นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
ขุทฺทกนิกาเย
ขุทฺทกปาฐปาฬิ
๑. สรณตฺตยํ
พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ;
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ;
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ.
ทุติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ;
ทุติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ;
ทุติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ.
ตติยมฺปิ พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ;
ตติยมฺปิ ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ;
ตติยมฺปิ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ.
สรณตฺตยํ [สรณคมนํ นิฏฺฐิตํ (สฺยา.)] นิฏฺฐิตํ.
๒. ทสสิกฺขาปทํ
๑. ปาณาติปาตา เวรมณี-สิกฺขาปทํ [เวรมณีสิกฺขาปทํ (สี. สฺยา.)] สมาทิยามิ.
๒. อทินฺนาทานา เวรมณี-สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ.
๓. อพฺรหฺมจริยา เวรมณี-สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ.
๔. มุสาวาทา เวรมณี-สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ.
๕. สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา เวรมณี-สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ.
๖. วิกาลโภชนา เวรมณี-สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ.
๗. นจฺจ-คีต-วาทิต-วิสูกทสฺสนา เวรมณี-สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ.
๘. มาลา-คนฺธ-วิเลปน-ธารณ-มณฺฑน-วิภูสนฏฺฐานา เวรมณี-สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ.
๙. อุจฺจาสยน-มหาสยนา เวรมณี-สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ.
๑๐. ชาตรูป-รชตปฏิคฺคหณา เวรมณี-สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ.
ทสสิกฺขาปทํ [ทสสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ (สฺยา.)] นิฏฺฐิตํ.
๓. ทฺวตฺตึสากาโร
อตฺถิ อิมสฺมึ กาเย –
เกสา โลมา นขา ทนฺตา ตโจ,
มํสํ นฺหารุ [นหารุ (สี. ปี.), นหารู (สฺยา. กํ.)] อฏฺฐิ [อฏฺฐี (สฺยา. กํ)] อฏฺฐิมิญฺชํ วกฺกํ,
หทยํ ยกนํ กิโลมกํ ปิหกํ ปปฺผาสํ,
อนฺตํ อนฺตคุณํ อุทริยํ กรีสํ มตฺถลุงฺคํ [( ) สพฺพตฺถ นตฺถิ, อฏฺฐกถา จ ทฺวตฺตึสสงฺขฺยา จ มนสิ กาตพฺพา],
ปิตฺตํ เสมฺหํ ปุพฺโพ โลหิตํ เสโท เมโท,
อสฺสุ วสา เขโฬ สิงฺฆาณิกา ลสิกา มุตฺตนฺติ [มุตฺตํ, มตฺถเก มตฺถลุงฺคนฺติ (สฺยา.)].
ทฺวตฺตึสากาโร นิฏฺฐิโต.
๔. กุมารปญฺหา
๑. ‘‘เอกํ นาม กึ’’? ‘‘สพฺเพ สตฺตา อาหารฏฺฐิติกา’’.
๒. ‘‘เทฺว นาม กึ’’? ‘‘นามญฺจ รูปญฺจ’’.
๓. ‘‘ตีณิ นาม กึ’’? ‘‘ติสฺโส เวทนา’’.
๔. ‘‘จตฺตาริ นาม กึ’’? ‘‘จตฺตาริ อริยสจฺจานิ’’.
๕. ‘‘ปญฺจ นาม กึ’’? ‘‘ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา’’.
๖. ‘‘ฉ นาม กึ’’? ‘‘ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ’’.
๗. ‘‘สตฺต นาม กึ’’? ‘‘สตฺต โพชฺฌงฺคา’’.
๘. ‘‘อฏฺฐ นาม กึ’’? ‘‘อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค’’.
๙. ‘‘นว นาม กึ’’? ‘‘นว สตฺตาวาสา’’.
๑๐. ‘‘ทส นาม กึ’’? ‘‘ทสหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ‘อรหา’ติ วุจฺจตี’’ติ.
กุมารปญฺหา นิฏฺฐิตา.
๕. มงฺคลสุตฺตํ
๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข อญฺญตรา เทวตา อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺณา เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข สา เทวตา ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสิ –
๒. ‘‘พหู เทวา มนุสฺสา จ, มงฺคลานิ อจินฺตยุํ;
อากงฺขมานา โสตฺถานํ, พฺรูหิ มงฺคลมุตฺตมํ’’.
