๑๐. ปฐมสงฺฆเภทสิกฺขาปทวณฺณนา

๔๐๙. เตน สมเยน พุทฺโธ ภควาติ สงฺฆเภทสิกฺขาปทํ. ตตฺถ อถ โข เทวทตฺโตติอาทีสุ โย จ เทวทตฺโต, ยถา จ ปพฺพชิโต, เยน จ การเณน โกกาลิกาทโย อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘เอถ มยํ อาวุโส สมณสฺส โคตมสฺส สงฺฆเภทํ กริสฺสาม จกฺกเภท’’นฺติ อาห. ตํ สพฺพํ สงฺฆเภทกฺขนฺธเก (จูฬว. ๓๔๓) อาคตเมว. ปญฺจวตฺถุยาจนา ปน กิญฺจาปิ ตตฺเถว อาคมิสฺสติ. อถ โข อิธาปิ อาคตตฺตา ยเทตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ วตฺวาว คมิสฺสาม.

สาธุ ภนฺเตติ อายาจนา. ภิกฺขู ยาวชีวํ อารญฺญิกา อสฺสูติ อารญฺญิกธุตงฺคํ สมาทาย สพฺเพปิ ภิกฺขู ยาว ชีวนฺติ ตาว อารญฺญิกา โหนฺตุ, อรญฺเญเยว วสนฺตุ. โย คามนฺตํ โอสเรยฺย วชฺชํ นํ ผุเสยฺยาติ โย เอกภิกฺขุปิ อรญฺญํ ปหาย นิวาสตฺถาย คามนฺตํ โอสเรยฺย, วชฺชํ ตํ ผุเสยฺย นํ ภิกฺขุํ โทโส ผุสตุ, อาปตฺติยา นํ ภควา กาเรตู’’ติ อธิปฺปาเยน วทติ. เอส นโย เสสวตฺถูสุปิ.

๔๑๐. ชนํ สญฺญาเปสฺสามาติ ชนํ อมฺหากํ อปฺปิจฺฉตาทิภาวํ ชานาเปสฺสาม, อถ วา ปริโตเสสฺสาม ปสาเทสฺสามาติ วุตฺตํ โหติ.

อิมานิ ปน ปญฺจ วตฺถูนิ ยาจโต เทวทตฺตสฺส วจนํ สุตฺวาว อญฺญาสิ ภควา ‘‘สงฺฆเภทตฺถิโก หุตฺวา อยํ ยาจตี’’ติ. ยสฺมา ปน ตานิ อนุชานิยมานานิ พหูนํ กุลปุตฺตานํ มคฺคนฺตรายาย สํวตฺตนฺติ, ตสฺมา ภควา ‘‘อลํ เทวทตฺตา’’ติ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘โย อิจฺฉติ อารญฺญิโก โหตู’’ติอาทิมาห.

เอตฺถ ปน ภควโต อธิปฺปายํ วิทิตฺวา กุลปุตฺเตน อตฺตโน ปติรูปํ เวทิตพฺพํ. อยเญฺหตฺถ ภควโต อธิปฺปาโย – ‘‘เอโก ภิกฺขุ มหชฺฌาสโย โหติ มหุสฺสาโห, สกฺโกติ คามนฺตเสนาสนํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อรญฺเญ วิหรนฺโต ทุกฺขสฺสนฺตํ กาตุํ. เอโก ทุพฺพโล โหติ อปฺปถาโม อรญฺเญ น สกฺโกติ, คามนฺเตเยว สกฺโกติ. เอโก มหพฺพโล สมปฺปวตฺตธาตุโก อธิวาสนขนฺติสมฺปนฺโน อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ สมจิตฺโต อรญฺเญปิ คามนฺเตปิ สกฺโกติเยว. เอโก เนว คามนฺเต น อรญฺเญ สกฺโกติ ปทปรโม โหติ.

ตตฺร ยฺวายํ มหชฺฌาสโย โหติ มหุสฺสาโห, สกฺโกติ คามนฺตเสนาสนํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อรญฺเญ วิหรนฺโต ทุกฺขสฺสนฺตํ กาตุํ, โส อรญฺเญเยว วสตุ, อิทมสฺส ปติรูปํ. สทฺธิวิหาริกาทโยปิ จสฺส อนุสิกฺขมานา อรญฺเญ วิหาตพฺพเมว มญฺญิสฺสนฺติ.

