๒. หตฺถินาควคฺโค
๑. มาตุโปสกจริยา
๑. ‘‘ยทา อโหสึ ปวเน, กุญฺชโร มาตุโปสโก;
น ตทา อตฺถิ มหิยา, คุเณน มม สาทิโส.
๒. ‘‘ปวเน ทิสฺวา วนจโร, รญฺโญ มํ ปฏิเวทยิ;
‘ตวานุจฺฉโว มหาราช, คโช วสติ กานเน.
๓. ‘‘‘น ตสฺส ปริกฺขายตฺโถ, นปิ อาฬกกาสุยา;
สห คหิเต [สมํ คหิเต (สี.)] โสณฺฑาย, สยเมว อิเธหิ’ติ.
๔. ‘‘ตสฺส ตํ วจนํ สุตฺวา, ราชาปิ ตุฏฺฐมานโส;
เปเสสิ หตฺถิทมกํ, เฉกาจริยํ สุสิกฺขิตํ.
๕. ‘‘คนฺตฺวา โส หตฺถิทมโก, อทฺทส ปทุมสฺสเร;
ภิสมุฬาลํ [ภิสมูลํ (ก.)] อุทฺธรนฺตํ, ยาปนตฺถาย มาตุยา.
๖. ‘‘วิญฺญาย เม สีลคุณํ, ลกฺขณํ อุปธารยิ;
‘เอหิ ปุตฺตา’ติ ปตฺวาน, มม โสณฺฑาย อคฺคหิ.
๗. ‘‘ยํ เม ตทา ปากติกํ, สรีรานุคตํ พลํ;
อชฺช นาคสหสฺสานํ, พเลน สมสาทิสํ.
๘. ‘‘ยทิหํ เตสํ ปกุปฺเปยฺยํ, อุเปตานํ คหณาย มํ;
ปฏิพโล ภเว เตสํ, ยาว รชฺชมฺปิ มานุสํ.
๙. ‘‘อปิ จาหํ สีลรกฺขาย, สีลปารมิปูริยา;
น กโรมิ จิตฺเต อญฺญถตฺตํ, ปกฺขิปนฺตํ มมาฬเก.
๑๐. ‘‘ยทิ เต มํ ตตฺถ โกฏฺเฏยฺยุํ, ผรสูหิ โตมเรหิ จ;
เนว เตสํ ปกุปฺเปยฺยํ, สีลขณฺฑภยา มมา’’ติ.
มาตุโปสกจริยํ ปฐมํ.
๒. ภูริทตฺตจริยา
๑๑. ‘‘ปุนาปรํ ยทา โหมิ, ภูริทตฺโต มหิทฺธิโก;
วิรูปกฺเขน มหารญฺญา, เทวโลกมคญฺฉหํ.
๑๒. ‘‘ตตฺถ ปสฺสิตฺวาหํ เทเว, เอกนฺตํ สุขสมปฺปิเต;
ตํ สคฺคคมนตฺถาย, สีลพฺพตํ สมาทิยึ.
๑๓. ‘‘สรีรกิจฺจํ กตฺวาน, ภุตฺวา ยาปนมตฺตกํ;
จตุโร องฺเค อธิฏฺฐาย, เสมิ วมฺมิกมุทฺธนิ.
๑๔. ‘‘ฉวิยา จมฺเมน มํเสน, นหารุอฏฺฐิเกหิ วา;
ยสฺส เอเตน กรณียํ, ทินฺนํเยว หราตุ โส.
๑๕. ‘‘สํสิโต อกตญฺญุนา, อาลมฺปายโน [อาลมฺพโณ (สี.)] มมคฺคหิ;
เปฬาย ปกฺขิปิตฺวาน, กีเฬติ มํ ตหึ ตหึ.
๑๖. ‘‘เปฬาย ปกฺขิปนฺเตปิ, สมฺมทฺทนฺเตปิ ปาณินา;
อาลมฺปายเน [อาลมฺพเณ (สี.)] น กุปฺปามิ, สีลขณฺฑภยา มม.
๑๗. ‘‘สกชีวิตปริจฺจาโค, ติณโต ลหุโก มม;
สีลวีติกฺกโม มยฺหํ, ปถวีอุปฺปตนํ วิย.
