๖. กุฏิการสิกฺขาปทวณฺณนา

๓๔๒. เตน สมเยนาติ กุฏิการสิกฺขาปทํ. ตตฺถ อาฬวกาติ อาฬวิรฏฺเฐ ชาตา ทารกา อาฬวกา นาม, เต ปพฺพชิตกาเลปิ ‘‘อาฬวกา’’เตฺวว ปญฺญายึสุ. เต สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘อาฬวกา ภิกฺขู’’ติ. สญฺญาจิกาโยติ สยํ ยาจิตฺวา คหิตูปกรณาโย. การาเปนฺตีติ กโรนฺติปิ การาเปนฺติปิ, เต กิร สาสเน วิปสฺสนาธุรญฺจ คนฺถธุรญฺจาติ เทฺวปิ ธุรานิ ฉฑฺเฑตฺวา นวกมฺมเมว ธุรํ กตฺวา ปคฺคณฺหึสุ. อสฺสามิกาโยติ อนิสฺสราโย, กาเรตา ทายเกน วิรหิตาโยติ อตฺโถ. อตฺตุทฺเทสิกาโยติ อตฺตานํ อุทฺทิสฺส อตฺตโน อตฺถาย อารทฺธาโยติ อตฺโถ. อปฺปมาณิกาโยติ ‘‘เอตฺตเกน นิฏฺฐํ คจฺฉิสฺสนฺตี’’ติ เอวํ อปริจฺฉินฺนปฺปมาณาโย, วุทฺธิปฺปมาณาโย วา มหนฺตปฺปมาณาโยติ อตฺโถ.

ยาจนา เอว พหุลา เอเตสํ มนฺทํ อญฺญํ กมฺมนฺติ ยาจนพหุลา. เอวํ วิญฺญตฺติพหุลา เวทิตพฺพา. อตฺถโต ปเนตฺถ นานากรณํ นตฺถิ, อเนกกฺขตฺตุํ ‘‘ปุริสํ เทถ, ปุริสตฺถกรํ เทถา’’ติ ยาจนฺตานเมตํ อธิวจนํ. ตตฺถ มูลจฺเฉชฺชาย ปุริสํ ยาจิตุํ น วฏฺฏติ, สหายตฺถาย กมฺมกรณตฺถาย ‘‘ปุริสํ เทถา’’ติ ยาจิตุํ วฏฺฏติ. ปุริสตฺถกรนฺติ ปุริเสน กาตพฺพํ หตฺถกมฺมํ วุจฺจติ, ตํ ยาจิตุํ วฏฺฏติ. หตฺถกมฺมํ นาม กิญฺจิ วตฺถุ น โหติ, ตสฺมา ฐเปตฺวา มิคลุทฺทกมจฺฉพนฺธกาทีนํ สกกมฺมํ อวเสสํ สพฺพํ กปฺปิยํ. ‘‘กึ, ภนฺเต, อาคตตฺถ เกน กมฺม’’นฺติ ปุจฺฉิเต วา อปุจฺฉิเต วา ยาจิตุํ วฏฺฏติ, วิญฺญตฺติปจฺจยา โทโส นตฺถิ. ตสฺมา มิคลุทฺทกาทโย สกกมฺมํ น ยาจิตพฺพา, ‘‘หตฺถกมฺมํ เทถา’’ติ อนิยเมตฺวาปิ น ยาจิตพฺพา; เอวํ ยาจิตา หิ เต ‘‘สาธุ, ภนฺเต’’ติ ภิกฺขู อุยฺโยเชตฺวา มิเคปิ มาเรตฺวา อาหเรยฺยุํ. นิยเมตฺวา ปน ‘‘วิหาเร กิญฺจิ กตฺตพฺพํ อตฺถิ, ตตฺถ หตฺถกมฺมํ เทถา’’ติ ยาจิตพฺพา. ผาลนงฺคลาทีนิ อุปกรณานิ คเหตฺวา กสิตุํ วา วปิตุํ วา ลายิตุํ วา คจฺฉนฺตํ สกิจฺจปสุตมฺปิ กสฺสกํ วา อญฺญํ วา กิญฺจิ หตฺถกมฺมํ ยาจิตุํ วฏฺฏเตว. โย ปน วิฆาสาโท วา อญฺโญ วา โกจิ นิกฺกมฺโม นิรตฺถกกถํ กเถนฺโต นิทฺทายนฺโต วา วิหรติ, เอวรูปํ อยาจิตฺวาปิ ‘‘เอหิ เร อิทํ วา อิทํ วา กโรหี’’ติ ยทิจฺฉกํ การาเปตุํ วฏฺฏติ.

หตฺถกมฺมสฺส ปน สพฺพกปฺปิยภาวทีปนตฺถํ อิมํ นยํ กเถนฺติ. สเจ หิ ภิกฺขุ ปาสาทํ กาเรตุกาโม โหติ, ถมฺภตฺถาย ปาสาณโกฏฺฏกานํ ฆรํ คนฺตฺวา วตฺตพฺพํ ‘‘หตฺถกมฺมํ ลทฺธุํ วฏฺฏติ อุปาสกา’’ติ. กึ กาตพฺพํ, ภนฺเต,ติ? ปาสาณตฺถมฺภา อุทฺธริตฺวา ทาตพฺพาติ. สเจ เต อุทฺธริตฺวา วา เทนฺติ, อุทฺธริตฺวา นิกฺขิตฺเต อตฺตโน ถมฺเภ วา เทนฺติ, วฏฺฏติ. อถาปิ วทนฺติ – ‘‘อมฺหากํ, ภนฺเต, หตฺถกมฺมํ กาตุํ ขโณ นตฺถิ, อญฺญํ อุทฺธราเปถ, ตสฺส มูลํ ทสฺสามา’’ติ อุทฺธราเปตฺวา ‘‘ปาสาณตฺถมฺเภ อุทฺธฏมนุสฺสานํ มูลํ เทถา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. เอเตเนวุปาเยน ปาสาททารูนํ อตฺถาย วฑฺฒกีนํ สนฺติกํ อิฏฺฐกตฺถาย อิฏฺฐกวฑฺฒกีนํ ฉทนตฺถาย เคหจฺฉาทกานํ จิตฺตกมฺมตฺถาย จิตฺตการานนฺติ เยน เยน อตฺโถ โหติ, ตสฺส ตสฺส อตฺถาย เตสํ เตสํ สิปฺปการกานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา หตฺถกมฺมํ ยาจิตุํ วฏฺฏติ. หตฺถกมฺมยาจนวเสน จ มูลจฺเฉชฺชาย วา ภตฺตเวตนานุปฺปทาเนน วา ลทฺธมฺปิ สพฺพํ คเหตุํ วฏฺฏติ. อรญฺญโต อาหราเปนฺเตน จ สพฺพํ อนชฺฌาวุตฺถกํ อาหราเปตพฺพํ.

