๓. ตติยวคฺโค

๑. มิจฺฉาทิฏฺฐิกสุตฺตํ

๗๐. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ทิฏฺฐา มยา, ภิกฺขเว, สตฺตา กายทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา วจีทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา มโนทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา อริยานํ อุปวาทกา มิจฺฉาทิฏฺฐิกา มิจฺฉาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานา. เต กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา.

‘‘ตํ โข ปนาหํ, ภิกฺขเว, นาญฺญสฺส สมณสฺส วา พฺราหฺมณสฺส วา สุตฺวา วทามิ. ทิฏฺฐา มยา, ภิกฺขเว, สตฺตา กายทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา วจีทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา มโนทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา อริยานํ อุปวาทกา มิจฺฉาทิฏฺฐิกา มิจฺฉาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานา. เต กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา. อปิ จ, ภิกฺขเว, ยเทว สามํ ญาตํ สามํ ทิฏฺฐํ สามํ วิทิตํ ตเทวาหํ วทามิ.

‘‘ทิฏฺฐา มยา, ภิกฺขเว, สตฺตา กายทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา วจีทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา มโนทุจฺจริเตน สมนฺนาคตา อริยานํ อุปวาทกา มิจฺฉาทิฏฺฐิกา มิจฺฉาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานา. เต กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปนฺนา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘มิจฺฉา มนํ ปณิธาย, มิจฺฉา วาจญฺจ ภาสิย [มิจา วาจํ อภาสิย (สพฺพตฺถ)];

มิจฺฉา กมฺมานิ กตฺวาน, กาเยน อิธ ปุคฺคโล.

‘‘อปฺปสฺสุตาปุญฺญกโร [อปฺปสฺสุโตปุญฺญกโร (สี.), อปฺปสฺสุโต อปุญฺญกโร (สฺยา. ปี.)], อปฺปสฺมึ อิธ ชีวิเต;

กายสฺส เภทา ทุปฺปญฺโญ, นิรยํ โสปปชฺชตี’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ปฐมํ.

๒. สมฺมาทิฏฺฐิกสุตฺตํ

๗๑. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ทิฏฺฐา มยา, ภิกฺขเว, สตฺตา กายสุจริเตน สมนฺนาคตา วจีสุจริเตน สมนฺนาคตา มโนสุจริเตน สมนฺนาคตา อริยานํ อนุปวาทกา สมฺมาทิฏฺฐิกา สมฺมาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานา. เต กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปนฺนา.

‘‘ตํ โข ปนาหํ, ภิกฺขเว, นาญฺญสฺส สมณสฺส วา พฺราหฺมณสฺส วา สุตฺวา วทามิ. ทิฏฺฐา มยา, ภิกฺขเว, สตฺตา กายสุจริเตน สมนฺนาคตา วจีสุจริเตน สมนฺนาคตา มโนสุจริเตน สมนฺนาคตา อริยานํ อนุปวาทกา สมฺมาทิฏฺฐิกา สมฺมาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานา. เต กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปนฺนา. อปิ จ, ภิกฺขเว, ยเทว สามํ ญาตํ สามํ ทิฏฺฐํ สามํ วิทิตํ ตเทวาหํ วทามิ.

‘‘ทิฏฺฐา มยา, ภิกฺขเว, สตฺตา กายสุจริเตน สมนฺนาคตา วจีสุจริเตน สมนฺนาคตา มโนสุจริเตน สมนฺนาคตา อริยานํ อนุปวาทกา สมฺมาทิฏฺฐิกา สมฺมาทิฏฺฐิกมฺมสมาทานา. เต กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปนฺนา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘สมฺมา มนํ ปณิธาย, สมฺมา วาจญฺจ ภาสิย [สมฺมา วาจํ อภาสิย (สพฺพตฺถ)];

สมฺมา กมฺมานิ กตฺวาน, กาเยน อิธ ปุคฺคโล.

‘‘พหุสฺสุโต ปุญฺญกโร, อปฺปสฺมึ อิธ ชีวิเต;

กายสฺส เภทา สปฺปญฺโญ, สคฺคํ โส อุปปชฺชตี’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ทุติยํ.

