๔. จตุตฺถปาราชิกํ
จตุสจฺจวิทู สตฺถา, จตุตฺถํ ยํ ปกาสยิ;
ปาราชิกํ ตสฺส ทานิ, ปตฺโต สํวณฺณนากฺกโม.
ยสฺมา ตสฺมา สุวิญฺเญยฺยํ, ยํ ปุพฺเพ จ ปกาสิตํ;
ตํ วชฺชยิตฺวา อสฺสาปิ, โหติ สํวณฺณนา อยํ.
วคฺคุมุทาตีริยภิกฺขุวตฺถุวณฺณนา
๑๙๓. เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ…เป… คิหีนํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺเฐมาติ คิหีนํ เขตฺเตสุ เจว อารามาทีสุ จ กตฺตพฺพกิจฺจํ อธิฏฺฐาม; ‘‘เอวํ กาตพฺพํ, เอวํ น กาตพฺพ’’นฺติ อาจิกฺขาม เจว อนุสาสาม จาติ วุตฺตํ โหติ. ทูเตยฺยนฺติ ทูตกมฺมํ. อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺสาติ มนุสฺเส อุตฺติณฺณธมฺมสฺส; มนุสฺเส อติกฺกมิตฺวา พฺรหฺมตฺตํ วา นิพฺพานํ วา ปาปนกธมฺมสฺสาติ อตฺโถ. อุตฺตริมนุสฺสานํ วา เสฏฺฐปุริสานํ ฌายีนญฺจ อริยานญฺจ ธมฺมสฺส. อสุโก ภิกฺขูติอาทีสุ อตฺตนา เอวํ มนฺตยิตฺวา ปจฺฉา คิหีนํ ภาสนฺตา ‘‘พุทฺธรกฺขิโต นาม ภิกฺขุ ปฐมสฺส ฌานสฺส ลาภี, ธมฺมรกฺขิโต ทุติยสฺสา’’ติ เอวํ นามวเสเนว วณฺณํ ภาสึสูติ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ เอโสเยว โข อาวุโส เสยฺโยติ กมฺมนฺตาธิฏฺฐานํ ทูเตยฺยหรณญฺจ พหุสปตฺตํ มหาสมารมฺภํ น จ สมณสารุปฺปํ. ตโต ปน อุภยโตปิ เอโส เอว เสยฺโย ปาสํสตโร สุนฺทรตโร โย อมฺหากํ คิหีนํ อญฺญมญฺญสฺส อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส วณฺโณ ภาสิโต. กึ วุตฺตํ โหติ? อิริยาปถํ สณฺฐเปตฺวา นิสินฺนํ วา จงฺกมนฺตํ วา ปุจฺฉนฺตานํ วา อปุจฺฉนฺตานํ วา คิหีนํ ‘‘อยํ อสุโก นาม ภิกฺขุ ปฐมสฺส ฌานสฺส ลาภี’’ติ เอวมาทินา นเยน โย อมฺหากํ อญฺเญน อญฺญสฺส อุตฺตริมนุสฺสธมฺมสฺส วณฺโณ ภาสิโต ภวิสฺสติ, เอโส เอว เสยฺโยติ. อนาคตสมฺพนฺเธ ปน อสติ น เอเตหิ โส ตสฺมึ ขเณ ภาสิโตว ยสฺมา น ยุชฺชติ, ตสฺมา อนาคตสมฺพนฺธํ กตฺวา ‘‘โย เอวํ ภาสิโต ภวิสฺสติ, โส เอว เสยฺโย’’ติ เอวเมตฺถ อตฺโถ เวทิตพฺโพ. ลกฺขณํ ปน สทฺทสตฺถโต ปริเยสิตพฺพํ.
๑๙๔. วณฺณวา อเหสุนฺติ อญฺโญเยว เนสํ อภินโว สรีรวณฺโณ อุปฺปชฺชิ, เตน วณฺเณน วณฺณวนฺโต อเหสุํ. ปีณินฺทฺริยาติ ปญฺจหิ ปสาเทหิ อภินิวิฏฺโฐกาสสฺส ปริปุณฺณตฺตา มนจฺฉฏฺฐานํ อินฺทฺริยานํ อมิลาตภาเวน ปีณินฺทฺริยา. ปสนฺนมุขวณฺณาติ กิญฺจาปิ อวิเสเสน วณฺณวนฺโต สรีรวณฺณโต ปน เนสํ มุขวณฺโณ อธิกตรํ ปสนฺโน; อจฺโฉ อนาวิโล ปริสุทฺโธติ อตฺโถ. วิปฺปสนฺนฉวิวณฺณาติ เยน จ เต มหากณิการปุปฺผาทิสทิเสน วณฺเณน วณฺณวนฺโต, ตาทิโส อญฺเญสมฺปิ มนุสฺสานํ วณฺโณ อตฺถิ. ยถา ปน อิเมสํ; เอวํ น เตสํ ฉวิวณฺโณ วิปฺปสนฺโน. เตน วุตฺตํ – ‘‘วิปฺปสนฺนฉวิวณฺณา’’ติ. อิติห เต ภิกฺขู เนว อุทฺเทสํ น ปริปุจฺฉํ น กมฺมฏฺฐานํ อนุยุญฺชนฺตา. อถ โข กุหกตาย อภูตคุณสํวณฺณนาย ลทฺธานิ ปณีตโภชนานิ ภุญฺชิตฺวา ยถาสุขํ นิทฺทารามตํ สงฺคณิการามตญฺจ อนุยุญฺชนฺตา อิมํ สรีรโสภํ ปาปุณึสุ, ยถา ตํ พาลา ภนฺตมิคปฺปฏิภาคาติ.
วคฺคุมุทาตีริยาติ วคฺคุมุทาตีรวาสิโน. กจฺจิ ภิกฺขเว ขมนียนฺติ ภิกฺขเว กจฺจิ ตุมฺหากํ อิทํ จตุจกฺกํ นวทฺวารํ สรีรยนฺตํ ขมนียํ สกฺกา ขมิตุํ สหิตุํ ปริหริตุํ น กิญฺจิ ทุกฺขํ อุปฺปาเทตีติ. กจฺจิ ยาปนียนฺติ กจฺจิ สพฺพกิจฺเจสุ ยาเปตุํ คเมตุํ สกฺกา, น กิญฺจิ อนฺตรายํ ทสฺเสตีติ. กุจฺฉิ ปริกนฺโตติ กุจฺฉิ ปริกนฺติโต วรํ ภเวยฺย; ‘‘ปริกตฺโต’’ติปิ ปาโฐ ยุชฺชติ. เอวํ วคฺคุมุทาตีริเย อเนกปริยาเยน วิครหิตฺวา อิทานิ ยสฺมา เตหิ กตกมฺมํ โจรกมฺมํ โหติ, ตสฺมา อายตึ อญฺเญสมฺปิ เอวรูปสฺส กมฺมสฺส อกรณตฺถํ อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ.
๑๙๕. อามนฺเตตฺวา จ ปน ‘‘ปญฺจิเม ภิกฺขเว มหาโจรา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สนฺโต สํวิชฺชมานาติ อตฺถิ เจว อุปลพฺภนฺติ จาติ วุตฺตํ โหติ. อิธาติ อิมสฺมึ สตฺตโลเก. เอวํ โหตีติ เอวํ ปุพฺพภาเค อิจฺฉา อุปฺปชฺชติ. กุทาสฺสุ นามาหนฺติ เอตฺถ สุอิติ นิปาโต; กุทา นามาติ อตฺโถ. โส อปเรน สมเยนาติ โส ปุพฺพภาเค เอวํ จินฺเตตฺวา อนุกฺกเมน ปริสํ วฑฺเฒนฺโต ปนฺถทูหนกมฺมํ ปจฺจนฺติมคามวิโลปนฺติ เอวมาทีนิ กตฺวา เวปุลฺลปฺปตฺตปริโส หุตฺวา คาเมปิ อคาเม, ชนปเทปิ อชนปเท กโรนฺโต หนนฺโต ฆาเตนฺโต ฉินฺทนฺโต เฉทาเปนฺโต ปจนฺโต ปาเจนฺโต.
อิติ พาหิรกมหาโจรํ ทสฺเสตฺวา เตน สทิเส สาสเน ปญฺจ มหาโจเร ทสฺเสตุํ ‘‘เอวเมว โข’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปาปภิกฺขุโนติ อญฺเญสุ ฐาเนสุ มูลจฺฉินฺโน ปาราชิกปฺปตฺโต ‘‘ปาปภิกฺขู’’ติ วุจฺจติ. อิธ ปน ปาราชิกํ อนาปนฺโน อิจฺฉาจาเร ฐิโต ขุทฺทานุขุทฺทกานิ สิกฺขาปทานิ มทฺทิตฺวา วิจรนฺโต ‘‘ปาปภิกฺขู’’ติ อธิปฺเปโต. ตสฺสาปิ พาหิรกโจรสฺส วิย ปุพฺพภาเค เอวํ โหติ – ‘‘กุทาสฺสุ นามาหํ…เป… ปริกฺขาราน’’นฺติ. ตตฺถ สกฺกโตติ สกฺการปฺปตฺโต. ครุกโตติ ครุการปฺปตฺโต. มานิโตติ มนสา ปิยายิโต. ปูชิโตติ จตุปจฺจยาภิหารปูชาย ปูชิโต. อปจิโตติ อปจิติปฺปตฺโต. ตตฺถ ยสฺส จตฺตาโร ปจฺจเย สกฺกริตฺวา สุฏฺฐุ อภิสงฺขเต ปณีตปณีเต กตฺวา เทนฺติ, โส สกฺกโต. ยสฺมึ ครุภาวํ ปจฺจุเปตฺวา เทนฺติ, โส ครุกโต. ยํ มนสา ปิยายนฺติ, โส มานิโต. ยสฺส สพฺพมฺเปตํ กโรนฺติ, โส ปูชิโต. ยสฺส อภิวาทนปจฺจุฏฺฐานอญฺชลิกมฺมาทิวเสน ปรมนิปจฺจการํ กโรนฺติ, โส อปจิโต. อิมสฺส จ ปน สพฺพมฺปิ อิมํ โลกามิสํ ปตฺถยมานสฺส เอวํ โหติ.
โส อปเรน สมเยนาติ โส ปุพฺพภาเค เอวํ จินฺเตตฺวา อนุกฺกเมน สิกฺขาย อติพฺพคารเว อุทฺธเต อุนฺนเฬ จปเล มุขเร วิกิณฺณวาเจ มุฏฺฐสฺสตี อสมฺปชาเน ปากตินฺทฺริเย อาจริยุปชฺฌาเยหิ ปริจฺจตฺตเก ลาภครุเก ปาปภิกฺขู สงฺคณฺหิตฺวา อิริยาปถสณฺฐปนาทีนิ กุหกวตฺตานิ สิกฺขาเปตฺวา ‘‘อยํ เถโร อสุกสฺมึ นาม เสนาสเน วสฺสํ อุปคมฺม วตฺตปฏิปตฺตึ ปูรยมาโน วสฺสํ วสิตฺวา นิคฺคโต’’ติ โลกสมฺมตเสนาสนสํวณฺณนาทีหิ อุปาเยหิ โลกํ ปริปาเจตุํ ปฏิพเลหิ ชาตกาทีสุ กตปริจเยหิ สรสมฺปนฺเนหิ ปาปภิกฺขูหิ สํวณฺณิยมานคุโณ หุตฺวา สเตน วา สหสฺเสน วา ปริวุโต…เป… เภสชฺชปริกฺขารานํ. อยํ ภิกฺขเว ปฐโม มหาโจโรติ อยํ สนฺธิจฺเฉทาทิโจรโก วิย น เอกํ กุลํ น เทฺว, อถ โข มหาชนํ วญฺเจตฺวา จตุปจฺจยคหณโต ‘‘ปฐโม มหาโจโร’’ติ เวทิตพฺโพ. เย ปน สุตฺตนฺติกา วา อาภิธมฺมิกา วา วินยธรา วา ภิกฺขู ภิกฺขาจาเร อสมฺปชฺชมาเน ปาฬึ วาเจนฺตา อฏฺฐกถํ กเถนฺตา อนุโมทนาย ธมฺมกถาย อิริยาปถสมฺปตฺติยา จ โลกํ ปสาเทนฺตา ชนปทจาริกํ จรนฺติ สกฺกตา ครุกตา มานิตา ปูชิตา อปจิตา, เต ‘‘ตนฺติปเวณิฆฏนกา สาสนโชตกา’’ติ เวทิตพฺพา.
ตถาคตปฺปเวทิตนฺติ ตถาคเตน ปฏิวิทฺธํ ปจฺจกฺขกตํ ชานาปิตํ วา. อตฺตโน ทหตีติ ปริสมชฺเฌ ปาฬิญฺจ อฏฺฐกถญฺจ สํสนฺทิตฺวา มธุเรน สเรน ปสาทนียํ สุตฺตนฺตํ กเถตฺวา ธมฺมกถาวเสน อจฺฉริยพฺภุตชาเตน วิญฺญูชเนน ‘‘อโห, ภนฺเต, ปาฬิ จ อฏฺฐกถา จ สุปริสุทฺธา, กสฺส สนฺติเก อุคฺคณฺหิตฺถา’’ติ ปุจฺฉิโต ‘‘โก อมฺหาทิเส อุคฺคหาเปตุํ สมตฺโถ’’ติ อาจริยํ อนุทฺทิสิตฺวา อตฺตนา ปฏิวิทฺธํ สยมฺภุญาณาธิคตํ ธมฺมวินยํ ปเวเทติ. อยํ ตถาคเตน สตสหสฺสกปฺปาธิกานิ จตฺตาริ อสงฺเขยฺยานิ ปารมิโย ปูเรตฺวา กิจฺเฉน กสิเรน ปฏิวิทฺธธมฺมตฺเถนโก ทุติโย มหาโจโร.
สุทฺธํ พฺรหฺมจารินฺติ ขีณาสวภิกฺขุํ. ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ จรนฺตนฺติ นิรุปกฺกิเลสํ เสฏฺฐจริยํ จรนฺตํ; อญฺญมฺปิ วา อนาคามึ อาทึ กตฺวา ยาว สีลวนฺตํ ปุถุชฺชนํ อวิปฺปฏิสาราทิวตฺถุกํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ จรนฺตํ. อมูลเกน อพฺรหฺมจริเยน อนุทฺธํเสตีติ ตสฺมึ ปุคฺคเล อวิชฺชมาเนน อนฺติมวตฺถุนา อนุวทติ โจเทติ; อยํ วิชฺชมานคุณมกฺขี อริยคุณตฺเถนโก ตติโย มหาโจโร.