๓. ‘‘อเสวนา จ พาลานํ, ปณฺฑิตานญฺจ เสวนา;
ปูชา จ ปูชเนยฺยานํ [ปูชนียานํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)], เอตํ มงฺคลมุตฺตมํ.
๔. ‘‘ปติรูปเทสวาโส จ, ปุพฺเพ จ กตปุญฺญตา;
อตฺตสมฺมาปณิธิ [อตฺถสมฺมาปณีธี (กตฺถจิ)] จ, เอตํ มงฺคลมุตฺตมํ.
๕. ‘‘พาหุสจฺจญฺจ สิปฺปญฺจ, วินโย จ สุสิกฺขิโต;
สุภาสิตา จ ยา วาจา, เอตํ มงฺคลมุตฺตมํ.
๖. ‘‘มาตาปิตุ อุปฏฺฐานํ, ปุตฺตทารสฺส สงฺคโห;
อนากุลา จ กมฺมนฺตา, เอตํ มงฺคลมุตฺตมํ.
๗. ‘‘ทานญฺจ ธมฺมจริยา จ, ญาตกานญฺจ สงฺคโห;
อนวชฺชานิ กมฺมานิ, เอตํ มงฺคลมุตฺตมํ.
๘. ‘‘อารตี วิรตี ปาปา, มชฺชปานา จ สํยโม;
อปฺปมาโท จ ธมฺเมสุ, เอตํ มงฺคลมุตฺตมํ.
๙. ‘‘คารโว จ นิวาโต จ, สนฺตุฏฺฐิ จ กตญฺญุตา;
กาเลน ธมฺมสฺสวนํ [ธมฺมสฺสาวณํ (ก. สี.), ธมฺมสวนํ (ก. สี.)], เอตํ มงฺคลมุตฺตมํ.
๑๐. ‘‘ขนฺตี จ โสวจสฺสตา, สมณานญฺจ ทสฺสนํ;
กาเลน ธมฺมสากจฺฉา, เอตํ มงฺคลมุตฺตมํ.
๑๑. ‘‘ตโป จ พฺรหฺมจริยญฺจ, อริยสจฺจาน ทสฺสนํ;
นิพฺพานสจฺฉิกิริยา จ, เอตํ มงฺคลมุตฺตมํ.
๑๒. ‘‘ผุฏฺฐสฺส โลกธมฺเมหิ, จิตฺตํ ยสฺส น กมฺปติ;
อโสกํ วิรชํ เขมํ, เอตํ มงฺคลมุตฺตมํ.
๑๓. ‘‘เอตาทิสานิ กตฺวาน, สพฺพตฺถมปราชิตา;
สพฺพตฺถ โสตฺถึ คจฺฉนฺติ, ตํ เตสํ มงฺคลมุตฺตม’’นฺติ.
มงฺคลสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ.
๖. รตนสุตฺตํ
๑. ยานีธ ภูตานิ สมาคตานิ, ภุมฺมานิ [ภูมานิ (ก.)] วา ยานิ ว อนฺตลิกฺเข;
สพฺเพว ภูตา สุมนา ภวนฺตุ, อโถปิ สกฺกจฺจ สุณนฺตุ ภาสิตํ.
๒. ตสฺมา หิ ภูตา นิสาเมถ สพฺเพ, เมตฺตํ กโรถ มานุสิยา ปชาย;
ทิวา จ รตฺโต จ หรนฺติ เย พลึ, ตสฺมา หิ เน รกฺขถ อปฺปมตฺตา.
๓. ยํ กิญฺจิ วิตฺตํ อิธ วา หุรํ วา, สคฺเคสุ วา ยํ รตนํ ปณีตํ;
น โน สมํ อตฺถิ ตถาคเตน, อิทมฺปิ พุทฺเธ รตนํ ปณีตํ;
เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.
๔. ขยํ วิราคํ อมตํ ปณีตํ, ยทชฺฌคา สกฺยมุนี สมาหิโต;
น เตน ธมฺเมน สมตฺถิ กิญฺจิ, อิทมฺปิ ธมฺเม รตนํ ปณีตํ;
เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.
