หิตมุปทหตีติ ยํ วจนํ, ตํ มิจฺฉา. ยทิ ตํ อชานิตฺวา ปพฺพาเชสิ, เตน หิ พุทฺโธ อสพฺพญฺญูติ, อยมฺปิ อุภโต โกฏิโก ปโญฺห ตวานุปฺปตฺโต, วิชเฏหิ เอตํ มหาชฏํ, ภินฺท ปราปวาทํ, อนาคเต อทฺธาเน ตยา สทิสา พุทฺธิมนฺโต ภิกฺขู ทุลฺลภา ภวิสฺสนฺติ, เอตฺถ ตว พลํ ปกาเสหี’’ติ.
‘‘การุณิโก, มหาราช, ภควา สพฺพญฺญู จ, การุญฺเญน, มหาราช, ภควา สพฺพญฺญุตญาเณน เทวทตฺตสฺส คตึ โอโลเกนฺโต อทฺทส เทวทตฺตํ อาปายิกํ กมฺมํ [อปราปริยกมฺมํ (สี. สฺยา. ปี.)] อายูหิตฺวา อเนกานิ กปฺปโกฏิสตสหสฺสานิ นิรเยน นิรยํ วินิปาเตน วินิปาตํ คจฺฉนฺตํ, ตํ ภควา สพฺพญฺญุตญาเณน ชานิตฺวา อิมสฺส อปริยนฺตกตํ กมฺมํ มม สาสเน ปพฺพชิตสฺส ปริยนฺตกตํ ภวิสฺสติ, ปุริมํ อุปาทาย ปริยนฺตกตํ ทุกฺขํ ภวิสฺสติ, อปพฺพชิโตปิ อยํ โมฆปุริโส กปฺปฏฺฐิยเมว กมฺมํ อายูหิสฺสตีติ การุญฺเญน เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสี’’ติ.
‘‘เตน หิ, ภนฺเต นาคเสน, พุทฺโธ วธิตฺวา เตเลน มกฺเขติ, ปปาเต ปาเตตฺวา หตฺถํ เทติ, มาเรตฺวา ชีวิตํ ปริเยสติ, ยํ โส ปฐมํ ทุกฺขํ ทตฺวา ปจฺฉา สุขํ อุปทหตี’’ติ? ‘‘วเธติปิ, มหาราช, ตถาคโต สตฺตานํ หิตวเสน, ปาเตติปิ สตฺตานํ หิตวเสน, มาเรติปิ สตฺตานํ หิตวเสน, วธิตฺวาปิ, มหาราช, ตถาคโต สตฺตานํ หิตเมว อุปทหติ, ปาเตตฺวาปิ สตฺตานํ หิตเมว อุปทหติ, มาเรตฺวาปิ สตฺตานํ หิตเมว อุปทหติ. ยถา, มหาราช, มาตาปิตโร นาม วธิตฺวาปิ ปาตยิตฺวาปิ ปุตฺตานํ หิตเมว อุปทหนฺติ, เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต วเธติปิ สตฺตานํ หิตวเสน, ปาเตติปิ สตฺตานํ หิตวเสน, มาเรติปิ สตฺตานํ หิตวเสน, วธิตฺวาปิ, มหาราช, ตถาคโต สตฺตานํ หิตเมว อุปทหติ, ปาเตตฺวาปิ สตฺตานํ หิตเมว อุปทหติ, มาเรตฺวาปิ สตฺตานํ หิตเมว อุปทหติ, เยน เยน โยเคน สตฺตานํ คุณวุฑฺฒิ โหติ, เตน เตน โยเคน สพฺพสตฺตานํ หิตเมว อุปทหติ. สเจ, มหาราช, เทวทตฺโต น ปพฺพาเชยฺย, คิหิภูโต สมาโน นิรยสํวตฺตนิกํ พหุํ ปาปกมฺมํ กตฺวา อเนกานิ กปฺปโกฏิสตสหสฺสานิ นิรเยน นิรยํ วินิปาเตน วินิปาตํ คจฺฉนฺโต พหุํ ทุกฺขํ เวทยิสฺสติ, ตํ ภควา ชานมาโน การุญฺเญน เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสิ, ‘มม สาสเน ปพฺพชิตสฺส ทุกฺขํ ปริยนฺตกตํ ภวิสฺสตี’ติ การุญฺเญน ครุกํ ทุกฺขํ ลหุกํ อกาสิ.
