๒. อทฺธานวคฺโค
๑. ธมฺมสนฺตติปโญฺห
๑. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, โย อุปฺปชฺชติ, โส เอว โส, อุทาหุ อญฺโญ’’ติ? เถโร อาห ‘‘น จ โส, น จ อญฺโญ’’ติ.
‘‘โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, มหาราช, ยทา ตฺวํ ทหโร ตรุโณ มนฺโท อุตฺตานเสยฺยโก อโหสิ, โส เยว ตฺวํ เอตรหิ มหนฺโต’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, อญฺโญ โส ทหโร ตรุโณ มนฺโท อุตฺตานเสยฺยโก อโหสิ, อญฺโญ อหํ เอตรหิ มหนฺโต’’ติ. ‘‘เอวํ สนฺเต โข, มหาราช, มาตาติปิ น ภวิสฺสติ, ปิตาติปิ น ภวิสฺสติ, อาจริโยติปิ น ภวิสฺสติ, สิปฺปวาติปิ น ภวิสฺสติ, สีลวาติปิ น ภวิสฺสติ, ปญฺญวาติปิ น ภวิสฺสติ. กึ นุ โข, มหาราช, อญฺญา เอว กลลสฺส มาตา, อญฺญา อพฺพุทสฺส มาตา, อญฺญา เปสิยา มาตา, อญฺญา ฆนสฺส มาตา, อญฺญา ขุทฺทกสฺส มาตา, อญฺญา มหนฺตสฺส มาตา, อญฺโญ สิปฺปํ สิกฺขติ, อญฺโญ สิกฺขิโต ภวติ, อญฺโญ ปาปกมฺมํ กโรติ, อญฺญสฺส หตฺถปาทา ฉิชฺชนฺตี’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต. ตฺวํ ปน, ภนฺเต, เอวํ วุตฺเต กึ วเทยฺยาสี’’ติ? เถโร อาห ‘‘อหญฺเญว โข, มหาราช, ทหโร อโหสึ ตรุโณ มนฺโท อุตฺตานเสยฺยโก, อหญฺเญว เอตรหิ มหนฺโต, อิมเมว กายํ นิสฺสาย สพฺเพ เต เอกสงฺคหิตา’’ติ.
‘‘ภิยฺโย โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, โกจิเทว ปุริโส ปทีปํ ปทีเปยฺย, กึ โส สพฺพรตฺตึ ปทีเปยฺยา’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, สพฺพรตฺตึ ปทีเปยฺยา’’ติ. ‘‘กึ นุ โข, มหาราช, ยา ปุริเม ยาเม อจฺจิ, สา มชฺฌิเม ยาเม อจฺจี’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘ยา มชฺฌิเม ยาเม อจฺจิ, สา ปจฺฉิเม ยาเม อจฺจี’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ นุ โข, มหาราช, อญฺโญ โส อโหสิ ปุริเม ยาเม ปทีโป, อญฺโญ มชฺฌิเม ยาเม ปทีโป, อญฺโญ ปจฺฉิเม ยาเม ปทีโป’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต, ตํ เยว นิสฺสาย สพฺพรตฺตึ ปทีปิโต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ธมฺมสนฺตติ สนฺทหติ, อญฺโญ อุปฺปชฺชติ, อญฺโญ นิรุชฺฌติ, อปุพฺพํ อจริมํ วิย สนฺทหติ, เตน น จ โส, น จ อญฺโญ, ปุริมวิญฺญาเณ ปจฺฉิมวิญฺญาณํ สงฺคหํ คจฺฉตี’’ติ.
‘‘ภิยฺโย โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, ขีรํ ทุยฺหมานํ กาลนฺตเรน ทธิ ปริวตฺเตยฺย, ทธิโต นวนีตํ, นวนีตโต ฆตํ ปริวตฺเตยฺย, โย นุ โข, มหาราช, เอวํ วเทยฺย ‘ยํ เยว ขีรํ ตํ เยว ทธิ, ยํ เยว ทธิ ตํ เยว นวนีตํ, ยํ เยว นวนีตํ ตํ เยว ฆต’นฺติ, สมฺมา นุ โข โส, มหาราช, วทมาโน วเทยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต, ตํเยว นิสฺสาย สมฺภูต’’นฺติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, ธมฺมสนฺตติ สนฺทหติ, อญฺโญ อุปฺปชฺชติ, อญฺโญ นิรุชฺฌติ, อปุพฺพํ อจริมํ วิย สนฺทหติ, เตน น จ โส, น จ อญฺโญ, ปุริมวิญฺญาเณ ปจฺฉิมวิญฺญาณํ สงฺคหํ คจฺฉตี’’ติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
ธมฺมสนฺตติปโญฺห ปฐโม.
