๓. ทุฏฺฐุลฺลวาจาสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๘๓. เตน สมเยน พุทฺโธ ภควาติ ทุฏฺฐุลฺลวาจาสิกฺขาปทํ. ตตฺถ อาทิสฺสาติ อปทิสิตฺวา. วณฺณมฺปิ ภณตีติอาทีนิ ปรโต อาวิ ภวิสฺสนฺติ. ฉินฺนิกาติ ฉินฺนโอตฺตปฺปา. ธุตฺติกาติ สฐา. อหิริกาโยติ นิลฺลชฺชา. อุหสนฺตีติ สิตํ กตฺวา มนฺทหสิตํ หสนฺติ. อุลฺลปนฺตีติ ‘‘อโห อยฺโย’’ติอาทินา นเยน อุจฺจกรณึ นานาวิธํ ปโลภนกถํ กเถนฺติ. อุชฺชคฺฆนฺตีติ มหาหสิตํ หสนฺติ. อุปฺปณฺเฑนฺตีติ ‘‘ปณฺฑโก อยํ, นายํ ปุริโส’’ติอาทินา นเยน ปริหาสํ กโรนฺติ.
๒๘๕. สารตฺโตติ ทุฏฺฐุลฺลวาจสฺสาทราเคน สารตฺโต. อเปกฺขวา ปฏิพทฺธจิตฺโตติ วุตฺตนยเมว, เกวลํ อิธ วาจสฺสาทราโค โยเชตพฺโพ. มาตุคามํ ทุฏฺฐุลฺลาหิ วาจาหีติ เอตฺถ อธิปฺเปตํ มาตุคามํ ทสฺเสนฺโต ‘‘มาตุคาโม’’ติอาทิมาห. ตตฺถ วิญฺญู ปฏิพลา สุภาสิตทุพฺภาสิตํ ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลํ อาชานิตุนฺติ ยา ปณฺฑิตา สาตฺถกนิรตฺถกกถํ อสทฺธมฺมสทฺธมฺมปฏิสํยุตฺตกถญฺจ ชานิตุํ ปฏิพลา, อยํ อิธ อธิปฺเปตา. ยา ปน มหลฺลิกาปิ พาลา เอลมูคา อยํ อิธ อนธิปฺเปตาติ ทสฺเสติ.
โอภาเสยฺยาติ อวภาเสยฺย นานาปฺปการกํ อสทฺธมฺมวจนํ วเทยฺย. ยสฺมา ปเนวํ โอภาสนฺตสฺส โย โส โอภาโส นาม, โส อตฺถโต อชฺฌาจาโร โหติ ราควเสน อภิภวิตฺวา สญฺญมเวลํ อาจาโร, ตสฺมา ตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต ‘‘โอภาเสยฺยาติ อชฺฌาจาโร วุจฺจตี’’ติ อาห. ยถา ตนฺติ เอตฺถ ตนฺติ นิปาตมตฺตํ, ยถา ยุวา ยุวตินฺติ อตฺโถ.
เทฺว มคฺเค อาทิสฺสาติอาทิ เยนากาเรน โอภาสโต สงฺฆาทิเสโส โหติ, ตํ ทสฺเสตุํ วุตฺตํ. ตตฺถ เทฺว มคฺเคติ วจฺจมคฺคญฺจ ปสฺสาวมคฺคญฺจ. เสสํ อุทฺเทเส ตาว ปากฏเมว. นิทฺเทเส ปน โถเมตีติ ‘‘อิตฺถิลกฺขเณน สุภลกฺขเณน สมนฺนาคตาสี’’ติ วทติ, น ตาว สีสํ เอติ. ‘‘ตว วจฺจมคฺโค จ ปสฺสาวมคฺโค จ อีทิโส เตน นาม อีทิเสน อิตฺถิลกฺขเณน สุภลกฺขเณน สมนฺนาคตาสี’’ติ วทติ, สีสํ เอติ, สงฺฆาทิเสโส. วณฺเณติ ปสํสตีติ อิมานิ ปน โถมนปทสฺเสว เววจนานิ.
ขุํเสตีติ วาจาปโตเทน ฆฏฺเฏติ. วมฺเภตีติ อปสาเทติ. ครหตีติ โทสํ เทติ. ปรโต ปน ปาฬิยา อาคเตหิ ‘‘อนิมิตฺตาสี’’ติอาทีหิ เอกาทสหิ ปเทหิ อฆฏิเต สีสํ น เอติ, ฆฏิเตปิ เตสุ สิขรณีสิ สมฺภินฺนาสิ อุภโตพฺยญฺชนาสีติ อิเมหิ ตีหิ ฆฏิเตเยว สงฺฆาทิเสโส.
