๒. สกฺการสุตฺตํ
๘๑. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –
‘‘ทิฏฺฐา มยา, ภิกฺขเว, สตฺตา สกฺกาเรน อภิภูตา, ปริยาทินฺนจิตฺตา, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา.
‘‘ทิฏฺฐา มยา, ภิกฺขเว, สตฺตา อสกฺกาเรน อภิภูตา, ปริยาทินฺนจิตฺตา, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา.
‘‘ทิฏฺฐา มยา, ภิกฺขเว, สตฺตา สกฺกาเรน จ อสกฺกาเรน จ ตทุภเยน อภิภูตา, ปริยาทินฺนจิตฺตา, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา.
‘‘ตํ โข ปนาหํ, ภิกฺขเว, นาญฺญสฺส สมณสฺส วา พฺราหฺมณสฺส วา สุตฺวา วทามิ; ( ) [(ทิฏฺฐา มยา ภิกฺขเว สตฺตา สกฺกาเรน อภิภูตา. …เป… อสกฺกาเรน อภิภูตา …เป… สกฺกาเรน จ อสกฺกาเรน จ ตทุภเยน อภิภูตา ปริยาทินฺนจิตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา.) (สฺยา.) ปุริมวคฺเค มิจฺฉาทิฏฺฐิกสมฺมาทิฏฺฐิกสุตฺเตหิ ปน สเมติ, อนฺวยพฺยติเรกวากฺยานํ ปน อนนฺตริตตฺตา ปาสํสตรา.)] อปิ จ, ภิกฺขเว, ยเทว เม สามํ ญาตํ สามํ ทิฏฺฐํ สามํ วิทิตํ ตเมวาหํ วทามิ.
‘‘ทิฏฺฐา มยา, ภิกฺขเว, สตฺตา สกฺกาเรน อภิภูตา, ปริยาทินฺนจิตฺตา, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา.
‘‘ทิฏฺฐา มยา, ภิกฺขเว, สตฺตา อสกฺกาเรน อภิภูตา, ปริยาทินฺนจิตฺตา, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา.
‘‘ทิฏฺฐา มยา, ภิกฺขเว, สตฺตา สกฺกาเรน จ อสกฺกาเรน จ ตทุภเยน อภิภูตา, ปริยาทินฺนจิตฺตา, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –
‘‘ยสฺส สกฺกริยมานสฺส, อสกฺกาเรน จูภยํ;
สมาธิ น วิกมฺปติ, อปฺปมาทวิหาริโน [อปฺปมาณวิหาริโน (สี. อฏฺฐ.)].
‘‘ตํ ฌายินํ สาตติกํ, สุขุมํ ทิฏฺฐิวิปสฺสกํ;
อุปาทานกฺขยารามํ, อาหุ สปฺปุริโส อิตี’’ติ.
อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ทุติยํ.