๒. ปฏิสนฺทหนปโญฺห
๒. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, โย น ปฏิสนฺทหติ, ชานาติ โส ‘น ปฏิสนฺทหิสฺสามี’ติ? ‘‘อาม, มหาราช, โย น ปฏิสนฺทหติ, ชานาติ โส ‘น ปฏิสนฺทหิสฺสามี’ติ. ‘‘กถํ, ภนฺเต, ชานาตี’’ติ? ‘‘โย เหตุ โย ปจฺจโย, มหาราช, ปฏิสนฺทหนาย, ตสฺส เหตุสฺส ตสฺส ปจฺจยสฺส อุปรมา ชานาติ โส ‘น ปฏิสนฺทหิสฺสามี’’’ติ.
‘‘โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, กสฺสโก คหปติโก กสิตฺวา จ วปิตฺวา จ ธญฺญาคารํ ปริปูเรยฺย. โส อปเรน สมเยน เนว กสฺเสยฺย น วปฺเปยฺย, ยถาสมฺภตญฺจ ธญฺญํ ปริภุญฺเชยฺย วา วิสชฺเชยฺย วา ยถา ปจฺจยํ วา กเรยฺย, ชาเนยฺย โส, มหาราช, กสฺสโก คหปติโก ‘น เม ธญฺญาคารํ ปริปูเรสฺสตี’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, ชาเนยฺยา’’ติ. ‘‘กถํ ชาเนยฺยา’’ติ? ‘‘โย เหตุ โย ปจฺจโย ธญฺญาคารสฺส ปริปูรณาย, ตสฺส เหตุสฺส ตสฺส ปจฺจยสฺส อุปรมา ชานาติ ‘น เม ธญฺญาคารํ ปริปูเรสฺสตี’’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, โย เหตุ โย ปจฺจโย ปฏิสนฺทหนาย, ตสฺส เหตุสฺส ตสฺส ปจฺจยสฺส อุปรมา ชานาติ โส ‘น ปฏิสนฺทหิสฺสามี’ติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
ปฏิสนฺทหนปโญฺห ทุติโย.
๓. ญาณปญฺญาปโญฺห
๓. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยสฺส ญาณํ อุปฺปนฺนํ, ตสฺส ปญฺญา อุปฺปนฺนา’’ติ? ‘‘อาม, มหาราช, ยสฺส ญาณํ อุปฺปนฺนํ, ตสฺส ปญฺญา อุปฺปนฺนา’’ติ. ‘‘กึ, ภนฺเต, ยญฺเญว ญาณํ สา เยว ปญฺญา’’ติ? ‘‘อาม, มหาราช, ยญฺเญว ญาณํ สา เยว ปญฺญา’’ติ. ‘‘ยสฺส ปน, ภนฺเต, ตญฺเญว ญาณํ สา เยว ปญฺญา อุปฺปนฺนา, กึ สมฺมุเยฺหยฺย โส, อุทาหุ น สมฺมุเยฺหยฺยา’’ติ? ‘‘กตฺถจิ, มหาราช, สมฺมุเยฺหยฺย, กตฺถจิ น สมฺมุเยฺหยฺยา’’ติ. ‘‘กุหึ, ภนฺเต, สมฺมุเยฺหยฺยา’’ติ? ‘‘อญฺญาตปุพฺเพสุ วา, มหาราช, สิปฺปฏฺฐาเนสุ, อคตปุพฺพาย วา ทิสาย, อสฺสุตปุพฺพาย วา นามปญฺญตฺติยา สมฺมุเยฺหยฺยา’’ติ. ‘‘กุหึ น สมฺมุเยฺหยฺยา’’ติ? ‘‘ยํ โข ปน, มหาราช, ตาย ปญฺญาย กตํ ‘อนิจฺจ’นฺติ วา ‘ทุกฺข’นฺติ วา ‘อนตฺตา’ติ วา, ตหึ น สมฺมุเยฺหยฺยา’’ติ. ‘‘โมโห ปนสฺส, ภนฺเต, กุหึ คจฺฉตี’’ติ? ‘‘โมโห โข, มหาราช, ญาเณ อุปฺปนฺนมตฺเต ตตฺเถว นิรุชฺฌตี’’ติ.
‘‘โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, โกจิเทว ปุริโส อนฺธการเคเห ปทีปํ อาโรเปยฺย, ตโต อนฺธกาโร นิรุชฺเฌยฺย, อาโลโก ปาตุภเวยฺย. เอวเมว โข, มหาราช, ญาเณ อุปฺปนฺนมตฺเต โมโห ตตฺเถว นิรุชฺฌตี’’ติ.