น เกวลญฺจ ปาสาทํ กาเรตุกาเมน มญฺจปีฐปตฺตปริสฺสาวนธมกรกจีวราทีนิ การาเปตุกาเมนาปิ ทารุโลหสุตฺตาทีนิ ลภิตฺวา เต เต สิปฺปการเก อุปสงฺกมิตฺวา วุตฺตนเยเนว หตฺถกมฺมํ ยาจิตพฺพํ. หตฺถกมฺมยาจนวเสน จ มูลจฺเฉชฺชาย วา ภตฺตเวตนานุปฺปทาเนน วา ลทฺธมฺปิ สพฺพํ คเหตพฺพํ. สเจ ปน กาตุํ น อิจฺฉนฺติ, ภตฺตเวตนํ ปจฺจาสีสนฺติ, อกปฺปิยกหาปณาทิ น ทาตพฺพํ. ภิกฺขาจารวตฺเตน ตณฺฑุลาทีนิ ปริเยสิตฺวา ทาตุํ วฏฺฏติ.

หตฺถกมฺมวเสน ปตฺตํ กาเรตฺวา ตเถว ปาเจตฺวา นวปกฺกสฺส ปตฺตสฺส ปุญฺฉนเตลตฺถาย อนฺโตคามํ ปวิฏฺเฐน ‘‘ภิกฺขาย อาคโต’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา ยาคุยา วา ภตฺเต วา อานีเต หตฺเถน ปตฺโต ปิธาตพฺโพ. สเจ อุปาสิกา ‘‘กึ, ภนฺเต’’ติ ปุจฺฉติ, ‘‘นวปกฺโก ปตฺโต ปุญฺฉนเตเลน อตฺโถ’’ติ วตฺตพฺพํ. สเจ สา ‘‘เทหิ, ภนฺเต’’ติ ปตฺตํ คเหตฺวา เตเลน ปุญฺฉิตฺวา ยาคุยา วา ภตฺตสฺส วา ปูเรตฺวา เทติ, วิญฺญตฺติ นาม น โหติ, คเหตุํ วฏฺฏตีติ.

ภิกฺขู ปเคว ปิณฺฑาย จริตฺวา อาสนสาลํ คนฺตฺวา อาสนํ อปสฺสนฺตา ติฏฺฐนฺติ. ตตฺร เจ อุปาสกา ภิกฺขู ฐิเต ทิสฺวา สยเมว อาสนานิ อาหราเปนฺติ, นิสีทิตฺวา คจฺฉนฺเตหิ อาปุจฺฉิตฺวา คนฺตพฺพํ. อนาปุจฺฉา คตานมฺปิ นฏฺฐํ คีวา น โหติ, อาปุจฺฉิตฺวา คมนํ ปน วตฺตํ. สเจ ภิกฺขูหิ ‘‘อาสนานิ อาหรถา’’ติ วุตฺเตหิ อาหฏานิ โหนฺติ, อาปุจฺฉิตฺวาว คนฺตพฺพํ. อนาปุจฺฉา คตานํ วตฺตเภโท จ นฏฺฐญฺจ คีวาติ. อตฺถรณโกชวาทีสุปิ เอเสว นโย.

มกฺขิกาโย พหุกา โหนฺติ, ‘‘มกฺขิกาพีชนึ อาหรถา’’ติ วตฺตพฺพํ. ปุจิมนฺทสาขาทีนิ อาหรนฺติ, กปฺปิยํ การาเปตฺวา ปฏิคฺคเหตพฺพานิ. อาสนสาลาย อุทกภาชนํ ริตฺตํ โหติ, ‘‘ธมกรณํ คณฺหา’’ติ น วตฺตพฺพํ. ธมกรกญฺหิ ริตฺตภาชเน ปกฺขิปนฺโต ภินฺเทยฺย ‘‘นทึ วา ตฬากํ วา คนฺตฺวา ปน อุทกํ อาหรา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ‘‘เคหโต อาหรา’’ติ เนว วตฺตุํ วฏฺฏติ, น อาหฏํ ปริภุญฺชิตพฺพํ. อาสนสาลายํ วา อรญฺญเก วา ภตฺตกิจฺจํ กโรนฺเตหิ ตตฺถชาตกํ อนชฺฌาวุตฺถกํ ยํกิญฺจิ อุตฺตริภงฺคารหํ ปตฺตํ วา ผลํ วา สเจ กิญฺจิ กมฺมํ กโรนฺตํ อาหราเปติ, หตฺถกมฺมวเสน อาหราเปตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. อลชฺชีหิ ปน ภิกฺขูหิ วา สามเณเรหิ วา หตฺถกมฺมํ น กาเรตพฺพํ. อยํ ตาว ปุริสตฺถกเร นโย.

โคณํ ปน อญฺญาตกอปฺปวาริตฏฺฐานโต อาหราเปตุํ น วฏฺฏติ, อาหราเปนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. ญาติปวาริตฏฺฐานโตปิ มูลจฺเฉชฺชาย ยาจิตุํ น วฏฺฏติ, ตาวกาลิกนเยน สพฺพตฺถ วฏฺฏติ. เอวํ อาหราปิตญฺจ โคณํ รกฺขิตฺวา ชคฺคิตฺวา สามิกา ปฏิจฺฉาเปตพฺพา. สจสฺส ปาโท วา สิงฺคํ วา ภิชฺชติ วา นสฺสติ วา สามิกา เจ สมฺปฏิจฺฉนฺติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ สมฺปฏิจฺฉนฺติ, คีวา โหติ. สเจ ‘‘ตุมฺหากํเยว เทมา’’ติ วทนฺติ น สมฺปฏิจฺฉิตพฺพํ. ‘‘วิหารสฺส เทมา’’ติ วุตฺเต ปน ‘‘อารามิกานํ อาจิกฺขถ ชคฺคนตฺถายา’’ติ วตฺตพฺพํ.

