๒. ทุติยวคฺโค

๑. วิตกฺกสุตฺตํ

๓๘. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ตถาคตํ, ภิกฺขเว, อรหนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ เทฺว วิตกฺกา พหุลํ สมุทาจรนฺติ – เขโม จ วิตกฺโก, ปวิเวโก จ [วิเวโก จ (สฺยา.)]. อพฺยาปชฺฌาราโม [อพฺยาปชฺชาราโม (ก.), อพฺยาพชฺฌาราโม (?)], ภิกฺขเว, ตถาคโต อพฺยาปชฺฌรโต. ตเมนํ, ภิกฺขเว, ตถาคตํ อพฺยาปชฺฌารามํ อพฺยาปชฺฌรตํ เอเสว วิตกฺโก พหุลํ สมุทาจรติ – ‘อิมายาหํ อิริยาย น กิญฺจิ พฺยาพาเธมิ ตสํ วา ถาวรํ วา’ติ.

‘‘ปวิเวการาโม, ภิกฺขเว, ตถาคโต ปวิเวกรโต. ตเมนํ, ภิกฺขเว, ตถาคตํ ปวิเวการามํ ปวิเวกรตํ เอเสว วิตกฺโก พหุลํ สมุทาจรติ – ‘ยํ อกุสลํ ตํ ปหีน’นฺติ.

‘‘ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, ตุเมฺหปิ อพฺยาปชฺฌารามา วิหรถ อพฺยาปชฺฌรตา. เตสํ โว, ภิกฺขเว, ตุมฺหากํ อพฺยาปชฺฌารามานํ วิหรตํ อพฺยาปชฺฌรตานํ เอเสว วิตกฺโก พหุลํ สมุทาจริสฺสติ – ‘อิมาย มยํ อิริยาย น กิญฺจิ พฺยาพาเธม ตสํ วา ถาวรํ วา’ติ.

‘‘ปวิเวการามา, ภิกฺขเว, วิหรถ ปวิเวกรตา. เตสํ โว, ภิกฺขเว, ตุมฺหากํ ปวิเวการามานํ วิหรตํ ปวิเวกรตานํ เอเสว วิตกฺโก พหุลํ สมุทาจริสฺสติ – ‘กึ อกุสลํ, กึ อปฺปหีนํ, กึ ปชหามา’’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘ตถาคตํ พุทฺธมสยฺหสาหินํ, ทุเว วิตกฺกา สมุทาจรนฺติ นํ;

เขโม วิตกฺโก ปฐโม อุทีริโต, ตโต วิเวโก ทุติโย ปกาสิโต.

‘‘ตโมนุทํ ปารคตํ มเหสึ, ตํ ปตฺติปตฺตํ วสิมํ อนาสวํ;

วิสนฺตรํ [เวสนฺตรํ (สี. ก.), วิสฺสนฺตรํ (ปี.)] ตณฺหกฺขเย วิมุตฺตํ, ตํ เว มุนึ อนฺติมเทหธารึ;

มารญฺชหํ [มารชหํ (สฺยา.), มานชหํ (สี. ก.), มานํ ชหํ (ปี.)] พฺรูมิ ชราย ปารคุํ.

‘‘เสเล ยถา ปพฺพตมุทฺธนิฏฺฐิโต, ยถาปิ ปสฺเส ชนตํ สมนฺตโต;

ตถูปมํ ธมฺมมยํ สุเมโธ, ปาสาทมารุยฺห สมนฺตจกฺขุ;

โสกาวติณฺณํ ชนตมเปตโสโก, อเวกฺขติ ชาติชราภิภูต’’นฺติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ปฐมํ.

๒. เทสนาสุตฺตํ

๓๙. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ตถาคตสฺส, ภิกฺขเว, อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เทฺว ธมฺมเทสนา ปริยาเยน ภวนฺติ. กตมา เทฺว? ‘ปาปํ ปาปกโต ปสฺสถา’ติ – อยํ ปฐมา ธมฺมเทสนา; ‘ปาปํ ปาปกโต ทิสฺวา ตตฺถ นิพฺพินฺทถ วิรชฺชถ วิมุจฺจถา’ติ – อยํ ทุติยา ธมฺมเทสนา. ตถาคตสฺส, ภิกฺขเว, อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส อิมา เทฺว ธมฺมเทสนา ปริยาเยน ภวนฺตี’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘ตถาคตสฺส พุทฺธสฺส, สพฺพภูตานุกมฺปิโน;

ปริยายวจนํ ปสฺส, เทฺว จ ธมฺมา ปกาสิตา.