‘‘ปญฺญา ปน, ภนฺเต, กุหึ คจฺฉตี’’ติ? ‘‘ปญฺญาปิ โข, มหาราช, สกิจฺจยํ กตฺวา ตตฺเถว นิรุชฺฌติ, ยํ ปน ตาย ปญฺญาย กตํ ‘อนิจฺจ’นฺติ วา ‘ทุกฺข’นฺติ วา ‘อนตฺตา’ติ วา, ตํ น นิรุชฺฌตี’’ติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยํ ปเนตํ พฺรูสิ ‘ปญฺญา สกิจฺจยํ กตฺวา ตตฺเถว นิรุชฺฌติ, ยํ ปน ตาย ปญฺญาย กตํ ‘อนิจฺจ’นฺติ วา ‘ทุกฺข’นฺติ วา ‘อนตฺตา’ติ วา, ตํ น นิรุชฺฌตี’ติ, ตสฺส โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, โย โกจิ ปุริโส รตฺตึ เลขํ เปเสตุกาโม เลขกํ ปกฺโกสาเปตฺวา ปทีปํ อาโรเปตฺวา เลขํ ลิขาเปยฺย, ลิขิเต ปน เลเข ปทีปํ วิชฺฌาเปยฺย, วิชฺฌาปิเตปิ ปทีเป เลขํ น วินสฺเสยฺย. เอวเมว โข, มหาราช, ปญฺญา สกิจฺจยํ กตฺวา ตตฺเถว นิรุชฺฌติ, ยํ ปน ตาย ปญฺญาย กตํ ‘อนิจฺจ’นฺติ วา ‘ทุกฺข’นฺติ วา ‘อนตฺตา’ติ วา, ตํ น นิรุชฺฌตี’’ติ.
‘‘ภิยฺโย โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, ปุรตฺถิเมสุ ชนปเทสุ มนุสฺสา อนุฆรํ ปญฺจ ปญฺจ อุทกฆฏกานิ ฐเปนฺติ อาลิมฺปนํ วิชฺฌาเปตุํ, ฆเร ปทิตฺเต ตานิ ปญฺจ อุทกฆฏกานิ ฆรสฺสูปริ ขิปนฺติ, ตโต อคฺคิ วิชฺฌายติ, กึ นุ โข, มหาราช, เตสํ มนุสฺสานํ เอวํ โหติ ‘ปุน เตหิ ฆเฏหิ ฆฏกิจฺจํ กริสฺสามา’’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, อลํ เตหิ ฆเฏหิ, กึ เตหิ ฆเฏหี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, ปญฺจ อุทกฆฏกานิ, เอวํ ปญฺจินฺทฺริยานิ ทฏฺฐพฺพานิ สทฺธินฺทฺริยํ วีริยินฺทฺริยํ สตินฺทฺริยํ สมาธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ. ยถา เต มนุสฺสา, เอวํ โยคาวจโร ทฏฺฐพฺโพ. ยถา อคฺคิ, เอวํ กิเลสา ทฏฺฐพฺพา. ยถา ปญฺจหิ อุทกฆฏเกหิ อคฺคิ วิชฺฌาปียติ, เอวํ ปญฺจินฺทฺริเยหิ กิเลสา วิชฺฌาปิยนฺติ, วิชฺฌาปิตาปิ กิเลสา น ปุน สมฺภวนฺติ. เอวเมว โข, มหาราช, ปญฺญา สกิจฺจยํ กตฺวา ตตฺเถว นิรุชฺฌติ, ยํ ปน ตาย ปญฺญาย กตํ ‘อนิจฺจ’นฺติ วา ‘ทุกฺข’นฺติ วา ‘อนตฺตา’ติ วา, ตํ น นิรุชฺฌตี’’ติ.
‘‘ภิยฺโย โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, เวชฺโช ปญฺจมูลเภสชฺชานิ คเหตฺวา คิลานกํ อุปสงฺกมิตฺวา ตานิ ปญฺจมูลเภสชฺชานิ ปิสิตฺวา [ปึสิตฺวา (สี. ปี.)] คิลานกํ ปาเยยฺย, เตหิ จ โทสา นิทฺธเมยฺยุํ, กึ นุ โข, มหาราช, ตสฺส เวชฺชสฺส เอวํ โหติ ‘ปุน เตหิ ปญฺจมูลเภสชฺเชหิ เภสชฺชกิจฺจํ กริสฺสามี’’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, อลํ เตหิ ปญฺจมูลเภสชฺเชหิ, กึ เตหิ ปญฺจมูลเภสชฺเชหี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, ปญฺจมูลเภสชฺชานิ, เอวํ ปญฺจินฺทฺริยานิ ทฏฺฐพฺพานิ สทฺธินฺทฺริยํ วีริยินฺทฺริยํ สตินฺทฺริยํ สมาธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ, ยถา เวชฺโช, เอวํ โยคาวจโร ทฏฺฐพฺโพ. ยถา พฺยาธิ, เอวํ กิเลสา ทฏฺฐพฺพา. ยถา พฺยาธิโต ปุริโส, เอวํ ปุถุชฺชโน ทฏฺฐพฺโพ. ยถา ปญฺจมูลเภสชฺเชหิ คิลานสฺส โทสา นิทฺธนฺตา, โทเส นิทฺธนฺเต คิลาโน อโรโค โหติ, เอวํ ปญฺจินฺทฺริเยหิ กิเลสา นิทฺธมียนฺติ, นิทฺธมิตา จ กิเลสา น ปุน สมฺภวนฺติ. เอวเมว โข, มหาราช, ปญฺญา สกิจฺจยํ กตฺวา ตตฺเถว นิรุชฺฌติ, ยํ ปน ตาย ปญฺญาย กตํ ‘อนิจฺจ’นฺติ วา ‘ทุกฺข’นฺติ วา ‘อนตฺตา’ติ วา, ตํ น นิรุชฺฌตี’’ติ.