‘‘สกฏํ เทถา’’ติปิ อญฺญาตกอปฺปวาริเต วตฺตุํ น วฏฺฏติ, วิญฺญตฺติเอว โหติ ทุกฺกฏํ อาปชฺชติ. ญาติปวาริตฏฺฐาเน ปน วฏฺฏติ, ตาวกาลิกํ วฏฺฏติ กมฺมํ กตฺวา ปุน ทาตพฺพํ. สเจ เนมิยาทีนิ ภิชฺชนฺติ ปากติกานิ กตฺวา ทาตพฺพํ. นฏฺเฐ คีวา โหติ. ‘‘ตุมฺหากเมว เทมา’’ติ วุตฺเต ทารุภณฺฑํ นาม สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏติ. เอส นโย วาสิผรสุกุฐารีกุทาลนิขาทเนสุ. วลฺลิอาทีสุ จ ปรปริคฺคหิเตสุ. ครุภณฺฑปฺปโหนเกสุเยว จ วลฺลิอาทีสุ วิญฺญตฺติ โหติ, น ตโต โอรํ.

อนชฺฌาวุตฺถกํ ปน ยํกิญฺจิ อาหราเปตุํ วฏฺฏติ. รกฺขิตโคปิตฏฺฐาเนเยว หิ วิญฺญตฺติ นาม วุจฺจติ. สา ทฺวีสุ ปจฺจเยสุ สพฺเพน สพฺพํ น วฏฺฏติ, เสนาสนปจฺจเย ปน ‘‘อาหร เทหี’’ติ วิญฺญตฺติมตฺตเมว น วฏฺฏติ, ปริกโถภาสนิมิตฺตกมฺมานิ วฏฺฏนฺติ. ตตฺถ อุโปสถาคารํ วา โภชนสาลํ วา อญฺญํ วา ยํกิญฺจิ เสนาสนํ อิจฺฉโต ‘‘อิมสฺมึ วต โอกาเส เอวรูปํ เสนาสนํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ วา ‘‘ยุตฺต’’นฺติ วา ‘‘อนุรูป’’นฺติ วาติอาทินา นเยน วจนํ ปริกถา นาม. ‘‘อุปาสกา ตุเมฺห กุหึ วสถา’’ติ? ‘‘ปาสาเท, ภนฺเต’’ติ. ‘‘กึ ภิกฺขูนํ ปน อุปาสกา ปาสาโท น วฏฺฏตี’’ติ เอวมาทิวจนํ โอภาโส นาม. มนุสฺเส ทิสฺวา รชฺชุํ ปสาเรติ, ขีเล อาโกฏาเปติ. ‘‘กึ อิทํ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘อิธ อาวาสํ กริสฺสามา’’ติ เอวมาทิกรณํ ปน นิมิตฺตกมฺมํ นาม. คิลานปจฺจเย ปน วิญฺญตฺติปิ วฏฺฏติ, ปเคว ปริกถาทีนิ.

มนุสฺสา อุปทฺทุตา ยาจนาย อุปทฺทุตา วิญฺญตฺติยาติ เตสํ ภิกฺขูนํ ตาย ยาจนาย จ วิญฺญตฺติยา จ ปีฬิตา. อุพฺพิชฺชนฺติปีติ ‘‘กึ นุ อาหราเปสฺสนฺตี’’ติ อุพฺเพคํ อิญฺชนํ จลนํ ปฏิลภนฺติ. อุตฺตสนฺติปีติ อหึ วิย ทิสฺวา สหสา ตสิตฺวา อุกฺกมนฺติ. ปลายนฺติปีติ ทูรโตว เยน วา เตน วา ปลายนฺติ. อญฺเญนปิ คจฺฉนฺตีติ ยํ มคฺคํ ปฏิปนฺนา ตํ ปหาย นิวตฺติตฺวา วามํ วา ทกฺขิณํ วา คเหตฺวา คจฺฉนฺติ, ทฺวารมฺปิ ถเกนฺติ.

๓๔๔. ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเวติ อิติ ภควา เต ภิกฺขู ครหิตฺวา ตทนุรูปญฺจ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ปุนปิ วิญฺญตฺติยา โทสํ ปากฏํ กุรุมาโน อิมินา ‘‘ภูตปุพฺพํ ภิกฺขเว’’ติอาทินา นเยน ตีณิ วตฺถูนิ ทสฺเสสิ. ตตฺถ มณิกณฺโฐติ โส กิร นาคราชา สพฺพกามททํ มหคฺฆํ มณึ กณฺเฐ ปิลนฺธิตฺวา จรติ, ตสฺมา ‘‘มณิกณฺโฐ’’ เตฺวว ปญฺญายิตฺถ. อุปริมุทฺธนิ มหนฺตํ ผณํ กริตฺวา อฏฺฐาสีติ โส กิร เตสํ ทฺวินฺนํ อิสีนํ กนิฏฺโฐ อิสิ เมตฺตาวิหารี อโหสิ, ตสฺมา นาคราชา นทิโต อุตฺตริตฺวา เทววณฺณํ นิมฺมินิตฺวา ตสฺส สนฺติเก นิสีทิตฺวา สมฺโมทนียํ กถํ กตฺวา ตํ เทววณฺณํ ปหาย สกวณฺณเมว อุปคนฺตฺวา ตํ อิสึ ปริกฺขิปิตฺวา ปสนฺนาการํ กโรนฺโต อุปริมุทฺธนิ มหนฺตํ ผณํ กริตฺวา ฉตฺตํ วิย ธารยมาโน มุหุตฺตํ ฐตฺวา ปกฺกมติ, เตน วุตฺตํ ‘‘อุปริมุทฺธนิ มหนฺตํ ผณํ กริตฺวา อฏฺฐาสี’’ติ. มณิมสฺส กณฺเฐ ปิลนฺธนนฺติ มณึ อสฺส กณฺเฐ ปิลนฺธิตํ, อามุกฺกนฺติ อตฺโถ. เอกมนฺตํ อฏฺฐาสีติ เตน เทววณฺเณน อาคนฺตฺวา ตาปเสน สทฺธึ สมฺโมทมาโน เอกสฺมึ ปเทเส อฏฺฐาสิ.

มมนฺนปานนฺติ มม อนฺนญฺจ ปานญฺจ. วิปุลนฺติ พหุลํ. อุฬารนฺติ ปณีตํ. อติยาจโกสีติ อติวิย ยาจโก, อสิ ปุนปฺปุนํ ยาจสีติ วุตฺตํ โหติ. สุสูติ ตรุโณ, ถามสมฺปนฺโน โยพฺพนปฺปตฺตปุริโส. สกฺขรา วุจฺจติ กาฬสิลา, ตตฺถ โธโต อสิ ‘‘สกฺขรโธโต นามา’’ติ วุจฺจติ, สกฺขรโธโต ปาณิมฺหิ อสฺสาติ สกฺขรโธตปาณิ, ปาสาเณ โธตนิสิตขคฺคหตฺโถติ อตฺโถ. ยถา โส อสิหตฺโถ ปุริโส ตาเสยฺย, เอวํ ตาเสสิ มํ เสลํ ยาจมาโน, มณึ ยาจนฺโตติ อตฺโถ.

