(๒๑-๒๒) อภินีลเนตฺตโคปขุมลกฺขณานิ

๒๒๘. ‘‘ยมฺปิ, ภิกฺขเว, ตถาคโต ปุริมํ ชาตึ ปุริมํ ภวํ ปุริมํ นิเกตํ ปุพฺเพ มนุสฺสภูโต สมาโน น จ วิสฏํ, น จ วิสาจิ [น จ วิสาจิตํ (สี. ปี.), น จ วิสาวิ (สฺยา.)], น จ ปน วิเจยฺย เปกฺขิตา, อุชุํ ตถา ปสฏมุชุมโน, ปิยจกฺขุนา พหุชนํ อุทิกฺขิตา อโหสิ. โส ตสฺส กมฺมสฺส กฏตฺตา…เป… โส ตโต จุโต อิตฺถตฺตํ อาคโต สมาโน อิมานิ เทฺว มหาปุริสลกฺขณานิ ปฏิลภติ. อภินีลเนตฺโต จ โหติ โคปขุโม จ.

‘‘โส เตหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต, สเจ อคารํ อชฺฌาวสติ, ราชา โหติ จกฺกวตฺตี…เป… ราชา สมาโน กึ ลภติ? ปิยทสฺสโน โหติ พหุโน ชนสฺส, ปิโย โหติ มนาโป พฺราหฺมณคหปติกานํ เนคมชานปทานํ คณกมหามตฺตานํ อนีกฏฺฐานํ โทวาริกานํ อมจฺจานํ ปาริสชฺชานํ ราชูนํ โภคิยานํ กุมารานํ. ราชา สมาโน อิทํ ลภติ…เป… พุทฺโธ สมาโน กึ ลภติ? ปิยทสฺสโน โหติ พหุโน ชนสฺส, ปิโย โหติ มนาโป ภิกฺขูนํ ภิกฺขุนีนํ อุปาสกานํ อุปาสิกานํ เทวานํ มนุสฺสานํ อสุรานํ นาคานํ คนฺธพฺพานํ. พุทฺโธ สมาโน อิทํ ลภติ’’. เอตมตฺถํ ภควา อโวจ.

๒๒๙. ตตฺเถตํ วุจฺจติ –

‘‘น จ วิสฏํ น จ วิสาจิ [วิสาจิตํ (สี. ปี.), วิสาวิ (สฺยา.)], น จ ปน วิเจยฺยเปกฺขิตา;

อุชุํ ตถา ปสฏมุชุมโน, ปิยจกฺขุนา พหุชนํ อุทิกฺขิตา.

‘‘สุคตีสุ โส ผลวิปากํ,

อนุภวติ ตตฺถ โมทติ;

อิธ จ ปน ภวติ โคปขุโม,

อภินีลเนตฺตนยโน สุทสฺสโน.

‘‘อภิโยคิโน จ นิปุณา,

พหู ปน นิมิตฺตโกวิทา;

สุขุมนยนกุสลา มนุชา,

ปิยทสฺสโนติ อภินิทฺทิสนฺติ นํ.

‘‘ปิยทสฺสโน คิหีปิ สนฺโต จ,

ภวติ พหุชนปิยายิโต;

ยทิ จ น ภวติ คิหี สมโณ โหติ,

ปิโย พหูนํ โสกนาสโน’’ติ.