ครุภณฺฑานิ ครุปริกฺขารานีติ ยถา อทินฺนาทาเน ‘‘จตุโร ชนา สํวิธาย ครุภณฺฑํ อวาหรุ’’นฺติ (ปริ. ๔๗๙) เอตฺถ ปญฺจมาสกคฺฆนกํ ‘‘ครุภณฺฑ’’นฺติ วุจฺจติ, อิธ ปน น เอวํ. อถ โข ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, อวิสฺสชฺชิยานิ น วิสฺสชฺเชตพฺพานิ สงฺเฆน วา คเณน วา ปุคฺคเลน วา. วิสฺสชฺชิตานิปิ อวิสฺสชฺชิตานิ โหนฺติ. โย วิสฺสชฺเชยฺย, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส. กตมานิ ปญฺจ? อาราโม, อารามวตฺถุ…เป… ทารุภณฺฑํ, มตฺติกาภณฺฑ’’นฺติ วจนโต อวิสฺสชฺชิตพฺพตฺตา ครุภณฺฑานิ. ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, อเวภงฺคิยานิ น วิภชิตพฺพานิ สงฺเฆน วา คเณน วา ปุคฺคเลน วา. วิภตฺตานิปิ อวิภตฺตานิ โหนฺติ. โย วิภเชยฺย, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺส. กตมานิ ปญฺจ? อาราโม, อารามวตฺถุ…เป… ทารุภณฺฑํ, มตฺติกาภณฺฑ’’นฺติ (จูฬว. ๓๒๒) วจนโต อเวภงฺคิยตฺตา สาธารณปริกฺขารภาเวน ครุปริกฺขารานิ. อาราโม อารามวตฺถูติอาทีสุ ยํ วตฺตพฺพํ ตํ สพฺพํ ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, อวิสฺสชฺชิยานี’’ติ ขนฺธเก อาคตสุตฺตวณฺณนายเมว ภณิสฺสาม. เตหิ คิหี สงฺคณฺหาตีติ ตานิ ทตฺวา ทตฺวา คิหีํ สงฺคณฺหาติ อนุคฺคณฺหาติ. อุปลาเปตีติ ‘‘อโห อมฺหากํ อยฺโย’’ติ เอวํ ลปนเก อนุพนฺธนเก สเสฺนเห กโรติ. อยํ อวิสฺสชฺชิยํ อเวภงฺคิยญฺจ ครุปริกฺขารํ ตถาภาวโต เถเนตฺวา คิหิ สงฺคณฺหนโก จตุตฺโถ มหาโจโร. โส จ ปนายํ อิมํ ครุภณฺฑํ กุลสงฺคณฺหนตฺถํ วิสฺสชฺเชนฺโต กุลทูสกทุกฺกฏํ อาปชฺชติ. ปพฺพาชนียกมฺมารโห จ โหติ. ภิกฺขุสงฺฆํ อภิภวิตฺวา อิสฺสรวตาย วิสฺสชฺเชนฺโต ถุลฺลจฺจยํ อาปชฺชติ. เถยฺยจิตฺเตน วิสฺสชฺเชนฺโต ภณฺฑํ อคฺฆาเปตฺวา กาเรตพฺโพติ.
อยํ อคฺโค มหาโจโรติ อยํ อิเมสํ โจรานํ เชฏฺฐโจโร; อิมินา สทิโส โจโร นาม นตฺถิ, โย ปญฺจินฺทฺริยคฺคหณาตีตํ อติสณฺหสุขุมํ โลกุตฺตรธมฺมํ เถเนติ. กึ ปน สกฺกา โลกุตฺตรธมฺโม หิรญฺญสุวณฺณาทีนิ วิย วญฺเจตฺวา เถเนตฺวา คเหตุนฺติ? น สกฺกา, เตเนวาห – ‘‘โย อสนฺตํ อภูตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อุลฺลปตี’’ติ. อยญฺหิ อตฺตนิ อสนฺตํ ตํ ธมฺมํ เกวลํ ‘‘อตฺถิ มยฺหํ เอโส’’ติ อุลฺลปติ, น ปน สกฺโกติ ฐานา จาเวตุํ, อตฺตนิ วา สํวิชฺชมานํ กาตุํ. อถ กสฺมา โจโรติ วุตฺโตติ? ยสฺมา ตํ อุลฺลปิตฺวา อสนฺตสมฺภาวนาย อุปฺปนฺเน ปจฺจเย คณฺหาติ. เอวญฺหิ คณฺหตา เต ปจฺจยา สุขุเมน อุปาเยน วญฺเจตฺวา เถเนตฺวา คหิตา โหนฺติ. เตเนวาห – ‘‘ตํ กิสฺส เหตุ? เถยฺยาย โว ภิกฺขเว รฏฺฐปิณฺโฑ ภุตฺโต’’ติ. อยญฺหิ เอตฺถ อตฺโถ – ยํ อโวจุมฺห – ‘‘อยํ อคฺโค มหาโจโร, โย อสนฺตํ อภูตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อุลฺลปตี’’ติ. ตํ กิสฺส เหตูติ เกน การเณน เอตํ อโวจุมฺหาติ เจ. ‘‘เถยฺยาย โว ภิกฺขเว รฏฺฐปิณฺโฑ ภุตฺโต’’ติ ภิกฺขเว ยสฺมา โส เตน รฏฺฐปิณฺโฑ เถยฺยาย เถยฺยจิตฺเตน ภุตฺโต โหติ. เอตฺถ หิ โวกาโร ‘‘เย หิ โว อริยา อรญฺญวนปตฺถานี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๑.๓๕-๓๖) วิย ปทปูรณมตฺเต นิปาโต. ตสฺมา ‘‘ตุเมฺหหิ ภุตฺโต’’ติ เอวมสฺส อตฺโถ น ทฏฺฐพฺโพ.
อิทานิ ตเมวตฺถํ คาถาหิ วิภูตตรํ กโรนฺโต ‘‘อญฺญถา สนฺต’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อญฺญถา สนฺตนฺติ อปริสุทฺธกายสมาจาราทิเกน อญฺเญนากาเรน สนฺตํ. อญฺญถา โย ปเวทเยติ ปริสุทฺธกายสมาจาราทิเกน อญฺเญน อากาเรน โย ปเวเทยฺย. ‘‘ปรมปริสุทฺโธ อหํ, อตฺถิ เม อพฺภนฺตเร โลกุตฺตรธมฺโม’’ติ เอวํ ชานาเปยฺย. ปเวเทตฺวา จ ปน ตาย ปเวทนาย อุปฺปนฺนํ โภชนํ อรหา วิย ภุญฺชติ. นิกจฺจ กิตวสฺเสว ภุตฺตํ เถยฺเยน ตสฺส ตนฺติ นิกจฺจาติ วญฺเจตฺวา อญฺญถา สนฺตํ อญฺญถา ทสฺเสตฺวา. อคุมฺพอคจฺฉภูตเมว สาขาปลาสปลฺลวาทิจฺฉาทเนน คุมฺพมิว คจฺฉมิว จ อตฺตานํ ทสฺเสตฺวา. กิตวสฺเสวาติ วญฺจกสฺส เกราฏิกสฺส คุมฺพคจฺฉสญฺญาย อรญฺเญ อาคตาคเต สกุเณ คเหตฺวา ชีวิตกปฺปกสฺส สากุณิกสฺเสว. ภุตฺตํ เถยฺเยน ตสฺส ตนฺติ ตสฺสาปิ อนรหนฺตสฺเสว สโต อรหนฺตภาวํ ทสฺเสตฺวา ลทฺธโภชนํ ภุญฺชโต; ยํ ตํ ภุตฺตํ ตํ ยถา สากุณิกกิตวสฺส นิกจฺจ วญฺเจตฺวา สกุณคฺคหณํ, เอวํ มนุสฺเส วญฺเจตฺวา ลทฺธสฺส โภชนสฺส ภุตฺตตฺตา เถยฺเยน ภุตฺตํ นาม โหติ.
อิมํ ปน อตฺถวสํ อชานนฺตา เย เอวํ ภุญฺชนฺติ, กาสาวกณฺฐา…เป… นิรยํ เต อุปปชฺชเร กาสาวกณฺฐาติ กาสาเวน เวฐิตกณฺฐา. เอตฺตกเมว อริยทฺธชธารณมตฺตํ, เสสํ สามญฺญํ นตฺถีติ วุตฺตํ โหติ. ‘‘ภวิสฺสนฺติ โข ปนานนฺท อนาคตมทฺธานํ โคตฺรภุโน กาสาวกณฺฐา’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๘๐) เอวํ วุตฺตทุสฺสีลานํ เอตํ อธิวจนํ. ปาปธมฺมาติ ลามกธมฺมา. อสญฺญตาติ กายาทีหิ อสญฺญตา. ปาปาติ ลามกปุคฺคลา. ปาเปหิ กมฺเมหีติ เตหิ กรณกาเล อาทีนวํ อทิสฺวา กเตหิ ปรวญฺจนาทีหิ ปาปกมฺเมหิ. นิรยํ เต อุปปชฺชเรติ นิรสฺสาทํ ทุคฺคตึ เต อุปปชฺชนฺติ; ตสฺมา เสยฺโย อโยคุโฬติ คาถา. ตสฺสตฺโถ – สจายํ ทุสฺสีโล อสญฺญโต อิจฺฉาจาเร ฐิโต กุหนาย โลกํ วญฺจโก ปุคฺคโล ตตฺตํ อคฺคิสิขูปมํ อโยคุฬํ ภุญฺเชยฺย อชฺโฌหเรยฺย, ตสฺส ยญฺเจตํ รฏฺฐปิณฺฑํ ภุญฺเชยฺย, ยญฺเจตํ อโยคุฬํ, เตสุ ทฺวีสุ อโยคุโฬว ภุตฺโต เสยฺโย สุนฺทรตโร ปณีตตโร จ ภเวยฺย, น หิ อโยคุฬสฺส ภุตฺตตฺตา สมฺปราเย สพฺพญฺญุตญาเณนาปิ ทุชฺชานปริจฺเฉทํ ทุกฺขํ อนุภวติ. เอวํ ปฏิลทฺธสฺส ปน ตสฺส รฏฺฐปิณฺฑสฺส ภุตฺตตฺตา สมฺปราเย วุตฺตปฺปการํ ทุกฺขํ อนุโภติ, อยญฺหิ โกฏิปฺปตฺโต มิจฺฉาชีโวติ.
เอวํ ปาปกิริยาย อนาทีนวทสฺสาวีนํ อาทีนวํ ทสฺเสตฺวา ‘‘อถ โข ภควา วคฺคุมุทาตีริเย ภิกฺขู อเนกปริยาเยน วิครหิตฺวา ทุพฺภรตาย ทุปฺโปสตาย…เป… อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถา’’ติ จ วตฺวา จตุตฺถปาราชิกํ ปญฺญเปนฺโต ‘‘โย ปน ภิกฺขุ อนภิชาน’’นฺติ อาทิมาห.
เอวํ มูลจฺเฉชฺชวเสน ทฬฺหํ กตฺวา จตุตฺถปาราชิเก ปญฺญตฺเต อปรมฺปิ อนุปฺปญฺญตฺตตฺถาย อธิมานวตฺถุ อุทปาทิ. ตสฺสุปฺปตฺติทีปนตฺถํ เอตํ วุตฺตํ – ‘‘เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหตี’’ติ.
อธิมานวตฺถุวณฺณนา
๑๙๖. ตตฺถ อทิฏฺเฐ ทิฏฺฐสญฺญิโนติ อรหตฺเต ญาณจกฺขุนา อทิฏฺเฐเยว ‘‘ทิฏฺฐํ อเมฺหหิ อรหตฺต’’นฺติ ทิฏฺฐสญฺญิโน หุตฺวา. เอส นโย อปฺปตฺตาทีสุ. อยํ ปน วิเสโส – อปฺปตฺเตติ อตฺตโน สนฺตาเน อุปฺปตฺติวเสน อปฺปตฺเต. อนธิคเตติ มคฺคภาวนาย อนธิคเต; อปฺปฏิลทฺเธติปิ อตฺโถ. อสจฺฉิกเตติ อปฺปฏิวิทฺเธ ปจฺจเวกฺขณวเสน วา อปฺปจฺจกฺขกเต. อธิมาเนนาติ อธิคตมาเนน; ‘‘อธิคตา มย’’นฺติ เอวํ อุปฺปนฺนมาเนนาติ อตฺโถ, อธิกมาเนน วา ถทฺธมาเนนาติ อตฺโถ. อญฺญํ พฺยากรึสูติ อรหตฺตํ พฺยากรึสุ; ‘‘ปตฺตํ อาวุโส อเมฺหหิ อรหตฺตํ, กตํ กรณีย’’นฺติ ภิกฺขูนํ อาโรเจสุํ. เตสํ มคฺเคน อปฺปหีนกิเลสตฺตา เกวลํ สมถวิปสฺสนาพเลน วิกฺขมฺภิตกิเลสานํ อปเรน สมเยน ตถารูปปจฺจยสมาโยเค ราคาย จิตฺตํ นมติ; ราคตฺถาย นมตีติ อตฺโถ. เอส นโย อิตเรสุ.
ตญฺจ โข เอตํ อพฺโพหาริกนฺติ ตญฺจ โข เอตํ เตสํ อญฺญพฺยากรณํ อพฺโพหาริกํ อาปตฺติปญฺญาปเน โวหารํ น คจฺฉติ; อาปตฺติยา องฺคํ น โหตีติ อตฺโถ.
กสฺส ปนายํ อธิมาโน อุปฺปชฺชติ, กสฺส นุปฺปชฺชตีติ? อริยสาวกสฺส ตาว นุปฺปชฺชติ โส หิ มคฺคผลนิพฺพานปหีนกิเลสอวสิฏฺฐกิเลสปจฺจเวกฺขเณน สญฺชาตโสมนสฺโส อริยคุณปฏิเวเธ นิกฺกงฺโข. ตสฺมา โสตาปนฺนาทีนํ ‘‘อหํ สกทาคามี’’ติอาทิวเสน อธิมาโน นุปฺปชฺชติ. ทุสฺสีลสฺส นุปฺปชฺชติ, โส หิ อริยคุณาธิคเม นิราโสว. สีลวโตปิ ปริจฺจตฺตกมฺมฏฺฐานสฺส นิทฺทารามตาทิมนุยุตฺตสฺส นุปฺปชฺชติ. สุปริสุทฺธสีลสฺส ปน กมฺมฏฺฐาเน อปฺปมตฺตสฺส นามรูปํ ววตฺถเปตฺวา ปจฺจยปริคฺคเหน วิติณฺณกงฺขสฺส ติลกฺขณํ อาโรเปตฺวา สงฺขาเร สมฺมสนฺตสฺส อารทฺธวิปสฺสกสฺส อุปฺปชฺชติ, อุปฺปนฺโน จ สุทฺธสมถลาภึ วา สุทฺธวิปสฺสนาลาภึ วา อนฺตรา ฐเปติ, โส หิ ทสปิ วีสติปิ ตึสมฺปิ วสฺสานิ กิเลสสมุทาจารํ อปสฺสิตฺวา ‘‘อหํ โสตาปนฺโน’’ติ วา ‘‘สกทาคามี’’ติ วา ‘‘อนาคามี’’ติ วา มญฺญติ. สมถวิปสฺสนาลาภึ ปน อรหตฺเตเยว ฐเปติ. ตสฺส หิ สมาธิพเลน กิเลสา วิกฺขมฺภิตา, วิปสฺสนาพเลน สงฺขารา สุปริคฺคหิตา, ตสฺมา สฏฺฐิมฺปิ วสฺสานิ อสีติมฺปิ วสฺสานิ วสฺสสตมฺปิ กิเลสา น สมุทาจรนฺติ, ขีณาสวสฺเสว จิตฺตจาโร โหติ. โส เอวํ ทีฆรตฺตํ กิเลสสมุทาจารํ อปสฺสนฺโต อนฺตรา อฐตฺวาว ‘‘อรหา อห’’นฺติ มญฺญตีติ.
สวิภงฺคสิกฺขาปทวณฺณนา
๑๙๗. อนภิชานนฺติ น อภิชานํ. ยสฺมา ปนายํ อนภิชานํ สมุทาจรติ, สฺวสฺส สนฺตาเน อนุปฺปนฺโน ญาเณน จ อสจฺฉิกโตติ อภูโต โหติ. เตนสฺส ปทภาชเน ‘‘อสนฺตํ อภูตํ อสํวิชฺชมาน’’นฺติ วตฺวา ‘‘อชานนฺโต อปสฺสนฺโต’’ติ วุตฺตํ.
อุตฺตริมนุสฺสธมฺมนฺติ อุตฺตริมนุสฺสานํ ฌายีนญฺเจว อริยานญฺจ ธมฺมํ. อตฺตุปนายิกนฺติ อตฺตนิ ตํ อุปเนติ, อตฺตานํ วา ตตฺถ อุปเนตีติ อตฺตุปนายิโก, ตํ อตฺตุปนายิกํ; เอวํ กตฺวา สมุทาจเรยฺยาติ สมฺพนฺโธ. ปทภาชเน ปน ยสฺมา อุตฺตริมนุสฺสธมฺโม นาม ฌานํ วิโมกฺขํ สมาธิ สมาปตฺติ ญาณทสฺสนํ…เป… สุญฺญาคาเร อภิรตีติ เอวํ ฌานาทโย อเนกธมฺมา วุตฺตา. ตสฺมา เตสํ สพฺเพสํ วเสน อตฺตุปนายิกภาวํ ทสฺเสนฺโต ‘‘เต วา กุสเล ธมฺเม อตฺตนิ อุปเนตี’’ติ พหุวจนนิทฺเทสํ อกาสิ. ตตฺถ ‘‘เอเต ธมฺมา มยิ สนฺทิสฺสนฺตี’’ติ สมุทาจรนฺโต อตฺตนิ อุปเนติ. ‘‘อหํ เอเตสุ สนฺทิสฺสามี’’ติ สมุทาจรนฺโต อตฺตานํ เตสุ อุปเนตีติ เวทิตพฺโพ.
