๗. เสขิยกณฺฑํ
๑. ปริมณฺฑลวคฺควณฺณนา
ยานิ สิกฺขิตสิกฺเขน, เสขิยานีติ ตาทินา;
ภาสิตานิ อยํ ทานิ, เตสมฺปิ วณฺณนากฺกโม.
๕๗๖. ตตฺถ ปริมณฺฑลนฺติ สมนฺตโต มณฺฑลํ. นาภิมณฺฑลํ ชาณุมณฺฑลนฺติ อุทฺธํ นาภิมณฺฑลํ อโธ ชาณุมณฺฑลํ ปฏิจฺฉาเทนฺเตน ชาณุมณฺฑลสฺส เหฏฺฐา ชงฺฆฏฺฐิกโต ปฏฺฐาย อฏฺฐงฺคุลมตฺตํ นิวาสนํ โอตาเรตฺวา นิวาเสตพฺพํ, ตโต ปรํ โอตาเรนฺตสฺส ทุกฺกฏนฺติ วุตฺตํ. ยถา นิสินฺนสฺส ชาณุมณฺฑลโต เหฏฺฐา จตุรงฺคุลมตฺตํ ปฏิจฺฉนฺนํ โหตีติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ; เอวํ นิวาเสนฺตสฺส ปน นิวาสนํ ปมาณิกํ วฏฺฏติ. ตตฺริทํ ปมาณํ – ทีฆโต มุฏฺฐิปญฺจกํ, ติริยํ อฑฺฒเตยฺยหตฺถํ. ตาทิสสฺส ปน อลาเภ ติริยํ ทฺวิหตฺถปมาณมฺปิ วฏฺฏติ ชาณุมณฺฑลปฏิจฺฉาทนตฺถํ, นาภิมณฺฑลํ ปน จีวเรนาปิ สกฺกา ปฏิจฺฉาเทตุนฺติ. ตตฺถ เอกปฏฺฏจีวรํ เอวํ นิวตฺถมฺปิ นิวตฺถฏฺฐาเน น ติฏฺฐติ, ทุปฏฺฏํ ปน ติฏฺฐติ.
โอลมฺเพนฺโต นิวาเสติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ เอตฺถ น เกวลํ ปุรโต จ ปจฺฉโต จ โอลมฺเพตฺวา นิวาเสนฺตสฺเสว ทุกฺกฏํ, เย ปนญฺเญ ‘‘เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู คิหินิวตฺถํ นิวาเสนฺติ หตฺถิโสณฺฑกํ มจฺฉวาลกํ จตุกฺกณฺณกํ ตาลวณฺฏกํ สตวลิกํ นิวาเสนฺตี’’ติอาทินา (จูฬว. ๒๘๐) นเยน ขนฺธเก นิวาสนโทสา วุตฺตา, ตถา นิวาเสนฺตสฺสาปิ ทุกฺกฏเมว. เต สพฺเพ วุตฺตนเยน ปริมณฺฑลํ นิวาเสนฺตสฺส น โหนฺติ. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถารโต ปน ตตฺเถว อาวิ ภวิสฺสติ.
อสญฺจิจฺจาติ ปุรโต วา ปจฺฉโต วา โอลมฺเพตฺวา นิวาเสสฺสามีติ เอวํ อสญฺจิจฺจ; อถ โข ปริมณฺฑลํเยว นิวาเสสฺสามีติ วิรชฺฌิตฺวา อปริมณฺฑลํ นิวาเสนฺตสฺส อนาปตฺติ. อสฺสติยาติ อญฺญวิหิตสฺสาปิ ตถา นิวาเสนฺตสฺส อนาปตฺติ. อชานนฺตสฺสาติ เอตฺถ นิวาสนวตฺตํ อชานนฺตสฺส โมกฺโข นตฺถิ. นิวาสนวตฺตญฺหิ สาธุกํ อุคฺคเหตพฺพํ, ตสฺส อนุคฺคหณเมวสฺส อนาทริยํ. ตํ ปน สญฺจิจฺจ อนุคฺคณฺหนฺตสฺส ยุชฺชติ, ตสฺมา อุคฺคหิตวตฺโตปิ โย อารุฬฺหภาวํ วา โอรุฬฺหภาวํ วา น ชานาติ, ตสฺส อนาปตฺติ. กุรุนฺทิยํ ปน ‘‘ปริมณฺฑลํ นิวาเสตุํ อชานนฺตสฺส อนาปตฺตี’’ติ วุตฺตํ. โย ปน สุกฺขชงฺโฆ วา มหาปิณฺฑิกมํโส วา โหติ, ตสฺส สารุปฺปตฺถาย ชาณุมณฺฑลโต อฏฺฐงฺคุลาธิกมฺปิ โอตาเรตฺวา นิวาเสตุํ วฏฺฏติ.