๑๘. ‘‘นิรนฺตรํ ชาติสตํ, จเชยฺยํ มม ชีวิตํ;
เนว สีลํ ปภินฺเทยฺยํ, จตุทฺทีปาน เหตุปิ.
๑๙. ‘‘อปิ จาหํ สีลรกฺขาย, สีลปารมิปูริยา;
น กโรมิ จิตฺเต อญฺญถตฺตํ, ปกฺขิปนฺตมฺปิ เปฬเก’’ติ.
ภูริทตฺตจริยํ ทุติยํ.
๓. จมฺเปยฺยนาคจริยา
๒๐. ‘‘ปุนาปรํ ยทา โหมิ, จมฺเปยฺยโก มหิทฺธิโก;
ตทาปิ ธมฺมิโก อาสึ, สีลพฺพตสมปฺปิโต.
๒๑. ‘‘ตทาปิ มํ ธมฺมจารึ, อุปวุตฺถํ อุโปสถํ;
อหิตุณฺฑิโก คเหตฺวาน, ราชทฺวารมฺหิ กีฬติ.
๒๒. ‘‘ยํ ยํ โส วณฺณํ จินฺตยิ, นีลํว ปีตโลหิตํ;
ตสฺส จิตฺตานุวตฺตนฺโต, โหมิ จินฺติตสนฺนิโภ.
๒๓. ‘‘ถลํ กเรยฺยมุทกํ, อุทกมฺปิ ถลํ กเร;
ยทิหํ ตสฺส ปกุปฺเปยฺยํ, ขเณน ฉาริกํ กเร.
๒๔. ‘‘ยทิ จิตฺตวสี เหสฺสํ, ปริหายิสฺสามิ สีลโต;
สีเลน ปริหีนสฺส, อุตฺตมตฺโถ น สิชฺฌติ.
๒๕. ‘‘กามํ ภิชฺชตุยํ กาโย, อิเธว วิกิรียตุ;
เนว สีลํ ปภินฺเทยฺยํ, วิกิรนฺเต ภุสํ วิยา’’ติ.
จมฺเปยฺยนาคจริยํ ตติยํ.
๔. จูฬโพธิจริยา
๒๖. ‘‘ปุนาปรํ ยทา โหมิ, จูฬโพธิ สุสีลวา;
ภวํ ทิสฺวาน ภยโต, เนกฺขมฺมํ อภินิกฺขมึ.
๒๗. ‘‘ยา เม ทุติยิกา อาสิ, พฺราหฺมณี กนกสนฺนิภา;
สาปิ วฏฺเฏ อนเปกฺขา, เนกฺขมฺมํ อภินิกฺขมิ.
๒๘. ‘‘นิราลยา ฉินฺนพนฺธู, อนเปกฺขา กุเล คเณ;
จรนฺตา คามนิคมํ, พาราณสิมุปาคมุํ.
๒๙. ‘‘ตตฺถ วสาม นิปกา, อสํสฏฺฐา กุเล คเณ;
นิรากุเล อปฺปสทฺเท, ราชุยฺยาเน วสามุโภ.
๓๐. ‘‘อุยฺยานทสฺสนํ คนฺตฺวา, ราชา อทฺทส พฺราหฺมณึ;
อุปคมฺม มมํ ปุจฺฉิ, ‘ตุเยฺหสา กา กสฺส ภริยา’.
๓๑. ‘‘เอวํ วุตฺเต อหํ ตสฺส, อิทํ วจนมพฺรวึ;
‘น มยฺหํ ภริยา เอสา, สหธมฺมา เอกสาสนี’.
๓๒. ‘‘ติสฺสา [ตสฺสา (สี.)] สารตฺตคธิโต, คาหาเปตฺวาน เจฏเก;
นิปฺปีฬยนฺโต พลสา, อนฺเตปุรํ ปเวสยิ.
๓๓. ‘‘โอทปตฺตกิยา มยฺหํ, สหชา เอกสาสนี;
อากฑฺฒิตฺวา นยนฺติยา, โกโป เม อุปปชฺชถ.
๓๔. ‘‘สห โกเป สมุปฺปนฺเน, สีลพฺพตมนุสฺสรึ;
ตตฺเถว โกปํ นิคฺคณฺหึ, นาทาสึ วฑฺฒิตูปริ.