อลมริยญาณทสฺสนนฺติ เอตฺถ โลกิยโลกุตฺตรา ปญฺญา ชานนฏฺเฐน ญาณํ, จกฺขุนา ทิฏฺฐมิว ธมฺมํ ปจฺจกฺขกรณโต ทสฺสนฏฺเฐน ทสฺสนนฺติ ญาณทสฺสนํ. อริยํ วิสุทฺธํ อุตฺตมํ ญาณทสฺสนนฺติ อริยญาณทสฺสนํ. อลํ ปริยตฺตํ กิเลสวิทฺธํสนสมตฺถํ อริยญาณทสฺสนเมตฺถ, ฌานาทิเภเท อุตฺตริมนุสฺสธมฺเม อลํ วา อริยญาณทสฺสนมสฺสาติ อลมริยญาณทสฺสโน, ตํ อลมริยญาณทสฺสนํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมนฺติ เอวํ ปทตฺถสมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ. ตตฺถ เยน ญาณทสฺสเนน โส อลมริยญาณทสฺสโนติ วุจฺจติ. ตเทว ทสฺเสตุํ ‘‘ญาณนฺติ ติสฺโส วิชฺชา, ทสฺสนนฺติ ยํ ญาณํ ตํ ทสฺสนํ; ยํ ทสฺสนํ ตํ ญาณ’’นฺติ วิชฺชาสีเสน ปทภาชนํ วุตฺตํ. มหคฺคตโลกุตฺตรา ปเนตฺถ สพฺพาปิ ปญฺญา ‘‘ญาณ’’นฺติ เวทิตพฺพา.
สมุทาจเรยฺยาติ วุตฺตปฺปการเมตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อตฺตุปนายิกํ กตฺวา อาโรเจยฺย. อิตฺถิยา วาติอาทิ ปน อาโรเจตพฺพปุคฺคลนิทสฺสนํ. เอเตสญฺหิ อาโรจิเต อาโรจิตํ โหติ น เทวมารพฺรหฺมานํ, นาปิ เปตยกฺขติรจฺฉานคตานนฺติ. อิติ ชานามิ อิติ ปสฺสามีติ สมุทาจรณาการนิทสฺสนเมตํ. ปทภาชเน ปนสฺส ‘‘ชานามหํ เอเต ธมฺเม, ปสฺสามหํ เอเต ธมฺเม’’ติ อิทํ เตสุ ฌานาทีสุ ธมฺเมสุ ชานนปสฺสนานํ ปวตฺติทีปนํ, ‘‘อตฺถิ จ เม เอเต ธมฺมา’’ติอาทิ อตฺตุปนายิกภาวทีปนํ.
๑๙๘. ตโต อปเรน สมเยนาติ อาปตฺติปฏิชานนสมยทสฺสนเมตํ. อยํ ปน อาโรจิตกฺขเณเยว ปาราชิกํ อาปชฺชติ. อาปตฺตึ ปน อาปนฺโน ยสฺมา ปเรน โจทิโต วา อโจทิโต วา ปฏิชานาติ; ตสฺมา ‘‘สมนุคฺคาหิยมาโน วา อสมนุคฺคาหิยมาโน วา’’ติ วุตฺตํ.
ตตฺถ สมนุคฺคาหิยมาเน ตาว – กึ เต อธิคตนฺติ อธิคมปุจฺฉา; ฌานวิโมกฺขาทีสุ, โสตาปตฺติมคฺคาทีสุ วา กึ ตยา อธิคตนฺติ. กินฺติ เต อธิคตนฺติ อุปายปุจฺฉา. อยญฺหิ เอตฺถาธิปฺปาโย – กึ ตยา อนิจฺจลกฺขณํ ธุรํ กตฺวา อธิคตํ, ทุกฺขานตฺตลกฺขเณสุ อญฺญตรํ วา? กึ วา สมาธิวเสน อภินิวิสิตฺวา, อุทาหุ วิปสฺสนาวเสน? ตถา กึ รูเป อภินิวิสิตฺวา, อุทาหุ อรูเป? กึ วา อชฺฌตฺตํ อภินิวิสิตฺวา, อุทาหุ พหิทฺธาติ? กทา เต อธิคตนฺติ กาลปุจฺฉา. ปุพฺพณฺหมชฺฌนฺหิกาทีสุ กตรสฺมึ กาเลติ วุตฺตํ โหติ? กตฺถ เต อธิคตนฺติ โอกาสปุจฺฉา. กตรสฺมึ โอกาเส, กึ รตฺติฏฺฐาเน, ทิวาฏฺฐาเน, รุกฺขมูเล, มณฺฑเป, กตรสฺมึ วา วิหาเรติ วุตฺตํ โหติ. กตเม เต กิเลสา ปหีนาติ ปหีนกิเลสปุจฺฉา. กตรมคฺควชฺฌา ตว กิเลสา ปหีนาติ วุตฺตํ โหติ. กตเมสํ ตฺวํ ธมฺมานํ ลาภีติ ปฏิลทฺธธมฺมปุจฺฉา. ปฐมมคฺคาทีสุ กตเมสํ ธมฺมานํ ตฺวํ ลาภีติ วุตฺตํ โหติ.
ตสฺมา อิทานิ เจปิ โกจิ ภิกฺขุ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมาธิคมํ พฺยากเรยฺย, น โส เอตฺตาวตาว สกฺกาตพฺโพ. อิเมสุ ปน ฉสุ ฐาเนสุ โสธนตฺถํ วตฺตพฺโพ – ‘‘กึ เต อธิคตํ, กึ ฌานํ, อุทาหุ วิโมกฺขาทีสุ อญฺญตร’’นฺติ? โย หิ เยน อธิคโต ธมฺโม, โส ตสฺส ปากโฏ โหติ. สเจ ‘‘อิทํ นาม เม อธิคต’’นฺติ วทติ, ตโต ‘‘กินฺติ เต อธิคต’’นฺติ ปุจฺฉิตพฺโพ, ‘‘อนิจฺจลกฺขณาทีสุ กึ ธุรํ กตฺวา อฏฺฐตึสาย วา อารมฺมเณสุ รูปารูปอชฺฌตฺตพหิทฺธาทิเภเทสุ วา ธมฺเมสุ เกน มุเขน อภินิวิสิตฺวา’’ติ โย หิ ยสฺสาภินิเวโส, โส ตสฺส ปากโฏ โหติ. สเจ ‘‘อยํ นาม เม อภินิเวโส เอวํ มยา อธิคต’’นฺติ วทติ, ตโต ‘‘กทา เต อธิคต’’นฺติ ปุจฺฉิตพฺโพ, ‘‘กึ ปุพฺพเณฺห, อุทาหุ มชฺฌนฺหิกาทีสุ อญฺญตรสฺมึ กาเล’’ติ สพฺเพสญฺหิ อตฺตนา อธิคตกาโล ปากโฏ โหติ. สเจ ‘‘อสุกสฺมึ นาม กาเล อธิคตนฺติ วทติ, ตโต ‘‘กตฺถ เต อธิคต’’นฺติ ปุจฺฉิตพฺโพ, ‘‘กึ ทิวาฏฺฐาเน, อุทาหุ รตฺติฏฺฐานาทีสุ อญฺญตรสฺมึ โอกาเส’’ติ สพฺเพสญฺหิ อตฺตนา อธิคโตกาโส ปากโฏ โหติ. สเจ ‘‘อสุกสฺมึ นาม เม โอกาเส อธิคต’’นฺติ วทติ, ตโต ‘‘กตเม เต กิเลสา ปหีนา’’ติ ปุจฺฉิตพฺโพ, ‘‘กึ ปฐมมคฺควชฺฌา, อุทาหุ ทุติยาทิมคฺควชฺฌา’’ติ สพฺเพสญฺหิ อตฺตนา อธิคตมคฺเคน ปหีนกิเลสา ปากฏา โหนฺติ. สเจ ‘‘อิเม นาม เม กิเลสา ปหีนา’’ติ วทติ, ตโต ‘‘กตเมสํ ตฺวํ ธมฺมานํ ลาภี’’ติ ปุจฺฉิตพฺโพ, ‘‘กึ โสตาปตฺติมคฺคสฺส, อุทาหุ สกทาคามิมคฺคาทีสุ อญฺญตรสฺสา’’ติ สพฺเพสํ หิ อตฺตนา อธิคตธมฺมา ปากฏา โหนฺติ. สเจ ‘‘อิเมสํ นามาหํ ธมฺมานํ ลาภี’’ติ วทติ, เอตฺตาวตาปิสฺส วจนํ น สทฺธาตพฺพํ, พหุสฺสุตา หิ อุคฺคหปริปุจฺฉากุสลา ภิกฺขู อิมานิ ฉ ฐานานิ โสเธตุํ สกฺโกนฺติ.
อิมสฺส ปน ภิกฺขุโน อาคมนปฏิปทา โสเธตพฺพา. ยทิ อาคมนปฏิปทา น สุชฺฌติ, ‘‘อิมาย ปฏิปทาย โลกุตฺตรธมฺโม นาม น ลพฺภตี’’ติ อปเนตพฺโพ. ยทิ ปนสฺส อาคมนปฏิปทา สุชฺฌติ, ‘‘ทีฆรตฺตํ ตีสุ สิกฺขาสุ อปฺปมตฺโต ชาคริยมนุยุตฺโต จตูสุ ปจฺจเยสุ อลคฺโค อากาเส ปาณิสเมน เจตสา วิหรตี’’ติ ปญฺญายติ, ตสฺส ภิกฺขุโน พฺยากรณํ ปฏิปทาย สทฺธึ สํสนฺทติ. ‘‘เสยฺยถาปิ นาม คงฺโคทกํ ยมุโนทเกน สทฺธึ สํสนฺทติ สเมติ; เอวเมว สุปญฺญตฺตา เตน ภควตา สาวกานํ นิพฺพานคามินี ปฏิปทา สํสนฺทติ นิพฺพานญฺจ ปฏิปทา จา’’ติ (ที. นิ. ๒.๒๙๖) วุตฺตสทิสํ โหติ.
อปิจ โข น เอตฺตเกนาปิ สกฺกาโร กาตพฺโพ. กสฺมา? เอกจฺจสฺส หิ ปุถุชฺชนสฺสาปิ สโต ขีณาสวปฏิปตฺติสทิสา ปฏิปทา โหติ, ตสฺมา โส ภิกฺขุ เตหิ เตหิ อุปาเยหิ อุตฺตาเสตพฺโพ. ขีณาสวสฺส นาม อสนิยาปิ มตฺถเก ปตมานาย ภยํ วา ฉมฺภิตตฺตํ วา โลมหํโส วา น โหติ. สจสฺส ภยํ วา ฉมฺภิตตฺตํ วา โลมหํโส วา อุปฺปชฺชติ, ‘‘น ตฺวํ อรหา’’ติ อปเนตพฺโพ. สเจ ปน อภีรู อจฺฉมฺภี อนุตฺราสี หุตฺวา สีโห วิย นิสีทติ, อยํ ภิกฺขุ สมฺปนฺนเวยฺยากรโณ สมนฺตา ราชราชมหามตฺตาทีหิ เปสิตํ สกฺการํ อรหตีติ.
ปาปิจฺโฉติ ยา สา ‘‘อิเธกจฺโจ ทุสฺสีโลว สมาโน สีลวาติ มํ ชโน ชานาตูติ อิจฺฉตี’’ติอาทินา (วิภ. ๘๕๑) นเยน วุตฺตา ปาปิจฺฉา ตาย สมนฺนาคโต. อิจฺฉาปกโตติ ตาย ปาปิกาย อิจฺฉาย อปกโต อภิภูโต ปาราชิโก หุตฺวา.
วิสุทฺธาเปกฺโขติ อตฺตโน วิสุทฺธึ อเปกฺขมาโน อิจฺฉมาโน ปตฺถยมาโน. อยญฺหิ ยสฺมา ปาราชิกํ อาปนฺโน, ตสฺมา ภิกฺขุภาเว ฐตฺวา อภพฺโพ ฌานาทีนิ อธิคนฺตุํ, ภิกฺขุภาโว หิสฺส สคฺคนฺตราโย เจว โหติ มคฺคนฺตราโย จ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘สามญฺญํ ทุปฺปรามฏฺฐํ นิรยายุปกฑฺฒตี’’ติ (ธ. ป. ๓๑๑). อปรมฺปิ วุตฺตํ – ‘‘สิถิโล หิ ปริพฺพาโช, ภิยฺโย อากิรเต รช’’นฺติ (ธ. ป. ๓๑๓). อิจฺจสฺส ภิกฺขุภาโว วิสุทฺธิ นาม น โหติ. ยสฺมา ปน คิหี วา อุปาสโก วา อารามิโก วา สามเณโร วา หุตฺวา ทานสรณสีลสํวราทีหิ สคฺคมคฺคํ วา ฌานวิโมกฺขาทีหิ โมกฺขมคฺคํ วา อาราเธตุํ ภพฺโพ โหติ, ตสฺมาสฺส คิหิอาทิภาโว วิสุทฺธิ นาม โหติ, ตสฺมา ตํ วิสุทฺธึ อเปกฺขนโต ‘‘วิสุทฺธาเปกฺโข’’ติ วุจฺจติ. เตเนว จสฺส ปทภาชเน ‘‘คิหี วา โหตุกาโม’’ติอาทิ วุตฺตํ.
เอวํ วเทยฺยาติ เอวํ ภเณยฺย. กถํ? ‘‘อชานเมวํ อาวุโส อวจํ ชานามิ, อปสฺสํ ปสฺสามี’’ติ. ปทภาชเน ปน ‘‘เอวํ วเทยฺยา’’ติ อิทํ ปทํ อนุทฺธริตฺวาว ยถา วทนฺโต ‘‘อชานเมวํ อาวุโส อวจํ ชานามิ, อปสฺสํ ปสฺสามี’’ติ วทติ นามาติ วุจฺจติ, ตํ อาการํ ทสฺเสตุํ ‘‘นาหํ เอเต ธมฺเม ชานามี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตุจฺฉํ มุสา วิลปินฺติ อหํ วจนตฺถวิรหโต ตุจฺฉํ วญฺจนาธิปฺปายโต มุสา วิลปึ, อภณินฺติ วุตฺตํ โหติ. ปทภาชเน ปนสฺส อญฺเญน ปทพฺยญฺชเนน อตฺถมตฺตํ ทสฺเสตุํ ‘‘ตุจฺฉกํ มยา ภณิต’’นฺติอาทิ วุตฺตํ.
ปุริเม อุปาทายาติ ปุริมานิ ตีณิ ปาราชิกานิ อาปนฺเน ปุคฺคเล อุปาทาย. เสสํ ปุพฺเพ วุตฺตนยตฺตา อุตฺตานตฺถตฺตา จ ปากฏเมวาติ.
