๑. ปฐมวคฺโค

๑. ทุกฺขวิหารสุตฺตํ

๒๘. (เทฺว ธมฺเม อนุกฺกฏิ) [( ) สฺยามโปตฺถเก นตฺถิ] วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ทฺวีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขํ วิหรติ สวิฆาตํ สอุปายาสํ สปริฬาหํ; กายสฺส เภทา ปรํ มรณา ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา. กตเมหิ ทฺวีหิ? อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารตาย [อคุตฺตทฺวาโร (อฏฺฐ.)] จ, โภชเน อมตฺตญฺญุตาย [อมตฺตญฺญู (อฏฺฐ.)] จ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ทฺวีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขํ วิหรติ สวิธาตํ สอุปายาสํ สปริฬาหํ; กายสฺส เภทา ปรํ มรณา ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘จกฺขุ โสตญฺจ ฆานญฺจ, ชิวฺหา กาโย ตถา มโน;

เอตานิ ยสฺส ทฺวารานิ, อคุตฺตานิธ [อคุตฺตานิ จ (สฺยา.)] ภิกฺขุโน.

‘‘โภชนมฺหิ อมตฺตญฺญู, อินฺทฺริเยสุ อสํวุโต;

กายทุกฺขํ เจโตทุกฺขํ, ทุกฺขํ โส อธิคจฺฉติ.

‘‘ฑยฺหมาเนน กาเยน, ฑยฺหมาเนน เจตสา;

ทิวา วา ยทิ วา รตฺตึ, ทุกฺขํ วิหรติ ตาทิโส’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ปฐมํ.

๒. สุขวิหารสุตฺตํ

๒๙. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ทฺวีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สุขํ วิหรติ อวิฆาตํ อนุปายาสํ อปริฬาหํ; กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคติ ปาฏิกงฺขา. กตเมหิ ทฺวีหิ? อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตาย จ, โภชเน มตฺตญฺญุตาย จ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ทฺวีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สุขํ วิหรติ อวิฆาตํ อนุปายาสํ อปริฬาหํ; กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคติ ปาฏิกงฺขา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘จกฺขุ โสตญฺจ ฆานญฺจ, ชิวฺหา กาโย ตถา [อโถ (สี. สฺยา. ก.)] มโน;

เอตานิ ยสฺส ทฺวารานิ, สุคุตฺตานิธ ภิกฺขุโน.

‘‘โภชนมฺหิ จ มตฺตญฺญู, อินฺทฺริเยสุ จ สํวุโต;

กายสุขํ เจโตสุขํ, สุขํ โส อธิคจฺฉติ.

‘‘อฑยฺหมาเนน กาเยน, อฑยฺหมาเนน เจตสา;

ทิวา วา ยทิ วา รตฺตึ, สุขํ วิหรติ ตาทิโส’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ทุติยํ.

๓. ตปนียสุตฺตํ

๓๐. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา ตปนียา. กตเม เทฺว? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ อกตกลฺยาโณ โหติ, อกตกุสโล, อกตภีรุตฺตาโณ, กตปาโป, กตลุทฺโท, กตกิพฺพิโส. โส ‘อกตํ เม กลฺยาณ’นฺติปิ ตปฺปติ, ‘กตํ เม ปาป’นฺติปิ ตปฺปติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว ธมฺมา ตปนียา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘กายทุจฺจริตํ กตฺวา, วจีทุจฺจริตานิ จ;

มโนทุจฺจริตํ กตฺวา, ยญฺจญฺญํ โทสสญฺหิตํ.

‘‘อกตฺวา กุสลํ กมฺมํ, กตฺวานากุสลํ พหุํ;

กายสฺส เภทา ทุปฺปญฺโญ, นิรยํ โสปปชฺชตี’’ติ [นิรยํ โส อุปปชฺชตีติ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)].

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ตติยํ.

๔. อตปนียสุตฺตํ

๓๑. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา อตปนียา. กตเม เทฺว? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ กตกลฺยาโณ โหติ, กตกุสโล, กตภีรุตฺตาโณ, อกตปาโป, อกตลุทฺโท, อกตกิพฺพิโส. โส ‘กตํ เม กลฺยาณ’นฺติปิ น ตปฺปติ, ‘อกตํ เม ปาป’นฺติปิ น ตปฺปติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว ธมฺมา อตปนียา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘กายทุจฺจริตํ หิตฺวา, วจีทุจฺจริตานิ จ;

มโนทุจฺจริตํ หิตฺวา, ยญฺจญฺญํ โทสสญฺหิตํ.

‘‘อกตฺวากุสลํ กมฺมํ, กตฺวาน กุสลํ พหุํ;

กายสฺส เภทา สปฺปญฺโญ, สคฺคํ โส อุปปชฺชตี’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. จตุตฺถํ.

๕. ปฐมสีลสุตฺตํ

๓๒. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ทฺวีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย. กตเมหิ ทฺวีหิ? ปาปเกน จ สีเลน, ปาปิกาย จ ทิฏฺฐิยา. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ทฺวีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘ปาปเกน จ สีเลน, ปาปิกาย จ ทิฏฺฐิยา;

เอเตหิ ทฺวีหิ ธมฺเมหิ, โย สมนฺนาคโต นโร;

กายสฺส เภทา ทุปฺปญฺโญ, นิรยํ โสปปชฺชตี’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ปญฺจมํ.