‘‘ภิยฺโย โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, สงฺคามาวจโร โยโธ ปญฺจ กณฺฑานิ คเหตฺวา สงฺคามํ โอตเรยฺย ปรเสนํ วิเชตุํ, โส สงฺคามคโต ตานิ ปญฺจ กณฺฑานิ ขิเปยฺย, เตหิ จ ปรเสนา ภิชฺเชยฺย, กึ นุ โข, มหาราช, ตสฺส สงฺคามาวจรสฺส โยธสฺส เอวํ โหติ ‘ปุน เตหิ กณฺเฑหิ กณฺฑกิจฺจํ กริสฺสามี’’’ติ? ‘‘น หิ, ภนฺเต, อลํ เตหิ กณฺเฑหิ, กึ เตหิ กณฺเฑหี’’ติ? ‘‘ยถา, มหาราช, ปญฺจ กณฺฑานิ, เอวํ ปญฺจินฺทฺริยานิ ทฏฺฐพฺพานิ สทฺธินฺทฺริยํ วีริยินฺทฺริยํ สตินฺทฺริยํ สมาธินฺทฺริยํ ปญฺญินฺทฺริยํ. ยถา, มหาราช, สงฺคามาวจโร โยโธ, เอวํ โยคาวจโร ทฏฺฐพฺโพ. ยถา ปรเสนา, เอวํ กิเลสา ทฏฺฐพฺพา. ยถา ปญฺจหิ กณฺเฑหิ ปรเสนา ภิชฺชติ, เอวํ ปญฺจินฺทฺริเยหิ กิเลสา ภิชฺชนฺติ, ภคฺคา จ กิเลสา น ปุน สมฺภวนฺติ. เอวเมว โข, มหาราช, ปญฺญา สกิจฺจยํ กตฺวา ตตฺเถว นิรุชฺฌติ, ยํ ปน ตาย ปญฺญาย กตํ ‘อนิจฺจ’นฺติ วา ‘ทุกฺข’นฺติ วา ‘อนตฺตา’ติ วา, ตํ น นิรุชฺฌตี’’ติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
ญาณปญฺญาปโญฺห ตติโย.
๔. ปฏิสนฺทหนปุคฺคลเวทิยนปโญฺห
๔. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, โย น ปฏิสนฺทหติ, เวเทติ โส กิญฺจิ ทุกฺขํ เวทน’’นฺติ? เถโร อาห ‘‘กิญฺจิ เวเทติ, กิญฺจิ น เวเทตี’’ติ. ‘‘กึ เวเทติ, กึ น เวเทตี’’ติ? ‘‘กายิกํ, มหาราช, เวทนํ เวเทติ, เจตสิกํ เวทนํ น เวเทตี’’ติ. ‘‘กถํ, ภนฺเต, กายิกํ เวทนํ เวเทติ, กถํ เจตสิกํ เวทนํ น เวเทตี’’ติ? ‘‘โย เหตุ โย ปจฺจโย กายิกาย ทุกฺขเวทนาย อุปฺปตฺติยา, ตสฺส เหตุสฺส ตสฺส ปจฺจยสฺส อนุปรมา กายิกํ ทุกฺขเวทนํ เวเทติ, โย เหตุ โย ปจฺจโย เจตสิกาย ทุกฺขเวทนาย อุปฺปตฺติยา, ตสฺส เหตุสฺส ตสฺส ปจฺจยสฺส อุปรมา เจตสิกํ ทุกฺขเวทนํ น เวเทติ. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, ภควตา – ‘โส เอกํ เวทนํ เวเทติ กายิกํ น เจตสิก’’’นฺติ.
‘‘ภนฺเต นาคเสน, โย ทุกฺขํ เวทนํ เวเทติ, กสฺมา โส น ปรินิพฺพายตี’’ติ? ‘‘นตฺถิ, มหาราช, อรหโต อนุนโย วา ปฏิโฆ วา, น จ อรหนฺโต อปกฺกํ ปาเตนฺติ ปริปากํ อาคเมนฺติ ปณฺฑิตา. ภาสิตมฺเปตํ, มหาราช, เถเรน สาริปุตฺเตน ธมฺมเสนาปตินา –
‘‘‘นาภินนฺทามิ มรณํ, นาภินนฺทามิ ชีวิตํ;
กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ, นิพฺพิสํ ภตโก ยถา.