‘‘ยถา วา, มหาราช, ธนยสสิริญาติพเลน พลวา ปุริโส อตฺตโน ญาตึ วา มิตฺตํ วา รญฺญา ครุกํ ทณฺฑํ ธาเรนฺตํ อตฺตโน พหุวิสฺสตฺถภาเวน สมตฺถตาย ครุกํ ทณฺฑํ ลหุกํ อกาสิ, เอวเมว โข, มหาราช, ภควา พหูนิ กปฺปโกฏิสตสหสฺสานิ ทุกฺขํ เวทยมานํ เทวทตฺตํ ปพฺพาเชตฺวา สีลสมาธิปญฺญาวิมุตฺติพลสมตฺถภาเวน ครุกํ ทุกฺขํ ลหุกํ อกาสิ.
‘‘ยถา วา ปน, มหาราช, กุสโล ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต ครุกํ โรคํ พลโวสธพเลน ลหุกํ กโรติ, เอวเมว โข, มหาราช, พหูนิ กปฺปโกฏิสตสหสฺสานิ ทุกฺขํ เวทยมานํ เทวทตฺตํ ภควา โรคญฺญุตาย ปพฺพาเชตฺวา การุญฺญพโล ปตฺถทฺธธมฺโมสธพเลน ครุกํ ทุกฺขํ ลหุกํ อกาสิ. อปิ นุ โข โส, มหาราช, ภควา พหุเวทนียํ เทวทตฺตํ อปฺปเวทนียํ กโรนฺโต กิญฺจิ อปุญฺญํ อาปชฺเชยฺยา’’ติ? ‘‘น กิญฺจิ, ภนฺเต, อปุญฺญํ อาปชฺเชยฺย อนฺตมโส คทฺทูหนมตฺตมฺปี’’ติ. ‘‘อิมมฺปิ โข, มหาราช, การณํ อตฺถโต สมฺปฏิจฺฉ, เยน การเณน ภควา เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสิ.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ, เยน การเณน ภควา เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสิ. ยถา, มหาราช, โจรํ อาคุจารึ คเหตฺวา รญฺโญ ทสฺเสยฺยุํ, ‘อยํ โข, เทว, โจโร อาคุจารี, อิมสฺส ยํ อิจฺฉสิ, ตํ ทณฺฑํ ปเณหี’ติ. ตเมนํ ราชา เอวํ วเทยฺย ‘เตน หิ, ภเณ, อิมํ โจรํ พหินครํ นีหริตฺวา อาฆาตเน สีสํ ฉินฺทถา’’ติ, ‘เอวํ เทวา’ติ โข เต รญฺโญ ปฏิสฺสุตฺวา ตํ พหินครํ นีหริตฺวา อาฆาตนํ นเยยฺยุํ. ตเมนํ ปสฺเสยฺย โกจิเทว ปุริโส รญฺโญ สนฺติกา ลทฺธวโร ลทฺธยสธนโภโค อาเทยฺยวจโน พลวิจฺฉิตการี, โส ตสฺส การุญฺญํ กตฺวา เต ปุริเส เอวํ วเทยฺย ‘อลํ, โภ, กึ ตุมฺหากํ อิมสฺส สีสจฺเฉทเนน, เตน หิ โภ อิมสฺส หตฺถํ วา ปาทํ วา ฉินฺทิตฺวา ชีวิตํ รกฺขถ, อหเมตสฺส การณา รญฺโญ สนฺติเก ปฏิวจนํ กริสฺสามี’ติ. เต ตสฺส พลวโต วจเนน ตสฺส โจรสฺส หตฺถํ วา ปาทํ วา ฉินฺทิตฺวา ชีวิตํ รกฺเขยฺยุํ. อปิ นุ โข โส, มหาราช, ปุริโส เอวํ การี ตสฺส โจรสฺส กิจฺจการี อสฺสา’’ติ? ‘‘ชีวิตทายโก โส, ภนฺเต, ปุริโส ตสฺส โจรสฺส, ชีวิเต ทินฺเน กึ ตสฺส อกตํ นาม อตฺถี’’ติ? ‘‘ยา ปน