‘‘ปาปกํ ปสฺสถ เจตํ [เจกํ (สี. ปี.), เฉกา (สฺยา.)], ตตฺถ จาปิ วิรชฺชถ;

ตโต วิรตฺตจิตฺตาเส, ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสถา’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ทุติยํ.

๓. วิชฺชาสุตฺตํ

๔๐. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘อวิชฺชา, ภิกฺขเว, ปุพฺพงฺคมา อกุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา อนฺวเทว อหิริกํ อโนตฺตปฺปํ; วิชฺชา จ โข, ภิกฺขเว, ปุพฺพงฺคมา กุสลานํ ธมฺมานํ สมาปตฺติยา อนฺวเทว หิโรตฺตปฺป’’นฺติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘ยา กาจิมา ทุคฺคติโย, อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ;

อวิชฺชามูลิกา สพฺพา, อิจฺฉาโลภสมุสฺสยา.

‘‘ยโต จ โหติ ปาปิจฺโฉ, อหิรีโก อนาทโร;

ตโต ปาปํ ปสวติ, อปายํ เตน คจฺฉติ.

‘‘ตสฺมา ฉนฺทญฺจ โลภญฺจ, อวิชฺชญฺจ วิราชยํ;

วิชฺชํ อุปฺปาทยํ ภิกฺขุ, สพฺพา ทุคฺคติโย ชเห’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ตติยํ.

๔. ปญฺญาปริหีนสุตฺตํ

๔๑. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘เต, ภิกฺขเว, สตฺตา สุปริหีนา เย อริยาย ปญฺญาย ปริหีนา. เต ทิฏฺเฐว ธมฺเม ทุกฺขํ วิหรนฺติ สวิฆาตํ สอุปายาสํ สปริฬาหํ; กายสฺส เภทา ปรํ มรณา ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา. เต [เต จ โข (?)], ภิกฺขเว, สตฺตา อปริหีนา เย อริยาย ปญฺญาย อปริหีนา. เต ทิฏฺเฐว ธมฺเม สุขํ วิหรนฺติ อวิฆาตํ อนุปายาสํ อปริฬาหํ; กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคติ ปาฏิกงฺขา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘ปญฺญาย ปริหาเนน, ปสฺส โลกํ สเทวกํ;

นิวิฏฺฐํ นามรูปสฺมึ, อิทํ สจฺจนฺติ มญฺญติ.

‘‘ปญฺญา หิ เสฏฺฐา โลกสฺมึ, ยายํ นิพฺเพธคามินี;

ยาย สมฺมา ปชานาติ, ชาติภวปริกฺขยํ.

‘‘เตสํ เทวา มนุสฺสา จ, สมฺพุทฺธานํ สตีมตํ;

ปิหยนฺติ หาสปญฺญานํ [หาสุปญฺญานํ (สี. อฏฺฐ.)], สรีรนฺติมธาริน’’นฺติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. จตุตฺถํ.

๕. สุกฺกธมฺมสุตฺตํ

๔๒. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, สุกฺกา ธมฺมา โลกํ ปาเลนฺติ. กตเม เทฺว? หิรี [หิริ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] จ, โอตฺตปฺปญฺจ. อิเม เจ, ภิกฺขเว, เทฺว สุกฺกา ธมฺมา โลกํ น ปาเลยฺยุํ, นยิธ ปญฺญาเยถ มาตาติ วา มาตุจฺฉาติ วา มาตุลานีติ วา อาจริยภริยาติ วา ครูนํ ทาราติ วา. สมฺเภทํ โลโก อคมิสฺส ยถา อเชฬกา กุกฺกุฏสูกรา โสณสิงฺคาลา [โสณสิคาลา (สี. สฺยา. กํ. ปี.)]. ยสฺมา จ โข, ภิกฺขเว, อิเม เทฺว สุกฺกา ธมฺมา โลกํ ปาเลนฺติ ตสฺมา ปญฺญายติ มาตาติ วา มาตุจฺฉาติ วา มาตุลานีติ วา อาจริยภริยาติ วา ครูนํ ทาราติ วา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘เยสํ เจ หิริโอตฺตปฺปํ, สพฺพทา จ น วิชฺชติ;

โวกฺกนฺตา สุกฺกมูลา เต, ชาติมรณคามิโน.