น ตํ ยาเจติ ตํ น ยาเจยฺย. กตรํ? ยสฺส ปิยํ ชิคีเสติ ยํ อสฺส สตฺตสฺส ปิยนฺติ ชาเนยฺย.

กิมงฺคํ ปน มนุสฺสภูตานนฺติ มนุสฺสภูตานํ อมนาปาติ กิเมเวตฺถ วตฺตพฺพํ.

๓๔๕. สกุณสงฺฆสฺส สทฺเทน อุพฺพาโฬฺหติ โส กิร สกุณสงฺโฆ ปฐมยามญฺจ ปจฺฉิมยามญฺจ นิรนฺตรํ สทฺทเมว กโรติ, โส ภิกฺขุ เตน สทฺเทน ปีฬิโต หุตฺวา ภควโต สนฺติกํ อคมาสิ. เตนาห – ‘‘เยนาหํ เตนุปสงฺกมี’’ติ.

กุโต จ ตฺวํ ภิกฺขุ อาคจฺฉสีติ เอตฺถ นิสินฺโน โส ภิกฺขุ น อาคจฺฉติ วตฺตมานสมีเป ปน เอวํ วตฺตุํ ลพฺภติ. เตนาห – ‘‘กุโต จ ตฺวํ ภิกฺขุ อาคจฺฉสี’’ติ, กุโต อาคโตสีติ อตฺโถ. ตโต อหํ ภควา อาคจฺฉามีติ เอตฺถาปิ โส เอว นโย. อุพฺพาโฬฺหติ ปีฬิโต, อุกฺกณฺฐาปิโต หุตฺวาติ อตฺโถ.

โส สกุณสงฺโฆ ‘‘ภิกฺขุ ปตฺตํ ยาจตี’’ติ เอตฺถ น เต สกุณา ภิกฺขุโน วจนํ ชานนฺติ, ภควา ปน อตฺตโน อานุภาเวน ยถา ชานนฺติ ตถา อกาสิ.

๓๔๖. อปาหํ เต น ชานามีติ อปิ อหํ เต ชเน ‘‘เก วา อิเม, กสฺส วา อิเม’’ติ น ชานามิ. สงฺคมฺม ยาจนฺตีติ สมาคนฺตฺวา วคฺควคฺคา หุตฺวา ยาจนฺติ. ยาจโก อปฺปิโย โหตีติ โย ยาจติ โส อปฺปิโย โหติ. ยาจํ อททมปฺปิโยติ ยาจนฺติ ยาจิตํ วุจฺจติ, ยาจิตมตฺถํ อททนฺโตปิ อปฺปิโย โหติ. อถ วา ยาจนฺติ ยาจนฺตสฺส, อททมปฺปิโยติ อเทนฺโต อปฺปิโย โหติ. มา เม วิเทสฺสนา อหูติ มา เม อปฺปิยภาโว อหุ, อหํ วา ตว, ตฺวํ วา มม วิเทสฺโส อปฺปิโย มา อโหสีติ อตฺโถ.

๓๔๗. ทุสฺสํหรานีติ กสิโครกฺขาทีหิ อุปาเยหิ ทุกฺเขน สํหรณียานิ.

๓๔๘-๙. สญฺญาจิกาย ปน ภิกฺขุนาติ เอตฺถ สญฺญาจิกา นาม สยํ ปวตฺติตยาจนา วุจฺจติ, ตสฺมา ‘‘สญฺญาจิกายา’’ติ อตฺตโน ยาจนายาติ วุตฺตํ โหติ, สยํ ยาจิตเกหิ อุปกรเณหีติ อตฺโถ. ยสฺมา ปน สา สยํยาจิตเกหิ กยิรมานา สยํ ยาจิตฺวา กยิรมานา โหติ, ตสฺมา ตํ อตฺถปริยายํ ทสฺเสตุํ ‘‘สยํ ยาจิตฺวา ปุริสมฺปี’’ติ เอวมสฺส ปทภาชนํ วุตฺตํ.

อุลฺลิตฺตาติ อนฺโตลิตฺตา. อวลิตฺตาติ พหิลิตฺตา. อุลฺลิตฺตาวลิตฺตาติ อนฺตรพาหิรลิตฺตาติ วุตฺตํ โหติ.

การยมาเนนาติ อิมสฺส ปทภาชเน ‘‘การาเปนฺเตนา’’ติ เอตฺตกเมว วตฺตพฺพํ สิยา, เอวญฺหิ พฺยญฺชนํ สเมติ. ยสฺมา ปน สญฺญาจิกาย กุฏึ กโรนฺเตนาปิ อิธ วุตฺตนเยเนว ปฏิปชฺชิตพฺพํ, ตสฺมา กโรนฺโต วา โหตุ การาเปนฺโต วา อุโภเปเต ‘‘การยมาเนนา’’ติ อิมินาว ปเทน สงฺคหิตาติ เอตมตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘กโรนฺโต วา การาเปนฺโต วา’’ติ วุตฺตํ. ยทิ ปน กโรนฺเตน วา การาเปนฺเตน วาติ วเทยฺย, พฺยญฺชนํ วิโลมิตํ ภเวยฺย, น หิ การาเปนฺโต กโรนฺโต นาม โหติ, ตสฺมา อตฺถมตฺตเมเวตฺถ ทสฺสิตนฺติ เวทิตพฺพํ.

อตฺตุทฺเทสนฺติ ‘‘มยฺหํ เอสา’’ติ เอวํ อตฺตา อุทฺเทโส อสฺสาติ อตฺตุทฺเทสา, ตํ อตฺตุทฺเทสํ. ยสฺมา ปน ยสฺสา อตฺตา อุทฺเทโส สา อตฺตโน อตฺถาย โหติ, ตสฺมา อตฺถปริยายํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อตฺตุทฺเทสนฺติ อตฺตโน อตฺถายา’’ติ อาห. ปมาณิกา กาเรตพฺพาติ ปมาณยุตฺตา กาเรตพฺพา. ตตฺริทํ ปมาณนฺติ ตสฺสา กุฏิยา อิทํ ปมาณํ. สุคตวิทตฺถิยาติ สุคตวิทตฺถิ นาม อิทานิ มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส ติสฺโส วิทตฺถิโย วฑฺฒกีหตฺเถน ทิยฑฺโฒ หตฺโถ โหติ. พาหิริเมน มาเนนาติ กุฏิยา พหิกุฏฺฏมาเนน ทฺวาทส วิทตฺถิโย, มินนฺเตน ปน สพฺพปฐมํ ทินฺโน มหามตฺติกปริยนฺโต น คเหตพฺโพ. ถุสปิณฺฑปริยนฺเตน มินิตพฺพํ. ถุสปิณฺฑสฺสอุปริ เสตกมฺมํ อพฺโพหาริกํ. สเจ ถุสปิณฺเฑน อนตฺถิโก มหามตฺติกาย เอว นิฏฺฐาเปติ, มหามตฺติกาว ปริจฺเฉโท.