หตฺถปาทจฺเฉทเน เวทนา, โส ตาย เวทนาย กิญฺจิ อปุญฺญํ อาปชฺเชยฺยา’’ติ? ‘‘อตฺตโน กเตน โส, ภนฺเต, โจโร ทุกฺขเวทนํ เวทยติ, ชีวิตทายโก ปน ปุริโส น กิญฺจิ อปุญฺญํ อาปชฺเชยฺยา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ภควา การุญฺเญน เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสิ ‘มม สาสเน ปพฺพชิตสฺส ทุกฺขํ ปริยนฺตกตํ ภวิสฺสตี’ติ. ปริยนฺตกตญฺจ, มหาราช, เทวทตฺตสฺส ทุกฺขํ, เทวทตฺโต, มหาราช, มรณกาเล –
‘‘‘อิเมหิ อฏฺฐีหิ ตมคฺคปุคฺคลํ, เทวาติเทวํ นรทมฺมสารถึ;
สมนฺตจกฺขุํ สตปุญฺญลกฺขณํ, ปาเณหิ พุทฺธํ สรณํ อุเปมี’ติ.
‘‘ปาณุเปตํ สรณมคมาสิ. เทวทตฺโต, มหาราช, ฉ โกฏฺฐาเส กเต กปฺเป อติกฺกนฺเต ปฐมโกฏฺฐาเส สงฺฆํ ภินฺทิ, ปญฺจ โกฏฺฐาเส นิรเย ปจฺจิตฺวา ตโต มุจฺจิตฺวา อฏฺฐิสฺสโร นาม ปจฺเจกพุทฺโธ ภวิสฺสติ. อปิ นุ โข โส, มหาราช, ภควา เอวํ การี เทวทตฺตสฺส กิจฺจการี อสฺสา’’ติ? ‘‘สพฺพทโท, ภนฺเต นาคเสน, ตถาคโต เทวทตฺตสฺส, ยํ ตถาคโต เทวทตฺตํ ปจฺเจกโพธึ ปาเปสฺสติ, กึ ตถาคเตน เทวทตฺตสฺส อกตํ นาม อตฺถี’’ติ? ‘‘ยํ ปน, มหาราช, เทวทตฺโต สงฺฆํ ภินฺทิตฺวา นิรเย ทุกฺขเวทนํ เวทยติ, อปิ นุ โข ภควา ตโตนิทานํ กิญฺจิ อปุญฺญํ อาปชฺเชยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, อตฺตนา กเตน, ภนฺเต, เทวทตฺโต กปฺปํ นิรเย ปจฺจติ, ทุกฺขปริยนฺตการโก สตฺถา น กิญฺจิ อปุญฺญํ อาปชฺชตี’’ติ. ‘‘อิมมฺปิ โข, ตฺวํ มหาราช, การณํ อตฺถโต สมฺปฏิจฺฉ, เยน การเณน ภควา เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสิ.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ, เยน การเณน ภควา เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสิ. ยถา, มหาราช, กุสโล ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต วาตปิตฺตเสมฺหสนฺนิปาตอุตุปริณามวิสมปริหารโอปกฺกมิโกปกฺกนฺตํ ปูติกุณปทุคฺคนฺธาภิสญฺฉนฺนํ อนฺโตสลฺลํ สุสิรคตํ ปุพฺพรุหิรสมฺปุณฺณํ วณํ วูปสเมนฺโต วณมุขํ กกฺขฬติขิณขารกฏุเกน เภสชฺเชน อนุลิมฺปติ ปริปจฺจนาย, ปริปจฺจิตฺวา มุทุภาวมุปคตํ สตฺเถน วิกนฺตยิตฺวา ฑหติ สลากาย, ทฑฺเฒ ขารลวณํ เทติ, เภสชฺเชน อนุลิมฺปติ วณรุหนาย