โย ปน ทุพฺพโล โหติ อปฺปถาโม คามนฺเตเยว สกฺโกติ ทุกฺขสฺสนฺตํ กาตุํ, น อรญฺเญ โส คามนฺเตเยว วสตุ, ยฺวายํ มหพฺพโล สมปฺปวตฺตธาตุโก อธิวาสนขนฺติสมฺปนฺโน อิฏฺฐานิฏฺเฐสุ สมจิตฺโต อรญฺเญปิ คามนฺเตปิ สกฺโกติเยว, อยมฺปิ คามนฺตเสนาสนํ ปหาย อรญฺเญ วิหรตุ, อิทมสฺส ปติรูปํ สทฺธิวิหาริกาปิ หิสฺส อนุสิกฺขมานา อรญฺเญ วิหาตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺติ.

โย ปนายํ เนว คามนฺเต น อรญฺเญ สกฺโกติ ปทปรโม โหติ. อยมฺปิ อรญฺเญเยว วสตุ. อยํ หิสฺส ธุตงฺคเสวนา กมฺมฏฺฐานภาวนา จ อายตึ มคฺคผลานํ อุปนิสฺสโย ภวิสฺสติ. สทฺธิวิหาริกาทโย จสฺส อนุสิกฺขมานา อรญฺเญ วิหาตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺตีติ.

เอวํ ยฺวายํ ทุพฺพโล โหติ อปฺปถาโม คามนฺเตเยว วิหรนฺโต สกฺโกติ ทุกฺขสฺสนฺตํ กาตุํ น อรญฺเญ, อิมํ ปุคฺคลํ สนฺธาย ภควา ‘‘โย อิจฺฉติ คามนฺเต วิหรตู’’ติ อาห. อิมินา จ ปุคฺคเลน อญฺเญสมฺปิ ทฺวารํ ทินฺนํ.

ยทิ ปน ภควา เทวทตฺตสฺส วาทํ สมฺปฏิจฺเฉยฺย, ยฺวายํ ปุคฺคโล ปกติยา ทุพฺพโล โหติ อปฺปถาโม, โยปิ ทหรกาเล อรญฺญวาสํ อภิสมฺภุณิตฺวา ชิณฺณกาเล วา วาตปิตฺตาทีหิ สมุปฺปนฺนธาตุกฺโขภกาเล วา นาภิสมฺภุณาติ, คามนฺเตเยว ปน วิหรนฺโต สกฺโกติ ทุกฺขสฺสนฺตํ กาตุํ, เตสํ อริยมคฺคุปจฺเฉโท ภเวยฺย, อรหตฺตผลาธิคโม น ภเวยฺย, อุทฺธมฺมํ อุพฺพินยํ วิโลมํ อนิยฺยานิกํ สตฺถุ สาสนํ ภเวยฺย, สตฺถา จ เตสํ อสพฺพญฺญู อสฺส ‘‘สกวาทํ ฉฑฺเฑตฺวา เทวทตฺตวาเท ปติฏฺฐิโต’’ติ คารโยฺห จ ภเวยฺย. ตสฺมา ภควา เอวรูเป ปุคฺคเล สงฺคณฺหนฺโต เทวทตฺตสฺส วาทํ ปฏิกฺขิปิ. เอเตเนวูปาเยน ปิณฺฑปาติกวตฺถุสฺมิมฺปิ ปํสุกูลิกวตฺถุสฺมิมฺปิ อฏฺฐ มาเส รุกฺขมูลิกวตฺถุสฺมิมฺปิ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. จตฺตาโร ปน มาเส รุกฺขมูลเสนาสนํ ปฏิกฺขิตฺตเมว.