‘‘เยสญฺจ หิริโอตฺตปฺปํ, สทา สมฺมา อุปฏฺฐิตา;

วิรูฬฺหพฺรหฺมจริยา เต, สนฺโต ขีณปุนพฺภวา’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ปญฺจมํ.

๖. อชาตสุตฺตํ

๔๓. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, อชาตํ อภูตํ อกตํ อสงฺขตํ. โน เจตํ, ภิกฺขเว, อภวิสฺส อชาตํ อภูตํ อกตํ อสงฺขตํ, นยิธ ชาตสฺส ภูตสฺส กตสฺส สงฺขตสฺส นิสฺสรณํ ปญฺญาเยถ. ยสฺมา จ โข, ภิกฺขเว, อตฺถิ อชาตํ อภูตํ อกตํ อสงฺขตํ, ตสฺมา ชาตสฺส ภูตสฺส กตสฺส สงฺขตสฺส นิสฺสรณํ ปญฺญายตี’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘ชาตํ ภูตํ สมุปฺปนฺนํ, กตํ สงฺขตมทฺธุวํ;

ชรามรณสงฺฆาฏํ, โรคนีฬํ [โรคนิฑฺฒํ (สี.)] ปภงฺคุรํ [ปภงฺคุนํ (ก. สี. ก.), ปภงฺคุณํ (สฺยา.)].

‘‘อาหารเนตฺติปฺปภวํ, นาลํ ตทภินนฺทิตุํ;

ตสฺส นิสฺสรณํ สนฺตํ, อตกฺกาวจรํ ธุวํ.

‘‘อชาตํ อสมุปฺปนฺนํ, อโสกํ วิรชํ ปทํ;

นิโรโธ ทุกฺขธมฺมานํ, สงฺขารูปสโม สุโข’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ฉฏฺฐํ.

๗. นิพฺพานธาตุสุตฺตํ

๔๔. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘เทฺวมา, ภิกฺขเว, นิพฺพานธาตุโย. กตเม เทฺว? สอุปาทิเสสา จ นิพฺพานธาตุ, อนุปาทิเสสา จ นิพฺพานธาตุ.

‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, สอุปาทิเสสา นิพฺพานธาตุ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อรหํ โหติ ขีณาสโว วุสิตวา กตกรณีโย โอหิตภาโร อนุปฺปตฺตสทตฺโถ ปริกฺขีณภวสํโยชโน สมฺมทญฺญา วิมุตฺโต. ตสฺส ติฏฺฐนฺเตว ปญฺจินฺทฺริยานิ เยสํ อวิฆาตตฺตา [อวิคตตฺตา (สี. อฏฺฐ.)] มนาปามนาปํ ปจฺจนุโภติ, สุขทุกฺขํ ปฏิสํเวเทติ. ตสฺส โย ราคกฺขโย, โทสกฺขโย, โมหกฺขโย – อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สอุปาทิเสสา นิพฺพานธาตุ.

‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, อนุปาทิเสสา นิพฺพานธาตุ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อรหํ โหติ ขีณาสโว วุสิตวา กตกรณีโย โอหิตภาโร อนุปฺปตฺตสทตฺโถ ปริกฺขีณภวสํโยชโน สมฺมทญฺญา วิมุตฺโต. ตสฺส อิเธว, ภิกฺขเว, สพฺพเวทยิตานิ อนภินนฺทิตานิ สีติ ภวิสฺสนฺติ [สีตีภวิสฺสนฺติ (?)]. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อนุปาทิเสสา นิพฺพานธาตุ. อิมา โข, ภิกฺขเว, เทฺว นิพฺพานธาตุโย’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘ทุเว อิมา จกฺขุมตา ปกาสิตา, นิพฺพานธาตู อนิสฺสิเตน ตาทินา;

เอกา หิ ธาตุ อิธ ทิฏฺฐธมฺมิกา, สอุปาทิเสสา ภวเนตฺติสงฺขยา;

อนุปาทิเสสา ปน สมฺปรายิกา, ยมฺหิ นิรุชฺฌนฺติ ภวานิ สพฺพโส.

‘‘เย เอตทญฺญาย ปทํ อสงฺขตํ, วิมุตฺตจิตฺตา ภวเนตฺติสงฺขยา;

เต ธมฺมสาราธิคมา ขเย รตา, ปหํสุ เต สพฺพภวานิ ตาทิโน’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. สตฺตมํ.