๓. นิสฺสรณิยสุตฺตํ

๗๒. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ติสฺโส อิมา, ภิกฺขเว, นิสฺสรณิยา [นิสฺสารณียา (อ. นิ. ๕.๒๐๐)] ธาตุโย. กตมา ติสฺโส? กามานเมตํ นิสฺสรณํ ยทิทํ เนกฺขมฺมํ, รูปานเมตํ นิสฺสรณํ ยทิทํ อารุปฺปํ, ยํ โข ปน กิญฺจิ ภูตํ สงฺขตํ ปฏิจฺจสมุปฺปนฺนํ นิโรโธ ตสฺส นิสฺสรณํ – อิมา โข, ภิกฺขเว, ติสฺโส นิสฺสรณิยา ธาตุโย’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘กามนิสฺสรณํ ญตฺวา, รูปานญฺจ อติกฺกมํ;

สพฺพสงฺขารสมถํ, ผุสํ อาตาปิ สพฺพทา.

‘‘ส เว สมฺมทฺทโส ภิกฺขุ, ยโต ตตฺถ วิมุจฺจติ;

อภิญฺญาโวสิโต สนฺโต, ส เว โยคาติโค มุนี’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ตติยํ.

๔. สนฺตตรสุตฺตํ

๗๓. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘รูเปหิ, ภิกฺขเว, อรูปา [อารุปฺปา (สี.)] สนฺตตรา, อรูเปหิ นิโรโธ สนฺตตโร’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘เย จ รูปูปคา สตฺตา, เย จ อรูปฏฺฐายิโน [อารุปฺปฏฺฐายิโน (สี.)];

นิโรธํ อปฺปชานนฺตา, อาคนฺตาโร ปุนพฺภวํ.

‘‘เย จ รูเป ปริญฺญาย, อรูเปสุ อสณฺฐิตา;

นิโรเธ เย วิมุจฺจนฺติ, เต ชนา มจฺจุหายิโน.

‘‘กาเยน อมตํ ธาตุํ, ผุสยิตฺวา นิรูปธึ;

อุปธิปฺปฏินิสฺสคฺคํ, สจฺฉิกตฺวา อนาสโว;

เทเสติ สมฺมาสมฺพุทฺโธ, อโสกํ วิรชํ ปท’’นฺติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. จตุตฺถํ.

๕. ปุตฺตสุตฺตํ

๗๔. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, ปุตฺตา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? อติชาโต, อนุชาโต, อวชาโตติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุตฺโต อติชาโต โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ปุตฺตสฺส มาตาปิตโร โหนฺติ น พุทฺธํ สรณํ คตา, น ธมฺมํ สรณํ คตา, น สงฺฆํ สรณํ คตา; ปาณาติปาตา อปฺปฏิวิรตา, อทินฺนาทานา อปฺปฏิวิรตา, กาเมสุมิจฺฉาจารา อปฺปฏิวิรตา, มุสาวาทา อปฺปฏิวิรตา, สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา อปฺปฏิวิรตา, ทุสฺสีลา ปาปธมฺมา. ปุตฺโต จ เนสํ โหติ พุทฺธํ สรณํ คโต, ธมฺมํ สรณํ คโต, สงฺฆํ สรณํ คโต; ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต, อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต, กาเมสุมิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต, มุสาวาทา ปฏิวิรโต, สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรโต, สีลวา กลฺยาณธมฺโม. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุตฺโต อติชาโต โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุตฺโต อนุชาโต โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ปุตฺตสฺส มาตาปิตโร โหนฺติ พุทฺธํ สรณํ คตา, ธมฺมํ สรณํ คตา, สงฺฆํ สรณํ คตา; ปาณาติปาตา ปฏิวิรตา, อทินฺนาทานา ปฏิวิรตา, กาเมสุมิจฺฉาจารา ปฏิวิรตา, มุสาวาทา ปฏิวิรตา, สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรตา, สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา. ปุตฺโตปิ เนสํ โหติ พุทฺธํ สรณํ คโต, ธมฺมํ สรณํ คโต, สงฺฆํ สรณํ คโต; ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต, อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต, กาเมสุมิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต, มุสาวาทา ปฏิวิรโต, สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรโต, สีลวา กลฺยาณธมฺโม. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุตฺโต อนุชาโต โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุตฺโต อวชาโต โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ปุตฺตสฺส มาตาปิตโร โหนฺติ พุทฺธํ สรณํ คตา, ธมฺมํ สรณํ คตา, สงฺฆํ สรณํ คตา; ปาณาติปาตา ปฏิวิรตา, อทินฺนาทานา ปฏิวิรตา, กาเมสุมิจฺฉาจารา ปฏิวิรตา, มุสาวาทา ปฏิวิรตา, สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรตา, สีลวนฺโต กลฺยาณธมฺมา. ปุตฺโต จ เนสํ โหติ น พุทฺธํ สรณํ คโต, น ธมฺมํ สรณํ คโต, น สงฺฆํ สรณํ คโต; ปาณาติปาตา อปฺปฏิวิรโต, อทินฺนาทานา อปฺปฏิวิรโต, กาเมสุมิจฺฉาจารา อปฺปฏิวิรโต, มุสาวาทา อปฺปฏิวิรโต, สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา อปฺปฏิวิรโต, ทุสฺสีโล ปาปธมฺโม. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุตฺโต อวชาโต โหติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ปุตฺตา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘อติชาตํ อนุชาตํ, ปุตฺตมิจฺฉนฺติ ปณฺฑิตา;