มจฺฉมํสวตฺถุสฺมึ ติโกฏิปริสุทฺธนฺติ ตีหิ โกฏีหิ ปริสุทฺธํ, ทิฏฺฐาทีหิ อปริสุทฺธีหิ วิรหิตนฺติ อตฺโถ. เตเนวาห – ‘‘อทิฏฺฐํ, อสุตํ, อปริสงฺกิต’’นฺติ. ตตฺถ ‘‘อทิฏฺฐํ’’ นาม ภิกฺขูนํ อตฺถาย มิคมจฺเฉ วธิตฺวา คยฺหมานํ อทิฏฺฐํ. ‘‘อสุตํ’’ นาม ภิกฺขูนํ อตฺถาย มิคมจฺเฉ วธิตฺวา คหิตนฺติ อสุตํ. ‘‘อปริสงฺกิตํ’’ ปน ทิฏฺฐปริสงฺกิตํ สุตปริสงฺกิตํ ตทุภยวิมุตฺตปริสงฺกิตญฺจ ญตฺวา ตพฺพิปกฺขโต ชานิตพฺพํ. กถํ? อิธ ภิกฺขู ปสฺสนฺติ มนุสฺเส ชาลวาคุราทิหตฺเถ คามโต ว นิกฺขมนฺเต อรญฺเญ วา วิจรนฺเต, ทุติยทิวเส จ เนสํ ตํ คามํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐานํ สมจฺฉมํสํ ปิณฺฑปาตํ อภิหรนฺติ. เต เตน ทิฏฺเฐน ปริสงฺกนฺติ ‘‘ภิกฺขูนํ นุโข อตฺถาย กต’’นฺติ อิทํ ทิฏฺฐปริสงฺกิตํ, นาม เอตํ คเหตุํ น วฏฺฏติ. ยํ เอวํ อปริสงฺกิตํ ตํ วฏฺฏติ. สเจ ปน เต มนุสฺสา ‘‘กสฺมา ภนฺเต น คณฺหถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ตมตฺถํ สุตฺวา ‘‘นยิทํ ภนฺเต ภิกฺขูนํ อตฺถาย กตํ, อเมฺหหิ อตฺตโน อตฺถาย วา ราชยุตฺตาทีนํ อตฺถาย วา กต’’นฺติ วทนฺติ กปฺปติ.

นเหว โข ภิกฺขู ปสฺสนฺติ; อปิจ สุณนฺติ, มนุสฺสา กิร ชาลวาคุราทิหตฺถา คามโต วา นิกฺขมนฺติ, อรญฺเญ วา วิจรนฺตี’’ติ. ทุติยทิวเส จ เนสํ ตํ คามํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐานํ ‘‘ภิกฺขูนํ นุโข อตฺถาย กต’’นฺติ อิทํ ‘‘สุตปริสงฺกิตํ’’ นาม. เอตํ คเหตุํ น วฏฺฏติ, ยํ เอวํ อปริสงฺกิตํ ตํ วฏฺฏติ. สเจ ปน เต มนุสฺสา ‘‘กสฺมา, ภนฺเต, น คณฺหถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ตมตฺถํ สุตฺวา ‘‘นยิทํ, ภนฺเต, ภิกฺขูนํ อตฺถาย กตํ, อเมฺหหิ อตฺตโน อตฺถาย วา ราชยุตฺตาทีนํ อตฺถาย วา กต’’นฺติ วทนฺติ กปฺปติ.

นเหว โข ปน ภิกฺขู ปสฺสนฺติ, น สุณนฺติ; อปิจ โข เตสํ คามํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐานํ ปตฺตํ คเหตฺวา สมจฺฉมํสํ ปิณฺฑปาตํ อภิสงฺขริตฺวา อภิหรนฺติ, เต ปริสงฺกนฺติ ‘‘ภิกฺขูนํ นุโข อตฺถาย กต’’นฺติ อิทํ ‘‘ตทุภยวิมุตฺตปริสงฺกิตํ’’ นาม. เอตํ คเหตุํ น วฏฺฏติ. ยํ เอวํ อปริสงฺกิตํ ตํ วฏฺฏติ. สเจ ปน เต มนุสฺสา ‘‘กสฺมา, ภนฺเต, น คณฺหถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ตมตฺถํ สุตฺวา ‘‘นยิทํ, ภนฺเต, ภิกฺขูนํ อตฺถาย กตํ อเมฺหหิ อตฺตโน อตฺถาย วา ราชยุตฺตาทีนํ อตฺถาย วา กตํ ปวตฺตมํสํ วา กปฺปิยเมว ลภิตฺวา ภิกฺขูนํ อตฺถาย สมฺปาทิต’’นฺติ วทนฺติ กปฺปติ. มตานํ เปตกิจฺจตฺถาย มงฺคลาทีนํ วา อตฺถาย กเตปิ เอเสว นโย. ยํ ยญฺหิ ภิกฺขูนํเยว อตฺถาย อกตํ, ยตฺถ จ นิพฺเพมติโก โหติ, ตํ สพฺพํ กปฺปติ.