๘. ปฏิสลฺลานสุตฺตํ

๔๕. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ปฏิสลฺลานารามา [ปฏิสลฺลานารามา (ก.)], ภิกฺขเว, วิหรถ ปฏิสลฺลานรตา, อชฺฌตฺตํ เจโตสมถมนุยุตฺตา, อนิรากตชฺฌานา, วิปสฺสนาย สมนฺนาคตา, พฺรูเหตา สุญฺญาคารานํ. ปฏิสลฺลานารามานํ, ภิกฺขเว, วิหรตํ ปฏิสลฺลานรตานํ อชฺฌตฺตํ เจโตสมถมนุยุตฺตานํ อนิรากตมชฺฌานานํ วิปสฺสนาย สมนฺนาคตานํ พฺรูเหตานํ สุญฺญาคารานํ ทฺวินฺนํ ผลานํ อญฺญตรํ ผลํ ปาฏิกงฺขํ – ทิฏฺเฐว ธมฺเม อญฺญา, สติ วา อุปาทิเสเส อนาคามิตา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘เย สนฺตจิตฺตา นิปกา, สติมนฺโต จ [สติมนฺโตว (สี. ก.)] ฌายิโน;

สมฺมา ธมฺมํ วิปสฺสนฺติ, กาเมสุ อนเปกฺขิโน.

‘‘อปฺปมาทรตา สนฺตา, ปมาเท ภยทสฺสิโน;

อภพฺพา ปริหานาย, นิพฺพานสฺเสว สนฺติเก’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. อฏฺฐมํ.

๙. สิกฺขานิสํสสุตฺตํ

๔๖. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘สิกฺขานิสํสา, ภิกฺขเว, วิหรถ ปญฺญุตฺตรา วิมุตฺติสารา สตาธิปเตยฺยา. สิกฺขานิสํสานํ, ภิกฺขเว, วิหรตํ ปญฺญุตฺตรานํ วิมุตฺติสารานํ สตาธิปเตยฺยานํ ทฺวินฺนํ ผลานํ อญฺญตรํ ผลํ ปาฏิกงฺขํ – ทิฏฺเฐว ธมฺเม อญฺญา, สติ วา อุปาทิเสเส อนาคามิตา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘ปริปุณฺณสิกฺขํ [ปริปุณฺณเสขํ (สี.), ปริปุณฺณเสกฺขํ (สฺยา.)] อปหานธมฺมํ, ปญฺญุตฺตรํ ชาติขยนฺตทสฺสึ;

ตํ เว มุนึ อนฺติมเทหธารึ, มารญฺชหํ พฺรูมิ ชราย ปารคุํ.

‘‘ตสฺมา สทา ฌานรตา สมาหิตา, อาตาปิโน ชาติขยนฺตทสฺสิโน;

มารํ สเสนํ อภิภุยฺย ภิกฺขโว, ภวถ ชาติมรณสฺส ปารคา’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. นวมํ.

๑๐. ชาคริยสุตฺตํ

๔๗. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ชาคโร จสฺส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วิหเรยฺย สโต สมฺปชาโน สมาหิโต ปมุทิโต วิปฺปสนฺโน จ ตตฺถ กาลวิปสฺสี จ กุสเลสุ ธมฺเมสุ. ชาครสฺส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน วิหรโต สตสฺส สมฺปชานสฺส สมาหิตสฺส ปมุทิตสฺส วิปฺปสนฺนสฺส ตตฺถ กาลวิปสฺสิโน กุสเลสุ ธมฺเมสุ ทฺวินฺนํ ผลานํ อญฺญตรํ ผลํ ปาฏิกงฺขํ – ทิฏฺเฐว ธมฺเม อญฺญา, สติ วา อุปาทิเสเส อนาคามิตา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘ชาครนฺตา สุณาเถตํ, เย สุตฺตา เต ปพุชฺฌถ;

สุตฺตา ชาคริตํ เสยฺโย, นตฺถิ ชาครโต ภยํ.

‘‘โย ชาคโร จ สติมา สมฺปชาโน, สมาหิโต มุทิโต วิปฺปสนฺโน จ;

กาเลน โส สมฺมา ธมฺมํ ปริวีมํสมาโน, เอโกทิภูโต วิหเน ตมํ โส.

‘‘ตสฺมา หเว ชาคริยํ ภเชถ, อาตาปี ภิกฺขุ นิปโก ฌานลาภี;

สํโยชนํ ชาติชราย เฉตฺวา, อิเธว สมฺโพธิมนุตฺตรํ ผุเส’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ทสมํ.