‘‘‘นาภินนฺทามิ มรณํ, นาภินนฺทามิ ชีวิตํ;
กาลญฺจ ปฏิกงฺขามิ, สมฺปชาโน ปติสฺสโต’’’ติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ [ปสฺส เถรคา. ๖๕๔].
ปฏิสนฺทหนปุคฺคลเวทิยนปโญฺห จตุตฺโถ.
๕. เวทนาปโญฺห
๕. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, สุขา เวทนา กุสลา วา อกุสลา วา อพฺยากตา วา’’ติ? ‘‘สิยา, มหาราช, กุสลา, สิยา อกุสลา, สิยา อพฺยากตา’’ติ. ‘‘ยทิ, ภนฺเต, กุสลา น ทุกฺขา, ยทิ ทุกฺขา น กุสลา, กุสลํ ทุกฺขนฺติ นุปฺปชฺชตี’’ติ. ‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, มหาราช, อิธ ปุริสสฺส หตฺเถ ตตฺตํ อโยคุฬํ นิกฺขิเปยฺย, ทุติเย หตฺเถ สีตํ หิมปิณฺฑํ นิกฺขิเปยฺย, กึ นุ โข, มหาราช, อุโภปิ เต ทเหยฺยุ’’นฺติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, อุโภปิ เต ทเหยฺยุ’’นฺติ. ‘‘กึ นุ โข, เต มหาราช, อุโภปิ อุณฺหา’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ ปน เต, มหาราช, อุโภปิ สีตลา’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘อาชานาหิ นิคฺคหํ ยทิ ตตฺตํ ทหติ, น จ เต อุโภปิ อุณฺหา, เตน นุปฺปชฺชติ. ยทิ สีตลํ ทหติ, น จ เต อุโภปิ สีตลา, เตน นุปฺปชฺชติ. กิสฺส ปน เต, มหาราช, อุโภปิ ทหนฺติ, น จ เต อุโภปิ อุณฺหา, น จ เต อุโภปิ สีตลา? เอกํ อุณฺหํ, เอกํ สีตลํ, อุโภปิ เต ทหนฺติ, เตน นุปฺปชฺชตี’’ติ. ‘‘นาหํ ปฏิพโล ตยา วาทินา สทฺธึ สลฺลปิตุํ, สาธุ อตฺถํ ชปฺเปหี’’ติ. ตโต เถโร อภิธมฺมสํยุตฺตาย กถาย ราชานํ มิลินฺทํ สญฺญาเปสิ –
‘‘ฉยิมานิ, มหาราช, เคหนิสฺสิตานิ โสมนสฺสานิ, ฉ เนกฺขมฺมนิสฺสิตานิ โสมนสฺสานิ, ฉ เคหนิสฺสิตานิ โทมนสฺสานิ, ฉ เนกฺขมฺมนิสฺสิตานิ โทมนสฺสานิ, ฉ เคหนิสฺสิตา อุเปกฺขา, ฉ เนกฺขมฺมนิสฺสิตา อุเปกฺขาติ, อิมานิ ฉ ฉกฺกานิ, อตีตาปิ ฉตฺตึสวิธา เวทนา, อนาคตาปิ ฉตฺตึสวิธา เวทนา, ปจฺจุปฺปนฺนาปิ ฉตฺตึสวิธา เวทนา, ตเทกชฺฌํ อภิสญฺญุหิตฺวา อภิสมฺปิณฺเฑตฺวา อฏฺฐสตํ เวทนา โหนฺตี’’ติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
เวทนาปโญฺห ปญฺจโม.
๖. นามรูปเอกตฺตนานตฺตปโญฺห
๖. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, โก ปฏิสนฺทหตี’’ติ? เถโร อาห ‘‘นามรูปํ โข, มหาราช, ปฏิสนฺทหตี’’ติ. ‘‘กึ อิมํ เยว นามรูปํ ปฏิสนฺทหตี’’ติ? ‘‘น โข, มหาราช, อิมํ เยว นามรูปํ ปฏิสนฺทหติ, อิมินา ปน, มหาราช, นามรูเปน กมฺมํ กโรติ โสภนํ วา ปาปกํ วา, เตน กมฺเมน อญฺญํ นามรูปํ ปฏิสนฺทหตี’’ติ. ‘‘ยทิ, ภนฺเต, น อิมํ เยว นามรูปํ ปฏิสนฺทหติ, นนุ โส มุตฺโต ภวิสฺสติ ปาปเกหิ กมฺเมหี’’ติ? เถโร อาห ‘‘ยทิ น ปฏิสนฺทเหยฺย, มุตฺโต ภเวยฺย ปาปเกหิ กมฺเมหิ. ยสฺมา จ โข, มหาราช, ปฏิสนฺทหติ, ตสฺมา น มุตฺโต ปาปเกหิ กมฺเมหี’’ติ.