เทหิ เมติ ยาจนายปิ เอตฺตเกเนว สีสํ น เอติ, ‘‘เมถุนํ ธมฺมํ เทหี’’ติ เอวํ เมถุนธมฺเมน ฆฏิเต เอว สงฺฆาทิเสโส.
กทา เต มาตา ปสีทิสฺสตีติอาทีสุ อายาจนวจเนสุปิ เอตฺตเกเนว สีสํ น เอติ, ‘‘กทา เต มาตา ปสีทิสฺสติ, กทา เต เมถุนํ ธมฺมํ ลภิสฺสามี’’ติ วา ‘‘ตว มาตริ ปสนฺนาย เมถุนํ ธมฺมํ ลภิสฺสามี’’ติ วา อาทินา ปน นเยน เมถุนธมฺเมน ฆฏิเตเยว สงฺฆาทิเสโส.
กถํ ตฺวํ สามิกสฺส เทสีติอาทีสุ ปุจฺฉาวจเนสุปิ เมถุนธมฺมนฺติ วุตฺเตเยว สงฺฆาทิเสโส, น อิตรถา. เอวํ กิร ตฺวํ สามิกสฺส เทสีติ ปฏิปุจฺฉาวจเนสุปิ เอเสว นโย.
อาจิกฺขนาย ปุฏฺโฐ ภณตีติ ‘‘กถํ ททมานา สามิกสฺส ปิยา โหตี’’ติ เอวํ ปุฏฺโฐ อาจิกฺขติ. เอตฺถ จ ‘‘เอวํ เทหิ เอวํ ททมานา’’ติ วุตฺเตปิ สีสํ น เอติ. ‘‘เมถุนธมฺมํ เอวํ เทหิ เอวํ อุปเนหิ เอวํ เมถุนธมฺมํ ททมานา อุปนยมานา ปิยา โหตี’’ติอาทินา ปน นเยน เมถุนธมฺเมน ฆฏิเตเยว สงฺฆาทิเสโส. อนุสาสนีวจเนสุปิ เอเสว นโย.
อกฺโกสนิทฺเทเส – อนิมิตฺตาสีติ นิมิตฺตรหิตาสิ, กุญฺจิกปณาลิมตฺตเมว ตว ทกโสตนฺติ วุตฺตํ โหติ.
นิมิตฺตมตฺตาสีติ ตว อิตฺถินิมิตฺตํ อปริปุณฺณํ สญฺญามตฺตเมวาติ วุตฺตํ โหติ. อโลหิตาติ สุกฺขโสตา. ธุวโลหิตาติ นิจฺจโลหิตา กิลินฺนทกโสตา. ธุวโจฬาติ นิจฺจปกฺขิตฺตาณิโจฬา, สทา อาณิโจฬกํ เสวสีติ วุตฺตํ โหติ. ปคฺฆรนฺตีติ สวนฺตี; สทา เต มุตฺตํ สวตีติ วุตฺตํ โหติ. สิขรณีติ พหินิกฺขนฺตอาณิมํสา. อิตฺถิปณฺฑกาติ อนิมิตฺตาว วุจฺจติ. เวปุริสิกาติ สมสฺสุทาฐิกา ปุริสรูปา อิตฺถี. สมฺภินฺนาติ สมฺภินฺนวจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺคา. อุภโตพฺยญฺชนาติ อิตฺถินิมิตฺเตน จ ปุริสนิมิตฺเตน จาติ อุโภหิ พฺยญฺชเนหิ สมนฺนาคตา.
อิเมสุ จ ปน เอกาทสสุ ปเทสุ สิขรณีสิ สมฺภินฺนาสิ อุภโตพฺยญฺชนาสีติ อิมานิเยว ตีณิ ปทานิ สุทฺธานิ สีสํ เอนฺติ. อิติ อิมานิ จ ตีณิ ปุริมานิ จ วจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺคเมถุนธมฺมปทานิ ตีณีติ ฉ ปทานิ สุทฺธานิ อาปตฺติกรานิ. เสสานิ อนิมิตฺตาติอาทีนิ ‘‘อนิมิตฺเต เมถุนธมฺมํ เม เทหี’’ติ วา ‘‘อนิมิตฺตาสิ เมถุนธมฺมํ เม เทหี’’ติ วา อาทินา นเยน เมถุนธมฺเมน ฆฏิตาเนว อาปตฺติกรานิ โหนฺตีติ เวทิตพฺพานิ.