สเจ ปน เอกสฺมึ วิหาเร ภิกฺขู อุทฺทิสฺส กตํ โหติ, เต จ อตฺตโน อตฺถาย กตภาวํ น ชานนฺติ, อญฺเญ ชานนฺติ. เย ชานนฺติ, เตสํ น วฏฺฏติ, อิตเรสํ วฏฺฏติ. อญฺเญ น ชานนฺติ, เตเยว ชานนฺติ, เตสํเยว น วฏฺฏติ, อญฺเญสํ วฏฺฏติ. เตปิ อมฺหากํ อตฺถาย กตนฺติ ชานนฺติ, อญฺเญปิ เอเตสํ อตฺถาย กตนฺติ ชานนฺติ, สพฺเพสมฺปิ น วฏฺฏติ, สพฺเพ น ชานนฺติ, สพฺเพสมฺปิ วฏฺฏติ. ปญฺจสุ หิ สหธมฺมิเกสุ ยสฺส วา ตสฺส วา อตฺถาย อุทฺทิสฺส กตํ, สพฺเพสํ น กปฺปติ.

สเจ ปน โกจิ เอกํ ภิกฺขุํ อุทฺทิสฺส ปาณํ วธิตฺวา ตสฺส ปตฺตํ ปูเรตฺวา เทติ, โส จ อตฺตโน อตฺถาย กตภาวํ ชานํเยว คเหตฺวา อญฺญสฺส ภิกฺขุโน เทติ, โส ตสฺส สทฺธาย ปริภุญฺชติ, กสฺส อาปตฺตีติ? ทฺวินฺนมฺปิ อนาปตฺติ. ยญฺหิ อุทฺทิสฺส กตํ ตสฺส อภุตฺตตาย อนาปตฺติ, อิตรสฺส อชานนตาย. กปฺปิยมํสสฺส หิ ปฏิคฺคหเณ อาปตฺติ นตฺถิ. อุทฺทิสฺส กตญฺจ อชานิตฺวา ภุตฺตสฺส ปจฺฉา ญตฺวา อาปตฺติเทสนากิจฺจํ นาม นตฺถิ, อกปฺปิยมํสํ ปน อชานิตฺวา ภุตฺเตน ปจฺฉา ญตฺวาปิ อาปตฺติ เทเสตพฺพา, อุทฺทิสฺส กตญฺหิ ญตฺวา ภุญฺชโตว อาปตฺติ. อกปฺปิยมํสํ อชานิตฺวา ภุญฺชนฺตสฺสาปิ อาปตฺติเยว. ตสฺมา อาปตฺติภีรุเกน รูปํ สลฺลกฺเขนฺเตนปิ ปุจฺฉิตฺวาว มํสํ ปฏิคฺคเหตพฺพํ. ปริโภคกาเล ปุจฺฉิตฺวา ปริภุญฺชิสฺสามีติ วา คเหตฺวา ปุจฺฉิตฺวาว ปริภุญฺชิตพฺพํ. กสฺมา? ทุวิญฺเญยฺยตฺตา. อจฺฉมํสํ หิ สูกรมํสสทิสํ โหติ, ทีปิมํสาทีนิปิ มิคมํสาทิสทิสานิ, ตสฺมา ปุจฺฉิตฺวา คหณเมว วตฺตนฺติ วทนฺติ.

หฏฺโฐ อุทคฺโคติ ตุฏฺโฐ เจว อุนฺนตกายจิตฺโต จ หุตฺวา. โส กิร ‘‘น ภควา อิมานิ ปญฺจ วตฺถูนิ อนุชานาติ, อิทานิ สกฺขิสฺสามิ สงฺฆเภทํ กาตุ’’นฺติ โกกาลิกสฺส อิงฺคิตาการํ ทสฺเสตฺวา ยถา วิสํ วา ขาทิตฺวา รชฺชุยา วา อุพฺพนฺธิตฺวา สตฺถํ วา อาหริตฺวา มริตุกาโม ปุริโส วิสาทีสุ อญฺญตรํ ลภิตฺวา ตปฺปจฺจยา อาสนฺนมฺปิ มรณทุกฺขํ อชานนฺโต หฏฺโฐ อุทคฺโค โหติ; เอวเมว สงฺฆเภทปจฺจยา อาสนฺนมฺปิ อวีจิมฺหิ นิพฺพตฺติตฺวา ปฏิสํเวทนียํ ทุกฺขํ อชานนฺโต ‘‘ลทฺโธ ทานิ เม สงฺฆเภทสฺส อุปาโย’’ติ หฏฺโฐ อุทคฺโค สปริโส อุฏฺฐายาสนา เตเนว หฏฺฐภาเวน ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ.