ปทภาชนียวณฺณนา
๑๙๙. เอวํ อุทฺทิฏฺฐสิกฺขาปทํ ปทานุกฺกเมน วิภชิตฺวา อิทานิ ยสฺมา เหฏฺฐา ปทภาชนียมฺหิ ‘‘ฌานํ วิโมกฺขํ สมาธิ สมาปตฺติ ญาณทสฺสนํ…เป… สุญฺญาคาเร อภิรตี’’ติ เอวํ สํขิตฺเตเนว อุตฺตริมนุสฺสธมฺโม ทสฺสิโต, น วิตฺถาเรน อาปตฺตึ อาโรเปตฺวา ตนฺติ ฐปิตา. สงฺเขปทสฺสิเต จ อตฺเถ น สพฺเพ สพฺพากาเรน นยํ คเหตุํ สกฺโกนฺติ, ตสฺมา สพฺพากาเรน นยคฺคหณตฺถํ ปุน ตเทว ปทภาชนํ มาติกาฐาเน ฐเปตฺวา วิตฺถารโต อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ ทสฺเสตฺวา อาปตฺติเภทํ ทสฺเสตุกาโม ‘‘ฌานนฺติ ปฐมํ ฌานํ, ทุติยํ ฌาน’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ ปฐมชฺฌานาทีหิ เมตฺตาฌานาทีนิปิ อสุภชฺฌานาทีนิปิ อานาปานสฺสติสมาธิชฺฌานมฺปิ โลกิยชฺฌานมฺปิ โลกุตฺตรชฺฌานมฺปิ สงฺคหิตเมว. ตสฺมา ‘‘ปฐมํ ฌานํ สมาปชฺชินฺติปิ…เป… จตุตฺถํ ชฺฌานํ, เมตฺตาฌานํ, อุเปกฺขาฌานํ อสุภชฺฌานํ อานาปานสฺสติสมาธิชฺฌานํ, โลกิยชฺฌานํ, โลกุตฺตรชฺฌานํ สมาปชฺชิ’’นฺติปิ ภณนฺโต ปาราชิโกว โหตีติ เวทิตพฺโพ.
สุฏฺฐุ มุตฺโต วิวิเธหิ วา กิเลเสหิ มุตฺโตติ วิโมกฺโข. โส ปนายํ ราคโทสโมเหหิ สุญฺญตฺตา สุญฺญโต. ราคโทสโมหนิมิตฺเตหิ อนิมิตฺตตฺตา อนิมิตฺโต. ราคโทสโมหปณิธีนํ อภาวโต อปฺปณิหิโตติ วุจฺจติ. จิตฺตํ สมํ อาทหติ อารมฺมเณ ฐเปตีติ สมาธิ. อริเยหิ สมาปชฺชิตพฺพโต สมาปตฺติ. เสสเมตฺถ วุตฺตนยเมว. เอตฺถ จ วิโมกฺขตฺติเกน จ สมาธิตฺติเกน จ อริยมคฺโคว วุตฺโต. สมาปตฺติตฺติเกน ปน ผลสมาปตฺติ. เตสุ ยํกิญฺจิ เอกมฺปิ ปทํ คเหตฺวา ‘‘อหํ อิมสฺส ลาภีมฺหี’’ติ ภณนฺโต ปาราชิโกว โหติ.
ติสฺโส วิชฺชาติ ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติ, ทิพฺพจกฺขุ, อาสวานํ ขเย ญาณนฺติ. ตตฺถ เอกิสฺสาปิ นามํ คเหตฺวา ‘‘อหํ อิมิสฺสา วิชฺชาย ลาภีมฺหี’’ติ ภณนฺโต ปาราชิโก โหติ. สงฺเขปฏฺฐกถายํ ปน ‘‘วิชฺชานํ ลาภีมฺหี’ติ ภณนฺโตปิ ‘ติสฺสนฺนํ วิชฺชานํ ลาภีมฺหี’ติ ภณนฺโตปิ ปาราชิโก วา’’ติ วุตฺตํ. มคฺคภาวนาปทภาชเน วุตฺตา สตฺตตึสโพธิปกฺขิยธมฺมา มคฺคสมฺปยุตฺตา โลกุตฺตราว อิธาธิปฺเปตา. ตสฺมา โลกุตฺตรานํ สติปฏฺฐานานํ สมฺมปฺปธานานํ อิทฺธิปาทานํ อินฺทฺริยานํ พลานํ โพชฺฌงฺคานํ อริยสฺส อฏฺฐงฺคิกสฺส มคฺคสฺส ลาภีมฺหีติ วทโต ปาราชิกนฺติ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. มหาปจฺจริยาทีสุ ปน ‘‘สติปฏฺฐานานํ ลาภีมฺหี’ติ เอวํ เอเกกโกฏฺฐาสวเสนาปิ ‘กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานสฺส ลาภีมฺหี’ติ เอวํ ตตฺถ เอเกกธมฺมวเสนาปิ วทโต ปาราชิกเมวา’’ติ วุตฺตํ ตมฺปิ สเมติ. กสฺมา? มคฺคกฺขณุปฺปนฺเนเยว สนฺธาย วุตฺตตฺตา. ผลสจฺฉิกิริยายปิ เอเกกผลวเสน ปาราชิกํ เวทิตพฺพํ.
ราคสฺส ปหานนฺติอาทิตฺติเก กิเลสปฺปหานเมว วุตฺตํ. ตํ ปน ยสฺมา มคฺเคน วินา นตฺถิ, ตติยมคฺเคน หิ กามราคโทสานํ ปหานํ, จตุตฺเถน โมหสฺส, ตสฺมา ‘‘ราโค เม ปหีโน’’ติอาทีนิ วทโตปิ ปาราชิกํ วุตฺตํ.
ราคา จิตฺตํ วินีวรณตาติอาทิตฺติเก โลกุตฺตรจิตฺตเมว วุตฺตํ. ตสฺมา ‘‘ราคา เม จิตฺตํ วินีวรณ’’นฺติอาทีนิ วทโตปิ ปาราชิกเมว.
สุญฺญาคารปทภาชเน ปน ยสฺมา ฌาเนน อฆเฏตฺวา ‘‘สุญฺญาคาเร อภิรมามี’’ติ วจนมตฺเตน ปาราชิกํ นาธิปฺเปตํ, ตสฺมา ‘‘ปฐเมน ฌาเนน สุญฺญาคาเร อภิรตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตสฺมา โย ฌาเนน ฆเฏตฺวา ‘‘อิมินา นาม ฌาเนน สุญฺญาคาเร อภิรมามี’’ติ วทติ, อยเมว ปาราชิโก โหตีติ เวทิตพฺโพ.
ยา จ ‘‘ญาณ’’นฺติ อิมสฺส ปทภาชเน อมฺพฏฺฐสุตฺตาทีสุ (ที. นิ. ๑.๒๕๔ อาทโย) วุตฺตาสุ อฏฺฐสุ วิชฺชาสุ วิปสฺสนาญาณมโนมยิทฺธิอิทฺธิวิธทิพฺพโสตเจโตปริยญาณเภทา ปญฺจ วิชฺชา น อาคตา, ตาสุ เอกา วิปสฺสนาว ปาราชิกวตฺถุ น โหติ, เสสา โหนฺตีติ เวทิตพฺพา. ตสฺมา ‘‘วิปสฺสนาย ลาภีมฺหี’’ติปิ ‘‘วิปสฺสนาญาณสฺส ลาภีมฺหี’’ติปิ วทโต ปาราชิกํ นตฺถิ. ผุสฺสเทวตฺเถโร ปน ภณติ – ‘‘อิตราปิ จตสฺโส วิชฺชา ญาเณน อฆฏิตา ปาราชิกวตฺถู น โหนฺติ. ตสฺมา ‘มโนมยสฺส ลาภีมฺหิ, อิทฺธิวิธสฺส, ทิพฺพาย โสตธาตุยา, เจโตปริยสฺส ลาภีมฺหี’ติ วทโตปิ ปาราชิกํ นตฺถี’’ติ. ตํ ตสฺส อนฺเตวาสิเกเหว ปฏิกฺขิตฺตํ – ‘‘อาจริโย น อาภิธมฺมิโก ภุมฺมนฺตรํ น ชานาติ, อภิญฺญา นาม จตุตฺถชฺฌานปาทโกว มหคฺคตธมฺโม, ฌาเนเนว อิชฺฌติ. ตสฺมา มโนมยสฺส ลาภีมฺหี’ติ วา ‘มโนมยญาณสฺส ลาภีมฺหี’ติ วา ยถา วา ตถา วา วทตุ ปาราชิกเมวา’’ติ. เอตฺถ จ กิญฺจาปิ นิพฺพานํ ปาฬิยา อนาคตํ, อถ โข ‘‘นิพฺพานํ เม ปตฺต’’นฺติ วา ‘‘สจฺฉิกต’’นฺติ วา วทโต ปาราชิกเมว. กสฺมา? นิพฺพานสฺส นิพฺพตฺติตโลกุตฺตรตฺตา. ตถา ‘‘จตฺตาริ สจฺจานิ ปฏิวิชฺฌึ ปฏิวิทฺธานิ มยา’’ติ วทโตปิ ปาราชิกเมว. กสฺมา? สจฺจปฺปฏิเวโธติ หิ มคฺคสฺส ปริยายวจนํ. ยสฺมา ปน ‘‘ติสฺโส ปฏิสมฺภิทา กามาวจรกุสลโต จตูสุ ญาณสมฺปยุตฺเตสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปชฺชนฺติ, กฺริยโต จตูสุ ญาณสมฺปยุตฺเตสุ จิตฺตุปฺปาเทสุ อุปฺปชฺชนฺติ, อตฺถปฏิสมฺภิทา เอเตสุ เจว อุปฺปชฺชติ, จตูสุ มคฺเคสุ จตูสุ ผเลสุ จ อุปฺปชฺชตี’’ติ วิภงฺเค (วิภ. ๗๔๖) วุตฺตํ. ตสฺมา ‘‘ธมฺมปฏิสมฺภิทาย ลาภีมฺหี’’ติ วา, ‘‘นิรุตฺติ…เป… ปฏิภานปฏิสมฺภิทาย ลาภีมฺหี’’ติ วา ‘‘โลกิยอตฺถปฏิสมฺภิทาย ลาภีมฺหี’’ติ วา วุตฺเตปิ ปาราชิกํ นตฺถิ. ‘‘ปฏิสมฺภิทานํ ลาภีมฺหี’’ติ วุตฺเต น ตาว สีสํ โอตรติ. ‘‘โลกุตฺตรอตฺถปฏิสมฺภิทาย ลาภีมฺหี’’ติ วุตฺเต ปน ปาราชิกํ โหติ. สงฺเขปฏฺฐกถายํ ปน อตฺถปฏิสมฺภิทาปฺปตฺโตมฺหีติ อวิเสเสนาปิ วทโต ปาราชิกํ วุตฺตํ. กุรุนฺทิยมฺปิ ‘‘น มุจฺจตี’’ติ วุตฺตํ. มหาอฏฺฐกถายํ ปน ‘‘เอตฺตาวตา ปาราชิกํ นตฺถิ, เอตฺตาวตา สีสํ น โอตรติ, เอตฺตาวตา น ปาราชิก’’นฺติ วิจาริตตฺตา น สกฺกา อญฺญํ ปมาณํ กาตุนฺติ.
‘‘นิโรธสมาปตฺตึ สมาปชฺชามี’’ติ วา ‘‘ลาภีมฺหาหํ ตสฺสา’’ติ วา วทโตปิ ปาราชิกํ นตฺถิ. กสฺมา? นิโรธสมาปตฺติยา เนว โลกิยตฺตา น โลกุตฺตรตฺตาติ. สเจ ปนสฺส เอวํ โหติ – ‘‘นิโรธํ นาม อนาคามี วา ขีณาสโว วา สมาปชฺชติ, เตสํ มํ อญฺญตโรติ ชานิสฺสตี’’ติ พฺยากโรติ, โส จ นํ ตถา ชานาติ, ปาราชิกนฺติ มหาปจฺจริสงฺเขปฏฺฐกถาสุ วุตฺตํ. ตํ วีมํสิตฺวา คเหตพฺพํ.
‘‘อตีตภเว กสฺสปสมฺมาสมฺพุทฺธกาเล โสตาปนฺโนมฺหี’’ติ วทโตปิ ปาราชิกํ นตฺถิ. อตีตกฺขนฺธานญฺหิ ปรามฏฺฐตฺตา สีสํ น โอตรตีติ. สงฺเขปฏฺฐกถายํ ปน ‘‘อตีเต อฏฺฐสมาปตฺติลาภีมฺหี’’ติ วทโต ปาราชิกํ นตฺถิ, กุปฺปธมฺมตฺตา อิธ ปน ‘‘อตฺถิ อกุปฺปธมฺมตฺตาติ เกจิ วทนฺตี’’ติ วุตฺตํ. ตมฺปิ ตตฺเถว ‘‘อตีตตฺตภาวํ สนฺธาย กเถนฺตสฺส ปาราชิกํ น โหติ, ปจฺจุปฺปนฺนตฺตภาวํ สนฺธาย กเถนฺตสฺเสว โหตี’’ติ ปฏิกฺขิตฺตํ.
สุทฺธิกวารกถาวณฺณนา
๒๐๐. เอวํ ฌานาทีนิ ทส มาติกาปทานิ วิตฺถาเรตฺวา อิทานิ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อุลฺลปนฺโต ยํ สมฺปชานมุสาวาทํ ภณติ, ตสฺส องฺคํ ทสฺเสตฺวา ตสฺเสว วิตฺถารสฺส วเสน จกฺกเปยฺยาลํ พนฺธนฺโต อุลฺลปนาการญฺจ อาปตฺติเภทญฺจ ทสฺเสตุํ ‘‘ตีหากาเรหี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ สุทฺธิกวาโร วตฺตุกามวาโร ปจฺจยปฏิสํยุตฺตวาโรติ ตโย มหาวารา. เตสุ สุทฺธิกวาเร ปฐมชฺฌานํ อาทึ กตฺวา ยาว โมหา จิตฺตํ วินีวรณปทํ, ตาว เอกเมกสฺมึ ปเท สมาปชฺชึ, สมาปชฺชามิ, สมาปนฺโน, ลาภีมฺหิ, วสีมฺหิ, สจฺฉิกตํ มยาติ อิเมสุ ฉสุ ปเทสุ เอกเมกํ ปทํ ตีหากาเรหิ, จตูหิ, ปญฺจหิ, ฉหิ, สตฺตหากาเรหีติ เอวํ ปญฺจกฺขตฺตุํ โยเชตฺวา สุทฺธิกนโย นาม วุตฺโต. ตโต ปฐมญฺจ ฌานํ, ทุติยญฺจ ฌานนฺติ เอวํ ปฐมชฺฌาเนน สทฺธึ เอกเมกํ ปทํ ฆเฏนฺเตน สพฺพปทานิ ฆเฏตฺวา เตเนว วิตฺถาเรน ขณฺฑจกฺกํ นาม วุตฺตํ. ตญฺหิ ปุน อาเนตฺวา ปฐมชฺฌานาทีหิ น โยชิตํ, ตสฺมา ‘‘ขณฺฑจกฺก’’นฺติ วุจฺจติ. ตโต ทุติยญฺจ ฌานํ, ตติยญฺจ ฌานนฺติ เอวํ ทุติยชฺฌาเนน สทฺธึ เอกเมกํ ปทํ ฆเฏตฺวา ปุน อาเนตฺวา ปฐมชฺฌาเนน สทฺธึ สมฺพนฺธิตฺวา เตเนว วิตฺถาเรน พทฺธจกฺกํ นาม วุตฺตํ. ตโต ยถา ทุติยชฺฌาเนน สทฺธึ, เอวํ ตติยชฺฌานาทีหิปิ สทฺธึ, เอกเมกํ ปทํ ฆเฏตฺวา ปุน อาเนตฺวา ทุติยชฺฌานาทีหิ สทฺธึ สมฺพนฺธิตฺวา เตเนว วิตฺถาเรน อญฺญานิปิ เอกูนตึส พทฺธจกฺกานิ วตฺวา เอกมูลกนโย นิฏฺฐาปิโต. ปาโฐ ปน สงฺเขเปน ทสฺสิโต, โส อสมฺมุยฺหนฺเตน วิตฺถารโต เวทิตพฺโพ.