ติริยนฺติ วิตฺถารโต. สตฺตาติ สตฺต สุคตวิทตฺถิโย. อนฺตราติ อิมสฺส ปน อยํ นิทฺเทโส, ‘‘อพฺภนฺตริเมน มาเนนา’’ติ, กุฏฺฏสฺส พหิ อนฺตํ อคฺคเหตฺวา อพฺภนฺตริเมน อนฺเตน มินิยมาเน ติริยํ สตฺต สุคตวิทตฺถิโย ปมาณนฺติ วุตฺตํ โหติ.

โย ปน เลสํ โอฑฺเฑนฺโต ยถาวุตฺตปฺปมาณเมว กริสฺสามีติ ทีฆโต เอกาทส วิทตฺถิโย ติริยํ อฏฺฐ วิทตฺถิโย, ทีฆโต วา เตรส วิทตฺถิโย ติริยํ ฉ วิทตฺถิโย กเรยฺย, น วฏฺฏติ. เอกโตภาเคน อติกฺกนฺตมฺปิ หิ ปมาณํ อติกฺกนฺตเมว โหติ. ติฏฺฐตุ วิทตฺถิ, เกสคฺคมตฺตมฺปิ ทีฆโต วา หาเปตฺวา ติริยํ ติริยโต วา หาเปตฺวา ทีฆํ วฑฺเฒตุํ น วฏฺฏติ, โก ปน วาโท อุภโต วฑฺฒเน? วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘อายามโต วา วิตฺถารโต วา อนฺตมโส เกสคฺคมตฺตมฺปิ อติกฺกมิตฺวา กโรติ วา การาเปติ วา ปโยเค ทุกฺกฏ’’นฺติอาทิ (ปารา. ๓๕๓). ยถาวุตฺตปฺปมาณา เอว ปน วฏฺฏติ. ยา ปน ทีฆโต สฏฺฐิหตฺถาปิ โหติ ติริยํ ติหตฺถา วา อูนกจตุหตฺถา วา ยตฺถ ปมาณยุตฺโต มญฺโจ อิโต จิโต จ น ปริวตฺตติ, อยํ กุฏีติ สงฺขฺยํ น คจฺฉติ, ตสฺมา อยมฺปิ วฏฺฏติ. มหาปจฺจริยํ ปน ปจฺฉิมโกฏิยา จตุหตฺถวิตฺถารา วุตฺตา, ตโต เหฏฺฐา อกุฏิ. ปมาณิกาปิ ปน อเทสิตวตฺถุกา วา สารมฺภา วา อปริกฺกมนา วา น วฏฺฏติ. ปมาณิกา เทสิตวตฺถุกา อนารมฺภา สปริกฺกมนาว วฏฺฏติ. ปมาณโต อูนตรมฺปิ จตุหตฺถํ ปญฺจหตฺถมฺปิ กโรนฺเตน เทสิตวตฺถุกาว กาเรตพฺพา. ปมาณาติกฺกนฺตญฺจ ปน กโรนฺโต เลปปริโยสาเน ครุกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ.

ตตฺถ เลโป จ อเลโป จ เลโปกาโส จ อเลโปกาโส จ เวทิตพฺโพ. เสยฺยถิทํ – เลโปติ เทฺว เลปา – มตฺติกาเลโป จ สุธาเลโป จ. ฐเปตฺวา ปน อิเม เทฺว เลเป อวเสโส ภสฺมโคมยาทิเภโท เลโป, อเลโป. สเจปิ กลลเลโป โหติ, อลโป เอว. เลโปกาโสติ ภิตฺติโย เจว ฉทนญฺจ, ฐเปตฺวา ปน ภิตฺติจฺฉทเน อวเสโส ถมฺภตุลาปิฏฺฐสงฺฆาฏวาตปานธูมจฺฉิทฺทาทิ อเลปารโห โอกาโส สพฺโพปิ อเลโปกาโสติ เวทิตพฺโพ.

ภิกฺขู อภิเนตพฺพา วตฺถุเทสนายาติ ยสฺมึ ฐาเน กุฏึ กาเรตุกาโม โหติ, ตตฺถ วตฺถุเทสนตฺถาย ภิกฺขู เนตพฺพา. เตน กุฏิการเกนาติอาทิ ปน เยน วิธินา เต ภิกฺขู อภิเนตพฺพา, ตสฺส ทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตตฺถ กุฏิวตฺถุํ โสเธตฺวาติ น วิสมํ อรญฺญํ ภิกฺขู คเหตฺวา คนฺตพฺพํ, กุฏิวตฺถุํ ปน ปฐมเมว โสเธตฺวา สมตลํ สีมมณฺฑลสทิสํ กตฺวา ปจฺฉา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา ยาจิตฺวา เนตพฺพาติ ทสฺเสติ. เอวมสฺส วจนีโยติ สงฺโฆ เอวํ วตฺตพฺโพ อสฺส. ปรโต ปน ‘‘ทุติยมฺปิ ยาจิตพฺพา’’ติ ภิกฺขู สนฺธาย พหุวจนํ วุตฺตํ. โน เจ สพฺโพ สงฺโฆ อุสฺสหตีติ สเจ สพฺโพ สงฺโฆ น อิจฺฉติ, สชฺฌายมนสิการาทีสุ อุยฺยุตฺตา เต เต ภิกฺขู โหนฺติ. สารมฺภํ อนารมฺภนฺติ สอุปทฺทวํ อนุปทฺทวํ. สปริกฺกมนํ อปริกฺกมนนฺติ สอุปจารํ อนุปจารํ.

ปตฺตกลฺลนฺติ ปตฺโต กาโล อิมสฺส โอโลกนสฺสาติ ปตฺตกาลํ, ปตฺตกาลเมว ปตฺตกลฺลํ. อิทญฺจ วตฺถุํโอโลกนตฺถาย สมฺมุติกมฺมํ อนุสาวนานเยน โอโลเกตฺวาปิ กาตุํ วฏฺฏติ. ปรโต ปน วตฺถุเทสนากมฺมํ ยถาวุตฺตาย เอว ญตฺติยา จ อนุสาวนาย จ กาตพฺพํ, โอโลเกตฺวา กาตุํ น วฏฺฏติ.