อวชาตํ น อิจฺฉนฺติ, โย โหติ กุลคนฺธโน.

‘‘เอเต โข ปุตฺตา โลกสฺมึ, เย ภวนฺติ อุปาสกา;

สทฺธา สีเลน สมฺปนฺนา, วทญฺญู วีตมจฺฉรา;

จนฺโท อพฺภฆนา มุตฺโต, ปริสาสุ วิโรจเร’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ปญฺจมํ.

๖. อวุฏฺฐิกสุตฺตํ

๗๕. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? อวุฏฺฐิกสโม, ปเทสวสฺสี, สพฺพตฺถาภิวสฺสี.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อวุฏฺฐิกสโม โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล สพฺเพสญฺเญว น ทาตา โหติ, สมณพฺราหฺมณกปณทฺธิกวนิพฺพกยาจกานํ [… วณิพฺพกยาจกานํ (สี.)] อนฺนํ ปานํ วตฺถํ ยานํ มาลาคนฺธวิเลปนํ เสยฺยาวสถปทีเปยฺยํ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อวุฏฺฐิกสโม โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ปเทสวสฺสี โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล เอกจฺจานํ ทาตา (โหติ) [( ) นตฺถิ สฺยามโปตฺถเก], เอกจฺจานํ น ทาตา โหติ สมณพฺราหฺมณกปณทฺธิกวนิพฺพกยาจกานํ อนฺนํ ปานํ วตฺถํ ยานํ มาลาคนฺธวิเลปนํ เสยฺยาวสถปทีเปยฺยํ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ปเทสวสฺสี โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล สพฺพตฺถาภิวสฺสี โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล สพฺเพสํว เทติ, สมณพฺราหฺมณกปณทฺธิกวนิพฺพกยาจกานํ อนฺนํ ปานํ วตฺถํ ยานํ มาลาคนฺธวิเลปนํ เสยฺยาวสถปทีเปยฺยํ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล สพฺพตฺถาภิวสฺสี โหติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘น สมเณ น พฺราหฺมเณ, น กปณทฺธิกวนิพฺพเก;

ลทฺธาน สํวิภาเชติ, อนฺนํ ปานญฺจ โภชนํ;

ตํ เว อวุฏฺฐิกสโมติ, อาหุ นํ ปุริสาธมํ.

‘‘เอกจฺจานํ น ททาติ, เอกจฺจานํ ปเวจฺฉติ;

ตํ เว ปเทสวสฺสีติ, อาหุ เมธาวิโน ชนา.

‘‘สุภิกฺขวาโจ ปุริโส, สพฺพภูตานุกมฺปโก;

อาโมทมาโน ปกิเรติ, เทถ เทถาติ ภาสติ.

‘‘ยถาปิ เมโฆ ถนยิตฺวา, คชฺชยิตฺวา ปวสฺสติ;

ถลํ นินฺนญฺจ ปูเรติ, อภิสนฺทนฺโตว [อภิสนฺเทนฺโตว (?)] วารินา.

