(๓-๕) อายตปณฺหิตาทิติลกฺขณํ
๒๐๖. ‘‘ยมฺปิ, ภิกฺขเว, ตถาคโต ปุริมํ ชาตึ ปุริมํ ภวํ ปุริมํ นิเกตํ ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน ปาณาติปาตํ ปหาย ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต อโหสิ นิหิตทณฺโฑ นิหิตสตฺโถ ลชฺชี ทยาปนฺโน, สพฺพปาณภูตหิตานุกมฺปี วิหาสิ. โส ตสฺส กมฺมสฺส กฏตฺตา อุปจิตตฺตา อุสฺสนฺนตฺตา วิปุลตฺตา…เป… โส ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคโต สมาโน อิมานิ ตีณิ มหาปุริสลกฺขณานิ ปฏิลภติ. อายตปณฺหิ จ โหติ, ทีฆงฺคุลิ จ พฺรหฺมุชุคตฺโต จ.
‘‘โส เตหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ, ราชา โหติ จกฺกวตฺตี…เป… ราชา สมาโน กึ ลภติ? ทีฆายุโก โหติ จิรฏฺฐิติโก, ทีฆมายุํ ปาเลติ, น สกฺกา โหติ อนฺตรา ชีวิตา โวโรเปตุํ เกนจิ มนุสฺสภูเตน ปจฺจตฺถิเกน ปจฺจามิตฺเตน. ราชา สมาโน อิทํ ลภติ… พุทฺโธ สมาโน กึ ลภติ? ทีฆายุโก โหติ จิรฏฺฐิติโก, ทีฆมายุํ ปาเลติ, น สกฺกา โหติ อนฺตรา ชีวิตา โวโรเปตุํ ปจฺจตฺถิเกหิ ปจฺจามิตฺเตหิ สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺมึ. พุทฺโธ สมาโน อิทํ ลภติ’’. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ.
๒๐๗. ตตฺเถตํ วุจฺจติ –
‘‘มารณวธภยตฺตโน [มรณวธภยตฺตโน (สี. ปี. ก.), มรณวธภยมตฺตโน (สฺยา.)] วิทิตฺวา,
ปฏิวิรโต ปรํ มารณายโหสิ;
เตน สุจริเตน สคฺคมคมา [เตน โส สุจริเตน สคฺคมคมาสิ (สฺยา.)],
สุกตผลวิปากมนุโภสิ.
‘‘จวิย ปุนริธาคโต สมาโน,
ปฏิลภติ อิธ ตีณิ ลกฺขณานิ;
ภวติ วิปุลทีฆปาสณฺหิโก,
พฺรหฺมาว สุชุ สุโภ สุชาตคตฺโต.
‘‘สุภุโช สุสุ สุสณฺฐิโต สุชาโต,
มุทุตลุนงฺคุลิยสฺส โหนฺติ;
ทีฆา ตีภิ ปุริสวรคฺคลกฺขเณหิ,
จิรยปนาย [จิรยาปนาย (สฺยา.)] กุมารมาทิสนฺติ.
‘‘ภวติ ยทิ คิหี จิรํ ยเปติ,
จิรตรํ ปพฺพชติ ยทิ ตโต หิ;
ยาปยติ จ วสิทฺธิภาวนาย,
อิติ ทีฆายุกตาย ตํ นิมิตฺต’’นฺติ.