๔. จตุตฺถวคฺโค

๑. วิตกฺกสุตฺตํ

๘๐. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, อกุสลวิตกฺกา. กตเม ตโย? อนวญฺญตฺติปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก, ลาภสกฺการสิโลกปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก, ปรานุทฺทยตาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย อกุสลวิตกฺกา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘อนวญฺญตฺติสํยุตฺโต, ลาภสกฺการคารโว;

สหนนฺที อมจฺเจหิ, อารา สํโยชนกฺขยา.

‘‘โย จ ปุตฺตปสุํ หิตฺวา, วิวาเห สํหรานิ [สงฺคหานิ (ก. สี. สฺยา. ปี.)] จ;

ภพฺโพ โส ตาทิโส ภิกฺขุ, ผุฏฺฐุํ สมฺโพธิมุตฺตม’’นฺติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ปฐมํ.

๒. สกฺการสุตฺตํ

๘๑. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ทิฏฺฐา มยา, ภิกฺขเว, สตฺตา สกฺกาเรน อภิภูตา, ปริยาทินฺนจิตฺตา, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา.

‘‘ทิฏฺฐา มยา, ภิกฺขเว, สตฺตา อสกฺกาเรน อภิภูตา, ปริยาทินฺนจิตฺตา, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา.

‘‘ทิฏฺฐา มยา, ภิกฺขเว, สตฺตา สกฺกาเรน จ อสกฺกาเรน จ ตทุภเยน อภิภูตา, ปริยาทินฺนจิตฺตา, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา.

‘‘ตํ โข ปนาหํ, ภิกฺขเว, นาญฺญสฺส สมณสฺส วา พฺราหฺมณสฺส วา สุตฺวา วทามิ; ( ) [(ทิฏฺฐา มยา ภิกฺขเว สตฺตา สกฺกาเรน อภิภูตา. …เป… อสกฺกาเรน อภิภูตา …เป… สกฺกาเรน จ อสกฺกาเรน จ ตทุภเยน อภิภูตา ปริยาทินฺนจิตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา.) (สฺยา.) ปุริมวคฺเค มิจฺฉาทิฏฺฐิกสมฺมาทิฏฺฐิกสุตฺเตหิ ปน สเมติ, อนฺวยพฺยติเรกวากฺยานํ ปน อนนฺตริตตฺตา ปาสํสตรา.)] อปิ จ, ภิกฺขเว, ยเทว เม สามํ ญาตํ สามํ ทิฏฺฐํ สามํ วิทิตํ ตเมวาหํ วทามิ.

‘‘ทิฏฺฐา มยา, ภิกฺขเว, สตฺตา สกฺกาเรน อภิภูตา, ปริยาทินฺนจิตฺตา, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา.

‘‘ทิฏฺฐา มยา, ภิกฺขเว, สตฺตา อสกฺกาเรน อภิภูตา, ปริยาทินฺนจิตฺตา, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา.

‘‘ทิฏฺฐา มยา, ภิกฺขเว, สตฺตา สกฺกาเรน จ อสกฺกาเรน จ ตทุภเยน อภิภูตา, ปริยาทินฺนจิตฺตา, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘ยสฺส สกฺกริยมานสฺส, อสกฺกาเรน จูภยํ;

สมาธิ น วิกมฺปติ, อปฺปมาทวิหาริโน [อปฺปมาณวิหาริโน (สี. อฏฺฐ.)].

‘‘ตํ ฌายินํ สาตติกํ, สุขุมํ ทิฏฺฐิวิปสฺสกํ;

อุปาทานกฺขยารามํ, อาหุ สปฺปุริโส อิตี’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ทุติยํ.

