๒. ภูริทตฺตจริยา
๑๑. ‘‘ปุนาปรํ ยทา โหมิ, ภูริทตฺโต มหิทฺธิโก;
วิรูปกฺเขน มหารญฺญา, เทวโลกมคญฺฉหํ.
๑๒. ‘‘ตตฺถ ปสฺสิตฺวาหํ เทเว, เอกนฺตํ สุขสมปฺปิเต;
ตํ สคฺคคมนตฺถาย, สีลพฺพตํ สมาทิยึ.
๑๓. ‘‘สรีรกิจฺจํ กตฺวาน, ภุตฺวา ยาปนมตฺตกํ;
จตุโร องฺเค อธิฏฺฐาย, เสมิ วมฺมิกมุทฺธนิ.
๑๔. ‘‘ฉวิยา จมฺเมน มํเสน, นหารุอฏฺฐิเกหิ วา;
ยสฺส เอเตน กรณียํ, ทินฺนํเยว หราตุ โส.
๑๕. ‘‘สํสิโต อกตญฺญุนา, อาลมฺปายโน [อาลมฺพโณ (สี.)] มมคฺคหิ;
เปฬาย ปกฺขิปิตฺวาน, กีเฬติ มํ ตหึ ตหึ.
๑๖. ‘‘เปฬาย ปกฺขิปนฺเตปิ, สมฺมทฺทนฺเตปิ ปาณินา;
อาลมฺปายเน [อาลมฺพเณ (สี.)] น กุปฺปามิ, สีลขณฺฑภยา มม.
๑๗. ‘‘สกชีวิตปริจฺจาโค, ติณโต ลหุโก มม;
สีลวีติกฺกโม มยฺหํ, ปถวีอุปฺปตนํ วิย.
๑๘. ‘‘นิรนฺตรํ ชาติสตํ, จเชยฺยํ มม ชีวิตํ;
เนว สีลํ ปภินฺเทยฺยํ, จตุทฺทีปาน เหตุปิ.
๑๙. ‘‘อปิ จาหํ สีลรกฺขาย, สีลปารมิปูริยา;
น กโรมิ จิตฺเต อญฺญถตฺตํ, ปกฺขิปนฺตมฺปิ เปฬเก’’ติ.
ภูริทตฺตจริยํ ทุติยํ.