พฺยาธิตสฺส โสตฺถิภาวมนุปฺปตฺติยา, อปิ นุ โข โส, มหาราช, ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต อหิตจิตฺโต เภสชฺเชน อนุลิมฺปติ, สตฺเถน วิกนฺเตติ, ฑหติ สลากาย, ขารลวณํ เทตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, หิตจิตฺโต โสตฺถิกาโม ตานิ กิริยานิ กโรตี’’ติ. ‘‘ยา ปนสฺส เภสชฺชกิริยากรเณน อุปฺปนฺนา ทุกฺขเวทนา, ตโตนิทานํ โส ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต กิญฺจิ อปุญฺญํ อาปชฺเชยฺยา’’ติ? ‘‘หิตจิตฺโต, ภนฺเต, โสตฺถิกาโม ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต ตานิ กิริยานิ กโรติ, กึ โส ตโตนิทานํ อปุญฺญํ อาปชฺเชยฺย, สคฺคคามี โส, ภนฺเต, ภิสกฺโก สลฺลกตฺโต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, การุญฺเญน ภควา เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสิ ทุกฺขปริมุตฺติยา.
‘‘อปรมฺปิ, มหาราช, อุตฺตรึ การณํ สุโณหิ, เยน การเณน ภควา เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสิ. ยถา, มหาราช, ปุริโส กณฺฏเกน วิทฺโธ อสฺส, อถญฺญตโร ปุริโส ตสฺส หิตกาโม โสตฺถิกาโม ติเณฺหน กณฺฏเกนวา สตฺถมุเขน วา สมนฺตโต ฉินฺทิตฺวา ปคฺฆรนฺเตน โลหิเตน ตํ กณฺฏกํ นีหเรยฺย, อปิ นุ โข โส, มหาราช, ปุริโส อหิตกาโม ตํ กณฺฏกํ นีหรตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, หิตกาโม โส, ภนฺเต, ปุริโส โสตฺถิกาโม ตํ กณฺฏกํ นีหรติ. สเจ โส, ภนฺเต, ตํ กณฺฏกํ น นีหเรยฺย, มรณํ วา โส เตน ปาปุเณยฺย มรณมตฺตํ วา ทุกฺข’’นฺติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ตถาคโต การุญฺเญน เทวทตฺตํ ปพฺพาเชสิ ทุกฺขปริมุตฺติยา. สเจ มหาราช, ภควา เทวทตฺตํ น ปพฺพาเชยฺย, กปฺปโกฏิสตสหสฺสมฺปิ เทวทตฺโต ภวปรมฺปราย นิรเย ปจฺเจยฺยา’’ติ.
‘‘อนุโสตคามึ, ภนฺเต นาคเสน, เทวทตฺตํ ตถาคโต ปฏิโสตํ ปาเปสิ, วิปนฺถปฏิปนฺนํ เทวทตฺตํ ปนฺเถ ปฏิปาเทสิ, ปปาเต ปติตสฺส เทวทตฺตสฺส ปติฏฺฐํ อทาสิ, วิสมคตํ เทวทตฺตํ ตถาคโต สมํ อาโรเปสิ, อิเม จ, ภนฺเต นาคเสน, เหตู อิมานิ จ การณานิ น สกฺกา อญฺเญน สนฺทสฺเสตุํ อญฺญตฺร ตวาทิเสน พุทฺธิมตา’’ติ.
เทวทตฺตปพฺพชฺชปโญฺห ตติโย.