๑๐. เทวทตฺตสุตฺตํ

๘๙. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, อสทฺธมฺเมหิ อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต เทวทตฺโต อาปายิโก เนรยิโก กปฺปฏฺโฐ อเตกิจฺโฉ. กตเมหิ ตีหิ? ปาปิจฺฉตาย, ภิกฺขเว, อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต เทวทตฺโต อาปายิโก เนรยิโก กปฺปฏฺโฐ อเตกิจฺโฉ. ปาปมิตฺตตาย, ภิกฺขเว, อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต เทวทตฺโต อาปายิโก เนรยิโก กปฺปฏฺโฐ อเตกิจฺโฉ. สติ โข ปน อุตฺตริกรณีเย [อุตฺตรึ กรณีเย (สฺยา.)] โอรมตฺตเกน วิเสสาธิคเมน [วิเสสาธิคเมน จ (สฺยา. ปี.)] อนฺตรา โวสานํ อาปาทิ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ อสทฺธมฺเมหิ อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต เทวทตฺโต อาปายิโก เนรยิโก กปฺปฏฺโฐ อเตกิจฺโฉ’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘มา ชาตุ โกจิ โลกสฺมึ, ปาปิจฺโฉ อุทปชฺชถ;

ตทมินาปิ ชานาถ, ปาปิจฺฉานํ ยถา คติ.

‘‘ปณฺฑิโตติ สมญฺญาโต, ภาวิตตฺโตติ สมฺมโต;

ชลํว ยสสา อฏฺฐา, เทวทตฺโตติ วิสฺสุโต [เม สุตํ (ปาฬิยํ)].

‘‘โส ปมาณมนุจิณฺโณ [ปมาทมนุจิณฺโณ (ก. สี. สฺยา. ปี.), สมานมนุจิณฺโณ (อฏฺฐ.)], อาสชฺช นํ ตถาคตํ;

อวีจินิรยํ ปตฺโต, จตุทฺวารํ ภยานกํ.

‘‘อทุฏฺฐสฺส หิ โย ทุพฺเภ, ปาปกมฺมํ อกุพฺพโต;

ตเมว ปาปํ ผุสติ [ผุสฺเสติ (สฺยา.)], ทุฏฺฐจิตฺตํ อนาทรํ.

‘‘สมุทฺทํ วิสกุมฺเภน, โย มญฺเญยฺย ปทูสิตุํ;

น โส เตน ปทูเสยฺย, เภสฺมา หิ อุทธิ มหา.

‘‘เอวเมว [เอวเมตํ (สฺยา.)] ตถาคตํ, โย วาเทน วิหึสติ;

สมฺมคฺคตํ [สมคฺคตํ (สี. ก.)] สนฺตจิตฺตํ, วาโท ตมฺหิ น รูหติ.

‘‘ตาทิสํ มิตฺตํ กุพฺเพถ, ตญฺจ เสเวยฺย ปณฺฑิโต;

ยสฺส มคฺคานุโค ภิกฺขุ, ขยํ ทุกฺขสฺส ปาปุเณ’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ทสมํ.

จตุตฺโถ วคฺโค นิฏฺฐิโต.

ตสฺสุทฺทานํ –

วิตกฺกาสกฺการสทฺท, จวนโลเก อสุภํ;

ธมฺมอนฺธการมลํ, เทวทตฺเตน เต ทสาติ.