คิลานสฺสาติ ชงฺฆาย วา ปาเท วา วโณ โหติ, อุกฺขิปิตฺวา วา โอตาเรตฺวา วา นิวาเสตุํ วฏฺฏติ. อาปทาสูติ วาฬมิคา วา โจรา วา อนุพนฺธนฺติ, เอวรูปาสุ อาปทาสุ อนาปตฺติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.
ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานํ – กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ. ผุสฺสเทวตฺเถโร ‘‘อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, ติเวทน’’นฺติ อาห. อุปติสฺสตฺเถโร ปน ‘‘อนาทริยํ ปฏิจฺจา’’ติ วุตฺตตฺตา ‘‘โลกวชฺชํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทน’’นฺติ อาห.
๕๗๗. ปริมณฺฑลํ ปารุปิตพฺพนฺติ ‘‘เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู คิหิปารุตํ ปารุปนฺตี’’ติ (จูฬว. ๒๘๐) เอวํ วุตฺตํ อเนกปฺปการํ คิหิปารุปนํ อปารุปิตฺวา อิธ วุตฺตนเยเนว อุโภ กณฺเณ สมํ กตฺวา ปารุปนวตฺตํ ปูเรนฺเตน ปริมณฺฑลํ ปารุปิตพฺพํ. อิมานิ จ เทฺว สิกฺขาปทานิ อวิเสเสน วุตฺตานิ. ตสฺมา วิหาเรปิ อนฺตรฆเรปิ ปริมณฺฑลเมว นิวาเสตพฺพญฺจ ปารุปิตพฺพญฺจาติ. สมุฏฺฐานาทีนิ ปฐมสิกฺขาปเท วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพานิ สทฺธึ เถรวาเทน.
๕๗๘. กายํ วิวริตฺวาติ ชตฺตุมฺปิ อุรมฺปิ วิวริตฺวา. สุปฺปฏิจฺฉนฺเนนาติ น สสีสํ ปารุเตน; อถ โข คณฺฐิกํ ปฏิมุญฺจิตฺวา อนุวาตนฺเตน คีวํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา อุโภ กณฺเณ สมํ กตฺวา ปฏิสํหริตฺวา ยาว มณิพนฺธํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา อนฺตรฆเร คนฺตพฺพํ. ทุติยสิกฺขาปเท – คลวาฏกโต ปฏฺฐาย สีสํ มณิพนฺธโต ปฏฺฐาย หตฺเถ ปิณฺฑิกมํสโต จ ปฏฺฐาย ปาเท วิวริตฺวา นิสีทิตพฺพํ.
๕๗๙. วาสูปคตสฺสาติ วาสตฺถาย อุปคตสฺส รตฺติภาเค วา ทิวสภาเค วา กายํ วิวริตฺวาปิ นิสีทโต อนาปตฺติ.
๕๘๐. สุสํวุโตติ หตฺถํ วา ปาทํ วา อกีฬาเปนฺโต; สุวินีโตติ อตฺโถ.
๕๘๒. โอกฺขิตฺตจกฺขูติ เหฏฺฐา ขิตฺตจกฺขุ หุตฺวา. ยุคมตฺตํ เปกฺขมาโนติ ยุคยุตฺตโก หิ ทนฺโต อาชาเนยฺโย ยุคมตฺตํ เปกฺขติ, ปุรโต จตุหตฺถปฺปมาณํ ภูมิภาคํ; อิมินาปิ เอตฺตกํ เปกฺขนฺเตน คนฺตพฺพํ. โย อนาทริยํ ปฏิจฺจ ตหํ ตหํ โอโลเกนฺโตติ โย ตํตํทิสาภาคํ ปาสาทํ กูฏาคารํ วีถึ โอโลเกนฺโต คจฺฉติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. เอกสฺมึ ปน ฐาเน ฐตฺวา หตฺถิอสฺสาทิปริสฺสยาภาวํ โอโลเกตุํ วฏฺฏติ. นิสีทนฺเตนาปิ โอกฺขิตฺตจกฺขุนาว นิสีทิตพฺพํ.