๓. เทวสทฺทสุตฺตํ

๘๒. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, เทเวสุ เทวสทฺทา นิจฺฉรนฺติ สมยา สมยํ อุปาทาย. กตเม ตโย? ยสฺมึ, ภิกฺขเว, สมเย อริยสาวโก เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชฺชาย เจเตติ, ตสฺมึ สมเย [ตสฺมึ ภิกฺขเว สมเย (ปี. ก.)] เทเวสุ เทวสทฺโท นิจฺฉรติ – ‘เอโส อริยสาวโก มาเรน สทฺธึ สงฺคามาย เจเตตี’ติ. อยํ, ภิกฺขเว, ปฐโม เทเวสุ เทวสทฺโท นิจฺฉรติ สมยา สมยํ อุปาทาย.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ยสฺมึ สมเย อริยสาวโก สตฺตนฺนํ โพธิปกฺขิยานํ ธมฺมานํ ภาวนานุโยคมนุยุตฺโต วิหรติ, ตสฺมึ สมเย เทเวสุ เทวสทฺโท นิจฺฉรติ – ‘เอโส อริยสาวโก มาเรน สทฺธึ สงฺคาเมตี’ติ. อยํ, ภิกฺขเว, ทุติโย เทเวสุ เทวสทฺโท นิจฺฉรติ สมยา สมยํ อุปาทาย.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ยสฺมึ สมเย อริยสาวโก อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ, ตสฺมึ สมเย เทเวสุ เทวสทฺโท นิจฺฉรติ – ‘เอโส อริยสาวโก วิชิตสงฺคาโม ตเมว สงฺคามสีสํ อภิวิชิย อชฺฌาวสตี’ติ. อยํ, ภิกฺขเว, ตติโย เทเวสุ เทวสทฺโท นิจฺฉรติ สมยา สมยํ อุปาทาย. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย เทเวสุ เทวสทฺทา นิจฺฉรนฺติ สมยา สมยํ อุปาทายา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘ทิสฺวา วิชิตสงฺคามํ, สมฺมาสมฺพุทฺธสาวกํ;

เทวตาปิ นมสฺสนฺติ, มหนฺตํ วีตสารทํ.

‘‘นโม เต ปุริสาชญฺญ, โย ตฺวํ ทุชฺชยมชฺฌภู;

เชตฺวาน มจฺจุโน เสนํ, วิโมกฺเขน อนาวรํ.

‘‘อิติ เหตํ นมสฺสนฺติ, เทวตา ปตฺตมานสํ;

ตญฺหิ ตสฺส น ปสฺสนฺติ, เยน มจฺจุวสํ วเช’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ตติยํ.

๔. ปญฺจปุพฺพนิมิตฺตสุตฺตํ

๘๓. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ยทา, ภิกฺขเว, เทโว เทวกายา จวนธมฺโม โหติ, ปญฺจสฺส ปุพฺพนิมิตฺตานิ ปาตุภวนฺติ – มาลา มิลายนฺติ, วตฺถานิ กิลิสฺสนฺติ, กจฺเฉหิ เสทา มุจฺจนฺติ, กาเย ทุพฺพณฺณิยํ โอกฺกมติ, สเก เทโว เทวาสเน นาภิรมตีติ. ตเมนํ, ภิกฺขเว, เทวา ‘จวนธมฺโม อยํ เทวปุตฺโต’ติ อิติ วิทิตฺวา ตีหิ วาจาหิ อนุโมเทนฺติ [อนุโมทนฺติ (สี. สฺยา. ปี.)] – ‘อิโต, โภ, สุคตึ คจฺฉ, สุคตึ คนฺตฺวา สุลทฺธลาภํ ลภ, สุลทฺธลาภํ ลภิตฺวา สุปฺปติฏฺฐิโต ภวาหี’’’ติ.

เอวํ วุตฺเต, อญฺญตโร ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กินฺนุ โข, ภนฺเต, เทวานํ สุคติคมนสงฺขาตํ; กิญฺจ, ภนฺเต, เทวานํ สุลทฺธลาภสงฺขาตํ; กึ ปน, ภนฺเต, เทวานํ สุปฺปติฏฺฐิตสงฺขาต’’นฺติ?

