๗. คิริมานนฺทตฺเถรอปทานํ

๔๑๙. ‘‘ภริยา เม กาลงฺกตา, ปุตฺโต สีวถิกํ คโต;

มาตา ปิตา มตา ภาตา, เอกจิตมฺหิ [มาตา ปิตา จ ภาตา จ, เอกจิตกมฺหิ (สี. สฺยา.)] ฑยฺหเร.

๔๒๐. ‘‘เตน โสเกน สนฺตตฺโต, กิโส ปณฺฑุ อโหสหํ;

จิตฺตกฺเขโป จ เม อาสิ, เตน โสเกน อฏฺฏิโต.

๔๒๑. ‘‘โสกสลฺลปเรโตหํ, วนนฺตมุปสงฺกมึ;

ปวตฺตผลํ ภุญฺชิตฺวา, รุกฺขมูเล วสามหํ.

๔๒๒. ‘‘สุเมโธ นาม สมฺพุทฺโธ, ทุกฺขสฺสนฺตกโร ชิโน;

มมุทฺธริตุกาโม โส, อาคญฺฉิ มม สนฺติกํ.

๔๒๓. ‘‘ปทสทฺทํ สุณิตฺวาน, สุเมธสฺส มเหสิโน;

ปคฺคเหตฺวานหํ สีสํ, อุลฺโลเกสึ มหามุนึ.

๔๒๔. ‘‘อุปาคเต มหาวีเร, ปีติ เม อุทปชฺชถ;

ตทาสิเมกคฺคมโน, ทิสฺวา ตํ โลกนายกํ.

๔๒๕. ‘‘สตึ ปฏิลภิตฺวาน, ปณฺณมุฏฺฐิมทาสหํ;

นิสีทิ ภควา ตตฺถ, อนุกมฺปาย จกฺขุมา.

๔๒๖. ‘‘นิสชฺช ตตฺถ ภควา, สุเมโธ โลกนายโก;

ธมฺมํ เม กถยี พุทฺโธ, โสกสลฺลวิโนทนํ.

๔๒๗. ‘‘‘อนวฺหิตา ตโต อาคุํ, อนนุญฺญาตา อิโต คตา;

ยถาคตา ตถา คตา, ตตฺถ กา ปริเทวนา.

๔๒๘. ‘‘‘ยถาปิ ปถิกา สตฺตา, วสฺสมานาย วุฏฺฐิยา;

สภณฺฑา อุปคจฺฉนฺติ, วสฺสสฺสาปตนาย เต.

๔๒๙. ‘‘‘วสฺเส จ เต โอรมิเต, สมฺปยนฺติ ยทิจฺฉกํ;

เอวํ มาตา ปิตา ตุยฺหํ, ตตฺถ กา ปริเทวนา.

๔๓๐. ‘‘‘อาคนฺตุกา ปาหุนกา, จลิเตริตกมฺปิตา;

เอวํ มาตา ปิตา ตุยฺหํ, ตตฺถ กา ปริเทวนา.

๔๓๑. ‘‘‘ยถาปิ อุรโค ชิณฺณํ, หิตฺวา คจฺฉติ สํ ตจํ [สํตนุํ (สฺยา. ก.)];

เอวํ มาตา ปิตา ตุยฺหํ, สํ ตนุํ อิธ หียเร’.

๔๓๒. ‘‘พุทฺธสฺส คิรมญฺญาย, โสกสลฺลํ วิวชฺชยึ;

ปาโมชฺชํ ชนยิตฺวาน, พุทฺธเสฏฺฐํ อวนฺทหํ.

๔๓๓. ‘‘วนฺทิตฺวาน มหานาคํ, ปูชยึ คิริมญฺชรึ [คิริมญฺชริมปูชยึ (สี. สฺยา.)];

ทิพฺพคนฺธํ สมฺปวนฺตํ [ทิพฺพคนฺเธน สมฺปนฺนํ (สี. สฺยา.)], สุเมธํ โลกนายกํ.

๔๓๔. ‘‘ปูชยิตฺวาน สมฺพุทฺธํ, สิเร กตฺวาน อญฺชลึ;

อนุสฺสรํ คุณคฺคานิ, สนฺถวึ โลกนายกํ.

๔๓๕. ‘‘นิตฺติณฺโณสิ [นิตฺตโณฺหสิ (สี.), วิติณฺโณสิ (สฺยา.)] มหาวีร, สพฺพญฺญุ โลกนายก;

สพฺเพ สตฺเต อุทฺธรสิ, ญาเณน ตฺวํ มหามุเน.

๔๓๖. ‘‘วิมตึ เทฺวฬฺหกํ วาปิ, สญฺฉินฺทสิ มหามุเน;

ปฏิปาเทสิ เม มคฺคํ, ตว ญาเณน จกฺขุม.

๔๓๗. ‘‘อรหา วสิปตฺตา [สิทฺธิปตฺตา (สี. สฺยา.)] จ, ฉฬภิญฺญา มหิทฺธิกา;

อนฺตลิกฺขจรา ธีรา, ปริวาเรนฺติ ตาวเท.

๔๓๘. ‘‘ปฏิปนฺนา จ เสขา จ, ผลฏฺฐา สนฺติ สาวกา;

สูโรทเยว ปทุมา, ปุปฺผนฺติ ตว สาวกา.

๔๓๙. ‘‘มหาสมุทฺโทวกฺโขโภ, อตุโลปิ [ยถา สมุทฺโท อกฺโขโภ, อตุโล จ (สี.)] ทุรุตฺตโร;

เอวํ ญาเณน สมฺปนฺโน, อปฺปเมยฺโยสิ จกฺขุม.

๔๔๐. ‘‘วนฺทิตฺวาหํ โลกชินํ, จกฺขุมนฺตํ มหายสํ;

ปุถุ ทิสา นมสฺสนฺโต, ปฏิกุฏิโก อคญฺฉหํ.

๔๔๑. ‘‘เทวโลกา จวิตฺวาน, สมฺปชาโน ปติสฺสโต;

โอกฺกมึ มาตุยา กุจฺฉึ, สนฺธาวนฺโต ภวาภเว.

๔๔๒. ‘‘อคารา อภินิกฺขมฺม, ปพฺพชึ อนคาริยํ;

อาตาปี นิปโก ฌายี, ปฏิสลฺลานโคจโร.

๔๔๓. ‘‘ปธานํ ปทหิตฺวาน, โตสยิตฺวา มหามุนึ;

จนฺโทวพฺภฆนา มุตฺโต, วิจรามิ อหํ สทา.

๔๔๔. ‘‘วิเวกมนุยุตฺโตมฺหิ, อุปสนฺโต นิรูปธิ;

สพฺพาสเว ปริญฺญาย, วิหรามิ อนาสโว.

๔๔๕. ‘‘ตึสกปฺปสหสฺสมฺหิ, ยํ พุทฺธมภิปูชยึ;

ทุคฺคตึ นาภิชานามิ, พุทฺธปูชายิทํ ผลํ.

๔๔๖. ‘‘กิเลสา ฌาปิตา มยฺหํ, ภวา สพฺเพ สมูหตา;

สพฺพาสวา ปริกฺขีณา, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว.

๔๔๗. ‘‘สฺวาคตํ วต เม อาสิ…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ.

๔๔๘. ‘‘ปฏิสมฺภิทา จตสฺโส…เป… กตํ พุทฺธสฺส สาสนํ’’.

อิตฺถํ สุทํ อายสฺมา คิริมานนฺโท เถโร อิมา คาถาโย อภาสิตฺถาติ.

คิริมานนฺทตฺเถรสฺสาปทานํ สตฺตมํ.