๑๑. อาปายิกสุตฺตํ

๔๘. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, อาปายิกา เนรยิกา อิทมปฺปหาย. กตเม เทฺว? โย จ อพฺรหฺมจารี พฺรหฺมจาริปฏิญฺโญ, โย จ ปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ จรนฺตํ อมูลเกน อพฺรหฺมจริเยน อนุทฺธํเสติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, เทฺว อาปายิกา เนรยิกา อิทมปฺปหายา’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘อภูตวาที นิรยํ อุเปติ, โย วาปิ กตฺวา น กโรมิ จาห;

อุโภปิ เต เปจฺจ สมา ภวนฺติ, นิหีนกมฺมา มนุชา ปรตฺถ.

‘‘กาสาวกณฺฐา พหโว, ปาปธมฺมา อสญฺญตา;

ปาปา ปาเปหิ กมฺเมหิ, นิรยํ เต อุปปชฺชเร.

‘‘เสยฺโย อโยคุโฬ ภุตฺโต, ตตฺโต อคฺคิสิขูปโม;

ยญฺเจ ภุญฺเชยฺย ทุสฺสีโล, รฏฺฐปิณฺฑมสญฺญโต’’ติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. เอกาทสมํ.

๑๒. ทิฏฺฐิคตสุตฺตํ

๔๙. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา, วุตฺตมรหตาติ เม สุตํ –

‘‘ทฺวีหิ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิคเตหิ ปริยุฏฺฐิตา เทวมนุสฺสา โอลียนฺติ เอเก, อติธาวนฺติ เอเก; จกฺขุมนฺโต จ ปสฺสนฺติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, โอลียนฺติ เอเก? ภวารามา, ภิกฺขเว, เทวมนุสฺสา ภวรตา ภวสมฺมุทิตา เตสํ ภวนิโรธาย ธมฺเม เทสิยมาเน จิตฺตํ น ปกฺขนฺทติ น ปสีทติ น สนฺติฏฺฐติ นาธิมุจฺจติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, โอลียนฺติ เอเก.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, อติธาวนฺติ เอเก? ภเวเนว โข ปเนเก อฏฺฏียมานา หรายมานา ชิคุจฺฉมานา วิภวํ อภินนฺทนฺติ – ยโต กิร, โภ, อยํ อตฺตา [สตฺโต (สี. ก.)] กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อุจฺฉิชฺชติ วินสฺสติ น โหติ ปรํ มรณา; เอตํ สนฺตํ เอตํ ปณีตํ เอตํ ยาถาวนฺติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, อติธาวนฺติ เอเก.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, จกฺขุมนฺโต ปสฺสนฺติ? อิธ ภิกฺขุ ภูตํ ภูตโต ปสฺสติ; ภูตํ ภูตโต ทิสฺวา ภูตสฺส นิพฺพิทาย วิราคาย นิโรธาย ปฏิปนฺโน โหติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, จกฺขุมนฺโต ปสฺสนฺตี’’ติ. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ. ตตฺเถตํ อิติ วุจฺจติ –

‘‘เย [โย (สฺยา. ก.)] ภูตํ ภูตโต ทิสฺวา, ภูตสฺส จ อติกฺกมํ;

ยถาภูเต วิมุจฺจนฺติ, ภวตณฺหา ปริกฺขยา.

‘‘ส เว [สเจ (ก. สี. สฺยา. ปี.)] ภูตปริญฺโญ, โส วีตตโณฺห ภวาภเว;

ภูตสฺส วิภวา ภิกฺขุ, นาคจฺฉติ ปุนพฺภว’’นฺติ.

อยมฺปิ อตฺโถ วุตฺโต ภควตา, อิติ เม สุตนฺติ. ทฺวาทสมํ.

ทุติโย วคฺโค นิฏฺฐิโต.

ตสฺสุทฺทานํ –

เทฺว อินฺทฺริยา เทฺว ตปนียา, สีเลน อปเร ทุเว;

อโนตฺตาปี กุหนา เทฺว จ, สํเวชนีเยน เต ทส.

วิตกฺกา เทสนา วิชฺชา, ปญฺญา ธมฺเมน ปญฺจมํ;

อชาตํ ธาตุสลฺลานํ, สิกฺขา ชาคริเยน จ;

อปายทิฏฺฐิยา เจว [เยว (สี. สฺยา.)], พาวีสติ ปกาสิตาติ.

ทุกนิปาโต นิฏฺฐิโต.