ยถา จ เอกมูลโก, เอวํ ทุมูลกาทโยปิ สพฺพมูลกปริโยสานา จตุนฺนํ สตานํ อุปริ ปญฺจตึส นยา วุตฺตา. เสยฺยถิทํ – ทฺวิมูลกา เอกูนตึส, ติมูลกา อฏฺฐวีส, จตุมูลกา สตฺตวีส; เอวํ ปญฺจมูลกาทโยปิ เอเกกํ อูนํ กตฺวา ยาว ตึสมูลกา, ตาว เวทิตพฺพา. ปาเฐ ปน เตสํ นามมฺปิ สงฺขิปิตฺวา ‘‘อิทํ สพฺพมูลก’’นฺติ ตึสมูลกนโย เอโก ทสฺสิโต. ยสฺมา จ สุญฺญาคารปทํ ฌาเนน อฆฏิตํ สีสํ น โอตรติ, ตสฺมา ตํ อนามสิตฺวา โมหา จิตฺตํ วินีวรณปทปริโยสานาเยว สพฺพตฺถ โยชนา ทสฺสิตาติ เวทิตพฺพา. เอวํ ปฐมชฺฌานาทีนิ ปฏิปาฏิยา วา อุปฺปฏิปาฏิยา วา ทุติยชฺฌานาทีหิ ฆเฏตฺวา วา อฆเฏตฺวา วา สมาปชฺชินฺติอาทินา นเยน อุลฺลปโต โมกฺโข นตฺถิ, ปาราชิกํ อาปชฺชติเยวาติ.
อิมสฺส อตฺถสฺส ทสฺสนวเสน วุตฺเต จ ปเนตสฺมึ สุทฺธิกมหาวาเร อยํ สงฺเขปโต อตฺถวณฺณนา – ตีหากาเรหีติ สมฺปชานมุสาวาทสฺส องฺคภูเตหิ ตีหิ การเณหิ. ปุพฺเพวสฺส โหตีติ ปุพฺพภาเคเยว อสฺส ปุคฺคลสฺส เอวํ โหติ ‘‘มุสา ภณิสฺส’’นฺติ. ภณนฺตสฺส โหตีติ ภณมานสฺส โหติ. ภณิตสฺส โหตีติ ภณิเต อสฺส โหติ, ยํ วตฺตพฺพํ ตสฺมึ วุตฺเต โหตีติ อตฺโถ. อถ วา ภณิตสฺสาติ วุตฺตวโต นิฏฺฐิตวจนสฺส โหตีติ. โย เอวํ ปุพฺพภาเคปิ ชานาติ, ภณนฺโตปิ ชานาติ, ปจฺฉาปิ ชานาติ, ‘‘มุสา มยา ภณิต’’นฺติ โส ‘‘ปฐมชฺฌานํ สมาปชฺชิ’’นฺติ ภณนฺโต ปาราชิกํ อาปชฺชตีติ อยเมตฺถ อตฺโถ ทสฺสิโต. กิญฺจาปิ ทสฺสิโต, อถ โข อยเมตฺถ วิเสโส – ปุจฺฉา ตาว โหติ ‘‘‘มุสา ภณิสฺส’นฺติ ปุพฺพภาโค อตฺถิ, ‘มุสา มยา ภณิต’นฺติ ปจฺฉาภาโค นตฺถิ, วุตฺตมตฺตเมว หิ โกจิ ปมุสฺสติ, กึ ตสฺส ปาราชิกํ โหติ, น โหตี’’ติ? สา เอวํ อฏฺฐกถาสุ วิสฺสชฺชิตา – ปุพฺพภาเค ‘‘มุสา ภณิสฺส’’นฺติ จ ภณนฺตสฺส ‘‘มุสา ภณามี’’ติ จ ชานโต ปจฺฉาภาเค ‘‘มุสา มยา ภณิต’’นฺติ น สกฺกา น ภวิตุํ. สเจปิ น โหติ ปาราชิกเมว. ปุริมเมว หิ องฺคทฺวยํ ปมาณํ. ยสฺสาปิ ปุพฺพภาเค ‘‘มุสา ภณิสฺส’’นฺติ อาโภโค นตฺถิ, ภณนฺโต ปน ‘‘มุสา ภณามี’’ติ ชานาติ, ภณิเตปิ ‘‘มุสา มยา ภณิต’’นฺติ ชานาติ, โส อาปตฺติยา น กาเรตพฺโพ. ปุพฺพภาโค หิ ปมาณตโร. ตสฺมึ อสติ ทวา ภณิตํ วา รวา ภณิตํ วา โหตี’’ติ.
เอตฺถ จ ตํญาณตา จ ญาณสโมธานญฺจ ปริจฺจชิตพฺพํ. ตํญาณตา ปริจฺจชิตพฺพาติ เยน จิตฺเตน ‘‘มุสา ภณิสฺส’’นฺติ ชานาติ, เตเนว ‘‘มุสา ภณามี’’ติ จ ‘‘มุสา มยา ภณิต’’นฺติ จ ชานาตีติ เอวํ เอกจิตฺเตเนว ตีสุ ขเณสุ ชานาตีติ อยํ ตํญฺญณตา ปริจฺจชิตพฺพา, น หิ สกฺกา เตเนว จิตฺเตน ตํ จิตฺตํ ชานิตุํ ยถา น สกฺกา เตเนว อสินา โส อสิ ฉินฺทิตุนฺติ. ปุริมํ ปุริมํ ปน จิตฺตํ ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส จิตฺตสฺส ตถา อุปฺปตฺติยา ปจฺจโย หุตฺวา นิรุชฺฌติ. เตเนตํ วุจฺจติ –
‘‘ปมาณํ ปุพฺพภาโคว, ตสฺมึ สติ น เหสฺสติ;
เสสทฺวยนฺติ นตฺเถต, มิติ วาจา ติวงฺคิกา’’ติ.
‘‘ญาณสโมธานํ ปริจฺจชิตพฺพ’’นฺติ เอตานิ ตีณิ จิตฺตานิ เอกกฺขเณ อุปฺปชฺชนฺตีติ น คเหตพฺพานิ. อิทญฺหิ จิตฺตํ นาม –
อนิรุทฺธมฺหิ ปฐเม, น อุปฺปชฺชติ ปจฺฉิมํ;
นิรนฺตรุปฺปชฺชนโต, เอกํ วิย ปกาสติ.
อิโต ปรํ ปน ยฺวายํ ‘‘ปฐมํ ฌานํ สมาปชฺชิ’’นฺติ สมฺปชานมุสา ภณติ, ยสฺมา โส ‘‘นตฺถิ เม ปฐมํ ฌาน’’นฺติ เอวํทิฏฺฐิโก โหติ, ตสฺส หิ อตฺเถวายํ ลทฺธิ. ตถา ‘‘นตฺถิ เม ปฐมํ ฌาน’’นฺติ เอวมสฺส ขมติ เจว รุจฺจติ จ. เอวํสภาวเมว จสฺส จิตฺตํ ‘‘นตฺถิ เม ปฐมํ ฌาน’’นฺติ. ยทา ปน มุสา วตฺตุกาโม โหติ, ตทา ตํ ทิฏฺฐึ วา ทิฏฺฐิยา สห ขนฺตึ วา ทิฏฺฐิขนฺตีหิ สทฺธึ รุจึ วา, ทิฏฺฐิขนฺติรุจีหิ สทฺธึ ภาวํ วา วินิธาย นิกฺขิปิตฺวา ปฏิจฺฉาเทตฺวา อภูตํ กตฺวา ภณติ, ตสฺมา เตสมฺปิ วเสน องฺคเภทํ ทสฺเสตุํ ‘‘จตูหากาเรหี’’ติอาทิ วุตฺตํ. ปริวาเร จ ‘‘อฏฺฐงฺคิโก มุสาวาโท’’ติ (ปฏิ. ๓๒๘) วุตฺตตฺตา ตตฺถ อธิปฺเปตาย สญฺญาย สทฺธึ อญฺโญปิ อิธ ‘‘อฏฺฐหากาเรหี’’ติ เอโก นโย โยเชตพฺโพ.
เอตฺถ จ วินิธาย ทิฏฺฐินฺติ พลวธมฺมวินิธานวเสเนตํ วุตฺตํ. วินิธาย ขนฺตินฺติอาทีนิ ตโต ทุพฺพลทุพฺพลานํ วินิธานวเสน. วินิธาย สญฺญนฺติ อิทํ ปเนตฺถ สพฺพทุพฺพลธมฺมวินิธานํ. สญฺญามตฺตมฺปิ นาม อวินิธาย สมฺปชานมุสา ภาสิสฺสตีติ เนตํ ฐานํ วิชฺชติ. ยสฺมา ปน ‘‘สมาปชฺชิสฺสามี’’ติอาทินา อนาคตวจเนน ปาราชิกํ น โหติ, ตสฺมา ‘‘สมาปชฺชิ’’นฺติอาทีนิ อตีตวตฺตมานปทาเนว ปาเฐ วุตฺตานีติ เวทิตพฺพานิ.
๒๐๗. อิโต ปรํ สพฺพมฺปิ อิมสฺมึ สุทฺธิกมหาวาเร อุตฺตานตฺถเมว. น เหตฺถ ตํ อตฺถิ – ยํ อิมินา วินิจฺฉเยน น สกฺกา ภเวยฺย วิญฺญาตุํ, ฐเปตฺวา กิเลสปฺปหานปทสฺส ปทภาชเน ‘‘ราโค เม จตฺโต วนฺโต’’ติอาทีนํ ปทานํ อตฺถํ. สฺวายํ วุจฺจติ – เอตฺถ หิ จตฺโตติ อิทํ สกภาวปริจฺจชนวเสน วุตฺตํ. วนฺโตติ อิทํ ปุน อนาทิยนภาวทสฺสนวเสน. มุตฺโตติ อิทํ สนฺตติโต วิโมจนวเสน. ปหีโนติ อิทํ มุตฺตสฺสาปิ กฺวจิ อนวฏฺฐานทสฺสนวเสน. ปฏินิสฺสฏฺโฐติ อิทํ ปุพฺเพ อาทินฺนปุพฺพสฺส ปฏินิสฺสคฺคทสฺสนวเสน. อุกฺเขฏิโตติ อิทํ อริยมคฺเคน อุตฺตาสิตตฺตา ปุน อนลฺลียนภาวทสฺสนวเสน. สฺวายมตฺโถ สทฺทสตฺถโต ปริเยสิตพฺโพ. สมุกฺเขฏิโตติ อิทํ สุฏฺฐุ อุตฺตาเสตฺวา อณุสหคตสฺสาปิ ปุน อนลฺลียนภาวทสฺสนวเสน วุตฺตนฺติ.
สุทฺธิกวารกถา นิฏฺฐิตา.
วตฺตุกามวารกถา
๒๑๕. วตฺตุกามวาเรปิ ‘‘ตีหากาเรหี’’ติอาทีนํ อตฺโถ, วารเปยฺยาลปฺปเภโท จ สพฺโพ อิธ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. เกวลญฺหิ ยํ ‘‘มยา วิรชฺฌิตฺวา อญฺญํ วตฺตุกาเมน อญฺญํ วุตฺตํ, ตสฺมา นตฺถิ มยฺหํ อาปตฺตี’’ติ เอวํ โอกาสคเวสกานํ ปาปปุคฺคลานํ โอกาสนิเสธนตฺถํ วุตฺโต. ยเถว หิ ‘‘พุทฺธํ ปจฺจกฺขามี’’ติ วตฺตุกาโม ‘‘ธมฺมํ ปจฺจกฺขามี’’ติอาทีสุ สิกฺขาปจฺจกฺขานปเทสุ ยํ วา ตํ วา วทนฺโตปิ เขตฺเต โอติณฺณตฺตา สิกฺขาปจฺจกฺขาตโกว โหติ; เอวํ ปฐมชฺฌานาทีสุ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมปเทสุ ยํกิญฺจิ เอกํ วตฺตุกาโม ตโต อญฺญํ ยํ วา ตํ วา วทนฺโตปิ เขตฺเต โอติณฺณตฺตา ปาราชิโกว โหติ. สเจ ยสฺส วทติ, โส ตมตฺถํ ตงฺขณญฺเญว ชานาติ. ชานนลกฺขณญฺเจตฺถ สิกฺขาปจฺจกฺขาเน วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
อยํ ปน วิเสโส – สิกฺขาปจฺจกฺขานํ หตฺถมุทฺทาย สีสํ น โอตรติ. อิทํ อภูตาโรจนํ หตฺถมุทฺทายปิ โอตรติ. โย หิ หตฺถวิการาทีหิปิ องฺคปจฺจงฺคโจปเนหิ อภูตํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ วิญฺญตฺติปเถ ฐิตสฺส ปุคฺคลสฺส อาโรเจติ, โส จ ตมตฺถํ ชานาติ, ปาราชิโกว โหติ. อถ ปน ยสฺส อาโรเจติ, โส น ชานาติ ‘‘กิ อยํ ภณตี’’ติ, สํสยํ วา อาปชฺชติ, จิรํ วีมํสิตฺวา วา ปจฺฉา ชานาติ, อปฺปฏิวิชานนฺโต อิจฺเจว สงฺขฺยํ คจฺฉติ. เอวํ อปฺปฏิวิชานนฺตสฺส วุตฺเต ถุลฺลจฺจยํ โหติ. โย ปน ฌานาทีนิ อตฺตโน อธิคมวเสน วา อุคฺคหปริปุจฺฉาทิวเสน วา น ชานาติ, เกวลํ ฌานนฺติ วา วิโมกฺโขติ วา วจนมตฺตเมว สุตํ โหติ, โสปิ เตน วุตฺเต ‘‘ฌานํ กิร สมาปชฺชินฺติ เอส วทตี’’ติ ยทิ เอตฺตกมตฺตมฺปิ ชานาติ, ชานาติจฺเจว สงฺขฺยํ คจฺฉติ. ตสฺส วุตฺเต ปาราชิกเมว. เสโส เอกสฺส วา ทฺวินฺนํ วา พหูนํ วา นิยมิตานิยมิตวเสน วิเสโส สพฺโพ สิกฺขาปจฺจกฺขานกถายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพติ.
วตฺตุกามวารกถา นิฏฺฐิตา.
ปจฺจยปฏิสํยุตฺตวารกถา
๒๒๐. ปจฺจยปฏิสํยุตฺตวาเรปิ – สพฺพํ วารเปยฺยาลเภทํ ปุพฺเพ อาคตปทานญฺจ อตฺถํ วุตฺตนเยเนว ญตฺวา ปาฬิกฺกโม ตาว เอวํ ชานิตพฺโพ. เอตฺถ หิ ‘‘โย เต วิหาเร วสิ, โย เต จีวรํ ปริภุญฺชิ, โย เต ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิ, โย เต เสนาสนํ ปริภุญฺชิ, โย เต คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ ปริภุญฺชี’’ติ อิเม ปญฺจ ปจฺจตฺตวจนวารา, ‘‘เยน เต วิหาโร ปริภุตฺโต’’ติอาทโย ปญฺจ กรณวจนวารา, ‘‘ยํ ตฺวํ อาคมฺม วิหารํ อทาสี’’ติอาทโย ปญฺจ อุปโยควจนวารา วุตฺตา, เตสํ วเสน อิธ วุตฺเตน สุญฺญาคารปเทน สทฺธึ ปุพฺเพ วุตฺเตสุ ปฐมชฺฌานาทีสุ สพฺพปเทสุ วารเปยฺยาลเภโท เวทิตพฺโพ. ‘‘โย เต วิหาเร, เยน เต วิหาโร, ยํ ตฺวํ อาคมฺม วิหาร’’นฺติ เอวํ ปริยาเยน วุตฺตตฺตา ปน ‘‘อห’’นฺติ จ อวุตฺตตฺตา ปฏิวิชานนฺตสฺส วุตฺเตปิ อิธ ถุลฺลจฺจยํ, อปฏิวิชานนฺตสฺส ทุกฺกฏนฺติ อยเมตฺถ วินิจฺฉโย.