๓๕๓. กิปิลฺลิกานนฺติ รตฺตกาฬปิงฺคลาทิเภทานํ ยาสํ กาสญฺจิ กิปิลฺลิกานํ. กิปีลฺลกานนฺติปิ ปาโฐ. อาสโยติ นิพทฺธวสนฏฺฐานํ, ยถา จ กิปิลฺลิกานํ เอวํ อุปจิกาทีนมฺปิ นิพทฺธวสนฏฺฐานํเยว อาสโย เวทิตพฺโพ. ยตฺถ ปน เต โคจรตฺถาย อาคนฺตฺวา คจฺฉนฺติ, สพฺเพสมฺปิ ตาทิโส สญฺจรณปฺปเทโส อวาริโต, ตสฺมา ตตฺถ อปเนตฺวา โสเธตฺวา กาตุํ วฏฺฏติ. อิมานิ ตาว ฉ ฐานานิสตฺตานุทฺทยาย ปฏิกฺขิตฺตานิ.

หตฺถีนํ วาติ หตฺถีนํ ปน นิพทฺธวสนฏฺฐานมฺปิ นิพทฺธโคจรฏฺฐานมฺปิ น วฏฺฏติ, สีหาทีนํ อาสโย จ โคจราย ปกฺกมนฺตานํ นิพทฺธคมนมคฺโค จ น วฏฺฏติ. เอเตสํ โคจรภูมิ น คหิตา. เยสํ เกสญฺจีติ อญฺเญสมฺปิ วาฬานํ ติรจฺฉานคตานํ. อิมานิ สตฺต ฐานานิ สปฺปฏิภยานิ ภิกฺขูนํ อาโรคฺยตฺถาย ปฏิกฺขิตฺตานิ. เสสานิ นานาอุปทฺทเวหิ สอุปทฺทวานิ. ตตฺถ ปุพฺพณฺณนิสฺสิตนฺติ ปุพฺพณฺณํ นิสฺสิตํ สตฺตนฺนํ ธญฺญานํ วิรุหนกเขตฺตสามนฺตา ฐิตํ. เอเสว นโย อปรณฺณนิสฺสิตาทีสุปิ. เอตฺถ ปน อพฺภาฆาตนฺติ การณาฆรํ เวริฆรํ, โจรานํ มารณตฺถาย กตนฺติ กุรุนฺทิอาทีสุ.

อาฆาตนนฺติ ธมฺมคนฺธิกา วุจฺจติ. สุสานนฺติ มหาสุสานํ. สํสรณนฺติ อนิพฺพิชฺฌคมนีโย คตปจฺจาคตมคฺโค วุจฺจติ. เสสํ อุตฺตานเมว.

น สกฺกา โหติ ยถายุตฺเตน สกเฏนาติ ทฺวีหิ พลิพทฺเทหิ ยุตฺเตน สกเฏน เอกํ จกฺกํ นิพฺโพทกปตนฏฺฐาเน เอกํ พหิ กตฺวา อาวิชฺชิตุํ น สกฺกา โหติ. กุรุนฺทิยํ ปน ‘‘จตูหิ ยุตฺเตนา’’ติ วุตฺตํ. สมนฺตา นิสฺเสณิยา อนุปริคนฺตุนฺติ นิสฺเสณิยํ ฐตฺวา เคหํ ฉาเทนฺเตหิ น สกฺกา โหติ สมนฺตา นิสฺเสณิยา อาวิชฺชิตุํ. อิติ เอวรูเป สารมฺเภ จ อปริกฺกมเน จ ฐาเน น กาเรตพฺพา. อนารมฺเภ ปน สปริกฺกมเน กาเรตพฺพา, ตํ วุตฺตปฏิปกฺขนเยน ปาฬิยํ อาคตเมว.

ปุน สญฺญาจิกา นามาติ เอวมาทิ ‘‘สารมฺเภ เจ ภิกฺขุ วตฺถุสฺมึ อปริกฺกมเน สญฺญาจิกาย กุฏึ กาเรยฺยา’’ติ เอวํ วุตฺตสํยาจิกาทีนํ อตฺถปฺปกาสนตฺถํ วุตฺตํ.

ปโยเค ทุกฺกฏนฺติ เอวํ อเทสิตวตฺถุกํ วา ปมาณาติกฺกนฺตํ วา กุฏึ กาเรสฺสามีติ อรญฺญโต รุกฺขา หรณตฺถาย วาสึ วา ผรสุํ วา นิเสติ ทุกฺกฏํ, อรญฺญํ ปวิสติ ทุกฺกฏํ, ตตฺถ อลฺลติณานิ ฉินฺทติ ทุกฺกเฏน สทฺธึ ปาจิตฺติยํ, สุกฺขานิ ฉินฺทติ ทุกฺกฏํ. รุกฺเขสุปิ เอเสว นโย. ภูมึ โสเธติ ขณติ, ปํสุํ อุทฺธรติ, จินาติ; เอวํ ยาว ปาจีรํ พนฺธติ ตาว ปุพฺพปโยโค นาม โหติ. ตสฺมึ ปุพฺพปโยเค สพฺพตฺถ ปาจิตฺติยฏฺฐาเน ทุกฺกเฏน สทฺธึ ปาจิตฺติยํ, ทุกฺกฏฏฺฐาเน ทุกฺกฏํ, ตโต ปฏฺฐาย สหปโยโค นาม. ตตฺถ ถมฺเภหิ กาตพฺพาย ถมฺภํ อุสฺสาเปติ, ทุกฺกฏํ. อิฏฺฐกาหิ จินิตพฺพาย อิฏฺฐกํ อาจินาติ, ทุกฺกฏํ. เอวํ ยํ ยํ อุปกรณํ โยเชติ, สพฺพตฺถ ปโยเค ปโยเค ทุกฺกฏํ. ตจฺฉนฺตสฺส หตฺถวาเร หตฺถวาเร ตทตฺถาย คจฺฉนฺตสฺส ปเท ปเท ทุกฺกฏํ. เอวํ กตํ ปน ทารุกุฏฺฏิกํ วา อิฏฺฐกกุฏฺฏิกํ วา สิลากุฏฺฏิกํ วา อนฺตมโส ปณฺณสาลมฺปิ สภิตฺติจฺฉทนํ ลิมฺปิสฺสามีติ สุธาย วา มตฺติกาย วา ลิมฺปนฺตสฺส ปโยเค ปโยเค ยาว ถุลฺลจฺจยํ น โหติ, ตาว ทุกฺกฏํ. เอตํ ปน ทุกฺกฏํ มหาเลเปเนว วฏฺฏติ, เสตรตฺตวณฺณกรเณ วา จิตฺตกมฺเม วา อนาปตฺติ.