‘‘โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, โกจิเทว ปุริโส อญฺญตรสฺส ปุริสสฺส อมฺพํ อวหเรยฺย, ตเมนํ อมฺพสามิโก คเหตฺวา รญฺโญ ทสฺเสยฺย ‘อิมินา เทว ปุริเสน มยฺหํ อมฺพา อวหฏา’ติ, โส เอวํ วเทยฺย ‘นาหํ, เทว, อิมสฺส อมฺเพ อวหรามิ, อญฺเญ เต อมฺพา, เย อิมินา โรปิตา, อญฺเญ เต อมฺพา, เย มยา อวหฏา, นาหํ ทณฺฑปฺปตฺโต’ติ. กึ นุ โข โส, มหาราช, ปุริโส ทณฺฑปฺปตฺโต ภเวยฺยา’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, ทณฺฑปฺปตฺโต ภเวยฺยา’’ติ. ‘‘เกน การเณนา’’ติ? ‘‘กิญฺจาปิ โส เอวํ วเทยฺย, ปุริมํ, ภนฺเต, อมฺพํ อปฺปจฺจกฺขาย ปจฺฉิเมน อมฺเพน โส ปุริโส ทณฺฑปฺปตฺโต ภเวยฺยา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อิมินา นามรูเปน กมฺมํ กโรติ โสภนํ วา ปาปกํ วา, เตน กมฺเมน อญฺญํ นามรูปํ ปฏิสนฺทหติ, ตสฺมา น มุตฺโต ปาปเกหิ กมฺเมหี’’ติ.
‘‘ภิยฺโย โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, โกจิเทว ปุริโส อญฺญตรสฺส ปุริสสฺส สาลึ อวหเรยฺย…เป… อุจฺฉุํ อวหเรยฺย…เป… ยถา มหาราช โกจิ ปุริโส เหมนฺตกาเล อคฺคึ ชาเลตฺวา วิสิพฺเพตฺวา [วิสีเวตฺวา (สี. ปี.)] อวิชฺฌาเปตฺวา ปกฺกเมยฺย, อถ โข โส อคฺคิ อญฺญตรสฺส ปุริสสฺส เขตฺตํ ฑเหยฺย [อุปฑเหยฺย (ก.)], ตเมนํ เขตฺตสามิโก คเหตฺวา รญฺโญ ทสฺเสยฺย ‘อิมินา, เทว, ปุริเสน มยฺหํ เขตฺตํ ทฑฺฒ’นฺติ. โส เอวํ วเทยฺย ‘นาหํ, เทว, อิมสฺส เขตฺตํ ฌาเปมิ, อญฺโญ โส อคฺคิ, โย มยา อวิชฺฌาปิโต, อญฺโญ โส อคฺคิ, เยนิมสฺส เขตฺตํ ทฑฺฒํ, นาหํ ทณฺฑปฺปตฺโต’ติ. กึ นุ โข โส, มหาราช, ปุริโส ทณฺฑปฺปตฺโต ภเวยฺยา’’ติ? ‘‘อาม, ภนฺเต, ทณฺฑปฺปตฺโต ภเวยฺยา’’ติ. ‘‘เกน การเณนา’’ติ? ‘‘กิญฺจาปิ โส เอวํ วเทยฺย, ปุริมํ, ภนฺเต, อคฺคึ อปฺปจฺจกฺขาย ปจฺฉิเมน อคฺคินา โส ปุริโส ทณฺฑปฺปตฺโต ภเวยฺยา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, อิมินา นามรูเปน กมฺมํ กโรติ โสภนํ วา ปาปกํ วา, เตน กมฺเมน อญฺญํ นามรูปํ ปฏิสนฺทหติ, ตสฺมา น มุตฺโต ปาปเกหิ กมฺเมหี’’ติ.
‘‘ภิยฺโย โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, โกจิเทว ปุริโส ปทีปํ อาทาย ปาสาทํ อภิรูหิตฺวา ภุญฺเชยฺย, ปทีโป ฌายมาโน ติณํ ฌาเปยฺย, ติณํ ฌายมานํ ฆรํ ฌาเปยฺย, ฆรํ ฌายมานํ คามํ ฌาเปยฺย, คามชโน ตํ ปุริสํ คเหตฺวา เอวํ วเทยฺย ‘กิสฺส ตฺวํ, โภ ปุริส, คามํ ฌาเปสี’ติ, โส เอวํ วเทยฺย ‘นาหํ, โภ, คามํ ฌาเปมิ, อญฺโญ โส ปทีปคฺคิ, ยสฺสาหํ อาโลเกน ภุญฺชึ, อญฺโญ โส อคฺคิ, เยน คาโม ฌาปิโต’ติ, เต วิวทมานา ตว สนฺติเก อาคจฺเฉยฺยุํ, กสฺส ตฺวํ, มหาราช, อฏฺฏํ [อตฺถํ (สี. ปี.)] ธาเรยฺยาสี’’ติ? ‘‘คามชนสฺส ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ การณา’’ติ? ‘‘กิญฺจาปิ โส เอวํ วเทยฺย, อปิ จ ตโต เอว โส อคฺคิ นิพฺพตฺโต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, กิญฺจาปิ อญฺญํ มารณนฺติกํ นามรูปํ, อญฺญํ ปฏิสนฺธิสฺมึ นามรูปํ, อปิ จ ตโต เยว ตํ นิพฺพตฺตํ, ตสฺมา น มุตฺโต ปาปเกหิ กมฺเมหี’’ติ.