เต มยํ อิเมหิ ปญฺจหิ วตฺถูหิ สมาทาย วตฺตามาติ เอตฺถ ปน ‘‘อิมานิ ปญฺจ วตฺถูนี’’ติ วตฺตพฺเพปิ เต มยํ อิเมหิ ปญฺจหิ วตฺถูหิ ชนํ สญฺญาเปสฺสามาติ อภิณฺหํ ปริวิตกฺกวเสน วิภตฺติวิปลฺลาสํ อสลฺลกฺเขตฺวา อภิณฺหํ ปริวิตกฺกานุรูปเมว ‘‘เต มยํ อิเมหิ ปญฺจหิ วตฺถูหี’’ติ อาห, ยถา ตํ วิกฺขิตฺตจิตฺโต.

ธุตา สลฺเลขวุตฺติโนติ ยา ปฏิปทา กิเลเส ธุนาติ, ตาย สมนฺนาคตตฺตา ธุตา. ยา จ กิเลเส สลฺลิขติ, สา เอเตสํ วุตฺตีติ สลฺเลขวุตฺติโน.

พาหุลิโกติ จีวราทีนํ ปจฺจยานํ พหุลภาโว พาหุลฺลํ, ตํ พาหุลฺลมสฺส อตฺถิ, ตสฺมึ วา พาหุลฺเล นิยุตฺโต ฐิโตติ พาหุลิโก. พาหุลฺลาย เจเตตีติ พาหุลตฺตาย เจเตติ กปฺเปติ ปกปฺเปติ. กถญฺหิ นาม มยฺหญฺจ สาวกานญฺจ จีวราทีนํ ปจฺจยานํ พหุลภาโว ภเวยฺยาติ เอวํ อุสฺสุกฺกมาปนฺโนติ อธิปฺปาโย. จกฺกเภทายาติ อาณาเภทาย.

ธมฺมึ กถํ กตฺวาติ ขนฺธเก วุตฺตนเยน ‘‘อลํ, เทวทตฺต, มา เต รุจฺจิ สงฺฆเภโท. ครุโก โข, เทวทตฺต, สงฺฆเภโท. โย โข, เทวทตฺต, สมคฺคํ สงฺฆํ ภินฺทติ, กปฺปฏฺฐิกํ กิพฺพิสํ ปสวติ, กปฺปํ นิรยมฺหิ ปจฺจติ, โย จ โข, เทวทตฺต, ภินฺนํ สงฺฆํ สมคฺคํ กโรติ, พฺรหฺมํ ปุญฺญํ ปสวติ, กปฺปํ สคฺคมฺหิ โมทตี’’ติ (จูฬว. ๓๔๓) เอวมาทิกํ อเนกปฺปการํ เทวทตฺตสฺส จ ภิกฺขูนญฺจ ตทนุจฺฉวิกํ ตทนุโลมิกํ ธมฺมึ กถํ กตฺวา.

๔๑๑. สมคฺคสฺสาติ สหิตสฺส จิตฺเตน จ สรีเรน จ อวิยุตฺตสฺสาติ อตฺโถ. ปทภาชเนปิ หิ อยเมว อตฺโถ ทสฺสิโต. สมานสํวาสโกติ หิ วทตา จิตฺเตน อวิโยโค ทสฺสิโต โหติ. สมานสีมายํ ฐิโตติ วทตา สรีเรน. กถํ? สมานสํวาสโก หิ ลทฺธินานาสํวาสเกน วา กมฺมนานาสํวาสเกน วา วิรหิโต สมจิตฺตตาย จิตฺเตน อวิยุตฺโต โหติ. สมานสีมายํ ฐิโต กายสามคฺคิทานโต สรีเรน อวิยุตฺโต.