เอกํ ปิณฺฑํ อนาคเตติ โย สพฺพปจฺฉิโม เอโก เลปปิณฺโฑ, ตํ เอกํ ปิณฺฑํ อสมฺปตฺเต กุฏิกมฺเม. อิทํ วุตฺตํ โหติ, อิทานิ ทฺวีหิ ปิณฺเฑหิ นิฏฺฐานํ คมิสฺสตีติ เตสุ ปฐมปิณฺฑทาเน ถุลฺลจฺจยนฺติ.

ตสฺมึ ปิณฺเฑ อาคเตติ ยํ เอกํ ปิณฺฑํ อนาคเต กุฏิกมฺเม ถุลฺลจฺจยํ โหติ, ตสฺมึ อวสานปิณฺเฑ อาคเต ทินฺเน ฐปิเต เลปสฺส ฆฏิตตฺตา อาปตฺติ สงฺฆาทิเสสสฺส. เอวํ เลมฺปนฺตสฺส จ อนฺโตเลเป วา อนฺโตเลเปน สทฺธึ ภิตฺติญฺจ ฉทนญฺจ เอกาพทฺธํ กตฺวา ฆฏิเต พหิเลเป วา พหิเลเปน สทฺธึ ฆฏิเต สงฺฆาทิเสโส. สเจ ปน ทฺวารพทฺธํ วา วาตปานํ วา อฏฺฐเปตฺวาว มตฺติกาย ลิมฺปติ, ตสฺมิญฺจ ตสฺโสกาสํ ปุน วฑฺเฒตฺวา วา อวฑฺเฒตฺวา วา ฐปิเต เลโป น ฆฏียติ รกฺขติ ตาว, ปุน ลิมฺปนฺตสฺส ปน ฆฏิตมตฺเต สงฺฆาทิเสโส. สเจ ตํ ฐปิยมานํ ปฐมํ ทินฺนเลเปน สทฺธึ นิรนฺตรเมว หุตฺวา ติฏฺฐติ, ปฐมเมว สงฺฆาทิเสโส. อุปจิกาโมจนตฺถํ อฏฺฐงฺคุลมตฺเตน อปฺปตฺตจฺฉทนํ กตฺวา ภิตฺตึ ลิมฺปติ, อนาปตฺติ. อุปจิกาโมจนตฺถเมว เหฏฺฐา ปาสาณกุฏฺฏํ กตฺวา ตํ อลิมฺปิตฺวา อุปริ ลิมฺปติ, เลโป น ฆฏิยติ นาม, อนาปตฺติเยว.

อิฏฺฐกกุฏฺฏิกาย อิฏฺฐกาหิเยว วาตปาเน จ ธูมเนตฺตานิ จ กโรติ, เลปฆฏเนเนว อาปตฺติ. ปณฺณสาลํ ลิมฺปติ, เลปฆฏเนเนว อาปตฺติ. ตตฺถ อาโลกตฺถาย อฏฺฐงฺคุลมตฺตํ ฐเปตฺวา ลิมฺปติ, เลโป น ฆฏียติ นาม, อนาปตฺติเยว. สเจ ‘‘วาตปานํ ลทฺธา เอตฺถ ฐเปสฺสามี’’ติ กโรติ, วาตปาเน ฐปิเต เลปฆฏเนน อาปตฺติ. สเจ มตฺติกาย กุฏฺฏํ กโรติ, ฉทนเลเปน สทฺธึ ฆฏเน อาปตฺติ. เอโก เอกปิณฺฑาวเสสํ กตฺวา ฐเปติ, อญฺโญ ตํ ทิสฺวา ‘‘ทุกฺกตํ อิท’’นฺติ วตฺตสีเสน ลิมฺปติ อุภินฺนมฺปิ อนาปตฺติ.

๓๕๔. ภิกฺขุ กุฏึ กโรตีติ เอวมาทีนิ ฉตฺตึส จตุกฺกานิ อาปตฺติเภททสฺสนตฺถํ วุตฺตานิ, ตตฺถ สารมฺภาย ทุกฺกฏํ, อปริกฺกมนาย ทุกฺกฏํ, ปมาณาติกฺกนฺตาย สงฺฆาทิเสโส, อเทสิตวตฺถุกาย สงฺฆาทิเสโส, เอเตสํ วเสน โวมิสฺสกาปตฺติโย เวทิตพฺพา.

๓๕๕. อาปตฺติ ทฺวินฺนํ สงฺฆาทิเสเสน ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานนฺติอาทีสุ จ ทฺวีหิ สงฺฆาทิเสเสหิ สทฺธึ ทฺวินฺนํ ทุกฺกฏานนฺติอาทินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.

๓๖๑. โส เจ วิปฺปกเต อาคจฺฉตีติอาทีสุ ปน อยํ อตฺถวินิจฺฉโย. โสติ สมาทิสิตฺวา ปกฺกนฺตภิกฺขุ. วิปฺปกเตติ อนิฏฺฐิเต กุฏิกมฺเม. อญฺญสฺส วา ทาตพฺพาติ อญฺญสฺส ปุคฺคลสฺส วา สงฺฆสฺส วา จชิตฺวา ทาตพฺพา. ภินฺทิตฺวา วา ปุน กาตพฺพาติ กิตฺตเกน ภินฺนา โหติ, สเจ ถมฺภา ภูมิยํ นิขาตา, อุทฺธริตพฺพา. สเจ ปาสาณานํ อุปริ ฐปิตา, อปเนตพฺพา. อิฏฺฐกจิตาย ยาว มงฺคลิฏฺฐกา ตาว กุฏฺฏา อปจินิตพฺพา. สงฺเขปโต ภูมิสมํ กตฺวา วินาสิตา ภินฺนา โหติ, ภูมิโต อุปริ จตุรงฺคุลมตฺเตปิ ฐิเต อภินฺนาว. เสสํ สพฺพจตุกฺเกสุ ปากฏเมว. น เหตฺถ อญฺญํ กิญฺจิ อตฺถิ, ยํ ปาฬิอนุสาเรเนว ทุพฺพิญฺเญยฺยํ สิยา.

๓๖๓. อตฺตนา วิปฺปกตนฺติอาทีสุ ปน อตฺตนา อารทฺธํ กุฏึ. อตฺตนา ปริโยสาเปตีติ มหามตฺติกาย วา ถุสมตฺติกาย วา ยาย กตํ ปริโยสิตภาวํ ปาเปตุกาโม โหติ, ตาย อวสานปิณฺฑํ เทนฺโต ปริโยสาเปติ.

