๑. มหาวคฺโค

๑. ปญฺญตฺติปโญฺห

๑. อถ โข มิลินฺโท ราชา เยนายสฺมา นาคเสโน เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา นาคเสเนน สทฺธึ สมฺโมทิ, สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. อายสฺมาปิ โข นาคเสโน ปฏิสมฺโมทนีเยเนว [ปฏิสมฺโมทิ, เตเนว (สี.)] มิลินฺทสฺส รญฺโญ จิตฺตํ อาราเธสิ. อถ โข มิลินฺโท ราชา อายสฺมนฺตํ นาคเสนํ เอตทโวจ ‘‘กถํ ภทนฺโต ญายติ, กินฺนาโมสิ ภนฺเต’’ติ? ‘‘นาคเสโน’’ติ โข อหํ, มหาราช, ญายามิ, ‘‘นาคเสโน’’ติ โข มํ, มหาราช, สพฺรหฺมจารี สมุทาจรนฺติ, อปิ จ มาตาปิตโร นามํ กโรนฺติ ‘‘นาคเสโน’’ติ วา ‘‘สูรเสโน’’ติ วา ‘‘วีรเสโน’’ติ วา ‘‘สีหเสโน’’ติ วา, อปิ จ โข, มหาราช, สงฺขา สมญฺญา ปญฺญตฺติ โวหาโร นามมตฺตํ ยทิทํ นาคเสโนติ, น เหตฺถ ปุคฺคโล อุปลพฺภตีติ.

อถ โข มิลินฺโท ราชา เอวมาห ‘‘สุณนฺตุ เม โภนฺโต ปญฺจสตา โยนกา อสีติสหสฺสา จ ภิกฺขู, อยํ นาคเสโน เอวมาห ‘น เหตฺถ ปุคฺคโล อุปลพฺภตี’ติ, กลฺลํ นุ โข ตทภินนฺทิตุ’’นฺติ. อถ โข มิลินฺโท ราชา อายสฺมนฺตํ นาคเสนํ เอตทโวจ ‘‘สเจ, ภนฺเต นาคเสน, ปุคฺคโล นูปลพฺภติ, โก จรหิ ตุมฺหากํ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปฺปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ เทติ, โก ตํ ปริภุญฺชติ, โก สีลํ รกฺขติ, โก ภาวนมนุยุญฺชติ, โก มคฺคผลนิพฺพานานิ สจฺฉิกโรติ, โก ปาณํ หนติ, โก อทินฺนํ อาทิยติ, โก กาเมสุมิจฺฉาจารํ จรติ, โก มุสา ภณติ, โก มชฺชํ ปิวติ, โก ปญฺจานนฺตริยกมฺมํ กโรติ, ตสฺมา นตฺถิ กุสลํ, นตฺถิ อกุสลํ, นตฺถิ กุสลากุสลานํ กมฺมานํ กตฺตา วา กาเรตา วา, นตฺถิ สุกตทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโก, สเจ, ภนฺเต นาคเสน, โย ตุเมฺห มาเรติ, นตฺถิ ตสฺสาปิ ปาณาติปาโต, ตุมฺหากมฺปิ, ภนฺเต นาคเสน, นตฺถิ อาจริโย, นตฺถิ อุปชฺฌาโย, นตฺถิ อุปสมฺปทา. ‘นาคเสโนติ มํ, มหาราช, สพฺรหฺมจารี สมุทาจรนฺตี’ติ ยํ วเทสิ, ‘กตโม เอตฺถ นาคเสโน? กินฺนุ โข, ภนฺเต, เกสา นาคเสโน’’ติ? ‘‘น หิ มหาราชา’’ติ. ‘‘โลมา นาคเสโน’’ติ? ‘‘น หิ มหาราชา’’ติ. ‘‘นขา…เป… ทนฺตา…เป… ตโจ…เป… มํสํ…เป… นฺหารุ…เป… อฏฺฐิ…เป… อฏฺฐิมิญฺชํ…เป… วกฺกํ…เป… หทยํ…เป… ยกนํ…เป… กิโลมกํ…เป… ปิหกํ…เป… ปปฺผาสํ…เป… อนฺตํ…เป… อนฺตคุณํ…เป… อุทริยํ…เป… กรีสํ…เป… ปิตฺตํ…เป… เสมฺหํ…เป… ปุพฺโพ…เป… โลหิตํ…เป… เสโท…เป… เมโท…เป… อสฺสุ…เป… วสา…เป… เขโฬ…เป… สิงฺฆาณิกา…เป… ลสิกา…เป… มุตฺตํ…เป… มตฺถเก มตฺถลุงฺคํ นาคเสโน’’ติ? ‘‘น หิมหาราชา’’ติ. ‘‘กึ นุ โข, ภนฺเต, รูปํ นาคเสโน’’ติ? ‘‘นหิ มหาราชา’’ติ. ‘‘เวทนา นาคเสโน’’ติ?‘‘น หิ มหาราชา’’ติ. ‘‘สญฺญา นาคเสโน’’ติ? ‘‘น หิ มหาราชา’’ติ. ‘‘สงฺขารา นาคเสโน’’ติ? ‘‘น หิ มหาราชา’’ติ. ‘‘วิญฺญาณํ นาคเสโน’’ติ? ‘‘น หิ มหาราชา’’ติ. ‘‘กึ ปน, ภนฺเต, รูปเวทนาสญฺญาสงฺขารวิญฺญาณํ นาคเสโน’’ติ? ‘‘น หิ มหาราชา’’ติ. ‘‘กึ ปน, ภนฺเต, อญฺญตฺร รูปเวทนาสญฺญาสงฺขารวิญฺญาณํ นาคเสโน’’ติ? ‘‘น หิ มหาราชา’’ติ. ‘‘ตมหํ ภนฺเต, ปุจฺฉนฺโต ปุจฺฉนฺโต น ปสฺสามิ นาคเสนํ. นาคเสนสทฺโท เยว นุ โข, ภนฺเต, นาคเสโน’’ติ? ‘‘น หิ มหาราชา’’ติ. ‘‘โก ปเนตฺถ นาคเสโน, อลิกํ ตฺวํ, ภนฺเต, ภาสสิ มุสาวาทํ, นตฺถิ นาคเสโน’’ติ.