๒๘๖. อิทานิ ยฺวายํ โอติณฺโณ วิปริณเตน จิตฺเตน โอภาสติ, ตสฺส วจฺจมคฺคปสฺสาวมคฺเค อาทิสฺส เอเตสํ วณฺณภณนาทีนํ วเสน วิตฺถารโต อาปตฺติเภทํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อิตฺถี จ โหติ อิตฺถิสญฺญี’’ติอาทิมาห. เตสํ อตฺโถ กายสํสคฺเค วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
อยํ ปน วิเสโส – อธกฺขกนฺติ อกฺขกโต ปฏฺฐาย อโธ. อุพฺภชาณุมณฺฑล ชาณุมณฺฑลโต ปฏฺฐาย อุทฺธํ. อุพฺภกฺขกนฺติ อกฺขกโต ปฏฺฐาย อุทฺธํ. อโธ ชาณุมณฺฑลนฺติ ชาณุมณฺฑลโต ปฏฺฐาย อโธ. อกฺขกํ ปน ชาณุมณฺฑลญฺจ เอตฺเถว ทุกฺกฏกฺเขตฺเต สงฺคหํ คจฺฉนฺติ ภิกฺขุนิยา กายสํสคฺเค วิย. น หิ พุทฺธา ครุกาปตฺตึ สาวเสสํ ปญฺญเปนฺตีติ. กายปฺปฏิพทฺธนฺติ วตฺถํ วา ปุปฺผํ วา อาภรณํ วา.
๒๘๗. อตฺถปุเรกฺขารสฺสาติ อนิมิตฺตาติอาทีนํ ปทานํ อตฺถํ กเถนฺตสฺส, อฏฺฐกถํ วา สชฺฌายํ กโรนฺตสฺส.
ธมฺมปุเรกฺขารสฺสาติ ปาฬึ วาเจนฺตสฺส วา สชฺฌายนฺตสฺส วา. เอวํ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ ปุรกฺขตฺวา ภณนฺตสฺส อตฺถปุเรกฺขารสฺส จ ธมฺมปุเรกฺขารสฺส จ อนาปตฺติ.
อนุสาสนิปุเรกฺขารสฺสาติ ‘‘อิทานิปิ อนิมิตฺตาสิ อุภตฺโตพฺยญฺชนาสิ อปฺปมาทํ อิทานิ กเรยฺยาสิ, ยถา อายติมฺปิ เอวรูปา น โหหิสี’’ติ เอวํ อนุสิฏฺฐึ ปุรกฺขตฺวา ภณนฺตสฺส อนุสาสนิปุเรกฺขารสฺส อนาปตฺติ. โย ปน ภิกฺขุนีนํ ปาฬึ วาเจนฺโต ปกติวาจนามคฺคํ ปหาย หสนฺโต หสนฺโต ‘‘สิขรณีสิ สมฺภินฺนาสิ อุภโตพฺยญฺชนาสี’’ติ ปุนปฺปุนํ ภณติ, ตสฺส อาปตฺติเยว. อุมฺมตฺตกสฺส อนาปตฺติ. อิธ อาทิกมฺมิโก อุทายิตฺเถโร, ตสฺส อนาปตฺติ อาทิกมฺมิกสฺสาติ.
ปทภาชนียวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สมุฏฺฐานาทีสุ อิทํ สิกฺขาปทํ ติสมุฏฺฐานํ กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทฺวิเวทนนฺติ.
๒๘๘. วินีตวตฺถูสุ โลหิตวตฺถุสฺมึ โส ภิกฺขุ อิตฺถิยา โลหิตกํ นิมิตฺตํ สนฺธายาห – อิตรา น อญฺญาสิ, ตสฺมา ทุกฺกฏํ.
กกฺกสโลมนฺติ รสฺสโลเมหิ พหุโลมํ. อากิณฺณโลมนฺติ ชฏิตโลมํ. ขรโลมนฺติ ถทฺธโลมํ. ทีฆโลมนฺติ อรสฺสโลมํ. สพฺพํ อิตฺถินิมิตฺตเมว สนฺธาย วุตฺตํ.
๒๘๙. วาปิตํ โข เตติ อสทฺธมฺมํ สนฺธายาห, สา อสลฺลกฺเขตฺวา โน จ โข ปฏิวุตฺตนฺติ อาห. ปฏิวุตฺตํ นาม อุทกวปฺเป พีเชหิ อปฺปติฏฺฐิโตกาเส ปาณเกหิ วินาสิตพีเช วา โอกาเส ปุน พีชํ ปติฏฺฐาเปตฺวา อุทเกน อาสิตฺตํ, ถลวปฺเป วิสมปติตานํ วา พีชานํ สมกรณตฺถาย ปุน อฏฺฐทนฺตเกน สมีกตํ, เตสุ อญฺญตรํ สนฺธาย เอสา อาห.
มคฺควตฺถุสฺมึ มคฺโค สํสีทตีติ องฺคชาตมคฺคํ สนฺธายาห. เสสํ อุตฺตานเมวาติ.
ทุฏฺฐุลฺลวาจาสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.