๓๕. ‘‘ยทิ นํ พฺราหฺมณึ โกจิ, โกฏฺเฏยฺย ติณฺหสตฺติยา;
เนว สีลํ ปภินฺเทยฺยํ, โพธิยาเยว การณา.
๓๖. ‘‘น เมสา พฺราหฺมณี เทสฺสา, นปิ เม พลํ น วิชฺชติ;
สพฺพญฺญุตํ ปิยํ มยฺหํ, ตสฺมา สีลานุรกฺขิส’’นฺติ.
จูฬโพธิจริยํ จตุตฺถํ.
๕. มหึสราชจริยา
๓๗. ‘‘ปุนาปรํ ยทา โหมิ, มหึโส ปวนจารโก;
ปวฑฺฒกาโย พลวา, มหนฺโต ภีมทสฺสโน.
๓๘. ‘‘ปพฺภาเร คิริทุคฺเค [วนทุคฺเค (สี.)] จ, รุกฺขมูเล ทกาสเย;
โหเตตฺถ ฐานํ มหึสานํ, โกจิ โกจิ ตหึ ตหึ.
๓๙. ‘‘วิจรนฺโต พฺรหารญฺเญ, ฐานํ อทฺทส ภทฺทกํ;
ตํ ฐานํ อุปคนฺตฺวาน, ติฏฺฐามิ จ สยามิ จ.
๔๐. ‘‘อเถตฺถ กปิมาคนฺตฺวา, ปาโป อนริโย ลหุ;
ขนฺเธ นลาเฏ ภมุเก, มุตฺเตติ โอหเนติตํ.
๔๑. ‘‘สกิมฺปิ ทิวสํ ทุติยํ, ตติยํ จตุตฺถมฺปิ จ;
ทูเสติ มํ สพฺพกาลํ, เตน โหมิ อุปทฺทุโต.
๔๒. ‘‘มมํ อุปทฺทุตํ ทิสฺวา, ยกฺโข มํ อิทมพฺรวิ;
‘นาเสเหตํ ฉวํ ปาปํ, สิงฺเคหิ จ ขุเรหิ จ’.
๔๓. ‘‘เอวํ วุตฺเต ตทา ยกฺเข, อหํ ตํ อิทมพฺรวึ;
‘กึ ตฺวํ มกฺเขสิ กุณเปน, ปาเปน อนริเยน มํ.
๔๔. ‘‘‘ยทิหํ ตสฺส ปกุปฺเปยฺยํ, ตโต หีนตโร ภเว;
สีลญฺจ เม ปภิชฺเชยฺย, วิญฺญู จ ครเหยฺยุ มํ.
๔๕. ‘‘‘หีฬิตา ชีวิตา วาปิ, ปริสุทฺเธน มตํ วรํ;
กฺยาหํ ชีวิตเหตูปิ, กาหามึ ปรเหฐนํ’.
๔๖. ‘‘มเมวายํ มญฺญมาโน, อญฺเญเปวํ กริสฺสติ;
เตว ตสฺส วธิสฺสนฺติ, สา เม มุตฺติ ภวิสฺสติ.
๔๗. ‘‘หีนมชฺฌิมอุกฺกฏฺเฐ, สหนฺโต อวมานิตํ;
เอวํ ลภติ สปฺปญฺโญ, มนสา ยถา ปตฺถิต’’นฺติ.
มหึสราชจริยํ ปญฺจมํ.
๖. รุรุราชจริยา
๔๘. ‘‘ปุนาปรํ ยทา โหมิ, สุตตฺตกนกสนฺนิโภ;
มิคราชา รุรุนาม, ปรมสีลสมาหิโต.
๔๙. ‘‘รมฺเม ปเทเส รมณีเย, วิวิตฺเต อมนุสฺสเก;
ตตฺถ วาสํ อุปคญฺฉึ, คงฺคากูเล มโนรเม.
๕๐. ‘‘อถ อุปริ คงฺคาย, ธนิเกหิ ปริปีฬิโต;
ปุริโส คงฺคาย ปปติ, ‘ชีวามิ วา มรามิ วา’.