อถ โข อายสฺมา นาคเสโน มิลินฺทํ ราชานํ เอตทโวจ ‘‘ตฺวํ โขสิ, มหาราช, ขตฺติยสุขุมาโล อจฺจนฺตสุขุมาโล, ตสฺส เต, มหาราช, มชฺฌนฺหิกสมยํ ตตฺตาย ภูมิยา อุณฺหาย วาลิกาย ขราย สกฺขรกถลิกาย [ขรา สกฺขรกฐลวาลิกา (สี. ปี.)] มทฺทิตฺวา ปาเทนาคจฺฉนฺตสฺส ปาทา รุชฺชนฺติ, กาโย กิลมติ, จิตฺตํ อุปหญฺญติ, ทุกฺขสหคตํ กายวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, กึ นุ โข ตฺวํ ปาเทนาคโตสิ, อุทาหุ วาหเนนา’’ติ? ‘‘นาหํ, ภนฺเต, ปาเทนาคจฺฉามิ, รเถนาหํ อาคโตสฺมี’’ติ. ‘‘สเจ, ตฺวํ มหาราช, รเถนาคโตสิ, รถํ เม อาโรเจหิ, กึ นุ โข, มหาราช, อีสา รโถ’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘อกฺโข รโถ’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘จกฺกานิ รโถ’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘รถปญฺชรํ รโถ’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘รถทณฺฑโก รโถ’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘ยุคํ รโถ’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘รสฺมิโย รโถ’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘ปโตทลฏฺฐิ รโถ’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ นุ โข, มหาราช, อีสาอกฺขจกฺกรถปญฺชรรถทณฺฑยุครสฺมิปโตทา รโถ’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ ปน, มหาราช, อญฺญตฺร อีสาอกฺขจกฺกรถปญฺชรรถทณฺฑยุครสฺมิปโตทา รโถ’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘ตมหํ, มหาราช, ปุจฺฉนฺโต ปุจฺฉนฺโต น ปสฺสามิ รถํ. รถสทฺโทเยว นุ โข, มหาราช, รโถ’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘โก ปเนตฺถ รโถ, อลิกํ, ตฺวํ มหาราช, ภาสสิ มุสาวาทํ, นตฺถิ รโถ, ตฺวํสิ, มหาราช, สกลชมฺพุทีเป อคฺคราชา, กสฺส ปน ตฺวํ ภายิตฺวา มุสาวาทํ ภาสสิ, สุณนฺตุ เม โภนฺโต ปญฺจสตา โยนกา อสีติสหสฺสา จ ภิกฺขู, อยํ มิลินฺโท ราชา เอวมาห ‘รเถนาหํ อาคโตสฺมี’ติ, สเจ ตฺวํ, มหาราช, รเถนาคโต‘สิ, รถํ เม อาโรเจหี’ติ วุตฺโต สมาโน รถํ น สมฺปาเทติ, กลฺลํ นุ โข ตทภินนฺทิตุ’’นฺติ. เอวํ วุตฺเต ปญฺจสตา โยนกา อายสฺมโต นาคเสนสฺส สาธุการํ ทตฺวา มิลินฺทํ ราชานํ เอตทโวจุํ ‘‘อิทานิ โข ตฺวํ, มหาราช, สกฺโกนฺโต ภาสสฺสู’’ติ.

อถ โข มิลินฺโท ราชา อายสฺมนฺตํ นาคเสนํ เอตทโวจ ‘‘นาหํ, ภนฺเต นาคเสน, มุสา ภณามิ, อีสญฺจ ปฏิจฺจ อกฺขญฺจ ปฏิจฺจ จกฺกานิ จ ปฏิจฺจ รถปญฺชรญฺจ ปฏิจฺจ รถทณฺฑกญฺจ ปฏิจฺจ ‘รโถ’ติ สงฺขา สมญฺญา ปญฺญตฺติ โวหาโร นามมตฺตํ ปวตฺตตี’’ติ.

‘‘สาธุ โข, ตฺวํ มหาราช, รถํ ชานาสิ, เอวเมว โข, มหาราช, มยฺหมฺปิ เกเส จ ปฏิจฺจ โลเม จ ปฏิจฺจ…เป… มตฺถเก มตฺถลุงฺคญฺจ ปฏิจฺจ รูปญฺจ ปฏิจฺจ เวทนญฺจ ปฏิจฺจ สญฺญญฺจ ปฏิจฺจ สงฺขาเร จ ปฏิจฺจ วิญฺญาณญฺจ ปฏิจฺจ ‘นาคเสโน’ติ สงฺขา สมญฺญา ปญฺญตฺติ โวหาโร นามมตฺตํ ปวตฺตติ, ปรมตฺถโต ปเนตฺถ ปุคฺคโล นูปลพฺภติ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, วชิราย ภิกฺขุนิยา ภควโต สมฺมุขา –

‘‘‘ยถา หิ องฺคสมฺภารา, โหติ สทฺโท รโถ อิติ;

เอวํ ขนฺเธสุ สนฺเตสุ, โหติ ‘‘สตฺโต’’ติ สมฺมุตี’’’ติ [ปสฺส สํ. นิ. ๑.๑๗๑].

‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต นาคเสน, อพฺภุตํ, ภนฺเต นาคเสน, อติจิตฺรานิ ปญฺหปฏิภานานิ วิสชฺชิตานิ, ยทิ พุทฺโธ ติฏฺเฐยฺย สาธุการํ ทเทยฺย, สาธุ สาธุ นาคเสน, อติจิตฺรานิ ปญฺหปฏิภานานิ วิสชฺชิตานี’’ติ.

ปญฺญตฺติปโญฺห ปฐโม.

๒. วสฺสคณนปโญฺห

๒. ‘‘กติวสฺโสสิ ตฺวํ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ? ‘‘สตฺตวสฺโสหํ, มหาราชา’’ติ. ‘‘เก เต, ภนฺเต, สตฺต, ตฺวํ วา สตฺต, คณนา วา สตฺตา’’ติ?

เตน โข ปน สมเยน มิลินฺทสฺส รญฺโญ สพฺพาภรณปฏิมณฺฑิตสฺส อลงฺกตปฏิยตฺตสฺส ปถวิยํ ฉายา ทิสฺสติ, อุทกมณิเก จ ฉายา ทิสฺสติ. อถ โข อายสฺมา นาคเสโน มิลินฺทํ ราชานํ เอตทโวจ ‘‘อยํ เต, มหาราช, ฉายา ปถวิยํ อุทกมณิเก จ ทิสฺสติ, กึ ปน, มหาราช, ตฺวํ วา ราชา, ฉายา วา ราชา’’ติ? ‘‘อหํ, ภนฺเต นาคเสน, ราชา, นายํ ฉายา ราชา, มํ ปน นิสฺสาย ฉายา ปวตฺตตี’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, วสฺสานํ คณนา สตฺต, น ปนาหํ สตฺต, มํ ปน นิสฺสาย สตฺต ปวตฺตติ, ฉายูปมํ มหาราชา’’ติ. ‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต นาคเสน, อพฺภุตํ, ภนฺเต นาคเสน, อติจิตฺรานิ ปญฺหปฏิภานานิ วิสชฺชิตานี’’ติ.