เภทนสํวตฺตนิกํ วา อธิกรณนฺติ เภทนสฺส สงฺฆเภทสฺส อตฺถาย สํวตฺตนิกํ การณํ. อิมสฺมิญฺหิ โอกาเส ‘‘กามเหตุ กามนิทานํ กามาธิกรณ’’นฺติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๑๖๘) วิย การณํ อธิกรณนฺติ อธิปฺเปตํ. ตญฺจ ยสฺมา อฏฺฐารสวิธํ โหติ, ตสฺมา ปทภาชเน ‘‘อฏฺฐารส เภทกรวตฺถูนี’’ติ วุตฺตํ. ตานิ ปน ‘‘อิธูปาลิ, ภิกฺขุ อธมฺมํ ธมฺโมติ ทีเปตี’’ติอาทินา (จูฬว. ๓๕๒) นเยน ขนฺธเก อาคตานิ, ตสฺมา ตเตฺรว เนสํ อตฺถํ วณฺณยิสฺสาม. โยปิ จายํ อิมานิ วตฺถูนิ นิสฺสาย อปเรหิปิ กมฺเมน, อุทฺเทเสน, โวหาเรน, อนุสาวนาย, สลากคฺคาเหนาติ ปญฺจหิ การเณหิ สงฺฆเภโท โหติ, ตมฺปิ อาคตฏฺฐาเนเยว ปกาสยิสฺสาม. สงฺเขปโต ปน เภทนสํวตฺตนิกํ วา อธิกรณํ สมาทายาติ เอตฺถ สงฺฆเภทสฺส อตฺถาย สํวตฺตนิกํ สงฺฆเภทนิปฺผตฺติสมตฺถํ การณํ คเหตฺวาติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. ปคฺคยฺหาติ ปคฺคหิตํ อพฺภุสฺสิตํ ปากฏํ กตฺวา. ติฏฺเฐยฺยาติ ยถาสมาทินฺนํ ยถาปคฺคหิตเมว จ กตฺวา อจฺเฉยฺย. ยสฺมา ปน เอวํ ปคฺคณฺหตา ติฏฺฐตา จ ตํ ทีปิตญฺเจว อปฺปฏินิสฺสฏฺฐญฺจ โหติ, ตสฺมา ปทภาชเน ‘‘ทีเปยฺยา’’ติ จ ‘‘นปฺปฏินิสฺสชฺเชยฺยา’’ติ จ วุตฺตํ.

ภิกฺขูหิ เอวมสฺส วจนีโยติ อญฺเญหิ ลชฺชีหิ ภิกฺขูหิ เอวํ วตฺตพฺโพ ภเวยฺย. ปทภาชเน จสฺส เย ปสฺสนฺตีติ เย สมฺมุขา ปคฺคยฺห ติฏฺฐนฺตํ ปสฺสนฺติ. เย สุณนฺตีติ เยปิ ‘‘อสุกสฺมึ นาม วิหาเร ภิกฺขู เภทนสํวตฺตนิกํ อธิกรณํ สมาทาย ปคฺคยฺห ติฏฺฐนฺตี’’ติ สุณนฺติ.

สเมตายสฺมา สงฺเฆนาติ อายสฺมา สงฺเฆน สทฺธึ สเมตุ สมาคจฺฉตุ เอกลทฺธิโก โหตูติ อตฺโถ. กึ การณา? สมคฺโค หิ สงฺโฆ สมฺโมทมาโน อวิวทมาโน เอกุทฺเทโส ผาสุ วิหรตีติ.

ตตฺถ สมฺโมทมาโนติ อญฺญมญฺญํ สมฺปตฺติยา สฏฺฐุ โมทมาโน. อวิวทมาโนติ ‘‘อยํ ธมฺโม, นายํ ธมฺโม’’ติ เอวํ น วิวทมาโน. เอโก อุทฺเทโส อสฺสาติ เอกุทฺเทโส, เอกโต ปวตฺตปาติโมกฺขุทฺเทโส, น วิสุนฺติ อตฺโถ. ผาสุ วิหรตีติ สุขํ วิหรติ.

อิจฺเจตํ กุสลนฺติ เอตํ ปฏินิสฺสชฺชนํ กุสลํ เขมํ โสตฺถิภาโว ตสฺส ภิกฺขุโน. โน เจ ปฏินิสฺสชฺชติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ ติกฺขตฺตุํ วุตฺตสฺส อปฺปฏินิสฺสชฺชโต ทุกฺกฏํ. สุตฺวา น วทนฺติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ เย สุตฺวา น วทนฺติ, เตสมฺปิ ทุกฺกฏํ. กีวทูเร สุตฺวา อวทนฺตานํ ทุกฺกฏํ? เอกวิหาเร ตาว วตฺตพฺพํ นตฺถิ. อฏฺฐกถายํ ปน วุตฺตํ ‘‘สมนฺตา อทฺธโยชเน ภิกฺขูนํ ภาโร. ทูตํ วา ปณฺณํ วา เปเสตฺวา วทโตปิ อาปตฺติโมกฺโข นตฺถิ. สยเมว คนฺตฺวา ‘ครุโก โข, อาวุโส, สงฺฆเภโท, มา สงฺฆเภทาย, ปรกฺกมี’ติ นิวาเรตพฺโพ’’ติ. ปโหนฺเตน ปน ทูรมฺปิ คนฺตพฺพํ อคิลานานญฺหิ ทูเรปิ ภาโรเยว.