๕๑. ‘‘รตฺตินฺทิวํ โส คงฺคาย, วุยฺหมาโน มโหทเก;
รวนฺโต กรุณํ รวํ, มชฺเฌ คงฺคาย คจฺฉติ.
๕๒. ‘‘ตสฺสาหํ สทฺทํ สุตฺวาน, กรุณํ ปริเทวโต;
คงฺคาย ตีเร ฐตฺวาน, อปุจฺฉึ ‘โกสิ ตฺวํ นโร’.
๕๓. ‘‘โส เม ปุฏฺโฐ จ พฺยากาสิ, อตฺตโน กรณํ ตทา;
‘ธนิเกหิ ภีโต ตสิโต, ปกฺขนฺโทหํ มหานทึ’.
๕๔. ‘‘ตสฺส กตฺวาน การุญฺญํ, จชิตฺวา มม ชีวิตํ;
ปวิสิตฺวา นีหรึ ตสฺส, อนฺธการมฺหิ รตฺติยา.
๕๕. ‘‘อสฺสตฺถกาลมญฺญาย, ตสฺสาหํ อิทมพฺรวึ;
‘เอกํ ตํ วรํ ยาจามิ, มา มํ กสฺสจิ ปาวท’.
๕๖. ‘‘นครํ คนฺตฺวาน อาจิกฺขิ, ปุจฺฉิโต ธนเหตุโก;
ราชานํ โส คเหตฺวาน, อุปคญฺฉิ มมนฺติกํ.
๕๗. ‘‘ยาวตา กรณํ สพฺพํ, รญฺโญ อาโรจิตํ มยา;
ราชา สุตฺวาน วจนํ, อุสุํ ตสฺส ปกปฺปยิ;
‘อิเธว ฆาตยิสฺสามิ, มิตฺตทุพฺภึ [มิตฺตทูภึ (สี.)] อนาริยํ’.
๕๘. ‘‘ตมหํ อนุรกฺขนฺโต, นิมฺมินึ มม อตฺตนา;
‘ติฏฺฐเตโส มหาราช, กามกาโร ภวามิ เต’.
๕๙. ‘‘อนุรกฺขึ มม สีลํ, นารกฺขึ มม ชีวิตํ;
สีลวา หิ ตทา อาสึ, โพธิยาเยว การณา’’ติ.
รุรุราชจริยํ ฉฏฺฐํ.
๗. มาตงฺคจริยา
๖๐. ‘‘ปุนาปรํ ยทา โหมิ, ชฏิโล อุคฺคตาปโน;
มาตงฺโค นาม นาเมน, สีลวา สุสมาหิโต.
๖๑. ‘‘อหญฺจ พฺราหฺมโณ เอโก, คงฺคากูเล วสามุโภ;
อหํ วสามิ อุปริ, เหฏฺฐา วสติ พฺราหฺมโณ.
๖๒. ‘‘วิจรนฺโต อนุกูลมฺหิ, อุทฺธํ เม อสฺสมทฺทส;
ตตฺถ มํ ปริภาเสตฺวา, อภิสปิ มุทฺธผาลนํ.
๖๓. ‘‘ยทิหํ ตสฺส ปกุปฺเปยฺยํ, ยทิ สีลํ น โคปเย;
โอโลเกตฺวานหํ ตสฺส, กเรยฺยํ ฉาริกํ วิย.
๖๔. ‘‘ยํ โส ตทา มํ อภิสปิ, กุปิโต ทุฏฺฐมานโส;
ตสฺเสว มตฺถเก นิปติ, โยเคน ตํ ปโมจยึ.
๖๕. ‘‘อนุรกฺขึ มม สีลํ, นารกฺขึ มม ชีวิตํ;
สีลวา หิ ตทา อาสึ, โพธิยาเยว การณา’’ติ.
มาตงฺคจริยํ สตฺตมํ.
๘. ธมฺมเทวปุตฺตจริยา
๖๖. ‘‘ปุนาปรํ ยทา โหมิ, มหาปกฺโข มหิทฺธิโก;
ธมฺโม นาม มหายกฺโข, สพฺพโลกานุกมฺปโก.
๖๗. ‘‘ทสกุสลกมฺมปเถ, สมาทเปนฺโต มหาชนํ;