วสฺสคณนปโญฺห ทุติโย.

๓. วีมํสนปโญฺห

๓. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, สลฺลปิสฺสสิ มยา สทฺธิ’’นฺติ? ‘‘สเจ, ตฺวํ มหาราช, ปณฺฑิตวาทํ [ปณฺฑิตวาทา (สี. ปี.)] สลฺลปิสฺสสิ สลฺลปิสฺสามิ, สเจ ปน ราชวาทํ สลฺลปิสฺสสิ น สลฺลปิสฺสามี’’ติ. ‘‘กถํ, ภนฺเต นาคเสน, ปณฺฑิตา สลฺลปนฺตี’’ติ? ‘‘ปณฺฑิตานํ โข, มหาราช, สลฺลาเป อาเวฐนมฺปิ กยิรติ, นิพฺเพฐนมฺปิ กยิรติ, นิคฺคโหปิ กยิรติ, ปฏิกมฺมมฺปิ กยิรติ, วิสฺสาโสปิ [วิเสโสปิ (สี. ปี.)] กยิรติ, ปฏิวิสฺสาโสปิ กยิรติ, น จ เตน ปณฺฑิตา กุปฺปนฺติ, เอวํ โข, มหาราช, ปณฺฑิตา สลฺลปนฺตี’’ติ. ‘‘กถํ ปน, ภนฺเต, ราชาโน สลฺลปนฺตี’’ติ? ‘‘ราชาโน โข, มหาราช, สลฺลาเป เอกํ วตฺถุํ ปฏิชานนฺติ, โย ตํ วตฺถุํ วิโลเมติ, ตสฺส ทณฺฑํ อาณาเปนฺติ ‘อิมสฺส ทณฺฑํ ปเณถา’ติ, เอวํ โข, มหาราช, ราชาโน สลฺลปนฺตี’’ติ. ‘‘ปณฺฑิตวาทาหํ, ภนฺเต, สลฺลปิสฺสามิ, โน ราชวาทํ, วิสฺสฏฺโฐ ภทนฺโต สลฺลปตุ ยถา ภิกฺขุนา วา สามเณเรน วา อุปาสเกน วา อารามิเกน วา สทฺธึ สลฺลปติ, เอวํ วิสฺสฏฺโฐ ภทนฺโต สลฺลปตุ มา ภายตู’’ติ. ‘‘สุฏฺฐุ มหาราชา’’ติ เถโร อพฺภานุโมทิ.

ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ปุจฺฉิสฺสามี’’ติ. ‘‘ปุจฺฉ มหาราชา’’ติ. ‘‘ปุจฺฉิโตสิ เม ภนฺเต’’ติ. ‘‘วิสชฺชิตํ มหาราชา’’ติ. ‘‘กึ ปน, ภนฺเต, ตยา วิสชฺชิต’’นฺติ? ‘‘กึ ปน, มหาราช, ตยา ปุจฺฉิต’’นฺติ.

วีมํสนปโญฺห ตติโย.

๔. อนนฺตกายปโญฺห

๔. อถ โข มิลินฺทสฺส รญฺโญ เอตทโหสิ ‘‘ปณฺฑิโต โข อยํ ภิกฺขุ ปฏิพโล มยา สทฺธึ สลฺลปิตุํ, พหุกานิ จ เม ฐานานิ ปุจฺฉิตพฺพานิ ภวิสฺสนฺติ, ยาว อปุจฺฉิตานิ เยว ตานิ ฐานานิ ภวิสฺสนฺติ, อถ สูริโย อตฺถํ คมิสฺสติ, ยํนูนาหํ เสฺว อนฺเตปุเร สลฺลเปยฺย’’นฺติ. อถ โข ราชา เทวมนฺติยํ เอตทโวจ ‘‘เตน หิ, ตฺวํ เทวมนฺติย, ภทนฺตสฺส อาโรเจยฺยาสิ ‘เสฺว อนฺเตปุเร รญฺญา สทฺธึ สลฺลาโป ภวิสฺสตี’’’ติ. อิทํ วตฺวา มิลินฺโท ราชา อุฏฺฐายาสนา เถรํ นาคเสนํ อาปุจฺฉิตฺวา รถํ อภิรูหิตฺวา ‘‘นาคเสโน นาคเสโน’’ติ สชฺฌายํ กโรนฺโต ปกฺกามิ.

อถ โข เทวมนฺติโย อายสฺมนฺตํ นาคเสนํ เอตทโวจ ‘‘ราชา, ภนฺเต, มิลินฺโท เอวมาห ‘เสฺว อนฺเตปุเร รญฺญา สทฺธึ สลฺลาโป ภวิสฺสตี’’’ติ. ‘‘สุฏฺฐู’’ติ เถโร อพฺภานุโมทิ. อถ โข ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน เทวมนฺติโย จ อนนฺตกาโย จ มงฺกุโร จ สพฺพทินฺโน จ เยน มิลินฺโท ราชา เตนุปสงฺกมึสุ, อุปสงฺกมิตฺวา ราชานํ มิลินฺทํ เอตทโวจุํ ‘‘อาคจฺฉตุ, มหาราช, ภทนฺโต นาคเสโน’’ติ? ‘‘อาม อาคจฺฉตู’’ติ. ‘‘กิตฺตเกหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ อาคจฺฉตู’’ติ? ‘‘ยตฺตเก ภิกฺขู อิจฺฉติ, ตตฺตเกหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ อาคจฺฉตู’’ติ.

อถ โข สพฺพทินฺโน อาห ‘‘อาคจฺฉตุ, มหาราช, ทสหิ ภิกฺขูหิ สทฺธิ’’นฺติ, ทุติยมฺปิ โข ราชา อาห ‘‘ยตฺตเก ภิกฺขู อิจฺฉติ, ตตฺตเกหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ อาคจฺฉตู’’ติ. ทุติยมฺปิ โข สพฺพทินฺโน อาห ‘‘อาคจฺฉตุ, มหาราช, ทสหิ ภิกฺขูหิ สทฺธิ’’นฺติ. ตติยมฺปิ โข ราชา อาห ‘‘ยตฺตเก ภิกฺขู อิจฺฉติ, ตตฺตเกหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ อาคจฺฉตู’’ติ. ตติยมฺปิ โข สพฺพทินฺโน อาห ‘‘อาคจฺฉตุ, มหาราช, ทสหิ ภิกฺขูหิ สทฺธิ’’นฺติ. ‘‘สพฺโพ ปนายํ สกฺกาโร ปฏิยาทิโต, อหํ ภณามิ ‘ยตฺตเก ภิกฺขู อิจฺฉติ, ตตฺตเกหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ อาคจฺฉตู’ติ. อยํ, ภเณ สพฺพทินฺโน, อญฺญถา ภณติ, กึ นุ มยํ นปฺปฏิพลา ภิกฺขูนํ โภชนํ ทาตุ’’นฺติ? เอวํ วุตฺเต สพฺพทินฺโน มงฺกุ อโหสิ.