อนาปตฺติเภทกถา
เอวํ วิตฺถารวเสน อาปตฺติเภทํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อนาปตฺตึ ทสฺเสนฺโต ‘‘อนาปตฺติ อธิมาเนนา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อธิมาเนนาติ อธิคตมาเนน สมุทาจรนฺตสฺส อนาปตฺติ. อนุลฺลปนาธิปฺปายสฺสาติ โกหญฺเญ อิจฺฉาจาเร อฐตฺวา อนุลฺลปนาธิปฺปายสฺส สพฺรหฺมจารีนํ สนฺติเก อญฺญํ พฺยากโรนฺตสฺส อนาปตฺติ. อุมฺมตฺตกาทโย ปุพฺเพ วุตฺตนยาเอว. อิธ ปน อาทิกมฺมิกา วคฺคุมุทาตีริยา ภิกฺขู. เตสํ อนาปตฺตีติ.
ปทภาชนียวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สมุฏฺฐานาทีสุ อิทํ สิกฺขาปทํ ติสมุฏฺฐานํ – หตฺถมุทฺทาย อาโรเจนฺตสฺส กายจิตฺตโต, วจีเภเทน อาโรเจนฺตสฺส วาจาจิตฺตโต, อุภยํ กโรนฺตสฺส กายวาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐาติ. กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ติเวทนํ หสนฺโตปิ หิ โสมนสฺสิโก อุลฺลปติ ภายนฺโตปิ มชฺฌตฺโตปีติ.
วินีตวตฺถุวณฺณนา
๒๒๓. วินีตวตฺถูสุ – อธิมานวตฺถุ อนุปญฺญตฺติยํ วุตฺตนยเมว.
ทุติยวตฺถุสฺมึ – ปณิธายาติ ปตฺถนํ กตฺวา. เอวํ มํ ชโน สมฺภาเวสฺสตีติ เอวํ อรญฺเญ วสนฺตํ มํ ชโน อรหตฺเต วา เสกฺขภูมิยํ วา สมฺภาเวสฺสติ, ตโต โลกสฺส สกฺกโต ภวิสฺสามิ ครุกโต มานิโต ปูชิโตติ. อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ เอวํ ปณิธาย ‘‘อรญฺเญ วสิสฺสามี’’ติ คจฺฉนฺตสฺส ปทวาเร ปทวาเร ทุกฺกฏํ. ตถา อรญฺเญ กุฏิกรณจงฺกมนนิสีทนนิวาสนปาวุรณาทีสุ สพฺพกิจฺเจสุ ปโยเค ปโยเค ทุกฺกฏํ. ตสฺมา เอวํ อรญฺเญ น วสิตพฺพํ. เอวํ วสนฺโต หิ สมฺภาวนํ ลภตุ วา มา วา ทุกฺกฏํ อาปชฺชติ. โย ปน สมาทินฺนธุตงฺโค ‘‘ธุตงฺคํ รกฺขิสฺสามี’’ติ วา ‘‘คามนฺเต เม วสโต จิตฺตํ วิกฺขิปติ, อรญฺญํ สปฺปาย’’นฺติ จินฺเตตฺวา วา ‘‘อทฺธา อรญฺเญ ติณฺณํ วิเวกานํ อญฺญตรํ ปาปุณิสฺสามี’’ติ วา ‘‘อรญฺญํ ปวิสิตฺวา อรหตฺตํ อปาปุณิตฺวา น นิกฺขมิสฺสามี’’ติ วา ‘‘อรญฺญวาโส นาม ภควตา ปสตฺโถ, มยิ จ อรญฺเญ วสนฺเต พหู สพฺรหฺมจาริโน คามนฺตํ หิตฺวา อารญฺญกา ภวิสฺสนฺตี’’ติ วา เอวํ อนวชฺชวาสํ วสิตุกาโม โหติ, เตน วสิตพฺพํ.
ตติยวตฺถุสฺมิมฺปิ – ‘‘อภิกฺกนฺตาทีนิ สณฺฐเปตฺวา ปิณฺฑาย จริสฺสามี’’ติ นิวาสนปารุปนกิจฺจโต ปภุติ ยาว โภชนปริโยสานํ ตาว ปโยเค ปโยเค ทุกฺกฏํ. สมฺภาวนํ ลภตุ วา มา วา ทุกฺกฏเมว. ขนฺธกวตฺตเสขิยวตฺตปริปูรณตฺถํ ปน สพฺรหฺมจารีนํ ทิฏฺฐานุคติอาปชฺชนตฺถํ วา ปาสาทิเกหิ อภิกฺกมปฏิกฺกมาทีหิ ปิณฺฑาย ปวิสนฺโต อนุปวชฺโช วิญฺญูนนฺติ.
จตุตฺถปญฺจมวตฺถูสุ – ‘‘โย เต วิหาเร วสี’’ติ เอตฺถ วุตฺตนเยเนว ‘‘อห’’นฺติ อวุตฺตตฺตา ปาราชิกํ นตฺถิ. อตฺตุปนายิกเมว หิ สมุทาจรนฺตสฺส ปาราชิกํ วุตฺตํ.
ปณิธาย จงฺกมีติอาทีนิ เหฏฺฐา วุตฺตนยาเนว.
สํโยชนวตฺถุสฺมึ – สํโยชนา ปหีนาติปิ ‘‘ทส สํโยชนา ปหีนา’’ติปิ ‘‘เอกํ สํโยชนํ ปหีน’’นฺติปิ วทโต กิเลสปฺปหานเมว อาโรจิตํ โหติ, ตสฺมา ปาราชิกํ.
๒๒๔. รโหวตฺถูสุ – รโห อุลฺลปตีติ ‘‘รโหคโต อรหา อห’’นฺติ วทติ, น มนสา จินฺติตเมว กโรติ. เตเนตฺถ ทุกฺกฏํ วุตฺตํ.
วิหารวตฺถุ อุปฏฺฐานวตฺถุ จ วุตฺตนยเมว.
๒๒๕. น ทุกฺกรวตฺถุสฺมึ – ตสฺส ภิกฺขุโน อยํ ลทฺธิ – ‘‘อริยปุคฺคลาว ภควโต สาวกา’’ติ. เตนาห – ‘‘เย โข เต ภควโต สาวกา เต เอวํ วเทยฺยุ’’นฺติ. ยสฺมา จสฺส อยมธิปฺปาโย – ‘‘สีลวตา อารทฺธวิปสฺสเกน น ทุกฺกรํ อญฺญํ พฺยากาตุํ, ปฏิพโล โส อรหตฺตํ ปาปุณิตุ’’นฺติ. ตสฺมา ‘‘อนุลฺลปนาธิปฺปาโย อห’’นฺติ อาห.
วีริยวตฺถุสฺมึ อาราธนีโยติ สกฺกา อาราเธตุํ สมฺปาเทตุํ นิพฺพตฺเตตุนฺติ อตฺโถ. เสสํ วุตฺตนยเมว.
มจฺจุวตฺถุสฺมึ โส ภิกฺขุ ‘‘ยสฺส วิปฺปฏิสาโร อุปฺปชฺชติ, โส ภาเยยฺย. มยฺหํ ปน อวิปฺปฏิสารวตฺถุกานิ ปริสุทฺธานิ สีลานิ, สฺวาหํ กึ มรณสฺส ภายิสฺสามี’’ติ เอตมตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘‘นาหํ อาวุโส มจฺจุโน ภายามี’’ติ อาห. เตนสฺส อนาปตฺติ.
วิปฺปฏิสารวตฺถุสฺมิมฺปิ เอเสว นโย. ตโต ปรานิ ตีณิ วตฺถูนิ วีริยวตฺถุสทิสาเนว.
เวทนาวตฺถูสุปฐมสฺมึ ตาว โส ภิกฺขุ ปฏิสงฺขานพเลน อธิวาสนขนฺติยํ ฐตฺวา ‘‘นาวุโส สกฺกา เยน วา เตน วา อธิวาเสตุ’’นฺติ อาห. เตนสฺส อนาปตฺติ.
ทุติเย ปน อตฺตุปนายิกํ อกตฺวา ‘‘นาวุโส สกฺกา ปุถุชฺชเนนา’’ติ ปริยาเยน วุตฺตตฺตา ถุลฺลจฺจยํ.
๒๒๖. พฺราหฺมณวตฺถูสุโส กิร พฺราหฺมโณ น เกวลํ ‘‘อายนฺตุ โภนฺโต อรหนฺโต’’ติ อาห. ยํ ยํ ปนสฺส วจนํ มุขโต นิคฺคจฺฉติ, สพฺพํ ‘‘อรหนฺตานํ อาสนานิ ปญฺญเปถ, ปาโททกํ เทถ, อรหนฺโต ปาเท โธวนฺตู’’ติ อรหนฺตวาทปฏิสํยุตฺตํเยว. ตํ ปนสฺส ปสาทภญฺญํ สทฺธาจริตตฺตา อตฺตโน สทฺธาพเลน สมุสฺสาหิตสฺส วจนํ. ตสฺมา ภควา ‘‘อนาปตฺติ, ภิกฺขเว, ปสาทภญฺเญ’’ติ อาห. เอวํ วุจฺจมาเนน ปน ภิกฺขุนา น หฏฺฐตุฏฺเฐเนว ปจฺจยา ปริภุญฺชิตพฺพา, ‘‘อรหตฺตสมฺปาปิกํ ปฏิปทํ ปริปูเรสฺสามี’’ติ เอวํ โยโค กรณีโยติ.
อญฺญพฺยากรณวตฺถูนิสํโยชนวตฺถุสทิสาเนว. อคารวตฺถุสฺมิํ โส ภิกฺขุ คิหิภาเว อนตฺถิกตาย อนเปกฺขตาย ‘‘อภพฺโพ โข อาวุโส มาทิโส’’ติ อาห, น อุลฺลปนาธิปฺปาเยน. เตนสฺส อนาปตฺติ.
๒๒๗. อาวฏกามวตฺถุสฺมิํ โส ภิกฺขุ วตฺถุกาเมสุ จ กิเลสกาเมสุ จ โลกิเยเนว อาทีนวทสฺสเนน นิรเปกฺโข. ตสฺมา ‘‘อาวฏา เม อาวุโส กามา’’ติ อาห. เตนสฺส อนาปตฺติ. เอตฺถ จ อาวฏาติ อาวาริตา นิวาริตา, ปฏิกฺขิตฺตาติ อตฺโถ.
อภิรติวตฺถุสฺมึ โส ภิกฺขุ สาสเน อนุกฺกณฺฐิตภาเวน อุทฺเทสปริปุจฺฉาทีสุ จ อภิรตภาเวน ‘‘อภิรโต อหํ อาวุโส ปรมาย อภิรติยา’’ติ อาห, น อุลฺลปนาธิปฺปาเยน. เตนสฺส อนาปตฺติ.
ปกฺกมนวตฺถุสฺมึ โย อิมมฺหา อาวาสา ปฐมํ ปกฺกมิสฺสตีติ เอวํ อาวาสํ วา มณฺฑปํ วา สีมํ วา ยํกิญฺจิ ฐานํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา กตาย กติกาย โย ‘‘มํ อรหาติ ชานนฺตู’’ติ ตมฺหา ฐานา ปฐมํ ปกฺกมติ, ปาราชิโก โหติ. โย ปน อาจริยุปชฺฌายานํ วา กิจฺเจน มาตาปิตูนํ วา เกนจิเทว กรณีเยน ภิกฺขาจารตฺถํ วา อุทฺเทสปริปุจฺฉานํ วา อตฺถาย อญฺเญน วา ตาทิเสน กรณีเยน ตํ ฐานํ อติกฺกมิตฺวา คจฺฉติ, อนาปตฺติ. สเจปิสฺส เอวํ คตสฺส ปจฺฉา อิจฺฉาจาโร อุปฺปชฺชติ ‘‘น ทานาหํ ตตฺถ คมิสฺสามิ เอวํ มํ อรหาติ สมฺภาเวสฺสนฺตี’’ติ อนาปตฺติเยว.
โยปิ เกนจิเทว กรณีเยน ตํ ฐานํ ปตฺวา สชฺฌายมนสิการาทิวเสน อญฺญวิหิโต วา หุตฺวา โจราทีหิ วา อนุพทฺโธ เมฆํ วา อุฏฺฐิตํ ทิสฺวา อโนวสฺสกํ ปวิสิตุกาโม ตํ ฐานํ อติกฺกมติ, อนาปตฺติ. ยาเนน วา อิทฺธิยา วา คจฺฉนฺโตปิ ปาราชิกํ นาปชฺชติ, ปทคมเนเนว อาปชฺชติ. ตมฺปิ เยหิ สห กติกา กตา, เตหิ สทฺธึ อปุพฺพํอจริมํ คจฺฉนฺโต นาปชฺชติ. เอวํ คจฺฉนฺตา หิ สพฺเพปิ อญฺญมญฺญํ รกฺขนฺติ. สเจปิ มณฺฑปรุกฺขมูลาทีสุ กิญฺจิ ฐานํ ปริจฺฉินฺทิตฺวา ‘‘โย เอตฺถ นิสีทติ วา จงฺกมติ วา, ตํ อรหาติ ชานิสฺสาม’’ ปุปฺผานิ วา ฐเปตฺวา ‘‘โย อิมานิ คเหตฺวา ปูชํ กริสฺสติ, ตํ อรหาติ ชานิสฺสามา’’ติอาทินา นเยน กติกา กตา โหติ, ตตฺราปิ อิจฺฉาจารวเสน ตถา กโรนฺตสฺส ปาราชิกเมว. สเจปิ อุปาสเกน อนฺตรามคฺเค วิหาโร วา กโต โหติ, จีวราทีนิ วา ฐปิตานิ โหนฺติ, ‘‘เย อรหนฺโต เต อิมสฺมึ วิหาเร วสนฺตุ, จีวราทีนิ จ คณฺหนฺตู’’ติ. ตตฺราปิ อิจฺฉาจารวเสน วสนฺตสฺส วา จีวราทีนิ วา คณฺหนฺตสฺส ปาราชิกเมว. เอตํ ปน อธมฺมิกกติกวตฺตํ, ตสฺมา น กาตพฺพํ, อญฺญํ วา เอวรูปํ ‘‘อิมสฺมึ เตมาสพฺภนฺตเร สพฺเพว อารญฺญกา โหนฺตุ, ปิณฺฑปาติกงฺคาทิอวเสสธุตงฺคธรา วา อถ วา สพฺเพว ขีณาสวา โหนฺตู’’ติ เอวมาทิ. นานาเวรชฺชกา หิ ภิกฺขู สนฺนิปตนฺติ. ตตฺถ เกจิ ทุพฺพลา อปฺปถามา เอวรูปํ วตฺตํ อนุปาเลตุํ น สกฺโกนฺติ. ตสฺมา เอวรูปมฺปิ วตฺตํ น กาตพฺพํ. ‘‘อิมํ เตมาสํ สพฺเพเหว น อุทฺทิสิตพฺพํ, น ปริปุจฺฉิตพฺพํ, น ปพฺพาเชตพฺพํ, มูคพฺพตํ คณฺหิตพฺพํ, พหิ สีมฏฺฐสฺสาปิ สงฺฆลาโภ ทาตพฺโพ’’ติ เอวมาทิกํ ปน น กาตพฺพเมว.
๒๒๘. ลกฺขณสํยุตฺเต ยฺวายํ อายสฺมา จ ลกฺขโณติ ลกฺขณตฺเถโร วุตฺโต, เอส ชฏิลสหสฺสสฺส อพฺภนฺตเร เอหิภิกฺขูปสมฺปทาย อุปสมฺปนฺโน อาทิตฺตปริยายาวสาเน อรหตฺตปฺปตฺโต เอโก มหาสาวโกติ เวทิตพฺโพ. ยสฺมา ปเนส ลกฺขณสมฺปนฺเนน สพฺพาการปริปูเรน พฺรหฺมสเมน อตฺตภาเวน สมนฺนาคโต, ตสฺมา ลกฺขโณติ สงฺขํ คโต. มหาโมคฺคลฺลานตฺเถโร ปน ปพฺพชิตทิวสโต สตฺตเม ทิวเส อรหตฺตปฺปตฺโต ทุติโย อคฺคสาวโก.