‘‘มนุสฺสตฺตํ โข, ภิกฺขุ [ภิกฺขเว (สฺยา. ปี.)], เทวานํ สุคติคมนสงฺขาตํ; ยํ มนุสฺสภูโต สมาโน ตถาคตปฺปเวทิเต ธมฺมวินเย สทฺธํ ปฏิลภติ. อิทํ โข, ภิกฺขุ [ภิกฺขเว (สฺยา. ปี.)], เทวานํ สุลทฺธลาภสงฺขาตํ; สา โข ปนสฺส สทฺธา นิวิฏฺฐา โหติ มูลชาตา ปติฏฺฐิตา ทฬฺหา อสํหาริยา สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺมึ. อิทํ โข, ภิกฺขุ [ภิกฺขเว (สฺยา. ปี.)], เทวานํ สุปฺปติฏฺฐิตสงฺขาต’’นฺติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘ยทา เทโว เทวกายา, จวติ อายุสงฺขยา;

ตโย สทฺทา นิจฺฉรนฺติ, เทวานํ อนุโมทตํ.

‘‘‘อิโต โภ สุคตึ คจฺฉ, มนุสฺสานํ สหพฺยตํ;

มนุสฺสภูโต สทฺธมฺเม, ลภ สทฺธํ อนุตฺตรํ.

‘‘‘สา เต สทฺธา นิวิฏฺฐสฺส, มูลชาตา ปติฏฺฐิตา;

ยาวชีวํ อสํหีรา, สทฺธมฺเม สุปฺปเวทิเต.

‘‘‘กายทุจฺจริตํ หิตฺวา, วจีทุจฺจริตานิ จ;

มโนทุจฺจริตํ หิตฺวา, ยญฺจญฺญํ โทสสญฺหิตํ.

‘‘‘กาเยน กุสลํ กตฺวา, วาจาย กุสลํ พหุํ;

มนสา กุสลํ กตฺวา, อปฺปมาณํ นิรูปธึ.

‘‘‘ตโต โอปธิกํ ปุญฺญํ, กตฺวา ทาเนน ตํ พหุํ;

อญฺเญปิ มจฺเจ สทฺธมฺเม, พฺรหฺมจริเย นิเวสย’ [นิเวสเย (สี. สฺยา.)].

‘‘อิมาย อนุกมฺปาย, เทวา เทวํ ยทา วิทู;

จวนฺตํ อนุโมเทนฺติ, เอหิ เทว ปุนปฺปุน’’นฺติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. จตุตฺถํ.

๕. พหุชนหิตสุตฺตํ

๘๔. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ตโยเม ปุคฺคลา โลเก อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชนฺติ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ. กตเม ตโย? อิธ, ภิกฺขเว, ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควา. โส ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ, เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ. อยํ, ภิกฺขเว, ปฐโม ปุคฺคโล โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ตสฺเสว สตฺถุ [สตฺถุโน (สฺยา.)] สาวโก อรหํ โหติ ขีณาสโว วุสิตวา กตกรณีโย โอหิตภาโร อนุปฺปตฺตสทตฺโถ ปริกฺขีณภวสํโยชโน สมฺมทญฺญา วิมุตฺโต. โส ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ, เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ. อยํ, ภิกฺขเว, ทุติโย ปุคฺคโล โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ตสฺเสว สตฺถุ สาวโก เสโข โหติ ปาฏิปโท พหุสฺสุโต สีลวตูปปนฺโน. โสปิ [โส (?)] ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ, เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ. อยํ, ภิกฺขเว, ตติโย ปุคฺคโล โลเก อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ปุคฺคลา โลเก อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชนฺติ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสาน’’นฺติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘สตฺถา หิ โลเก ปฐโม มเหสิ, ตสฺสนฺวโย สาวโก ภาวิตตฺโต;

อถาปโร ปาฏิปโทปิ เสโข, พหุสฺสุโต สีลวตูปปนฺโน.

‘‘เอเต ตโย เทวมนุสฺสเสฏฺฐา, ปภงฺกรา ธมฺมมุทีรยนฺตา;

อปาปุรนฺติ [อปาปุเรนฺติ (ก.)] อมตสฺส ทฺวารํ, โยคา ปโมเจนฺติ [ยาคา ปมุจฺจนฺติ (สี.), โยคา โมจนฺติ (สฺยา.)] หุชฺชนํ เต.