อถ โข เทวมนฺติโย จ อนนฺตกาโย จ มงฺกุโร จ เยนายสฺมา นาคเสโน เตนุปสงฺกมึสุ, อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ นาคเสนํ เอตทโวจุํ ‘‘ราชา, ภนฺเต, มิลินฺโท เอวมาห ‘ยตฺตเก ภิกฺขู อิจฺฉติ, ตตฺตเกหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ อาคจฺฉตู’’’ติ. อถ โข อายสฺมา นาคเสโน ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย อสีติยา ภิกฺขุสหสฺเสหิ สทฺธึ สาคลํ ปาวิสิ.

อถ โข อนนฺตกาโย อายสฺมนฺตํ นาคเสนํ นิสฺสาย คจฺฉนฺโต อายสฺมนฺตํ นาคเสนํ เอตทโวจ ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยํ ปเนตํ พฺรูสิ ‘นาคเสโน’ติ, กตโม เอตฺถ, นาคเสโน’’ติ? เถโร อาห ‘‘โก ปเนตฺถ ‘นาคเสโน’ติ มญฺญสี’’ติ? ‘‘โย โส, ภนฺเต, อพฺภนฺตเร วาโต ชีโว ปวิสติ จ นิกฺขมติ จ, โส ‘นาคเสโน’ติ มญฺญามี’’ติ. ‘‘ยทิ ปเนโส วาโต นิกฺขมิตฺวา นปฺปวิเสยฺย, ปวิสิตฺวา น นิกฺขเมยฺย, ชีเวยฺย นุ โข โส ปุริโส’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘เย ปนิเม สงฺขธมกา สงฺขํ ธเมนฺติ, เตสํ วาโต ปุน ปวิสตี’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘เย ปนิเม วํสธมกา วํสํ ธเมนฺติ, เตสํ วาโต ปุน ปวิสตี’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘เย ปนิเม สิงฺคธมกา สิงฺคํ ธเมนฺติ, เตสํ วาโต ปุน ปวิสตี’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘อถ กิสฺส ปน เตน น มรนฺตี’’ติ. ‘‘นาหํ ปฏิพโล ตยา วาทินา สทฺธึ สลฺลปิตุํ, สาธุ, ภนฺเต, อตฺถํ ชปฺเปหี’’ติ. ‘‘เนโส ชีโว, อสฺสาสปสฺสาสา นาเมเต กายสงฺขารา’’ติ เถโร อภิธมฺมกถํ กเถสิ. อถ อนนฺตกาโย อุปาสกตฺตํ ปฏิเวเทสีติ.

อนนฺตกายปโญฺห จตุตฺโถ.

๕. ปพฺพชฺชปโญฺห

๕. อถ โข อายสฺมา นาคเสโน เยน มิลินฺทสฺส รญฺโญ นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. อถ โข มิลินฺโท ราชา อายสฺมนฺตํ นาคเสนํ สปริสํ ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน สหตฺถา สนฺตปฺเปตฺวา สมฺปวาเรตฺวา เอกเมกํ ภิกฺขุํ เอกเมเกน ทุสฺสยุเคน อจฺฉาเทตฺวา อายสฺมนฺตํ นาคเสนํ ติจีวเรน อจฺฉาเทตฺวา อายสฺมนฺตํ นาคเสนํ เอตทโวจ ‘‘ภนฺเต นาคเสน ทสหิ, ภิกฺขูหิ สทฺธึ อิธ นิสีทถ, อวเสสา คจฺฉนฺตู’’ติ.

อถ โข มิลินฺโท ราชา อายสฺมนฺตํ นาคเสนํ ภุตฺตาวึ โอนีตปตฺตปาณึ วิทิตฺวา อญฺญตรํ นีจํ อาสนํ คเหตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ, เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข มิลินฺโท ราชา อายสฺมนฺตํ นาคเสนํ เอตทโวจ ‘‘ภนฺเต นาคเสน, กิมฺหิ โหติ กถาสลฺลาโป’’ติ? ‘‘อตฺเถน มยํ, มหาราช, อตฺถิกา, อตฺเถ โหตุ กถาสลฺลาโป’’ติ.

ราชา อาห ‘‘กิมตฺถิยา, ภนฺเต นาคเสน, ตุมฺหากํ ปพฺพชฺชา, โก จ ตุมฺหากํ ปรมตฺโถ’’ติ. เถโร อาห ‘‘กินฺติ, มหาราช, อิทํ ทุกฺขํ นิรุชฺเฌยฺย, อญฺญญฺจ ทุกฺขํ น อุปฺปชฺเชยฺยาติ. เอตทตฺถา, มหาราช, อมฺหากํ ปพฺพชฺชา, อนุปาทา ปรินิพฺพานํ โข ปน อมฺหากํ ปรมตฺโถ’’ติ.

‘‘กึ ปน, ภนฺเต นาคเสน, สพฺเพ เอตทตฺถาย ปพฺพชนฺตี’’ติ? ‘‘น หิ, มหาราช, เกจิ เอตทตฺถาย ปพฺพชนฺติ, เกจิ ราชาภินีตา [ราชภีติตา (สี.)] ปพฺพชนฺติ, เกจิ โจราภินีตา [โจรภีติตา (สี.)] ปพฺพชนฺติ, เกจิ อิณฏฺฏา ปพฺพชนฺติ, เกจิ อาชีวิกตฺถาย ปพฺพชนฺติ, เย ปน สมฺมา ปพฺพชนฺติ, เต เอตทตฺถาย ปพฺพชนฺตี’’ติ.

‘‘ตฺวํ ปน, ภนฺเต, เอตทตฺถาย ปพฺพชิโตสี’’ติ? ‘‘อหํ โข, มหาราช, ทหรโก สนฺโต ปพฺพชิโต, น ชานามิ อิมสฺส นามตฺถาย ปพฺพชามีติ, อปิ จ โข เม เอวํ อโหสิ ‘ปณฺฑิตา อิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา, เต มํ สิกฺขาเปสฺสนฺตี’ติ, สฺวาหํ เตหิ สิกฺขาปิโต ชานามิ จ ปสฺสามิ จ ‘อิมสฺส นามตฺถาย ปพฺพชฺชา’’’ติ.

‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.

ปพฺพชฺชปโญฺห ปญฺจโม.