อิทานิ ‘‘เอวญฺจ โส ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ วุจฺจมาโน’’ติอาทีสุ อตฺถมตฺตเมว ทสฺเสตุํ ‘‘โส ภิกฺขุ สงฺฆมชฺฌมฺปิ อากฑฺฒิตฺวา วตฺตพฺโพ’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สงฺฆมชฺฌมฺปิ อากฑฺฒิตฺวาติ สเจ ปุริมนเยน วุจฺจมาโน น ปฏินิสฺสชฺชติ หตฺเถสุ จ ปาเทสุ จ คเหตฺวาปิ สงฺฆมชฺฌํ อากฑฺฒิตฺวา ปุนปิ ‘‘มา อายสฺมา’’ติอาทินา นเยน ติกฺขตฺตุํ วตฺตพฺโพ.

ยาวตติยํ สมนุภาสิตพฺโพติ ยาว ตติยํ สมนุภาสนํ ตาว สมนุภาสิตพฺโพ. ตีหิ สมนุภาสนกมฺมวาจาหิ กมฺมํ กาตพฺพนฺติ วุตฺตํ โหติ. ปทภาชเน ปนสฺส อตฺถเมว คเหตฺวา สมนุภาสนวิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘โส ภิกฺขุ สมนุภาสิตพฺโพ. เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, สมนุภาสิตพฺโพ’’ติอาทิ วุตฺตํ.

๔๑๔. ตตฺถ ญตฺติยา ทุกฺกฏํ ทฺวีหิ กมฺมวาจาหิ ถุลฺลจฺจยา ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺตีติ ยญฺจ ญตฺติปริโยสาเน ทุกฺกฏํ อาปนฺโน, เย จ ทฺวีหิ กมฺมวาจาหิ ถุลฺลจฺจเย, ตา ติสฺโสปิ อาปตฺติโย ‘‘ยสฺส นกฺขมติ โส ภาเสยฺยา’’ติ เอวํ ยฺย-การปฺปตฺตมตฺตาย ตติยกมฺมวาจาย ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺติ สงฺฆาทิเสโสเยว ติฏฺฐติ. กึ ปน อาปนฺนาปตฺติโย ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺติ อนาปนฺนาติ? มหาสุมตฺเถโร ตาว วทติ ‘‘โย อวสาเน ปฏินิสฺสชฺชิสฺสติ, โส ตา อาปตฺติโย น อาปชฺชติ, ตสฺมา อนาปนฺนา ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺตี’’ติ. มหาปทุมตฺเถโร ปน ลิงฺคปริวตฺเตน อสาธารณาปตฺติโย วิย อาปนฺนา ปฏิปฺปสฺสมฺภนฺติ, อนาปนฺนานํ กึ ปฏิปฺปสฺสทฺธิยา’’ติ อาห.

๔๑๕. ธมฺมกมฺเม ธมฺมกมฺมสญฺญีติ ตญฺเจ สมนุภาสนกมฺมํ ธมฺมกมฺมํ โหติ, ตสฺมึ ธมฺมกมฺมสญฺญีติ อตฺโถ. เอส นโย สพฺพตฺถ. อิธ สญฺญา น รกฺขติ, กมฺมสฺส ธมฺมิกตฺตา เอว อปฺปฏินิสฺสชฺชนฺโต อาปชฺชติ.

๔๑๖. อสมนุภาสนฺตสฺสาติ อสมนุภาสิยมานสฺส อปฺปฏินิสฺสชฺชนฺตสฺสาปิ สงฺฆาทิเสเสน อนาปตฺติ.

