๒. ทุติยวคฺโค
๑. ปุญฺญกิริยวตฺถุสุตฺตํ
๖๐. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –
‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, ปุญฺญกิริยวตฺถูนิ. กตมานิ ตีณิ? ทานมยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ, สีลมยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ, ภาวนามยํ ปุญฺญกิริยวตฺถุ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ ปุญฺญกิริยวตฺถูนี’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –
‘‘ปุญฺญเมว โส สิกฺเขยฺย, อายตคฺคํ สุขุทฺรยํ;
ทานญฺจ สมจริยญฺจ, เมตฺตจิตฺตญฺจ ภาวเย.
‘‘เอเต ธมฺเม ภาวยิตฺวา, ตโย สุขสมุทฺทเย;
อพฺยาปชฺฌํ สุขํ โลกํ, ปณฺฑิโต อุปปชฺชตี’’ติ.
อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ปฐมํ.
๒. จกฺขุสุตฺตํ
๖๑. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –
‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, จกฺขูนิ. กตมานิ ตีณิ? มํสจกฺขุ, ทิพฺพจกฺขุ, ปญฺญาจกฺขุ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ จกฺขูนี’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –
‘‘มํสจกฺขุ ทิพฺพจกฺขุ, ปญฺญาจกฺขุ อนุตฺตรํ;
เอตานิ ตีณิ จกฺขูนิ, อกฺขาสิ ปุริสุตฺตโม.
‘‘มํสจกฺขุสฺส อุปฺปาโท, มคฺโค ทิพฺพสฺส จกฺขุโน;
ยโต ญาณํ อุทปาทิ, ปญฺญาจกฺขุ อนุตฺตรํ;
ยสฺส จกฺขุสฺส ปฏิลาภา, สพฺพทุกฺขา ปมุจฺจตี’’ติ.
อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ทุติยํ.
๓. อินฺทฺริยสุตฺตํ
๖๒. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –
‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, อินฺทฺริยานิ. กตมานิ ตีณิ? อนญฺญาตญฺญสฺสามีตินฺทฺริยํ, อญฺญินฺทฺริยํ, อญฺญาตาวินฺทฺริยํ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ อินฺทฺริยานี’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –
‘‘เสขสฺส สิกฺขมานสฺส, อุชุมคฺคานุสาริโน;
ขยสฺมึ ปฐมํ ญาณํ, ตโต อญฺญา อนนฺตรา.
‘‘ตโต อญฺญา วิมุตฺตสฺส, ญาณํ เว โหติ ตาทิโน;
อกุปฺปา เม วิมุตฺตีติ, ภวสํโยชนกฺขยา.
‘‘ส เว [สเจ (สี. สฺยา.)] อินฺทฺริยสมฺปนฺโน, สนฺโต สนฺติปเท รโต;
ธาเรติ อนฺติมํ เทหํ, เชตฺวา มารํ สวาหินิ’’นฺติ.
อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ตติยํ.
๔. อทฺธาสุตฺตํ
๖๓. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –
‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, อทฺธา. กตเม ตโย? อตีโต อทฺธา, อนาคโต อทฺธา, ปจฺจุปฺปนฺโน อทฺธา – อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย อทฺธา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –
‘‘อกฺเขยฺยสญฺญิโน สตฺตา, อกฺเขยฺยสฺมึ ปติฏฺฐิตา;
อกฺเขยฺยํ อปริญฺญาย, โยคมายนฺติ มจฺจุโน.
‘‘อกฺเขยฺยญฺจ ปริญฺญาย, อกฺขาตารํ น มญฺญติ;
ผุฏฺโฐ วิโมกฺโข มนสา, สนฺติปทมนุตฺตรํ.
‘‘ส เว [สเจ (ก.)] อกฺเขยฺยสมฺปนฺโน, สนฺโต สนฺติปเท รโต;
สงฺขายเสวี ธมฺมฏฺโฐ, สงฺขฺยํ โนเปติ เวทคู’’ติ.
อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. จตุตฺถํ.
๕. ทุจฺจริตสุตฺตํ
๖๔. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –
‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, ทุจฺจริตานิ. กตมานิ ตีณิ? กายทุจฺจริตํ, วจีทุจฺจริตํ, มโนทุจฺจริตํ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ ทุจฺจริตานี’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –
‘‘กายทุจฺจริตํ กตฺวา, วจีทุจฺจริตานิ จ;
มโนทุจฺจริตํ กตฺวา, ยญฺจญฺญํ โทสสํหิตํ.
‘‘อกตฺวา กุสลํ กมฺมํ, กตฺวานากุสลํ พหุํ;
กายสฺส เภทา ทุปฺปญฺโญ, นิรยํ โสปปชฺชตี’’ติ.
อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ปญฺจมํ.
๖. สุจริตสุตฺตํ
๖๕. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –
‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, สุจริตานิ. กตมานิ ตีณิ? กายสุจริตํ, วจีสุจริตํ, มโนสุจริตํ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ สุจริตานี’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –
‘‘กายทุจฺจริตํ หิตฺวา, วจีทุจฺจริตานิ จ;
มโนทุจฺจริตํ หิตฺวา, ยญฺจญฺญํ โทสสํหิตํ.