๖. ปฏิสนฺธิปโญฺห

๖. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, อตฺถิ โกจิ มโต น ปฏิสนฺทหตี’’ติ. เถโร อาห ‘‘โกจิ ปฏิสนฺทหติ, โกจิ น ปฏิสนฺทหตี’’ติ. ‘‘โก ปฏิสนฺทหติ, โก น ปฏิสนฺทหตี’’ติ? ‘‘สกิเลโส, มหาราช, ปฏิสนฺทหติ, นิกฺกิเลโส น ปฏิสนฺทหตี’’ติ. ‘‘ตฺวํ ปน, ภนฺเต นาคเสน, ปฏิสนฺทหิสฺสสี’’ติ? ‘‘สเจ, มหาราช, สอุปาทาโน ภวิสฺสามิ ปฏิสนฺทหิสฺสามิ, สเจ อนุปาทาโน ภวิสฺสามิ น ปฏิสนฺทหิสฺสามี’’ติ.

‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.

ปฏิสนฺธิปโญฺห ฉฏฺโฐ.

๗. โยนิโสมนสิการปโญฺห

๗. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, โย น ปฏิสนฺทหติ, นนุ โส โยนิโส มนสิกาเรน น ปฏิสนฺทหตี’’ติ? ‘‘โยนิโส จ มหาราช, มนสิกาเรน ปญฺญาย จ อญฺเญหิ จ กุสเลหิ ธมฺเมหี’’ติ. ‘‘นนุ, ภนฺเต, โยนิโส มนสิกาโร เยว ปญฺญา’’ติ? ‘‘น หิ, มหาราช, อญฺโญ มนสิกาโร, อญฺญา ปญฺญา, อิเมสํ โข, มหาราช, อเชฬกโคณมหึสโอฏฺฐคทฺรภานมฺปิ มนสิกาโร อตฺถิ, ปญฺญา ปน เตสํ นตฺถี’’ติ.

‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.

โยนิโสมนสิการปโญฺห สตฺตโม.

๘. มนสิการลกฺขณปโญฺห

๘. ราชา อาห ‘‘กึลกฺขโณ, ภนฺเต นาคเสน, มนสิกาโร, กึลกฺขณา ปญฺญา’’ติ? ‘‘อูหนลกฺขโณ โข, มหาราช, มนสิกาโร, เฉทนลกฺขณา ปญฺญา’’ติ.

‘‘กถํ อูหนลกฺขโณ มนสิกาโร, กถํ เฉทนลกฺขณา ปญฺญา, โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ชานาสิ, ตฺวํ มหาราช, ยวลาวเก’’ติ. ‘‘อาม, ภนฺเต, ชานามี’’ติ. ‘‘กถํ, มหาราช, ยวลาวกา ยวํ ลุนนฺตี’’ติ? ‘‘วาเมน, ภนฺเต, หตฺเถน ยวกลาปํ คเหตฺวา ทกฺขิเณน หตฺเถน ทาตฺตํ คเหตฺวา ทาตฺเตน ฉินฺทนฺตี’’ติ.

‘‘ยถา, มหาราช, ยวลาวโก วาเมน หตฺเถน ยวกลาปํ คเหตฺวา ทกฺขิเณน หตฺเถน ทาตฺตํ คเหตฺวา ยวํ ฉินฺทติ, เอวเมว โข, มหาราช, โยคาวจโร มนสิกาเรน มานสํ คเหตฺวา ปญฺญาย กิเลเส ฉินฺทติ, เอวํ โข, มหาราช, อูหนลกฺขโณ มนสิกาโร, เอวํ เฉทนลกฺขณา ปญฺญา’’ติ.

‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.

มนสิการลกฺขณปโญฺห อฏฺฐโม.

๙. สีลลกฺขณปโญฺห

๙. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยํ ปเนตํ พฺรูสิ ‘อญฺเญหิ จ กุสเลหิ ธมฺเมหี’ติ, กตเม เต กุสลา ธมฺมา’’ติ? ‘‘สีลํ, มหาราช, สทฺธา วีริยํ สติ สมาธิ, อิเม เต กุสลา ธมฺมา’’ติ. ‘‘กึลกฺขณํ, ภนฺเต, สีล’’นฺติ? ‘‘ปติฏฺฐานลกฺขณํ, มหาราช, สีลํ สพฺเพสํ กุสลานํ ธมฺมานํ, อินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคมคฺคงฺคสติปฏฺฐานสมฺมปฺปธานอิทฺธิปาทฌานวิโมกฺขส- มาธิสมาปตฺตีนํ สีลํ ปติฏฺฐํ, สีเล ปติฏฺฐิโต โข, มหาราช, โยคาวจโร สีลํ นิสฺสาย สีเล ปติฏฺฐาย ปญฺจินฺทฺริยานิ ภาเวติ สทฺธินฺทฺริยํ วีริยินฺทฺริยํ สตินฺทฺริยํ สมาธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยนฺติ, สพฺเพ กุสลา ธมฺมา น ปริหายนฺตี’’ติ. ‘‘โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, เย เกจิ พีชคามภูตคามา วุฑฺฒึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชนฺติ, สพฺเพ เต ปถวึ นิสฺสาย ปถวิยํ ปติฏฺฐาย วุฑฺฒึ วิรูฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺชนฺติ. เอวเมว โข, มหาราช, โยคาวจโร สีลํ นิสฺสาย สีเล ปติฏฺฐาย ปญฺจินฺทฺริยานิ ภาเวติ สทฺธินฺทฺริยํ วีริยินฺทฺริยํ สตินฺทฺริยํ สมาธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริย’’นฺติ.

‘‘ภิยฺโย โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, เย เกจิ พลกรณียา กมฺมนฺตา กยิรนฺติ, สพฺเพ เต ปถวึ นิสฺสาย ปถวิยํ ปติฏฺฐาย กยิรนฺติ. เอวเมว โข, มหาราช, โยคาวจโร สีลํ นิสฺสาย สีเล ปติฏฺฐาย ปญฺจินฺทฺริยานิ ภาเวติ สทฺธินฺทฺริยํ วีริยินฺทฺริยํ สตินฺทฺริยํ สมาธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริย’’นฺติ.

‘‘ภิยฺโย โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, นครวฑฺฒกี นครํ มาเปตุกาโม ปฐมํ นครฏฺฐานํ โสธาเปตฺวา ขาณุกณฺฏกํ อปกฑฺฒาเปตฺวา ภูมึ สมํ การาเปตฺวา ตโต อปรภาเค วีถิจตุกฺกสิงฺฆาฏกาทิปริจฺเฉเทน วิภชิตฺวา นครํ มาเปติ. เอวเมว โข, มหาราช, โยคาวจโร สีลํ นิสฺสาย สีเล ปติฏฺฐาย ปญฺจินฺทฺริยานิ ภาเวติ สทฺธินฺทฺริยํ วีริยินฺทฺริยํ สตินฺทฺริยํ สมาธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริย’’นฺติ.