‘‘ภิยฺโย โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, โกจิเทว ปุริโส ทหรึ ทาริกํ วาเรตฺวา สุงฺกํ ทตฺวา ปกฺกเมยฺย. สา อปเรน สมเยน มหตี อสฺส วยปฺปตฺตา, ตโต อญฺโญ ปุริโส สุงฺกํ ทตฺวา วิวาหํ กเรยฺย, อิตโร อาคนฺตฺวา เอวํ วเทยฺย ‘กิสฺส ปน เม ตฺวํ, อมฺโภ ปุริส, ภริยํ เนสี’ติ? โส เอวํ วเทยฺย ‘นาหํ ตว ภริยํ เนมิ, อญฺญา สา ทาริกา ทหรี ตรุณี, ยา ตยา วาริตา จ ทินฺนสุงฺกา จ, อญฺญายํ ทาริกา มหตี วยปฺปตฺตา มยา วาริตา จ ทินฺนสุงฺกา จา’ติ, เต วิวทมานา ตว สนฺติเก อาคจฺเฉยฺยุํ. กสฺส ตฺวํ, มหาราช, อฏฺฏํ ธาเรยฺยาสี’’ติ? ‘‘ปุริมสฺส ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ การณา’’ติ? ‘‘กิญฺจาปิ โส เอวํ วเทยฺย, อปิ จ ตโต เยว สา มหตี นิพฺพตฺตา’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, กิญฺจาปิ อญฺญํ มารณนฺติกํ นามรูปํ, อญฺญํ ปฏิสนฺธิสฺมึ นามรูปํ, อปิ จ ตโต เยว ตํ นิพฺพตฺตํ, ตสฺมา นปริมุตฺโต ปาปเกหิ กมฺเมหี’’ติ.
‘‘ภิยฺโย โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, โกจิเทว ปุริโส โคปาลกสฺส หตฺถโต ขีรฆฏํ กิณิตฺวา ตสฺเสว หตฺเถ นิกฺขิปิตฺวา ปกฺกเมยฺย ‘เสฺว คเหตฺวา คมิสฺสามี’ติ, ตํ อปรชฺชุ ทธิ สมฺปชฺเชยฺย. โส อาคนฺตฺวา เอวํ วเทยฺย ‘เทหิ เม ขีรฆฏ’นฺติ. โส ทธึ ทสฺเสยฺย. อิตโร เอวํ วเทยฺย ‘นาหํ ตว หตฺถโต ทธึ กิณามิ, เทหิ เม ขีรฆฏ’นฺติ. โส เอวํ วเทยฺย ‘อชานโต เต ขีรํ ทธิภูต’นฺติ เต วิวทมานา ตว สนฺติเก อาคจฺเฉยฺยุํ, กสฺส ตฺวํ มหาราช, อฏฺฏํ ธาเรยฺยาสี’’ติ? ‘‘โคปาลกสฺส ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ การณา’’ติ? ‘‘กิญฺจาปิ โส เอวํ วเทยฺย, อปิ จ ตโต เยว ตํ นิพฺพตฺต’’นฺติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, กิญฺจาปิ อญฺญํ มารณนฺติกํ นามรูปํ, อญฺญํ ปฏิสนฺธิสฺมึ นามรูปํ, อปิ จ ตโต เยว ตํ นิพฺพตฺตํ, ตสฺมา น ปริมุตฺโต ปาปเกหิ กมฺเมหี’’ติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
นามรูปเอกตฺตนานตฺตปโญฺห ฉฏฺโฐ.
๗. เถรปฏิสนฺทหนาปฏิสนฺทหนปโญฺห
๗. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ตฺวํ ปน ปฏิสนฺทหิสฺสสี’’ติ? ‘‘อลํ, มหาราช, กึ เต เตน ปุจฺฉิเตน, นนุ มยา ปฏิกจฺเจว อกฺขาตํ ‘สเจ, มหาราช, สอุปาทาโน ภวิสฺสามิ, ปฏิสนฺทหิสฺสามิ, สเจ อนุปาทาโน ภวิสฺสามิ, น ปฏิสนฺทหิสฺสามี’’’ติ.