‘‘เอวเมว อิเธกจฺโจ, ปุคฺคโล โหติ ตาทิโส;

ธมฺเมน สํหริตฺวาน, อุฏฺฐานาธิคตํ ธนํ;

ตปฺเปติ อนฺนปาเนน, สมฺมา ปตฺเต วนิพฺพเก’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ฉฏฺฐํ.

๗. สุขปตฺถนาสุตฺตํ

๗๖. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, สุขานิ ปตฺถยมาโน สีลํ รกฺเขยฺย ปณฺฑิโต. กตมานิ ตีณิ? ปสํสา เม อาคจฺฉตูติ [อาคจฺฉนฺตูติ (สฺยา.)] สีลํ รกฺเขยฺย ปณฺฑิโต, โภคา เม อุปฺปชฺชนฺตูติ สีลํ รกฺเขยฺย ปณฺฑิโต, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชิสฺสามีติ สีลํ รกฺเขยฺย ปณฺฑิโต. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ สุขานิ ปตฺถยมาโน สีลํ รกฺเขยฺย ปณฺฑิโต’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘สีลํ รกฺเขยฺย เมธาวี, ปตฺถยาโน ตโย สุเข;

ปสํสํ วิตฺตลาภญฺจ, เปจฺจ สคฺเค ปโมทนํ.

‘‘อกโรนฺโตปิ เจ ปาปํ, กโรนฺตมุปเสวติ;

สงฺกิโย โหติ ปาปสฺมึ, อวณฺโณ จสฺส รูหติ.

‘‘ยาทิสํ กุรุเต มิตฺตํ, ยาทิสํ จูปเสวติ;

ส เว ตาทิสโก โหติ, สหวาโส หิ [สหวาโสปิ (สี. ก.)] ตาทิโส.

‘‘เสวมาโน เสวมานํ, สมฺผุฏฺโฐ สมฺผุสํ ปรํ;

สโร ทิทฺโธ กลาปํว, อลิตฺตมุปลิมฺปติ;

อุปเลปภยา [อุปลิมฺปภยา (ก.)] ธีโร, เนว ปาปสขา สิยา.

‘‘ปูติมจฺฉํ กุสคฺเคน, โย นโร อุปนยฺหติ;

กุสาปิ ปูติ วายนฺติ, เอวํ พาลูปเสวนา.

‘‘ตครญฺจ ปลาเสน, โย นโร อุปนยฺหติ;

ปตฺตาปิ สุรภิ วายนฺติ, เอวํ ธีรูปเสวนา.

‘‘ตสฺมา ปตฺตปุฏสฺเสว [ปลาสปุฏสฺเสว (ปี. ก.)], ญตฺวา สมฺปากมตฺตโน;

อสนฺเต นุปเสเวยฺย, สนฺเต เสเวยฺย ปณฺฑิโต;

อสนฺโต นิรยํ เนนฺติ, สนฺโต ปาเปนฺติ สุคฺคติ’’นฺติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. สตฺตมํ.

๘. ภิทุรสุตฺตํ

๗๗. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ภิทุรายํ [ภินฺทนฺตายํ (สฺยา. ปี. ก.)], ภิกฺขเว, กาโย, วิญฺญาณํ วิราคธมฺมํ, สพฺเพ อุปธี อนิจฺจา ทุกฺขา วิปริณามธมฺมา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘กายญฺจ ภิทุรํ [ภินฺทนฺตํ (สฺยา. ปี. ก.)] ญตฺวา, วิญฺญาณญฺจ วิราคุนํ [วิราคิกํ (ก. สี.), ปภงฺคุณํ (สฺยา.)];

อุปธีสุ ภยํ ทิสฺวา, ชาติมรณมจฺจคา;

สมฺปตฺวา ปรมํ สนฺตึ, กาลํ กงฺขติ ภาวิตตฺโต’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. อฏฺฐมํ.

๙. ธาตุโสสํสนฺทนสุตฺตํ

๗๘. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ธาตุโส, ภิกฺขเว, สตฺตา สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ. หีนาธิมุตฺติกา สตฺตา หีนาธิมุตฺติเกหิ สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ, กลฺยาณาธิมุตฺติกา สตฺตา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ.