‘‘ภิยฺโย โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, ลงฺฆโก สิปฺปํ ทสฺเสตุกาโม ปถวึ ขณาเปตฺวา สกฺขรกถลํ อปกฑฺฒาเปตฺวา ภูมึ สมํ การาเปตฺวา มุทุกาย ภูมิยา สิปฺปํ ทสฺเสติ. เอวเมว โข, มหาราช, โยคาวจโร สีลํ นิสฺสาย สีเล ปติฏฺฐาย ปญฺจินฺทฺริยานิ ภาเวติ สทฺธินฺทฺริยํ วีริยินฺทฺริยํ สตินฺทฺริยํ สมาธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยนฺติ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา –

‘‘‘สีเล ปติฏฺฐาย นโร สปญฺโญ, จิตฺตํ ปญฺญญฺจ ภาวยํ;

อาตาปี นิปโก ภิกฺขุ, โส อิมํ วิชฏเย ชฏ’นฺติ [ปสฺส สํ. นิ. ๑.๒๓].

‘‘‘อยํ ปติฏฺฐา ธรณีว ปาณินํ, อิทญฺจ มูลํ กุสลาภิวุฑฺฒิยา;

มุขญฺจิทํ สพฺพชินานุสาสเน, โย สีลกฺขนฺโธ วรปาติโมกฺขิโย’’’ติ.

‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.

สีลลกฺขณปโญฺห นวโม.

๑๐. สมฺปสาทนลกฺขณสทฺธาปโญฺห

๑๐. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, กึลกฺขณา สทฺธา’’ติ? ‘‘สมฺปสาทนลกฺขณา จ, มหาราช, สทฺธา, สมฺปกฺขนฺทนลกฺขณา จา’’ติ. ‘‘กถํ, ภนฺเต, สมฺปสาทนลกฺขณา สทฺธา’’ติ? ‘‘สทฺธา โข, มหาราช, อุปฺปชฺชมานา นีวรเณ วิกฺขมฺเภติ, วินีวรณํ จิตฺตํ โหติ อจฺฉํ วิปฺปสนฺนํ อนาวิลํ. เอวํ โข, มหาราช, สมฺปสาทนลกฺขณา สทฺธา’’ติ.

‘‘โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, ราชา จกฺกวตฺตี จตุรงฺคินิยา เสนาย สทฺธึ อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโน ปริตฺตํ อุทกํ ตเรยฺย, ตํ อุทกํ หตฺถีหิ จ อสฺเสหิ จ รเถหิ จ ปตฺตีหิ จ ขุภิตํ ภเวยฺย อาวิลํ ลุฬิตํ กลลีภูตํ. อุตฺติณฺโณ จ ราชา จกฺกวตฺตี มนุสฺเส อาณาเปยฺย ‘ปานียํ, ภเณ, อาหรถ, ปิวิสฺสามี’ติ, รญฺโญ จ อุทกปฺปสาทโก มณิ ภเวยฺย. ‘เอวํ เทวา’ติ โข เต มนุสฺสา รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส ปฏิสฺสุตฺวา ตํ อุทกปฺปสาทกํ มณึ อุทเก ปกฺขิเปยฺยุํ, ตสฺมึ อุทเก ปกฺขิตฺตมตฺเต สงฺขเสวาลปณกํ วิคจฺเฉยฺย, กทฺทโม จ สนฺนิสีเทยฺย, อจฺฉํ ภเวยฺย อุทกํ วิปฺปสนฺนํ อนาวิลํ. ตโต รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส ปานียํ อุปนาเมยฺยุํ ‘ปิวตุ, เทว, ปานีย’นฺติ.

‘‘ยถา, มหาราช, อุทกํ, เอวํ จิตฺตํ ทฏฺฐพฺพํ, ยถา เต มนุสฺสา, เอวํ โยคาวจโร ทฏฺฐพฺโพ, ยถา สงฺขเสวาลปณกํ กทฺทโม จ, เอวํ กิเลสา ทฏฺฐพฺพา. ยถา อุทกปฺปสาทโก มณิ, เอวํ สทฺธา ทฏฺฐพฺพา, ยถา อุทกปฺปสาทเก มณิมฺหิ อุทเก ปกฺขิตฺตมตฺเต สงฺขเสวาลปณกํ วิคจฺเฉยฺย, กทฺทโม จ สนฺนิสีเทยฺย, อจฺฉํ ภเวยฺย อุทกํ วิปฺปสนฺนํ อนาวิลํ, เอวเมว โข, มหาราช, สทฺธา อุปฺปชฺชมานา นีวรเณ วิกฺขมฺเภติ, วินีวรณํ จิตฺตํ โหติ อจฺฉํ วิปฺปสนฺนํ อนาวิลํ, เอวํ โข, มหาราช, สมฺปสาทนลกฺขณา สทฺธา’’ติ.

‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.

สมฺปสาทนลกฺขณสทฺธาปโญฺห ทสโม.

๑๑. สมฺปกฺขนฺทนลกฺขณสทฺธาปโญฺห

๑๑. ‘‘กถํ, ภนฺเต, สมฺปกฺขนฺทนลกฺขณา สทฺธา’’ติ,? ‘‘ยถา, มหาราช, โยคาวจโร อญฺเญสํ จิตฺตํ วิมุตฺตํ ปสฺสิตฺวา โสตาปตฺติผเล วา สกทาคามิผเล วา อนาคามิผเล วา อรหตฺเต วา สมฺปกฺขนฺทติ โยคํ กโรติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย. เอวํ โข, มหาราช, สมฺปกฺขนฺทนลกฺขณา สทฺธา’’ติ.