๕. ยํ พุทฺธเสฏฺโฐ ปริวณฺณยี สุจึ, สมาธิมานนฺตริกญฺญมาหุ;
สมาธินา เตน สโม น วิชฺชติ, อิทมฺปิ ธมฺเม รตนํ ปณีตํ;
เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.
๖. เย ปุคฺคลา อฏฺฐ สตํ ปสตฺถา, จตฺตาริ เอตานิ ยุคานิ โหนฺติ;
เต ทกฺขิเณยฺยา สุคตสฺส สาวกา, เอเตสุ ทินฺนานิ มหปฺผลานิ;
อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ, เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.
๗. เย สุปฺปยุตฺตา มนสา ทเฬฺหน, นิกฺกามิโน โคตมสาสนมฺหิ;
เต ปตฺติปตฺตา อมตํ วิคยฺห, ลทฺธา มุธา นิพฺพุตึ [นิพฺพุติ (ก.)] ภุญฺชมานา;
อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ, เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.
๘. ยถินฺทขีโล ปถวิสฺสิโต [ปฐวิสฺสิโต (ก. สี.), ปถวึสิโต (ก. สิ. สฺยา. กํ. ปี.)] สิยา, จตุพฺภิ วาเตหิ อสมฺปกมฺปิโย;
ตถูปมํ สปฺปุริสํ วทามิ, โย อริยสจฺจานิ อเวจฺจ ปสฺสติ;
อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ, เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.
๙. เย อริยสจฺจานิ วิภาวยนฺติ, คมฺภีรปญฺเญน สุเทสิตานิ;
กิญฺจาปิ เต โหนฺติ ภุสํ ปมตฺตา, น เต ภวํ อฏฺฐมมาทิยนฺติ;
อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ, เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.
๑๐. สหาวสฺส ทสฺสนสมฺปทาย [สหาวสทฺทสฺสนสมฺปทาย (ก.)], ตยสฺสุ ธมฺมา ชหิตา ภวนฺติ;
สกฺกายทิฏฺฐี วิจิกิจฺฉิตญฺจ, สีลพฺพตํ วาปิ ยทตฺถิ กิญฺจิ.
๑๑. จตูหปาเยหิ จ วิปฺปมุตฺโต, ฉจฺจาภิฐานานิ [ฉ จาภิฐานานิ (สี. สฺยา.)] อภพฺพ กาตุํ [อภพฺโพ กาตุํ (สี.)];
อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ, เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.
๑๒. กิญฺจาปิ โส กมฺม [กมฺมํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] กโรติ ปาปกํ, กาเยน วาจา อุท เจตสา วา;
อภพฺพ [อภพฺโพ (พหูสุ)] โส ตสฺส ปฏิจฺฉทาย [ปฏิจฺฉาทาย (สี.)], อภพฺพตา ทิฏฺฐปทสฺส วุตฺตา;
อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ, เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.
๑๓. วนปฺปคุมฺเพ ยถ [ยถา (สี. สฺยา.)] ผุสฺสิตคฺเค, คิมฺหานมาเส ปฐมสฺมึ [ปฐมสฺมิ (?)] คิเมฺห;
ตถูปมํ ธมฺมวรํ อเทสยิ [อเทสยี (สี.)], นิพฺพานคามึ ปรมํ หิตาย;
อิทมฺปิ พุทฺเธ รตนํ ปณีตํ, เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.
๑๔. วโร วรญฺญู วรโท วราหโร, อนุตฺตโร ธมฺมวรํ อเทสยิ;
อิทมฺปิ พุทฺเธ รตนํ ปณีตํ, เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.
๑๕. ขีณํ ปุราณํ นว นตฺถิ สมฺภวํ, วิรตฺตจิตฺตายติเก ภวสฺมึ;
เต ขีณพีชา อวิรูฬฺหิฉนฺทา, นิพฺพนฺติ ธีรา ยถายํ [ยถยํ (ก.)] ปทีโป;
อิทมฺปิ สงฺเฆ รตนํ ปณีตํ, เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ.