‘‘เย สตฺถวาเหน อนุตฺตเรน, สุเทสิตํ มคฺคมนุกฺกมนฺติ [มคฺคมนุคฺคมนฺติ (สี. ก.)];

อิเธว ทุกฺขสฺส กโรนฺติ อนฺตํ, เย อปฺปมตฺตา สุคตสฺส สาสเน’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ปญฺจมํ.

๖. อสุภานุปสฺสีสุตฺตํ

๘๕. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘อสุภานุปสฺสี, ภิกฺขเว, กายสฺมึ วิหรถ; อานาปานสฺสติ จ โว อชฺฌตฺตํ ปริมุขํ สูปฏฺฐิตา โหตุ; สพฺพสงฺขาเรสุ อนิจฺจานุปสฺสิโน วิหรถ. อสุภานุปสฺสีนํ, ภิกฺขเว, กายสฺมึ วิหรตํ โย สุภาย ธาตุยา ราคานุสโย โส ปหียติ [ปหิยฺยติ (ก.)]. อานาปานสฺสติยา อชฺฌตฺตํ ปริมุขํ สูปฏฺฐิติตาย เย พาหิรา วิตกฺกาสยา วิฆาตปกฺขิกา, เต น โหนฺติ. สพฺพสงฺขาเรสุ อนิจฺจานุปสฺสีนํ วิหรตํ ยา อวิชฺชา สา ปหียติ, ยา วิชฺชา สา อุปฺปชฺชตี’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘อสุภานุปสฺสี กายสฺมึ, อานาปาเน ปฏิสฺสโต;

สพฺพสงฺขารสมถํ, ปสฺสํ อาตาปิ สพฺพทา.

‘‘ส เว สมฺมทฺทโส ภิกฺขุ, ยโต ตตฺถ วิมุจฺจติ;

อภิญฺญาโวสิโต สนฺโต, ส เว โยคาติโค มุนี’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ฉฏฺฐํ.

๗. ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺนสุตฺตํ

๘๖. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺนสฺส ภิกฺขุโน อยมนุธมฺโม โหติ เวยฺยากรณาย – ธมฺมานุธมฺมปฏิปนฺโนยนฺติ ภาสมาโน ธมฺมญฺเญว ภาสติ โน อธมฺมํ, วิตกฺกยมาโน วา ธมฺมวิตกฺกญฺเญว วิตกฺเกติ โน อธมฺมวิตกฺกํ, ตทุภยํ วา ปน อภินิเวชฺเชตฺวา อุเปกฺขโก วิหรติ สโต สมฺปชาโน’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘ธมฺมาราโม ธมฺมรโต, ธมฺมํ อนุวิจินฺตยํ;

ธมฺมํ อนุสฺสรํ ภิกฺขุ, สทฺธมฺมา น ปริหายติ.

‘‘จรํ วา ยทิ วา ติฏฺฐํ, นิสินฺโน อุท วา สยํ;

อชฺฌตฺตํ สมยํ จิตฺตํ, สนฺติเมวาธิคจฺฉตี’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. สตฺตมํ.

๘. อนฺธกรณสุตฺตํ

๘๗. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, อกุสลวิตกฺกา อนฺธกรณา อจกฺขุกรณา อญฺญาณกรณา ปญฺญานิโรธิกา วิฆาตปกฺขิกา อนิพฺพานสํวตฺตนิกา. กตเม ตโย? กามวิตกฺโก, ภิกฺขเว, อนฺธกรโณ อจกฺขุกรโณ อญฺญาณกรโณ ปญฺญานิโรธิโก วิฆาตปกฺขิโก อนิพฺพานสํวตฺตนิโก. พฺยาปาทวิตกฺโก, ภิกฺขเว, อนฺธกรโณ อจกฺขุกรโณ อญฺญาณกรโณ ปญฺญานิโรธิโก วิฆาตปกฺขิโก อนิพฺพานสํวตฺตนิโก. วิหึสาวิตกฺโก, ภิกฺขเว, อนฺธกรโณ อจกฺขุกรโณ อญฺญาณกรโณ ปญฺญานิโรธิโก วิฆาตปกฺขิโก อนิพฺพานสํวตฺตนิโก. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย อกุสลวิตกฺกา อนฺธกรณา อจกฺขุกรณา อญฺญาณกรณา ปญฺญานิโรธิกา วิฆาตปกฺขิกา อนิพฺพานสํวตฺตนิกา.

‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, กุสลวิตกฺกา อนนฺธกรณา จกฺขุกรณา ญาณกรณา ปญฺญาวุทฺธิกา อวิฆาตปกฺขิกา นิพฺพานสํวตฺตนิกา. กตเม ตโย? เนกฺขมฺมวิตกฺโก, ภิกฺขเว, อนนฺธกรโณ จกฺขุกรโณ ญาณกรโณ ปญฺญาวุทฺธิโก อวิฆาตปกฺขิโก นิพฺพานสํวตฺตนิโก. อพฺยาปาทวิตกฺโก, ภิกฺขเว, อนนฺธกรโณ จกฺขุกรโณ ญาณกรโณ ปญฺญาวุทฺธิโก อวิฆาตปกฺขิโก นิพฺพานสํวตฺตนิโก. อวิหึสาวิตกฺโก, ภิกฺขเว, อนนฺธกรโณ จกฺขุกรโณ ญาณกรโณ ปญฺญาวุทฺธิโก อวิฆาตปกฺขิโก นิพฺพานสํวตฺตนิโก. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย กุสลวิตกฺกา อนนฺธกรณา จกฺขุกรณา ญาณกรณา ปญฺญาวุทฺธิกา อวิฆาตปกฺขิกา นิพฺพานสํวตฺตนิกา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘ตโย วิตกฺเก กุสเล วิตกฺกเย, ตโย ปน อกุสเล นิรากเร;

ส เว วิตกฺกานิ วิจาริตานิ, สเมติ วุฏฺฐีว รชํ สมูหตํ;

ส เว วิตกฺกูปสเมน เจตสา, อิเธว โส สนฺติปทํ สมชฺฌคา’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. อฏฺฐมํ.

๙. อนฺตรามลสุตฺตํ

๘๘. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, อนฺตรามลา อนฺตราอมิตฺตา อนฺตราสปตฺตา อนฺตราวธกา อนฺตราปจฺจตฺถิกา. กตเม ตโย? โลโภ, ภิกฺขเว, อนฺตรามโล อนฺตราอมิตฺโต อนฺตราสปตฺโต อนฺตราวธโก อนฺตราปจฺจตฺถิโก. โทโส, ภิกฺขเว, อนฺตรามโล อนฺตราอมิตฺโต อนฺตราสปตฺโต อนฺตราวธโก อนฺตราปจฺจตฺถิโก. โมโห, ภิกฺขเว, อนฺตรามโล อนฺตราอมิตฺโต อนฺตราสปตฺโต อนฺตราวธโก อนฺตราปจฺจตฺถิโก. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย อนฺตรามลา อนฺตราอมิตฺตา อนฺตราสปตฺตา อนฺตราวธกา อนฺตราปจฺจตฺถิกา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘อนตฺถชนโน โลโภ, โลโภ จิตฺตปฺปโกปโน;

ภยมนฺตรโต ชาตํ, ตํ ชโน นาวพุชฺฌติ.

‘‘ลุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ, ลุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสติ;

อนฺธตมํ [อนฺธํ ตมํ (สี.)] ตทา โหติ, ยํ โลโภ สหเต นรํ.

‘‘โย จ โลภํ ปหนฺตฺวาน, โลภเนยฺเย น ลุพฺภติ;

โลโภ ปหียเต ตมฺหา, อุทพินฺทูว โปกฺขรา.

‘‘อนตฺถชนโน โทโส, โทโส จิตฺตปฺปโกปโน;

ภยมนฺตรโต ชาตํ, ตํ ชโน นาวพุชฺฌติ.

‘‘ทุฏฺโฐ อตฺถํ น ชานาติ, ทุฏฺโฐ ธมฺมํ น ปสฺสติ;

อนฺธตมํ ตทา โหติ, ยํ โทโส สหเต นรํ.

‘‘โย จ โทสํ ปหนฺตฺวาน, โทสเนยฺเย น ทุสฺสติ;

โทโส ปหียเต ตมฺหา, ตาลปกฺกํว พนฺธนา.