‘‘โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, อุปริปพฺพเต มหาเมโฆ อภิปฺปวสฺเสยฺย, ตํ อุทกํ ยถานินฺนํ ปวตฺตมานํ ปพฺพตกนฺทรปทรสาขา ปริปูเรตฺวา นทึ ปริปูเรยฺย, สา อุภโต กูลานิ สํวิสฺสนฺทนฺตี คจฺเฉยฺย, อถ มหาชนกาโย อาคนฺตฺวา ตสฺสา นทิยา อุตฺตานตํ วา คมฺภีรตํ วา อชานนฺโต ภีโต วิตฺถโต ตีเร ติฏฺเฐยฺย, อถญฺญตโร ปุริโส อาคนฺตฺวา อตฺตโน ถามญฺจ พลญฺจ สมฺปสฺสนฺโต คาฬฺหํ กจฺฉํ พนฺธิตฺวา ปกฺขนฺทิตฺวา ตเรยฺย, ตํ ติณฺณํ ปสฺสิตฺวา มหาชนกาโยปิ ตเรยฺย. เอวเมว โข, มหาราช, โยคาวจโร อญฺเญสํ จิตฺตํ วิมุตฺตํ ปสฺสิตฺวา โสตาปตฺติผเล วา สกทาคามิผเล วา อนาคามิผเล วา อรหตฺเต วา สมฺปกฺขนฺทติ โยคํ กโรติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย. เอวํ โข, มหาราช, สมฺปกฺขนฺทนลกฺขณา สทฺธาติ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา สํยุตฺตนิกายวเร –

‘‘‘สทฺธาย ตรตี โอฆํ, อปฺปมาเทน อณฺณวํ;

วีริเยน ทุกฺขมจฺเจติ, ปญฺญาย ปริสุชฺฌตี’’’ติ [ปสฺส สํ. นิ. ๑.๒๔๖].

‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.

สมฺปกฺขนฺทนลกฺขณสทฺธาปโญฺห เอกาทสโม.

๑๒. วีริยลกฺขณปโญฺห

๑๒. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, กึลกฺขณํ วีริย’’นฺติ? ‘‘อุปตฺถมฺภนลกฺขณํ, มหาราช, วีริยํ, วีริยูปตฺถมฺภิตา สพฺเพ กุสลา ธมฺมา น ปริหายนฺตี’’ติ.

‘‘โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, ปุริโส เคเห ปตนฺเต อญฺเญน ทารุนา อุปตฺถมฺเภยฺย, อุปตฺถมฺภิตํ สนฺตํ เอวํ ตํ เคหํ น ปเตยฺย. เอวเมว โข, มหาราช, อุปตฺถมฺภนลกฺขณํ วีริยํ, วีริยูปตฺถมฺภิตา สพฺเพ กุสลา ธมฺมา น ปริหายนฺตี’’ติ.

‘‘ภิยฺโย โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, ปริตฺตกํ เสนํ มหตี เสนา ภญฺเชยฺย, ตโต ราชา อญฺญมญฺญํ อนุสฺสาเรยฺย อนุเปเสยฺย อตฺตโน ปริตฺตกาย เสนาย พลํ อนุปทํ ทเทยฺย, ตาย สทฺธึ ปริตฺตกา เสนา มหตึ เสนํ ภญฺเชยฺย. เอวเมว โข, มหาราช, อุปตฺถมฺภนลกฺขณํ วีริยํ, วีริยูปตฺถมฺภิตา สพฺเพ กุสลา ธมฺมา น ปริหายนฺติ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา – ‘วีริยวา โข, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อกุสลํ ปชหติ, กุสลํ ภาเวติ. สาวชฺชํ ปชหติ, อนวชฺชํ ภาเวติ. สุทฺธมตฺตานํ ปริหรตี’’’ติ.

‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.

วีริยลกฺขณปโญฺห ทฺวาทสโม.

๑๓. สติลกฺขณปโญฺห

๑๓. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, กึลกฺขณา สตี’’ติ? ‘‘อปิลาปนลกฺขณา, มหาราช, สติ, อุปคฺคณฺหนลกฺขณา จา’’ติ. ‘‘กถํ, ภนฺเต, อปิลาปนลกฺขณา สตี’’ติ? ‘‘สติ, มหาราช, อุปฺปชฺชมานา กุสลากุสลสาวชฺชานวชฺชหีนปฺปณีตกณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคธมฺเม อปิลาเปติ ‘อิเม จตฺตาโร สติปฏฺฐานา, อิเม จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา, อิเม จตฺตาโร อิทฺธิปาทา, อิมานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ, อิมานิ ปญฺจ พลานิ, อิเม สตฺต โพชฺฌงฺคา, อยํ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค, อยํ สมโถ, อยํ วิปสฺสนา, อยํ วิชฺชา, อยํ วิมุตฺตี’ติ. ตโต โยคาวจโร เสวิตพฺเพ ธมฺเม เสวติ, อเสวิตพฺเพ ธมฺเม น เสวติ. ภชิตพฺเพ ธมฺเม ภชติ อภชิตฺตพฺเพ ธมฺเม น ภชติ. เอวํ โข, มหาราช, อปิลาปนลกฺขณา สตี’’ติ.

‘‘โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส ภณฺฑาคาริโก ราชานํ จกฺกวตฺตึ สายํ ปาตํ ยสํ สราเปติ ‘เอตฺตกา, เทว, เต หตฺถี, เอตฺตกา อสฺสา, เอตฺตกา รถา, เอตฺตกา ปตฺตี, เอตฺตกํ หิรญฺญํ, เอตฺตกํ สุวณฺณํ, เอตฺตกํ สาปเตยฺยํ, ตํ เทโว สรตู’ติ รญฺโญ สาปเตยฺยํ อปิลาเปติ. เอวเมว โข, มหาราช, สติ อุปฺปชฺชมานา กุสลากุสลสาวชฺชานวชฺชหีนปฺปณีตกณฺหสุกฺกสปฺปฏิภาคธมฺเม อปิลาเปติ ‘อิเม จตฺตาโร สติปฏฺฐานา, อิเม จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา, อิเม จตฺตาโร อิทฺธิปาทา, อิมานิ ปญฺจินฺทฺริยานิ, อิมานิ ปญฺจ พลานิ, อิเม สตฺต โพชฺฌงฺคา, อยํ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค, อยํ สมโถ, อยํ วิปสฺสนา, อยํ วิชฺชา, อยํ วิมุตฺตี’ติ. ตโต โยคาวจโร เสวิตพฺเพ ธมฺเม เสวติ, อเสวิตพฺเพ ธมฺเม น เสวติ. ภชิตพฺเพ ธมฺเม ภชติ, อภชิตพฺเพ ธมฺเม น ภชติ. เอวํ โข, มหาราช, อปิลาปนลกฺขณา สตี’’ติ.

‘‘กถํ, ภนฺเต, อุปคฺคณฺหนลกฺขณา สตี’’ติ? ‘‘สติ, มหาราช, อุปฺปชฺชมานา หิตาหิตานํ ธมฺมานํ คติโย สมเนฺวติ ‘อิเม ธมฺมา หิตา, อิเม ธมฺมา อหิตา. อิเม ธมฺมา อุปการา, อิเม ธมฺมา อนุปการา’ติ. ตโต โยคาวจโร อหิเต ธมฺเม อปนุเทติ, หิเต ธมฺเม อุปคฺคณฺหาติ. อนุปกาเร ธมฺเม อปนุเทติ, อุปกาเร ธมฺเม อุปคฺคณฺหาติ. เอวํ โข, มหาราช, อุปคฺคณฺหนลกฺขณา สตี’’ติ.