‘‘โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, โกจิเทว ปุริโส รญฺโญ อธิการํ กเรยฺย. ราชา ตุฏฺโฐ อธิการํ ทเทยฺย, โส เตน อธิกาเรน ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิโต สมงฺคิภูโต ปริจเรยฺย, โส เจ ชนสฺส อาโรเจยฺย ‘น เม ราชา กิญฺจิ ปฏิกโรตี’ ติ. กึ นุ โข โส, มหาราช, ปุริโส ยุตฺตการี ภเวยฺยา’’ติ? ‘‘น หิ ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข, มหาราช, กึ เต เตน ปุจฺฉิเตน, นนุ มยา ปฏิกจฺเจว อกฺขาตํ ‘สเจ สอุปาทาโน ภวิสฺสามิ, ปฏิสนฺทหิสฺสามิ, สเจ อนุปาทาโน ภวิสฺสามิ, น ปฏิสนฺทหิสฺสามี’’’ติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
เถรปฏิสนฺทหนาปฏิสนฺทหนปโญฺห สตฺตโม.
๘. นามรูปปฏิสนฺทหนปโญฺห
๘. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยํ ปเนตํ พฺรูสิ ‘นามรูป’นฺติ, ตตฺถ กตมํ นามํ, กตมํ รูป’’นฺติ. ‘‘ยํ ตตฺถ, มหาราช, โอฬาริกํ, เอตํ รูปํ, เย ตตฺถ สุขุมา จิตฺตเจตสิกา ธมฺมา, เอตํ นาม’’นฺติ. ‘‘ภนฺเต นาคเสน, เกน การเณน นามํ เยว น ปฏิสนฺทหติ, รูปํ เยว วา’’ติ? ‘‘อญฺญมญฺญูปนิสฺสิตา, มหาราช, เอเต ธมฺมา เอกโตว อุปฺปชฺชนฺตี’’ติ.
‘‘โอปมฺมํ กโรหี’’ติ. ‘‘ยถา, มหาราช, กุกฺกุฏิยา กลลํ น ภเวยฺย, อณฺฑมฺปิ น ภเวยฺย, ยญฺจ ตตฺถ กลลํ, ยญฺจ อณฺฑํ, อุโภเปเต อญฺญมญฺญูปนิสฺสิตา, เอกโตว เนสํ อุปฺปตฺติ โหติ. เอวเมว โข, มหาราช, ยทิ ตตฺถ นามํ น ภเวยฺย, รูปมฺปิ น ภเวยฺย, ยญฺเจว ตตฺถ นามํ, ยญฺเจว รูปํ, อุโภเปเต อญฺญมญฺญูปนิสฺสิตา, เอกโตว เนสํ อุปฺปตฺติ โหติ. เอวเมตํ ทีฆมทฺธานํ สนฺธาวิต’’นฺติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
นามรูปปฏิสนฺทหนปโญฺห อฏฺฐโม.
๙. อทฺธานปโญฺห
๙. ราชา อาห ‘‘ภนฺเต นาคเสน, ยํ ปเนตํ พฺรูสิ ‘ทีฆมทฺธาน’นฺติ, กิเมตํ อทฺธานํ นามา’’ติ? ‘‘อตีโต, มหาราช, อทฺธา, อนาคโต อทฺธา, ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธา’’ติ. ‘‘กึ ปน, ภนฺเต, สพฺเพ อทฺธา อตฺถี’’ติ? ‘‘โกจิ, มหาราช, อทฺธา อตฺถิ, โกจิ นตฺถี’’ติ. ‘‘กตโม ปน, ภนฺเต, อตฺถิ, กตโม นตฺถี’’ติ? ‘‘เย เต, มหาราช, สงฺขารา อตีตา วิคตา นิรุทฺธา วิปริณตา, โส อทฺธา นตฺถิ, เย ธมฺมา วิปากา, เย จ วิปากธมฺมธมฺมา, เย จ อญฺญตฺร ปฏิสนฺธึ เทนฺติ, โส อทฺธา อตฺถิ. เย สตฺตา กาลงฺกตา อญฺญตฺร อุปฺปนฺนา, โส จ อทฺธา อตฺถิ. เย สตฺตา กาลงฺกตา อญฺญตฺร อนุปฺปนฺนา, โส อทฺธา นตฺถิ. เย จ สตฺตา ปรินิพฺพุตา, โส จ อทฺธา นตฺถิ ปรินิพฺพุตตฺตา’’ติ.
‘‘กลฺโลสิ, ภนฺเต นาคเสนา’’ติ.
อทฺธานปโญฺห นวโม.
อทฺธานวคฺโค ทุติโย.
อิมสฺมึ วคฺเค นว ปญฺหา.