๕๘๔. อุกฺขิตฺตกายาติ อุกฺเขเปน; อิตฺถมฺภูตลกฺขเณ กรณวจนํ เอกโต วา อุภโต วา อุกฺขิตฺตจีวโร หุตฺวาติ อตฺโถ. อนฺโตอินฺทขีลโต ปฏฺฐาย น เอวํ คนฺตพฺพํ. นิสินฺนกาเล ปน ธมกรณํ นีหรนฺเตนาปิ จีวรํ อนุกฺขิปิตฺวาว นีหริตพฺพนฺติ.
ปฐโม วคฺโค.
๒. อุชฺชคฺฆิกวคฺควณฺณนา
๕๘๖. อุชฺชคฺฆิกายาติ มหาหสิตํ หสนฺโต. วุตฺตนเยเนเวตฺถ กรณวจนํ.
๕๘๘. อปฺปสทฺโท อนฺตรฆเรติ เอตฺถ กิตฺตาวตา อปฺปสทฺโท โหติ? ทฺวาทสหตฺเถ เคเห อาทิมฺหิ สงฺฆตฺเถโร, มชฺเฌ ทุติยตฺเถโร, อนฺเต ตติยตฺเถโรติ เอวํ นิสินฺเนสุ สงฺฆตฺเถโร ทุติเยน สทฺธึ มนฺเตติ, ทุติยตฺเถโร ตสฺส สทฺทญฺเจว สุณาติ, กถญฺจ ววตฺถเปติ. ตติยตฺเถโร ปน สทฺทเมว สุณาติ, กถํ น ววตฺถเปติ. เอตฺตาวตา อปฺปสทฺโท โหติ. สเจ ปน ตติยตฺเถโร กถํ ววตฺถเปติ, มหาสทฺโท นาม โหติ.
๕๙๐. กายํ ปคฺคเหตฺวาติ นิจฺจลํ กตฺวา อุชุเกน กาเยน สเมน อิริยาปเถน คนฺตพฺพญฺเจว นิสีทิตพฺพญฺจ.
๕๙๒. พาหุํ ปคฺคเหตฺวาติ นิจฺจลํ กตฺวา.
๕๙๔. สีสํ ปคฺคเหตฺวาติ นิจฺจลํ อุชุํ ฐปยิตฺวา.
ทุติโย วคฺโค.
๓. ขมฺภกตวคฺควณฺณนา
๕๙๖-๘. ขมฺภกโต นาม กฏิยํ หตฺถํ ฐเปตฺวา กตขมฺโภ. โอคุณฺฐิโตติ สสีสํ ปารุโต.
๖๐๐. อุกฺกุฏิกายาติ เอตฺถ อุกฺกุฏิกา วุจฺจติ ปณฺหิโย อุกฺขิปิตฺวา อคฺคปาเทหิ วา, อคฺคปาเท วา อุกฺขิปิตฺวา ปณฺหีหิเยว วา ภูมึ ผุสนฺตสฺส คมนํ. กรณวจนํ ปเนตฺถ วุตฺตลกฺขณเมว.
๖๐๑. ทุสฺสปลฺลตฺถิกายาติ เอตฺถ อาโยคปลฺลตฺถิกาปิ ทุสฺสปลฺลตฺถิกา เอว.
๖๐๒. สกฺกจฺจนฺติ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา.
๖๐๓. อากิรนฺเตปีติ ปิณฺฑปาตํ เทนฺเตปิ. ปตฺตสญฺญีติ ปตฺเต สญฺญํ กตฺวา.
๖๐๔. สมสูปโก นาม ยตฺถ ภตฺตสฺส จตุตฺถภาคปฺปมาโณ สูโป โหติ. มุคฺคสูโป มาสสูโปติ เอตฺถ กุลตฺถาทีหิ กตสูปาปิ สงฺคหํ คจฺฉนฺติเยวาติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. รสรเสติ เอตฺถ ฐเปตฺวา เทฺว สูเป อวเสสานิ โอโลณีสากสูเปยฺยมจฺฉรสมํสรสาทีนิ รสรสาติ เวทิตพฺพานิ. ตํ รสรสํ พหุมฺปิ คณฺหนฺตสฺส อนาปตฺติ.