สิตํ ปาตฺวากาสีติ มนฺทหสิตํ ปาตุอกาสิ, ปกาสยิ ทสฺเสสีติ วุตฺตํ โหติ. กึ ปน ทิสฺวา เถโร สิตํ ปาตฺวากาสีติ? อุปริ ปาฬิยํ อาคตํ อฏฺฐิกสงฺขลิกํ เอกํ เปตโลเก นิพฺพตฺตํ สตฺตํ ทิสฺวา, ตญฺจ โข ทิพฺเพน จกฺขุนา, น ปสาทจกฺขุนา. ปสาทจกฺขุสฺส หิ เอเต อตฺตภาวา น อาปาถํ อาคจฺฉนฺติ. เอวรูปํ ปน อตฺตภาวํ ทิสฺวา การุญฺเญ กาตพฺเพ กสฺมา สิตํ ปาตฺวากาสีติ? อตฺตโน จ พุทฺธญาณสฺส จ สมฺปตฺติสมนุสฺสรณโต. ตญฺหิ ทิสฺวา เถโร ‘‘อทิฏฺฐสจฺเจน นาม ปุคฺคเลน ปฏิลภิตพฺพา เอวรูปา อตฺตภาวา มุตฺโต อหํ, ลาภา วต เม, สุลทฺธํ วต เม’’ติ อตฺตโน จ สมฺปตฺตึ อนุสฺสริตฺวา ‘‘อโห พุทฺธสฺส ภควโต ญาณสมฺปตฺติ, โย ‘กมฺมวิปาโก, ภิกฺขเว, อจินฺเตยฺโย; น จินฺเตตพฺโพ’ติ (อ. นิ. ๔.๗๗) เทเสสิ, ปจฺจกฺขํ วต กตฺวา พุทฺธา เทเสนฺติ, สุปฺปฏิวิทฺธา พุทฺธานํ ธมฺมธาตู’’ติ เอวํ พุทฺธญาณสมฺปตฺติญฺจ สริตฺวา สิตํ ปาตฺวากาสีติ. ยสฺมา ปน ขีณาสวา นาม น อการณา สิตํ ปาตุกโรนฺติ, ตสฺมา ตํ ลกฺขณตฺเถโร ปุจฺฉิ – ‘‘โก นุ โข อาวุโส โมคฺคลฺลาน เหตุ, โก ปจฺจโย สิตสฺส ปาตุกมฺมายา’’ติ. เถโร ปน ยสฺมา เยหิ อยํ อุปปตฺติ สามํ อทิฏฺฐา, เต ทุสฺสทฺธาปยา โหนฺติ, ตสฺมา ภควนฺตํ สกฺขึ กตฺวา พฺยากาตุกามตาย ‘‘อกาโล โข, อาวุโส’’ติอาทิมาห. ตโต ภควโต สนฺติเก ปุฏฺโฐ ‘‘อิธาหํ อาวุโส’’ติอาทินา นเยน พฺยากาสิ.
ตตฺถ อฏฺฐิกสงฺขลิกนฺติ เสตํ นิมฺมํสโลหิตํ อฏฺฐิสงฺฆาตํ. คิชฺฌาปิ กากาปิ กุลลาปีติ เอเตปิ ยกฺขคิชฺฌา เจว ยกฺขกากา จ ยกฺขกุลลา จ ปจฺเจตพฺพา. ปากติกานํ ปน คิชฺฌาทีนํ อาปาถมฺปิ เอตํ รูปํ นาคจฺฉติ. อนุปติตฺวา อนุปติตฺวาติ อนุพนฺธิตฺวา อนุพนฺธิตฺวา. วิตุเฑนฺตีติ วินิวิชฺฌิตฺวา คจฺฉนฺติ. วิตุเทนฺตีติ วา ปาโฐ, อสิธารูปเมหิ ติขิเณหิ โลหตุณฺเฑหิ วิชฺฌนฺตีติ อตฺโถ. สา สุทํ อฏฺฏสฺสรํ กโรตีติ เอตฺถ สุทนฺติ นิปาโต, สา อฏฺฐิกสงฺขลิกา อฏฺฏสฺสรํ อาตุรสฺสรํ กโรตีติ อตฺโถ. อกุสลวิปากานุภวนตฺถํ กิร โยชนปฺปมาณาปิ ตาทิสา อตฺตภาวา นิพฺพตฺตนฺติ, ปสาทุสฺสทา จ โหนฺติ ปกฺกคณฺฑสทิสา; ตสฺมา สา อฏฺฐิกสงฺขลิกา พลวเวทนาตุรา ตาทิสํ สรมกาสีติ. เอวญฺจ ปน วตฺวา ปุน อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน ‘‘วฏฺฏคามิกสตฺตา นาม เอวรูปา อตฺตภาวา น มุจฺจนฺตี’’ติ สตฺเตสุ การุญฺญํ ปฏิจฺจ อุปฺปนฺนํ ธมฺมสํเวคํ ทสฺเสนฺโต ‘‘ตสฺส มยฺหํ อาวุโส เอตทโหสิ; อจฺฉริยํ วต โภ’’ติอาทิมาห.
ภิกฺขู อุชฺฌายนฺตีติ เยสํ สา เปตูปปตฺติ อปฺปจฺจกฺขา, เต อุชฺฌายนฺติ. ภควา ปน เถรสฺสานุภาวํ ปกาเสนฺโต ‘‘จกฺขุภูตา วต ภิกฺขเว สาวกา วิหรนฺตี’’ติอาทิมาห. ตตฺถ จกฺขุ ภูตํ ชาตํ อุปฺปนฺนํ เตสนฺติ จกฺขุภูตา; ภูตจกฺขุกา อุปฺปนฺนจกฺขุกา, จกฺขุํ อุปฺปาเทตฺวา, วิหรนฺตีติ อตฺโถ. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย. ยตฺร หิ นามาติ เอตฺถ ยตฺราติ การณวจนํ. ตตฺรายมตฺถโยชนา; ยสฺมา นาม สาวโกปิ เอวรูปํ ญสฺสติ วา ทกฺขติ วา สกฺขึ วา กริสฺสติ, ตสฺมา อโวจุมฺห – ‘‘จกฺขุภูตา วต ภิกฺขเว สาวกา วิหรนฺติ, ญาณภูตา วต ภิกฺขเว สาวกา วิหรนฺตี’’ติ.
ปุพฺเพว เม โส ภิกฺขเว สตฺโต ทิฏฺโฐติ โพธิมณฺเฑ สพฺพญฺญุตญาณปฺปฏิเวเธน อปฺปมาเณสุ จกฺกวาเฬสุ อปฺปมาเณ สตฺตนิกาเย ภวคติโยนิฐิตินิวาเส จ ปจฺจกฺขํ กโรนฺเตน มยา ปุพฺเพว โส สตฺโต ทิฏฺโฐติ วทติ.
โคฆาตโกติ คาโว วธิตฺวา วธิตฺวา อฏฺฐิโต มํสํ โมเจตฺวา วิกฺกิณิตฺวา ชีวิกกปฺปนกสตฺโต. ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากาวเสเสนาติ ตสฺส นานาเจตนาหิ อายูหิตสฺส อปราปริยกมฺมสฺส. ตตฺร หิ ยาย เจตนาย นรเก ปฏิสนฺธิ ชนิตา, ตสฺสา วิปาเก ปริกฺขีเณ อวเสสกมฺมํ วา กมฺมนิมิตฺตํ วา อารมฺมณํ กตฺวา ปุน เปตาทีสุ ปฏิสนฺธิ นิพฺพตฺตติ, ตสฺมา สา ปฏิสนฺธิ กมฺมสภาคตาย วา อารมฺมณสภาคตาย วา ‘‘ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากาวเสโส’’ติ วุจฺจติ. อยญฺจ สตฺโต เอวํ อุปปนฺโน. เตนาห – ‘‘ตสฺเสว กมฺมสฺส วิปากาวเสเสนา’’ติ. ตสฺส กิร นรกา จวนกาเล นิมฺมํสกตานํ คุนฺนํ อฏฺฐิราสิ เอว นิมิตฺตํ อโหสิ. โส ปฏิจฺฉนฺนมฺปิ ตํ กมฺมํ วิญฺญูนํ ปากฏํ วิย กโรนฺโต อฏฺฐิสงฺขลิกเปโต ชาโต.
๒๒๙. มํสเปสิวตฺถุสฺมึ โคฆาตโกติ โคมํสเปสิโย กตฺวา สุกฺขาเปตฺวา วลฺลูรวิกฺกเยน อเนกานิ วสฺสานิ ชีวิกํ กปฺเปสิ. เตนสฺส นรกา จวนกาเล มํสเปสิเยว นิมิตฺตํ อโหสิ. โส มํสเปสิเปโต ชาโต.
มํสปิณฺฑวตฺถุสฺมึ โส สากุณิโก สกุเณ คเหตฺวา วิกฺกิณนกาเล นิปฺปกฺขจมฺเม มํสปิณฺฑมตฺเต กตฺวา วิกฺกิณนฺโต ชีวิกํ กปฺเปสิ. เตนสฺส นรกา จวนกาเล มํสปิณฺโฑว นิมิตฺตํ อโหสิ. โส มํสปิณฺฑเปโต ชาโต.
นิจฺฉวิวตฺถุสฺมึ ตสฺส โอรพฺภิกสฺส เอฬเก วธิตฺวา นิจฺจมฺเม กตฺวา กปฺปิตชีวิกสฺส ปุริมนเยเนว นิจฺจมฺมํ เอฬกสรีรํ นิมิตฺตมโหสิ. โส นิจฺฉวิเปโต ชาโต.
อสิโลมวตฺถุสฺมึ โส สูกริโก ทีฆรตฺตํ นิวาปปุฏฺเฐ สูกเร อสินา วธิตฺวา วธิตฺวา ทีฆรตฺตํ ชีวิกํ กปฺเปสิ. เตนสฺส อุกฺขิตฺตาสิกภาโวว นิมิตฺตํ อโหสิ. ตสฺมา อสิโลมเปโต ชาโต.
สตฺติโลมวตฺถุสฺมิํ โส มาควิโก เอกํ มิคญฺจ สตฺติญฺจ คเหตฺวา วนํ คนฺตฺวา ตสฺส มิคสฺส สมีปํ อาคตาคเต มิเค สตฺติยา วิชฺฌิตฺวา มาเรสิ, ตสฺส สตฺติยา วิชฺฌนกภาโวเยว นิมิตฺตํ อโหสิ. ตสฺมา สตฺติโลมเปโต ชาโต.
อุสุโลมวตฺถุสฺมึ การณิโกติ ราชาปราธิเก อเนกาหิ การณาหิ ปีเฬตฺวา อวสาเน กณฺเฑน วิชฺฌิตฺวา มารณกปุริโส. โส กิร อสุกสฺมึ ปเทเส วิทฺโธ มรตีติ ญตฺวาว วิชฺฌติ. ตสฺเสวํ ชีวิกํ กปฺเปตฺวา นรเก อุปฺปนฺนสฺส ตโต ปกฺกาวเสเสน อิธูปปตฺติกาเล อุสุนา วิชฺฌนภาโวเยว นิมิตฺตํ อโหสิ. ตสฺมา อุสุโลมเปโต ชาโต.
สูจิโลมวตฺถุสฺมึ สารถีติ อสฺสทมโก. โคทมโกติปิ กุรุนฺทฏฺฐกถายํวุตฺตํ. ตสฺส ปโตทสูจิยา วิชฺฌนภาโวเยว นิมิตฺตํ อโหสิ. ตสฺมา สูจิโลมเปโต ชาโต.
ทุติยสูจิโลมวตฺถุสฺมึ สูจโกติ เปสุญฺญการโก. โส กิร มนุสฺเส อญฺญมญฺญญฺจ ภินฺทิ. ราชกุเล จ ‘‘อิมสฺส อิมํ นาม อตฺถิ, อิมินา อิทํ นาม กต’’นฺติ สูเจตฺวา สูเจตฺวา อนยพฺยสนํ ปาเปสิ. ตสฺมา ยถาเนน สูเจตฺวา มนุสฺสา ภินฺนา, ตถา สูจีหิ เภทนทุกฺขํ ปจฺจนุโภตุํ กมฺมเมว นิมิตฺตํ กตฺวา สูจิโลมเปโต ชาโต.
อณฺฑภาริตวตฺถุสฺมึ คามกูโฏติ วินิจฺฉยามจฺโจ. ตสฺส กมฺมสภาคตาย กุมฺภมตฺตา มหาฆฏปฺปมาณา อณฺฑา อเหสุํ. โส หิ ยสฺมา รโห ปฏิจฺฉนฺน ฐาเน ลญฺชํ คเหตฺวา กูฏวินิจฺฉเยน ปากฏํ โทสํ กโรนฺโต สามิเก อสฺสามิเก อกาสิ. ตสฺมาสฺส รหสฺสํ องฺคํ ปากฏํ นิพฺพตฺตํ. ยสฺมา ทณฺฑํ ปฏฺฐเปนฺโต ปเรสํ อสยฺหํ ภารํ อาโรเปสิ, ตสฺมาสฺส รหสฺสงฺคํ อสยฺหภาโร หุตฺวา นิพฺพตฺตํ. ยสฺมา ยสฺมึ ฐาเน ฐิเตน สเมน ภวิตพฺพํ, ตสฺมึ ฐตฺวา วิสโม อโหสิ, ตสฺมาสฺส รหสฺสงฺเค วิสมา นิสชฺชา อโหสีติ.
ปารทาริกวตฺถุสฺมึ โส สตฺโต ปรสฺส รกฺขิตํ โคปิตํ สสฺสามิกํ ผสฺสํ ผุสนฺโต มีฬฺหสุเขน กามสุเขน จิตฺตํ รมยิตฺวา กมฺมสภาคตาย คูถผสฺสํ ผุสนฺโต ทุกฺขมนุภวิตุํ ตตฺถ นิพฺพตฺโต. ทุฏฺฐพฺราหฺมณวตฺถุ ปากฏเมว.
๒๓๐. นิจฺฉวิตฺถิวตฺถุสฺมึ ยสฺมา มาตุคาโม นาม อตฺตโน ผสฺเส อนิสฺสโร, สา จ ตํ สามิกสฺส สนฺตกํ ผสฺสํ เถเนตฺวา ปเรสํ อภิรตึ อุปฺปาเทสิ, ตสฺมา กมฺมสภาคตาย สุขสมฺผสฺสา ธํสิตฺวา ทุกฺขสมฺผสฺสํ อนุภวิตุํ นิจฺฉวิตฺถี หุตฺวา อุปปนฺนา.
มงฺคุลิตฺถิวตฺถุสฺมึ มงฺคุลินฺติ วิรูปํ ทุทฺทสิกํ พีภจฺฉํ, สา กิร อิกฺขณิกากมฺมํ ยกฺขทาสิกมฺมํ กโรนฺตี ‘‘อิมินา จ อิมินา จ เอวํ พลิกมฺเม กเต อยํ นาม ตุมฺหากํ วฑฺฒิ ภวิสฺสตี’’ติ มหาชนสฺส คนฺธปุปฺผาทีนิ วญฺจนาย คเหตฺวา มหาชนํ ทุทฺทิฏฺฐึ มิจฺฉาทิฏฺฐึ คณฺหาเปสิ, ตสฺมา ตาย กมฺมสภาคตาย คนฺธปุปฺผาทีนํ เถนิตตฺตา ทุคฺคนฺธา ทุทฺทสฺสนสฺส คาหิตตฺตา ทุทฺทสิกา วิรูปา พีภจฺฉา หุตฺวา นิพฺพตฺตา.