๑๖. ยานีธ ภูตานิ สมาคตานิ, ภุมฺมานิ วา ยานิ ว อนฺตลิกฺเข;
ตถาคตํ เทวมนุสฺสปูชิตํ, พุทฺธํ นมสฺสาม สุวตฺถิ โหตุ.
๑๗. ยานีธ ภูตานิ สมาคตานิ, ภุมฺมานิ วา ยานิ ว อนฺตลิกฺเข;
ตถาคตํ เทวมนุสฺสปูชิตํ, ธมฺมํ นมสฺสาม สุวตฺถิ โหตุ.
๑๘. ยานีธ ภูตานิ สมาคตานิ, ภุมฺมานิ วา ยานิ ว อนฺตลิกฺเข;
ตถาคตํ เทวมนุสฺสปูชิตํ, สงฺฆํ นมสฺสาม สุวตฺถิ โหตูติ.
รตนสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ.
๗. ติโรกุฏฺฏสุตฺตํ
๑. ติโรกุฏฺเฏสุ ติฏฺฐนฺติ, สนฺธิสิงฺฆาฏเกสุ จ;
ทฺวารพาหาสุ ติฏฺฐนฺติ, อาคนฺตฺวาน สกํ ฆรํ.
๒. ปหูเต อนฺนปานมฺหิ, ขชฺชโภชฺเช อุปฏฺฐิเต;
น เตสํ โกจิ สรติ, สตฺตานํ กมฺมปจฺจยา.
๓. เอวํ ททนฺติ ญาตีนํ, เย โหนฺติ อนุกมฺปกา;
สุจึ ปณีตํ กาเลน, กปฺปิยํ ปานโภชนํ;
อิทํ โว ญาตีนํ โหตุ, สุขิตา โหนฺตุ ญาตโย.
๔. เต จ ตตฺถ สมาคนฺตฺวา, ญาติเปตา สมาคตา;
ปหูเต อนฺนปานมฺหิ, สกฺกจฺจํ อนุโมทเร.
๕. จิรํ ชีวนฺตุ โน ญาตี, เยสํ เหตุ ลภามเส;
อมฺหากญฺจ กตา ปูชา, ทายกา จ อนิปฺผลา.
๖. น หิ ตตฺถ กสิ [กสี (สี.)] อตฺถิ, โครกฺเขตฺถ น วิชฺชติ;
วณิชฺชา ตาทิสี นตฺถิ, หิรญฺเญน กโยกยํ [กยากฺกยํ (สี.), กยา กยํ (สฺยา.)];
อิโต ทินฺเนน ยาเปนฺติ, เปตา กาลงฺกตา [กาลกตา (สี. สฺยา. กํ.)] ตหึ.
๗. อุนฺนเม อุทกํ วุฏฺฐํ, ยถา นินฺนํ ปวตฺตติ;
เอวเมว อิโต ทินฺนํ, เปตานํ อุปกปฺปติ.
๘. ยถา วาริวหา ปูรา, ปริปูเรนฺติ สาครํ;
เอวเมว อิโต ทินฺนํ, เปตานํ อุปกปฺปติ.
๙. อทาสิ เม อกาสิ เม, ญาติมิตฺตา [ญาติ มิตฺโต (?)] สขา จ เม;
เปตานํ ทกฺขิณํ ทชฺชา, ปุพฺเพ กตมนุสฺสรํ.
๑๐. น หิ รุณฺณํ วา โสโก วา, ยา จญฺญา ปริเทวนา;
น ตํ เปตานมตฺถาย, เอวํ ติฏฺฐนฺติ ญาตโย.
๑๑. อยญฺจ โข ทกฺขิณา ทินฺนา, สงฺฆมฺหิ สุปฺปติฏฺฐิตา;
ทีฆรตฺตํ หิตายสฺส, ฐานโส อุปกปฺปติ.
๑๒. โส ญาติธมฺโม จ อยํ นิทสฺสิโต, เปตาน ปูชา จ กตา อุฬารา;
พลญฺจ ภิกฺขูนมนุปฺปทินฺนํ [… มนุปฺปทินฺนวา (ก.)], ตุเมฺหหิ ปุญฺญํ ปสุตํ อนปฺปกนฺติ.
ติโรกุฏฺฏสุตฺตํ นิฏฺฐิตํ.