‘‘โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส ปริณายกรตนํ รญฺโญ หิตาหิเต ชานาติ ‘อิเม รญฺโญ หิตา, อิเม อหิตา. อิเม อุปการา, อิเม อนุปการา’ติ. ตโต อหิเต อปนุเทติ, หิเต อุปคฺคณฺหาติ. อนุปกาเร อปนุเทติ, อุปกาเร อุปคฺคณฺหาติ. เอวเมว โข, มหาราช, สติ อุปฺปชฺชมานา หิตาหิตานํ ธมฺมานํ คติโย สมเนฺวติ ‘อิเม ธมฺมา หิตา, อิเม ธมฺมา อหิตา. อิเม ธมฺมา อุปการา, อิเม ธมฺมา อนุปการา’ติ. ตโต โยคาวจโร อหิเต ธมฺเม อปนุเทติ, หิเต ธมฺเม อุปคฺคณฺหา’ติ. อนุปกาเร ธมฺเม อปนุเทติ, อุปกาเร ทมฺเม อุปคฺคณฺหาติ. เอวํ โข, มหาราช, อุปคฺคณฺหนลกฺขณา สติ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา – ‘สติญฺจ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, สพฺพตฺถิกํ วทามี’’’ติ.

‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.

สติลกฺขณปโญฺห เตรสโม.

๑๔. สมาธิปโญฺห

๑๔. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, กึลกฺขโณ สมาธี’’ติ? ‘‘ปมุขลกฺขโณ, มหาราช, สมาธิ, เย เกจิ กุสลา ธมฺมา, สพฺเพ เต สมาธิปมุขา โหนฺติ สมาธินินฺนา สมาธิโปณา สมาธิปพฺภารา’’ติ.

‘‘โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, กูฏาคารสฺส ยา ยาจิ โคปานสิโย, สพฺพา ตา กูฏงฺคมา โหนฺติ กูฏนินฺนา กูฏสโมสรณา, กูฏํ ตาสํ อคฺคมกฺขายติ. เอวเมว โข, มหาราช, เย เกจิ กุสลา ธมฺมา, สพฺเพ เต สมาธิปมุขา โหนฺติ สมาธินินฺนา สมาธิโปณา สมาธิปพฺภาราติ.

‘‘ภิยฺโย โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, โกจิ ราชา จตุรงฺคินิยา เสนาย สทฺธึ สงฺคามํ โอตเรยฺย, สพฺพาว เสนา หตฺถี จ อสฺสา จ รถา จ ปตฺตี จ ตปฺปมุขา [ตมฺปมุขา (สฺยา. ก.)] ภเวยฺยุํ ตนฺนินฺนา ตปฺโปณา ตปฺปพฺภารา ตํ เยว อนุปริยาเยยฺยุํ. เอวเมว โข, มหาราช, เย เกจิ กุสลา ธมฺมา, สพฺเพ เต สมาธิปมุขา โหนฺติ สมาธินินฺนา สมาธิโปณา สมาธิปพฺภารา. เอวํ โข, มหาราช, ปมุขลกฺขโณ สมาธิ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา – ‘‘สมาธึ, ภิกฺขเว, ภาเวถ, สมาหิโต, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ยถาภูตํ ปชานาตี’’ติ.

‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.

สมาธิปโญฺห จุทฺทสโม.

๑๕. ปญฺญาลกฺขณปโญฺห

๑๕. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, กึลกฺขณา ปญฺญา’’ติ? ‘‘ปุพฺเพว โข, มหาราช, มยา วุตฺตํ ‘เฉทนลกฺขณา ปญฺญา’ติ, อปิ จ โอภาสนลกฺขณา ปญฺญา’’ติ. ‘‘กถํ, ภนฺเต, โอภาสนลกฺขณา ปญฺญา’’ติ? ‘‘ปญฺญา, มหาราช, อุปฺปชฺชมานา อวิชฺชนฺธการํ วิธเมติ, วิชฺโชภาสํ ชเนติ, ญาณาโลกํ วิทํเสติ, อริยสจฺจานิ ปากฏานิ กโรติ. ตโต โยคาวจโร ‘อนิจฺจ’นฺติ วา ‘ทุกฺข’นฺติ วา ‘อนตฺตา’ติ วา สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสตี’’ติ.

‘‘โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, ปุริโส อนฺธกาเร เคเห ปทีปํ ปเวเสยฺย, ปวิฏฺโฐ ปทีโป อนฺธการํ วิธเมติ, โอภาสํ ชเนติ, อาโลกํ วิทํเสติ, รูปานิ ปากฏานิ กโรติ. เอวเมว โข, มหาราช, ปญฺญา อุปฺปชฺชมานา อวิชฺชนฺธการํ วิธเมติ, วิชฺโชภาสํ ชเนติ, ญาณาโลกํ วิทํเสติ, อริยสจฺจานิ ปากฏานิ กโรติ. ตโต โยคาวจโร ‘อนิจฺจ’นฺติ วา ‘ทุกฺข’นฺติ วา ‘อนตฺตา’ติ วา สมฺมปฺปญฺญาย ปสฺสติ. เอวํ โข, มหาราช, โอภาสนลกฺขณา ปญฺญา’’ติ.

‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.

ปญฺญาลกฺขณปโญฺห ปนฺนรสโม.

๑๖. นานาธมฺมานํ เอกกิจฺจอภินิปฺผาทนปโญฺห

๑๖. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, อิเม ธมฺมา นานา สนฺตา เอกํ อตฺถํ อภินิปฺผาเทนฺตี’’ติ? ‘‘อาม, มหาราช, อิเม ธมฺมา นานา สนฺตา เอกํ อตฺถํ อภินิปฺผาเทนฺติ, กิเลเส หนนฺตี’’ติ.

‘‘กถํ, ภนฺเต, อิเม ธมฺมา นานา สนฺตา เอกํ อตฺถํ อภินิปฺผาเทนฺติ, กิเลเส หนนฺติ? โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, เสนา นานา สนฺตา หตฺถี จ อสฺสา จ รถา จ ปตฺตี จ เอกํ อตฺถํ อภินิปฺผาเทนฺติ, สงฺคาเม ปรเสนํ อภิวิชินนฺติ. เอวเมว โข, มหาราช, อิเม ธมฺมา นานา สนฺตา เอกํ อตฺถํ อภินิปฺผาเทนฺติ, กิเลเส หนนฺตี’’ติ.

‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.

นานาธมฺมานํ เอกกิจฺจอภินิปฺผาทนปโญฺห โสฬสโม.

มหาวคฺโค ปฐโม.

อิมสฺมึ วคฺเค โสฬส ปญฺหา.