๖. ทุติยสีลสุตฺตํ

๓๓. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ทฺวีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค. กตเมหิ ทฺวีหิ? ภทฺทเกน จ สีเลน, ภทฺทิกาย จ ทิฏฺฐิยา. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ทฺวีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘ภทฺทเกน จ สีเลน, ภทฺทิกาย จ ทิฏฺฐิยา;

เอเตหิ ทฺวีหิ ธมฺเมหิ, โย สมนฺนาคโต นโร;

กายสฺส เภทา สปฺปญฺโญ, สคฺคํ โส อุปปชฺชตี’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ฉฏฺฐํ.

๗. อาตาปีสุตฺตํ

๓๔. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘อนาตาปี, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อโนตฺตาปี [อโนตฺตปฺปี (พหูสุ) อฏฺฐกถา ปสฺสิตพฺพา] อภพฺโพ สมฺโพธาย, อภพฺโพ นิพฺพานาย, อภพฺโพ อนุตฺตรสฺส โยคกฺเขมสฺส อธิคมาย. อาตาปี จ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ โอตฺตาปี [โอตฺตปฺปี (พหูสุ)] ภพฺโพ สมฺโพธาย, ภพฺโพ นิพฺพานาย, ภพฺโพ อนุตฺตรสฺส โยคกฺเขมสฺส อธิคมายา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘อนาตาปี อโนตฺตาปี, กุสีโต หีนวีริโย;

โย ถีนมิทฺธพหุโล, อหิรีโก อนาทโร;

อภพฺโพ ตาทิโส ภิกฺขุ, ผุฏฺฐุํ สมฺโพธิมุตฺตมํ.

‘‘โย จ สติมา นิปโก ฌายี, อาตาปี โอตฺตาปี จ อปฺปมตฺโต;

สํโยชนํ ชาติชราย เฉตฺวา, อิเธว สมฺโพธิมนุตฺตรํ ผุเส’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. สตฺตมํ.

๘. ปฐมนกุหนสุตฺตํ

๓๕. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘นยิทํ, ภิกฺขเว, พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ ชนกุหนตฺถํ, น ชนลปนตฺถํ, น ลาภสกฺการสิโลกานิสํสตฺถํ, น ‘อิติ มํ ชโน ชานาตู’ติ. อถ โข อิทํ, ภิกฺขเว, พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ สํวรตฺถญฺเจว ปหานตฺถญฺจา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘สํวรตฺถํ ปหานตฺถํ, พฺรหฺมจริยํ อนีติหํ;

อเทสยิ โส ภควา, นิพฺพาโนคธคามินํ.

‘‘เอส มคฺโค มหตฺเตหิ [มหนฺเตหิ (สี. ก.), มหตฺเถหิ (สฺยา.)], อนุยาโต มเหสิภิ [มเหสิโน (สี. ก.)];

เย เย ตํ ปฏิปชฺชนฺติ, ยถา พุทฺเธน เทสิตํ;

ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสนฺติ, สตฺถุสาสนการิโน’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. อฏฺฐมํ.

๙. ทุติยนกุหนสุตฺตํ

๓๖. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘นยิทํ, ภิกฺขเว, พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ ชนกุหนตฺถํ, น ชนลปนตฺถํ, น ลาภสกฺการสิโลกานิสํสตฺถํ, น ‘อิติ มํ ชโน ชานาตู’ติ. อถ โข อิทํ, ภิกฺขเว, พฺรหฺมจริยํ วุสฺสติ อภิญฺญตฺถญฺเจว ปริญฺญตฺถญฺจา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘อภิญฺญตฺถํ ปริญฺญตฺถํ, พฺรหฺมจริยํ อนีติหํ;

อเทสยิ โส ภควา, นิพฺพาโนคธคามินํ.

‘‘เอส มคฺโค มหตฺเตหิ, อนุยาโต มเหสิภิ;

เย เย ตํ ปฏิปชฺชนฺติ, ยถา พุทฺเธน เทสิตํ;

ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสนฺติ, สตฺถุสาสนการิโน’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. นวมํ.

๑๐. โสมนสฺสสุตฺตํ

๓๗. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ทฺวีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สุขโสมนสฺสพหุโล วิหรติ, โยนิ จสฺส [โยนิโส (สี. สฺยา. ปี.), โยนิสฺส (ก.)] อารทฺธา โหติ อาสวานํ ขยาย. กตเมหิ ทฺวีหิ? สํเวชนีเยสุ ฐาเนสุ สํเวชเนน, สํวิคฺคสฺส จ โยนิโส ปธาเนน. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ทฺวีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สุขโสมนสฺสพหุโล วิหรติ, โยนิ จสฺส อารทฺธา โหติ อาสวานํ ขยายา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘สํเวชนียฏฺฐาเนสุ [สํเวชนีเยสุ ฐาเนสุ (สฺยา. ปี.)], สํวิชฺเชเถว ปณฺฑิโต;

อาตาปี นิปโก ภิกฺขุ, ปญฺญาย สมเวกฺขิย.

‘‘เอวํ วิหารี อาตาปี, สนฺตวุตฺติ อนุทฺธโต;

เจโตสมถมนุยุตฺโต, ขยํ ทุกฺขสฺส ปาปุเณ’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ทสมํ.

ปฐโม วคฺโค นิฏฺฐิโต.

ตสฺสุทฺทานํ –

เทฺว จ ภิกฺขู ตปนียา, ตปนียา ปรตฺเถหิ;

อาตาปี [เทฺว ปาทา (ก.), เทฺว อาตาปี (สี.)] นกุหนา เทฺว [น กุหนา จ (สพฺพตฺถ)], โสมนสฺเสน เต ทสาติ.