‘‘อตีตมฺปิ, ภิกฺขเว, อทฺธานํ ธาตุโสว สตฺตา สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทึสุ สมึสุ. หีนาธิมุตฺติกา สตฺตา หีนาธิมุตฺติเกหิ สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทึสุ สมึสุ, กลฺยาณาธิมุตฺติกา สตฺตา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทึสุ สมึสุ.

‘‘อนาคตมฺปิ, ภิกฺขเว, อทฺธานํ ธาตุโสว สตฺตา สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทิสฺสนฺติ สเมสฺสนฺติ. หีนาธิมุตฺติกา สตฺตา หีนาธิมุตฺติเกหิ สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทิสฺสนฺติ สเมสฺสนฺติ, กลฺยาณาธิมุตฺติกา สตฺตา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทิสฺสนฺติ สเมสฺสนฺติ.

‘‘เอตรหิปิ, ภิกฺขเว, ปจฺจุปฺปนํ อทฺธานํ ธาตุโสว สตฺตา สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ. หีนาธิมุตฺติกา สตฺตา หีนาธิมุตฺติเกหิ สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺติ, กลฺยาณาธิมุตฺติกา สตฺตา กลฺยาณาธิมุตฺติเกหิ สตฺเตหิ สทฺธึ สํสนฺทนฺติ สเมนฺตี’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘สํสคฺคา วนโถ ชาโต, อสํสคฺเคน ฉิชฺชติ;

ปริตฺตํ ทารุมารุยฺห, ยถา สีเท มหณฺณเว.

‘‘เอวํ กุสีตมาคมฺม, สาธุชีวีปิ สีทติ;

ตสฺมา ตํ ปริวชฺเชยฺย, กุสีตํ หีนวีริยํ.

‘‘ปวิวิตฺเตหิ อริเยหิ, ปหิตตฺเตหิ ฌายิภิ;

นิจฺจํ อารทฺธวีริเยหิ, ปณฺฑิเตหิ สหาวเส’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. นวมํ.

๑๐. ปริหานสุตฺตํ

๗๙. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา เสขสฺส ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺติ. กตเม ตโย? อิธ, ภิกฺขเว, เสโข ภิกฺขุ กมฺมาราโม โหติ, กมฺมรโต, กมฺมารามตมนุยุตฺโต; ภสฺสาราโม โหติ, ภสฺสรโต, ภสฺสารามตมนุยุตฺโต; นิทฺทาราโม โหติ, นิทฺทารโต, นิทฺทารามตมนุยุตฺโต. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ธมฺมา เสขสฺส ภิกฺขุโน ปริหานาย สํวตฺตนฺติ.

‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา เสขสฺส ภิกฺขุโน อปริหานาย สํวตฺตนฺติ. กตเม ตโย? อิธ, ภิกฺขเว, เสโข ภิกฺขุ น กมฺมาราโม โหติ, น กมฺมรโต, น กมฺมารามตมนุยุตฺโต; น ภสฺสาราโม โหติ, น ภสฺสรโต, น ภสฺสารามตมนุยุตฺโต; น นิทฺทาราโม โหติ, น นิทฺทารโต, น นิทฺทารามตมนุยุตฺโต. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ธมฺมา เสขสฺส ภิกฺขุโน อปริหานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘กมฺมาราโม ภสฺสาราโม [ภสฺสรโต (สพฺพถ)], นิทฺทาราโม จ อุทฺธโต;

อภพฺโพ ตาทิโส ภิกฺขุ, ผุฏฺฐุํ สมฺโพธิมุตฺตมํ.

‘‘ตสฺมา หิ อปฺปกิจฺจสฺส, อปฺปมิทฺโธ อนุทฺธโต;

ภพฺโพ โส ตาทิโส ภิกฺขุ, ผุฏฺฐุํ สมฺโพธิมุตฺตม’’นฺติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ทสมํ.

ตติโย วคฺโค นิฏฺฐิโต.

ตสฺสุทฺทานํ –

เทฺว ทิฏฺฐี นิสฺสรณํ รูปํ, ปุตฺโต อวุฏฺฐิเกน จ;

สุขา จ ภิทุโร [ภินฺทนา (สพฺพตฺถ)] ธาตุ, ปริหาเนน เต ทสาติ.