๖๐๕. สมติตฺติกนฺติ สมปุณฺณํ สมภริตํ. ถูปีกตํ ปิณฺฑปาตํ ปฏิคฺคณฺหาติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ เอตฺถ ถูปีกโต นาม ปตฺตสฺส อนฺโตมุขวฏฺฏิเลขํ อติกฺกมิตฺวา กโต; ปตฺเต ปกฺขิตฺโต รจิโต ปูริโตติ อตฺโถ. เอวํ กตํ อคเหตฺวา อนฺโตมุขวฏฺฏิเลขาสมปฺปมาโณ คเหตพฺโพ.
ตตฺถ ถูปีกตํ นาม ‘‘ปญฺจหิ โภชเนหิ กต’’นฺติ อภยตฺเถโร อาห. ติปิฏกจูฬนาคตฺเถโร ปน ‘‘ปิณฺฑปาโต นาม ยาคุปิ ภตฺตมฺปิ ขาทนียมฺปิ จุณฺณปิณฺโฑปิ ทนฺตกฏฺฐมฺปิ ทสิกสุตฺตมฺปี’’ติ อิทํ สุตฺตํ วตฺวา ทสิกสุตฺตมฺปิ ถูปีกตํ น วฏฺฏตีติ อาห. เตสํ วาทํ สุตฺวา ภิกฺขู โรหณํ คนฺตฺวา จูฬสุมนตฺเถรํ ปุจฺฉึสุ – ‘‘ภนฺเต ถูปีกตปิณฺฑปาโต เกน ปริจฺฉินฺโน’’ติ? เตสญฺจ เถรานํ วาทํ อาโรเจสุํ. เถโร สุตฺวา อาห – ‘‘อโห, จูฬนาโค สาสนโต ภฏฺโฐ, อหํ เอตสฺส สตฺตกฺขตฺตุํ วินยํ วาเจนฺโต น กทาจิ เอวํ อวจํ, อยํ กุโต ลภิตฺวา เอวํ วทสี’’ติ. ภิกฺขู เถรํ ยาจึสุ – ‘‘กเถถ ทานิ, ภนฺเต, เกน ปริจฺฉินฺโน’’ติ? ‘‘ยาวกาลิเกนาวุโส’’ติ เถโร อาห. ตสฺมา ยํกิญฺจิ ยาคุภตฺตํ วา ผลาผลํ วา อามิสชาติกํ สมติตฺติกเมว คเหตพฺพํ. ตญฺจ โข อธิฏฺฐานุปเคน ปตฺเตน, อิตเรน ปน ถูปีกตมฺปิ วฏฺฏติ. ยามกาลิกสตฺตาหกาลิกยาวชีวิกานิ ปน อธิฏฺฐานุปคปตฺเตปิ ถูปีกตานิ วฏฺฏนฺติ. ทฺวีสุ ปตฺเตสุ ภตฺตํ คเหตฺวา เอกสฺมึ ปูเรตฺวา วิหารํ เปเสตุํ วฏฺฏตีติ มหาปจฺจริยํ ปน วุตฺตํ. ยํ ปตฺเต ปกฺขิปิยมานํ ปูวอุจฺฉุขณฺฑผลาผลาทิ เหฏฺฐา โอโรหติ, ตํ ถูปีกตํ นาม น โหติ. ปูววฏํสกํ ฐเปตฺวา ปิณฺฑปาตํ เทนฺติ, ถูปีกตเมว โหติ. ปุปฺผวฏํสกตกฺโกลกฏุกผลาทิวฏํสเก ปน ฐเปตฺวา ทินฺนํ ถูปีกตํ น โหติ. ภตฺตสฺส อุปริ ถาลกํ วา ปตฺตํ วา ฐเปตฺวา ปูเรตฺวา คณฺหาติ, ถูปีกตํ นาม น โหติ. กุรุนฺทิยมฺปิ วุตฺตํ – ‘‘ถาลเก วา ปณฺเณ วา ปกฺขิปิตฺวา ตํ ปตฺตมตฺถเก ฐเปตฺวา เทนฺติ, ปาเฏกฺกภาชนํ วฏฺฏตี’’ติ.