‘‘อนตฺถชนโน โมโห, โมโห จิตฺตปฺปโกปโน;

ภยมนฺตรโต ชาตํ, ตํ ชโน นาวพุชฺฌติ.

‘‘มูโฬฺห อตฺถํ น ชานาติ, มูโฬฺห ธมฺมํ น ปสฺสติ;

อนฺธตมํ ตทา โหติ, ยํ โมโห สหเต นรํ.

‘‘โย จ โมหํ ปหนฺตฺวาน, โมหเนยฺเย น มุยฺหติ;

โมหํ วิหนฺติ โส สพฺพํ, อาทิจฺโจวุทยํ ตม’’นฺติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. นวมํ.

๑๐. เทวทตฺตสุตฺตํ

๘๙. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, อสทฺธมฺเมหิ อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต เทวทตฺโต อาปายิโก เนรยิโก กปฺปฏฺโฐ อเตกิจฺโฉ. กตเมหิ ตีหิ? ปาปิจฺฉตาย, ภิกฺขเว, อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต เทวทตฺโต อาปายิโก เนรยิโก กปฺปฏฺโฐ อเตกิจฺโฉ. ปาปมิตฺตตาย, ภิกฺขเว, อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต เทวทตฺโต อาปายิโก เนรยิโก กปฺปฏฺโฐ อเตกิจฺโฉ. สติ โข ปน อุตฺตริกรณีเย [อุตฺตรึ กรณีเย (สฺยา.)] โอรมตฺตเกน วิเสสาธิคเมน [วิเสสาธิคเมน จ (สฺยา. ปี.)] อนฺตรา โวสานํ อาปาทิ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ อสทฺธมฺเมหิ อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต เทวทตฺโต อาปายิโก เนรยิโก กปฺปฏฺโฐ อเตกิจฺโฉ’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘มา ชาตุ โกจิ โลกสฺมึ, ปาปิจฺโฉ อุทปชฺชถ;

ตทมินาปิ ชานาถ, ปาปิจฺฉานํ ยถา คติ.

‘‘ปณฺฑิโตติ สมญฺญาโต, ภาวิตตฺโตติ สมฺมโต;

ชลํว ยสสา อฏฺฐา, เทวทตฺโตติ วิสฺสุโต [เม สุตํ (ปาฬิยํ)].

‘‘โส ปมาณมนุจิณฺโณ [ปมาทมนุจิณฺโณ (ก. สี. สฺยา. ปี.), สมานมนุจิณฺโณ (อฏฺฐ.)], อาสชฺช นํ ตถาคตํ;

อวีจินิรยํ ปตฺโต, จตุทฺวารํ ภยานกํ.

‘‘อทุฏฺฐสฺส หิ โย ทุพฺเภ, ปาปกมฺมํ อกุพฺพโต;

ตเมว ปาปํ ผุสติ [ผุสฺเสติ (สฺยา.)], ทุฏฺฐจิตฺตํ อนาทรํ.

‘‘สมุทฺทํ วิสกุมฺเภน, โย มญฺเญยฺย ปทูสิตุํ;

น โส เตน ปทูเสยฺย, เภสฺมา หิ อุทธิ มหา.

‘‘เอวเมว [เอวเมตํ (สฺยา.)] ตถาคตํ, โย วาเทน วิหึสติ;

สมฺมคฺคตํ [สมคฺคตํ (สี. ก.)] สนฺตจิตฺตํ, วาโท ตมฺหิ น รูหติ.

‘‘ตาทิสํ มิตฺตํ กุพฺเพถ, ตญฺจ เสเวยฺย ปณฺฑิโต;

ยสฺส มคฺคานุโค ภิกฺขุ, ขยํ ทุกฺขสฺส ปาปุเณ’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ทสมํ.

จตุตฺโถ วคฺโค นิฏฺฐิโต.

ตสฺสุทฺทานํ –

วิตกฺกาสกฺการสทฺท, จวนโลเก อสุภํ;

ธมฺมอนฺธการมลํ, เทวทตฺเตน เต ทสาติ.