โอกิลินิวตฺถุสฺมึ อุปฺปกฺกํ โอกิลินึ โอกิรินินฺติ สา กิร องฺคารจิตเก นิปนฺนา วิปฺผนฺทมานา วิปริวตฺตมานา ปจฺจติ, ตสฺมา อุปฺปกฺกา เจว โหติ ขเรน อคฺคินา ปกฺกสรีรา; โอกิลินี จ กิลินฺนสรีรา พินฺทุพินฺทูนิ หิสฺสา สรีรโต ปคฺฆรนฺติ. โอกิรินี จ องฺคารสมฺปริกิณฺณา, ตสฺสา หิ เหฏฺฐโตปิ กึสุกปุปฺผวณฺณา องฺคารา, อุภยปสฺเสสุปิ, อากาสโตปิสฺสา อุปริ องฺคารา ปตนฺติ, เตน วุตฺตํ – ‘‘อุปฺปกฺกํ โอกิลินึ โอกิรินิ’’นฺติ. สา อิสฺสาปกตา สปตฺตึ องฺคารกฏาเหน โอกิรีติ ตสฺสา กิร กลิงฺครญฺโญ เอกา นาฏกินี องฺคารกฏาหํ สมีเป ฐเปตฺวา คตฺตโต อุทกญฺจ ปุญฺฉติ, ปาณินา จ เสทํ กโรติ. ราชาปิ ตาย สทฺธึ กถญฺจ กโรติ, ปริตุฏฺฐาการญฺจ ทสฺเสติ. อคฺคมเหสี ตํ อสหมานา อิสฺสาปกตา หุตฺวา อจิรปกฺกนฺตสฺส รญฺโญ ตํ องฺคารกฏาหํ คเหตฺวา ตสฺสา อุปริ องฺคาเร โอกิริ. สา ตํ กมฺมํ กตฺวา ตาทิสํเยว วิปากํ ปจฺจนุภวิตุํ เปตโลเก นิพฺพตฺตา.
โจรฆาตกวตฺถุสฺมึ โส รญฺโญ อาณาย ทีฆรตฺตํ โจรานํ สีสานิ ฉินฺทิตฺวา เปตโลเก นิพฺพตฺตนฺโต อสีสกํ กพนฺธํ หุตฺวา นิพฺพตฺติ.
ภิกฺขุวตฺถุสฺมึ ปาปภิกฺขูติ ลามกภิกฺขุ. โส กิร โลกสฺส สทฺธาเทยฺเย จตฺตาโร ปจฺจเย ปริภุญฺชิตฺวา กายวจีทฺวาเรหิ อสํ ยโต ภินฺนาชีโว จิตฺตเกฬึ กีฬนฺโต วิจริ. ตโต เอกํ พุทฺธนฺตรํ นิรเย ปจฺจิตฺวา เปตโลเก นิพฺพตฺตนฺโต ภิกฺขุสทิเสเนว อตฺตภาเวน นิพฺพตฺติ. ภิกฺขุนี-สิกฺขมานา-สามเณร-สามเณรีวตฺถูสุปิ อยเมว วินิจฺฉโย.
๒๓๑. ตโปทาวตฺถุสฺมึ อจฺโฉทโกติ ปสนฺโนทโก. สีโตทโกติ สีตลอุทโก. สาโตทโกติ มธุโรทโก. เสตโกติ ปริสุทฺโธ นิสฺเสวาลปณกกทฺทโม. สุปฺปติตฺโถติ สุนฺทเรหิ ติตฺเถหิ อุปปนฺโน. รมณีโยติ รติชนโก. จกฺกมตฺตานีติ รถจกฺกปฺปมาณานิ. กุถิตา สนฺทตีติ ตตฺรา สนฺตตฺตา หุตฺวา สนฺทติ. ยตายํ ภิกฺขเวติ ยโต อยํ ภิกฺขเว. โส ทโหติ โส รหโท. กุโต ปนายํ สนฺทตีติ? เวภารปพฺพตสฺส กิร เหฏฺฐา ภุมฺมฏฺฐกนาคานํ ปญฺจโยชนสติกํ นาคภวนํ เทวโลกสทิสํ มณิมเยน ตเลน อารามุยฺยาเนหิ จ สมนฺนาคตํ; ตตฺถ นาคานํ กีฬนฏฺฐาเน โส อุทกทโห, ตโต อยํ ตโปทา สนฺทติ. ทฺวินฺนํ มหานิรยานํ อนฺตริกาย อาคจฺฉตีติ ราชคหนครํ กิร อาวิญฺเชตฺวา มหาเปตโลโก, ตตฺถ ทฺวินฺนํ มหาโลหกุมฺภินิรยานํ อนฺตเรน อยํ ตโปทา อาคจฺฉติ, ตสฺมา กุถิตา สนฺทตีติ.
ยุทฺธวตฺถุสฺมึ นนฺที จรตีติ วิชยเภรี อาหิณฺฑติ. ราชา อาวุโส ลิจฺฉวีหีติ เถโร กิร อตฺตโน ทิวาฏฺฐาเน จ รตฺติฏฺฐาเน จ นิสีทิตฺวา ‘‘ลิจฺฉวโย กตหตฺถา กตูปาสนา, ราชา จ เตหิ สทฺธึ สมฺปหารํ เทตี’’ติ อาวชฺเชนฺโต ทิพฺเพน จกฺขุนา ราชานํ ปราชิตํ ปลายมานํ อทฺทส. ตโต ภิกฺขู อามนฺเตตฺวา ‘‘ราชา อาวุโส ตุมฺหากํ อุปฏฺฐาโก ลิจฺฉวีหิ ปภคฺโค’’ติ อาห. สจฺจํ, ภิกฺขเว, โมคฺคลฺลาโน อาหาติ ปราชิกกาเล อาวชฺชิตฺวา ยํ ทิฏฺฐํ ตํ ภณนฺโต สจฺจํ อาห.
๒๓๒. นาโคคาหวตฺถุสฺมึ สปฺปินิกายาติ เอวํนามิกาย. อาเนญฺชํ สมาธินฺติ อเนชํ อจลํ กายวาจาวิปฺผนฺทวิรหิตํ จตุตฺถชฺฌานสมาธึ. นาคานนฺติ หตฺถีนํ. โอคยฺห อุตฺตรนฺตานนฺติ โอคยฺห โอคาเหตฺวา ปุน อุตฺตรนฺตานํ. เต กิร คมฺภีรํ อุทกํ โอตริตฺวา ตตฺถ นฺหตฺวา จ ปิวิตฺวา จ โสณฺฑาย อุทกํ คเหตฺวา อญฺญมญฺญํ อาโลเลนฺตา อุตฺตรนฺติ, เตสํ เอวํ โอคยฺห อุตฺตรนฺตานนฺติ วุตฺตํ โหติ. โกญฺจํ กโรนฺตานนฺติ นทีตีเร ฐตฺวา โสณฺฑํ มุเข ปกฺขิปิตฺวา โกญฺจนาทํ กโรนฺตานํ. สทฺทํ อสฺโสสินฺติ ตํ โกญฺจนาทสทฺทํ อสฺโสสึ. อตฺเถโส, ภิกฺขเว, สมาธิ โส จ โข อปริสุทฺโธติ อตฺถิ เอโส สมาธิ โมคฺคลฺลานสฺส, โส จ โข ปริสุทฺโธ น โหติ. เถโร กิร ปพฺพชิตโต สตฺตเม ทิวเส ตทหุอรหตฺตปฺปตฺโต อฏฺฐสุ สมาปตฺตีสุ ปญฺจหากาเรหิ อนาจิณฺณวสีภาโว สมาธิปริปนฺถเก ธมฺเม น สุฏฺฐุ ปริโสเธตฺวา อาวชฺชนสมาปชฺชนาธิฏฺฐานวุฏฺฐานปจฺจเวกฺขณานํ สญฺญามตฺตกเมว กตฺวา จตุตฺถชฺฌานํ อปฺเปตฺวา นิสินฺโน, ฌานงฺเคหิ วุฏฺฐาย นาคานํ สทฺทํ สุตฺวา ‘‘อนฺโตสมาปตฺติยํ อสฺโสสิ’’นฺติ เอวํสญฺญี อโหสิ. เตน วุตฺตํ – ‘‘อตฺเถโส, ภิกฺขเว, สมาธิ; โส จ โข อปริสุทฺโธ’’ติ.
โสภิตวตฺถุสฺมึ อหํ, อาวุโส, ปญฺจ กปฺปสตานิ อนุสฺสรามีติ เอกาวชฺชเนน อนุสฺสรามีติ อาห. อิตรถา หิ อนจฺฉริยํ อริยสาวกานํ ปฏิปาฏิยา นานาวชฺชเนน ตสฺส ตสฺส อตีเต นิวาสสฺส อนุสฺสรณนฺติ น ภิกฺขู อุชฺฌาเยยฺยุํ. ยสฺมา ปเนส ‘‘เอกาวชฺชเนน อนุสฺสรามี’’ติ อาห, ตสฺมา ภิกฺขู อุชฺฌายึสุ. อตฺเถสา, ภิกฺขเว, โสภิตสฺส, สา จ โข เอกาเยว ชาตีติ ยํ โสภิโต ชาตึ อนุสฺสรามีติ อาห, อตฺเถสา ชาติ โสภิตสฺส, สา จ โข เอกาเยว อนนฺตรา น อุปฺปฏิปาฏิยา อนุสฺสริตาติ อธิปฺปาโย.
กถํ ปนายํ เอตํ อนุสฺสรีติ? อยํ กิร ปญฺจนฺนํ กปฺปสตานํ อุปริ ติตฺถายตเน
ปพฺพชิตฺวา อสญฺญสมาปตฺตึ นิพฺพตฺเตตฺวา อปริหีนชฺฌาโน กาลํ กตฺวา อสญฺญภเว นิพฺพตฺติ. ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา อวสาเน มนุสฺสโลเก อุปฺปนฺโน สาสเน ปพฺพชิตฺวา ติสฺโส วิชฺชา สจฺฉากาสิ. โส ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรมาโน อิมสฺมึ อตฺตภาเว ปฏิสนฺธึ ทิสฺวา ตโต ปรํ ตติเย อตฺตภาเว จุติเมว อทฺทส. อถ อุภินฺนมนฺตรา อจิตฺตกํ อตฺตภาวํ อนุสฺสริตุํ อสกฺโกนฺโต นยโต สลฺลกฺเขสิ – ‘‘อทฺธาอหํ อสญฺญภเว นิพฺพตฺโต’’ติ. เอวํ สลฺลกฺเขนฺเตน ปนาเนน ทุกฺกรํ กตํ, สตธา ภินฺนสฺส วาลสฺส โกฏิยา โกฏิ ปฏิวิทฺธา, อากาเส ปทํ ทสฺสิตํ. ตสฺมา นํ ภควา อิมสฺมึเยว วตฺถุสฺมึ เอตทคฺเค ฐเปสิ – ‘‘เอตทคฺคํ ภิกฺขเว, มม สาวกานํ ภิกฺขูนํ ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรนฺตานํ ยทิทํ โสภิโต’’ติ (อ. นิ. ๑.๒๑๙, ๒๒๗).
วินีตวตฺถุวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นิคมนวณฺณนา
๒๓๓. อุทฺทิฏฺฐา โข อายสฺมนฺโต จตฺตาโร ปาราชิกา ธมฺมาติ อิทํ อิธ อุทฺทิฏฺฐปาราชิกปริทีปนเมว. สโมธาเนตฺวา ปน สพฺพาเนว จตุวีสติ ปาราชิกานิ เวทิตพฺพานิ. กตมานิ จตุวีสติ? ปาฬิยํ อาคตานิ ตาว ภิกฺขูนํ จตฺตาริ, ภิกฺขุนีนํ อสาธารณานิ จตฺตารีติ อฏฺฐ. เอกาทส อภพฺพปุคฺคลา, เตสุ ปณฺฑกติรจฺฉานคตอุภโตพฺยญฺชนกา, ตโย วตฺถุวิปนฺนา อเหตุกปฏิสนฺธิกา, เตสํ สคฺโค อวาริโต มคฺโค ปน วาริโต, อภพฺพา หิ เต มคฺคปฺปฏิลาภาย วตฺถุวิปนฺนตฺตาติ. ปพฺพชฺชาปิ เนสํ ปฏิกฺขิตฺตา, ตสฺมา เตปิ ปาราชิกา. เถยฺยสํวาสโก, ติตฺถิยปกฺกนฺตโก, มาตุฆาตโก, ปิตุฆาตโก, อรหนฺตฆาตโก, ภิกฺขุนีทูสโก, โลหิตุปฺปาทโก, สงฺฆเภทโกติ อิเม อฏฺฐ อตฺตโน กิริยาย วิปนฺนตฺตา อภพฺพฏฺฐานํ ปตฺตาติ ปาราชิกาว. เตสุ เถยฺยสํวาสโก, ติตฺถิยปกฺกนฺตโก, ภิกฺขุนีทูสโกติ อิเมสํ ติณฺณํ สคฺโค อวาริโต มคฺโค ปน วาริโตว. อิตเรสํ ปญฺจนฺนํ อุภยมฺปิ วาริตํ. เต หิ อนนฺตรภเว นรเก นิพฺพตฺตนกสตฺตา. อิติ อิเม จ เอกาทส, ปุริมา จ อฏฺฐาติ เอกูนวีสติ. เต คิหิลิงฺเค รุจึ อุปฺปาเทตฺวา คิหินิวาสนนิวตฺถาย ภิกฺขุนิยา สทฺธึ วีสติ. สา หิ อชฺฌาจารวีติกฺกมํ อกตฺวาปิ เอตฺตาวตาว อสฺสมณีติ อิมานิ ตาว วีสติ ปาราชิกานิ.
อปรานิปิ – ลมฺพี, มุทุปิฏฺฐิโก, ปรสฺส องฺคชาตํ มุเขน คณฺหาติ, ปรสฺส องฺคชาเต อภินิสีทตีติ อิเมสํ จตุนฺนํ วเสน จตฺตาริ อนุโลมปาราชิกานีติ วทนฺติ. เอตานิ หิ ยสฺมา อุภินฺนํ ราควเสน สทิสภาวูปคตานํ ธมฺโม ‘‘เมถุนธมฺโม’’ติ วุจฺจติ. ตสฺมา เอเตน ปริยาเยน เมถุนธมฺมํ อปฺปฏิเสวิตฺวาเยว เกวลํ มคฺเคน มคฺคปฺปเวสนวเสน อาปชฺชิตพฺพตฺตา เมถุนธมฺมปาราชิกสฺส อนุโลเมนฺตีติ อนุโลมปาราชิกานีติ วุจฺจนฺติ. อิติ อิมานิ จ จตฺตาริ ปุริมานิ จ วีสตีติ สโมธาเนตฺวา สพฺพาเนว จตุวีสติ ปาราชิกานิ เวทิตพฺพานิ.
น ลภติ ภิกฺขูหิ สทฺธึ สํวาสนฺติ อุโปสถ-ปวารณ-ปาติโมกฺขุทฺเทส-สงฺฆกมฺมปฺปเภทํ ภิกฺขูหิ สทฺธึ สํวาสํ น ลภติ. ยถา ปุเร ตถา ปจฺฉาติ ยถา ปุพฺเพ คิหิกาเล อนุปสมฺปนฺนกาเล จ ปจฺฉา ปาราชิกํ อาปนฺโนปิ ตเถว อสํวาโส โหติ. นตฺถิ ตสฺส ภิกฺขูหิ สทฺธึ อุโปสถปวารณปาติโมกฺขุทฺเทสสงฺฆกมฺมปฺปเภโท สํวาโสติ ภิกฺขูหิ สทฺธึ สํวาสํ น ลภติ. ตตฺถายสฺมนฺเต ปุจฺฉามีติ เตสุ จตูสุ ปาราชิเกสุ อายสฺมนฺเต ‘‘กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธา’’ติ ปุจฺฉามิ. กจฺจิตฺถาติ กจฺจิ เอตฺถ; เอเตสุ จตูสุ ปาราชิเกสุ กจฺจิ ปริสุทฺธาติ อตฺโถ. อถ วา กจฺจิตฺถ ปริสุทฺธาติ กจฺจิ ปริสุทฺธา อตฺถ, ภวถาติ อตฺโถ. เสสํ สพฺพตฺถ อุตฺตานตฺถเมวาติ.
สมนฺตปาสาทิกาย วินยสํวณฺณนาย
จตุตฺถปาราชิกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.