ปฏินิสฺสชฺชนฺตสฺสาติ ญตฺติโต ปุพฺเพ วา ญตฺติกฺขเณ วา ญตฺติปริโยสาเน วา ปฐมาย วา อนุสาวนาย ทุติยาย วา ตติยาย วา ยาว ยฺย-การํ น สมฺปาปุณาติ, ตาว ปฏินิสฺสชฺชนฺตสฺส สงฺฆาทิเสเสน อนาปตฺติ.

อาทิกมฺมิกสฺสาติ. เอตฺถ ปน ‘‘เทวทตฺโต สมคฺคสฺส สงฺฆสฺส เภทาย ปรกฺกมิ, ตสฺมึ วตฺถุสฺมิ’’นฺติ ปริวาเร (ปริ. ๑๗) อาคตตฺตา เทวทตฺโต อาทิกมฺมิโก. โส จ โข สงฺฆเภทาย ปรกฺกมนสฺเสว, น อปฺปฏินิสฺสชฺชนสฺส. น หิ ตสฺส ตํ กมฺมํ กตํ. กถมิทํ ชานิตพฺพนฺติ เจ? สุตฺตโต. ยถา หิ ‘‘อริฏฺโฐ ภิกฺขุ คทฺธพาธิปุพฺโพ ยาวตติยํ สมนุภาสนาย น ปฏินิสฺสชฺชิ, ตสฺมึ วตฺถุสฺมิ’’นฺติ ปริวาเร (ปริ. ๑๒๑) อาคตตฺตา อริฏฺฐสฺส กมฺมํ กตนฺติ ปญฺญายติ, น ตถา เทวทตฺตสฺส. อถาปิสฺส กเตน ภวิตพฺพนฺติ โกจิ อตฺตโน รุจิมตฺเตน วเทยฺย, ตถาปิ อปฺปฏินิสฺสชฺชเน อาทิกมฺมิกสฺส อนาปตฺติ นาม นตฺถิ. น หิ ปญฺญตฺตํ สิกฺขาปทํ วีติกฺกมนฺตสฺส อญฺญตฺร อุทฺทิสฺส อนุญฺญาตโต อนาปตฺติ นาม ทิสฺสติ. ยมฺปิ อริฏฺฐสิกฺขาปทสฺส อนาปตฺติยํ ‘‘อาทิกมฺมิกสฺสา’’ติ โปตฺถเกสุ ลิขิตํ, ตํ ปมาทลิขิตํ. ปมาทลิขิตภาโว จสฺส ‘‘ปฐมํ อริฏฺโฐ ภิกฺขุ โจเทตพฺโพ, โจเทตฺวา สาเรตพฺโพ, สาเรตฺวา อาปตฺตึ โรเปตพฺโพ’’ติ (จูฬว. ๖๕) เอวํ กมฺมกฺขนฺธเก อาปตฺติโรปนวจนโต เวทิตพฺโพ.

อิติ เภทาย ปรกฺกมเน อาทิกมฺมิกสฺส เทวทตฺตสฺส ยสฺมา ตํ กมฺมํ น กตํ, ตสฺมาสฺส อาปตฺติเยว น ชาตา. สิกฺขาปทํ ปน ตํ อารพฺภ ปญฺญตฺตนฺติ กตฺวา ‘‘อาทิกมฺมิโก’’ติ วุตฺโต. อิติ อาปตฺติยา อภาวโตเยวสฺส อนาปตฺติ วุตฺตา. สา ปเนสา กิญฺจาปิ อสมนุภาสนฺตสฺสาติ อิมินาว สิทฺธา, ยสฺมา ปน อสมนุภาสนฺโต นาม ยสฺส เกวลํ สมนุภาสนํ น กโรนฺติ, โส วุจฺจติ, น อาทิกมฺมิโก. อยญฺจ เทวทตฺโต อาทิกมฺมิโกเยว, ตสฺมา ‘‘อาทิกมฺมิกสฺสา’’ติ วุตฺตํ. เอเตนุปาเยน ฐเปตฺวา อริฏฺฐสิกฺขาปทํ สพฺพสมนุภาสนาสุ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานเมว.

สมุฏฺฐานาทีสุ ติวงฺคิกํ เอกสมุฏฺฐานํ, สมนุภาสนสมุฏฺฐานํ นามเมตํ, กายวาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ. ปฏินิสฺสชฺชามีติ กายวิการํ วา วจีเภทํ วา อกโรนฺตสฺเสว ปน อาปชฺชนโต อกิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.

ปฐมสงฺฆเภทสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.