ปเรหิ ปริโยสาเปตีติ อตฺตโนว อตฺถาย ปเรหิ ปริโยสาเปติ. อตฺตนา วา หิ วิปฺปกตา โหตุ ปเรหิ วา อุภเยหิ วา, ตํ เจ อตฺตโน อตฺถาย อตฺตนา วา ปริโยสาเปติ, ปเรหิ วา ปริโยสาเปติ, อตฺตนา จ ปเรหิ จาติ ยุคนทฺธํ วา ปริโยสาเปติ, สงฺฆาทิเสโสเยวาติ อยเมตฺถ วินิจฺฉโย.

กุรุนฺทิยํปน วุตฺตํ – ‘‘เทฺว ตโย ภิกฺขู ‘เอกโต วสิสฺสามา’ติ กโรนฺติ, รกฺขติ ตาว, อวิภตฺตตฺตา อนาปตฺติ. ‘อิทํ ฐานํ ตว, อิทํ มมา’ติ วิภชิตฺวา กโรนฺติ อาปตฺติ. สามเณโร จ ภิกฺขุ จ เอกโต กโรนฺติ, ยาว อวิภตฺตา ตาว รกฺขติ. ปุริมนเยน วิภชิตฺวา กโรนฺติ, ภิกฺขุสฺส อาปตฺตี’’ติ.

๓๖๔. อนาปตฺติ เลเณติอาทีสุ เลณํ มหนฺตมฺปิ กโรนฺตสฺส อนาปตฺติ. น เหตฺถ เลโป ฆฏียติ. คุหมฺปิ อิฏฺฐกาคุหํ วา สิลาคุหํ วา ทารุคุหํ วา ภูมิคุหํ วา มหนฺตมฺปิ กโรนฺตสฺส อนาปตฺติ.

ติณกุฏิกายาติ สตฺตภูมิโกปิ ปาสาโท ติณปณฺณจฺฉทโน ‘‘ติณกุฏิกา’’ติ วุจฺจติ. อฏฺฐกถาสุ ปน กุกฺกุฏจฺฉิกเคหนฺติ ฉทนํ ทณฺฑเกหิ ชาลพทฺธํ กตฺวา ติเณหิ วา ปณฺเณหิ วา ฉาทิตกุฏิกาว วุตฺตา, ตตฺถ อนาปตฺติ. มหนฺตมฺปิ ติณจฺฉทนเคหํ กาตุํ วฏฺฏติ, อุลฺลิตฺตาทิภาโว เอว หิ กุฏิยา ลกฺขณํ, โส จ ฉทนเมว สนฺธาย วุตฺโตติ เวทิตพฺโพ. จงฺกมนสาลายํ ติณจุณฺณํ ปริปตติ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, โอคุมฺเผตฺวา อุลฺลิตฺตาวลิตฺตํ กาตุ’’นฺติอาทีนิ (จูฬว. ๒๖๐) เจตฺถ สาธกานิ, ตสฺมา อุภโต ปกฺขํ วา กูฏพทฺธํ วา วฏฺฏํ วา จตุรสฺสํ วา ยํ ‘‘อิมํ เอตสฺส เคหสฺส ฉทน’’นฺติ ฉทนสงฺเขเปน กตํ โหติ, ตสฺส ภิตฺติเลเปน สทฺธึ เลเป ฆฏิเต อาปตฺติ. สเจ ปน อุลฺลิตฺตาวลิตฺตจฺฉทนสฺส เคหสฺส เลปรกฺขณตฺถํ อุปริ ติเณน ฉาเทนฺติ, เอตฺตาวตา ติณกุฏิ นาม น โหติ. กึ ปเนตฺถ อเทสิตวตฺถุกปฺปมาณาติกฺกนฺตปจฺจยาว อนาปตฺติ, อุทาหุ สารมฺภอปริกฺกมนปจฺจยาปีติ สพฺพตฺถาปิ อนาปตฺติ. ตถา หิ ตาทิสํ กุฏึ สนฺธาย ปริวาเร วุตฺตํ –

‘‘ภิกฺขุ สญฺญาจิกาย กุฏึ กโรติ;

อเทสิตวตฺถุกํ ปมาณาติกฺกนฺตํ;

สารมฺภํ อปริกฺกมนํ อนาปตฺติ;

ปญฺหา เมสา กุสเลหิ จินฺติตา’’ติ. (ปริ. ๔๗๙);

อญฺญสฺสตฺถายาติ กุฏิลกฺขณปฺปตฺตมฺปิ กุฏึ อญฺญสฺส อุปชฺฌายสฺส วา อาจริยสฺส วา สงฺฆสฺส วา อตฺถาย กโรนฺตสฺส อนาปตฺติ. ยํ ปน ‘‘อาปตฺติ การุกานํ ติณฺณํ ทุกฺกฏาน’’นฺติอาทิ ปาฬิยํ วุตฺตํ, ตํ ยถาสมาทิฏฺฐาย อกรณปจฺจยา วุตฺตํ.

วาสาคารํ ฐเปตฺวา สพฺพตฺถาติ อตฺตโน วสนตฺถาย อคารํ ฐเปตฺวา อญฺญํ อุโปสถาคารํ วา ชนฺตาฆรํ วา โภชนสาลา วา อคฺคิสาลา วา ภวิสฺสตีติ กาเรติ, สพฺพตฺถ อนาปตฺติ. สเจปิสฺส โหติ ‘‘อุโปสถาคารญฺจ ภวิสฺสติ, อหญฺจ วสิสฺสามิ ชนฺตาฆรญฺจ โภชนสาลา จ อคฺคิสาลา จ ภวิสฺสติ, อหญฺจ วสิสฺสามี’’ติ การิเตปิ อานาปตฺติเยว. มหาปจฺจริยํ ปน ‘‘อนาปตฺตี’’ติ วตฺวา ‘‘อตฺตโน วาสาคารตฺถาย กโรนฺตสฺเสว อาปตฺตี’’ติ วุตฺตํ. อุมฺมตฺตกสฺส อาทิกมฺมิกานญฺจ อาฬวกานํ ภิกฺขูนํ อนาปตฺติ.

สมุฏฺฐานาทีสุ ฉสมุฏฺฐานํ กิริยญฺจ กิริยากิริยญฺจ, อิทญฺหิ วตฺถุํ เทสาเปตฺวา ปมาณาติกฺกนฺตํ กโรโต กิริยโต สมุฏฺฐาติ, วตฺถุํ อเทสาเปตฺวา กโรโต กิริยากิริยโต, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

กุฏิการสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.