‘‘อกตฺวากุสลํ กมฺมํ, กตฺวาน กุสลํ พหุํ;
กายสฺส เภทา สปฺปญฺโญ, สคฺคํ โส อุปปชฺชตี’’ติ.
อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ฉฏฺฐํ.
๗. โสเจยฺยสุตฺตํ
๖๖. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –
‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, โสเจยฺยานิ. กตมานิ ตีณิ? กายโสเจยฺยํ, วจีโสเจยฺยํ, มโนโสเจยฺยํ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ โสเจยฺยานี’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –
‘‘กายสุจึ วจีสุจึ [วาจาสุจึ (ก.)], เจโตสุจิมนาสวํ;
สุจึ โสเจยฺยสมฺปนฺนํ, อาหุ สพฺพปฺปหายิน’’นฺติ [อาหุ นินฺหาตปาปกนฺติ (อ. นิ. ๓.๑๒๒) ยุตฺตตรํ].
อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. สตฺตมํ.
๘. โมเนยฺยสุตฺตํ
๖๗. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –
‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, โมเนยฺยานิ. กตมานิ ตีณิ? กายโมเนยฺยํ, วจีโมเนยฺยํ, มโนโมเนยฺยํ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ โมเนยฺยานี’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –
‘‘กายมุนึ วจีมุนึ, มโนมุนิมนาสวํ;
มุนึ โมเนยฺยสมฺปนฺนํ, อาหุ นินฺหาตปาปก’’นฺติ [อาหุ สพฺพปฺปหายินนฺติ (อ. นิ. ๓.๑๒๓)].
อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. อฏฺฐมํ.
๙. ปฐมราคสุตฺตํ
๖๘. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –
‘‘ยสฺส กสฺสจิ, ภิกฺขเว, ราโค อปฺปหีโน, โทโส อปฺปหีโน, โมโห อปฺปหีโน – อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ‘พทฺโธ [พนฺโท (พหูสุ)] มารสฺส ปฏิมุกฺกสฺส มารปาโส ยถากามกรณีโย [ยถา กามกรณีโย จ (สี. สฺยา. ปี. ก.)] ปาปิมโต’. ยสฺส กสฺสจิ, ภิกฺขเว, ราโค ปหีโน, โทโส ปหีโน, โมโห ปหีโน – อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ‘อพทฺโธ มารสฺส โอมุกฺกสฺส มารปาโส น ยถา กามกรณีโย [น ยถากามกรณีโย จ (สฺยา.)] ปาปิมโต’’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –
‘‘ยสฺส ราโค จ โทโส จ, อวิชฺชา จ วิราชิตา;
ตํ ภาวิตตฺตญฺญตรํ, พฺรหฺมภูตํ ตถาคตํ;
พุทฺธํ เวรภยาตีตํ, อาหุ สพฺพปฺปหายิน’’นฺติ.
อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. นวมํ.
๑๐. ทุติยราคสุตฺตํ
๖๙. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –
‘‘ยสฺส กสฺสจิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา ราโค อปฺปหีโน, โทโส อปฺปหีโน, โมโห อปฺปหีโน – อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, น ‘อตริ [อติณฺโณ (ก. สี. ก.)] สมุทฺทํ สอูมึ สวีจึ สาวฏฺฏํ สคหํ สรกฺขสํ’. ยสฺส กสฺสจิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา ราโค ปหีโน, โทโส ปหีโน, โมโห ปหีโน – อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ‘อตริ สมุทฺทํ สอูมึ สวีจึ สาวฏฺฏํ สคหํ สรกฺขสํ, ติณฺโณ ปารงฺคโต [ปารคโต (สี. อฏฺฐ. สฺยา.)] ถเล ติฏฺฐติ พฺราหฺมโณ’’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –
‘‘ยสฺส ราโค จ โทโส จ, อวิชฺชา จ วิราชิตา;
โสมํ สมุทฺทํ สคหํ สรกฺขสํ, สอูมิภยํ ทุตฺตรํ อจฺจตาริ.
‘‘สงฺคาติโค มจฺจุชโห นิรูปธิ, ปหาสิ ทุกฺขํ อปุนพฺภวาย;
อตฺถงฺคโต โส น ปมาณเมติ, อโมหยิ มจฺจุราชนฺติ พฺรูมี’’ติ.
อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ทสมํ.
ทุติโย วคฺโค นิฏฺฐิโต.
ตสฺสุทฺทานํ –
ปุญฺญํ จกฺขุ อถ อินฺทฺริยานิ [อตฺถินฺทฺริยา (สฺยา.)], อทฺธา จ จริตํ ทุเว โสจิ [สุจิ (สฺยา.)];
มุโน [มุเน (สฺยา.)] อถ ราคทุเว, ปุน วคฺคมาหุ ทุติยมุตฺตมนฺติ.