อิธ อนาปตฺติยํ คิลาโน น อาคโต, ตสฺมา คิลานสฺสปิ ถูปีกตํ น วฏฺฏติ. สพฺพตฺถ ปน ปฏิคฺคเหตุเมว น วฏฺฏติ. ปฏิคฺคหิตํ ปน สุปฏิคฺคหิตเมว โหติ, ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตีติ.
ตติโย วคฺโค.
๔. สกฺกจฺจวคฺควณฺณนา
๖๐๖. สกฺกจฺจนฺติ เอตฺถาปิ อสกฺกจฺจํ ปฏิคฺคหเณเยว อาปตฺติ, ปฏิคฺคหิตํ ปน สุปฏิคฺคหิตเมว. สกฺกจฺจนฺติ จ ปตฺตสญฺญีติ จาติ อุภยํ วุตฺตนยเมว.
๖๐๘. สปทานนฺติ ตตฺถ ตตฺถ โอธึ อกตฺวา อนุปฏิปาฏิยา. สมสูปเก วตฺตพฺพํ วุตฺตเมว.
๖๑๐. ถูปกโตติ มตฺถกโต; เวมชฺฌโตติ อตฺโถ.
๖๑๑. ปฏิจฺฉาเทตฺวา เทนฺตีติ มาฆาตสมยาทีสุ ปฏิจฺฉนฺนํ พฺยญฺชนํ กตฺวา เทนฺติ. วิญฺญตฺติยํ วตฺตพฺพํ นตฺถิ.
๖๑๔. อุชฺฌานสญฺญีสิกฺขาปเทปิ คิลาโน น มุจฺจติ.
๖๑๕. นาติมหนฺโต กพโฬติ มยูรณฺฑํ อติมหนฺตํ, กุกฺกุฏณฺฑํ อติขุทฺทกํ, เตสํ เวมชฺฌปฺปมาโณ. ขชฺชเกติ เอตฺถ มูลขาทนียาทิ สพฺพํ คเหตพฺพํ.
จตุตฺโถ วคฺโค.
๕. กพฬวคฺควณฺณนา
๖๑๗. อนาหเฏติ อนาหริเต; มุขทฺวารํ อสมฺปาปิเตติ อตฺโถ.
๖๑๘. สพฺพํ หตฺถนฺติ สกลหตฺถํ.
๖๑๙. สกพเฬนาติ เอตฺถ ธมฺมํ กเถนฺโต หรีตกํ วา ลฏฺฐิมธุกํ วา มุเข ปกฺขิปิตฺวา กเถติ. ยตฺตเกน วจนํ อปริปุณฺณํ น โหติ, ตตฺตเก มุขมฺหิ สนฺเต กเถตุํ วฏฺฏติ.
๖๒๐. ปิณฺฑุกฺเขปกนฺติ ปิณฺฑํ อุกฺขิปิตฺวา อุกฺขิปิตฺวา.
๖๒๑. กพฬาวจฺเฉทกนฺติ กพฬํ อวจฺฉินฺทิตฺวา อวจฺฉินฺทิตฺวา.
๖๒๒. อวคณฺฑการกนฺติ มกฺกโฏ วิย คณฺเฑ กตฺวา กตฺวา.
๖๒๓. หตฺถนิทฺธุนกนฺติ หตฺถํ นิทฺธุนิตฺวา นิทฺธุนิตฺวา.
๖๒๔. สิตฺถาวการกนฺติ สิตฺถานิ อวกิริตฺวา อวกิริตฺวา.
๖๒๕. ชิวฺหานิจฺฉารกนฺติ ชิวฺหํ นิจฺฉาเรตฺวา นิจฺฉาเรตฺวา.
๖๒๖. จปุจปุการกนฺติ จปุ จปูติ เอวํ สทฺทํ กตฺวา กตฺวา.
ปญฺจโม วคฺโค.
๖. สุรุสุรุวคฺควณฺณนา
๖๒๗. สุรุสุรุการกนฺติ สุรุสุรูติ เอวํ สทฺทํ กตฺวา กตฺวา. ทโวติ ปริหาสวจนํ; ตํ เยน เกนจิ ปริยาเยน ‘‘กึ พุทฺโธ, สิลกพุทฺโธ, ปฏิพุทฺโธ; กึ ธมฺโม, โคธมฺโม, อชธมฺโม; กึ สงฺโฆ, มิคสงฺโฆ, ปสุสงฺโฆ’’ติอาทินา นเยน ตีณิ รตนานิ อารพฺภ น กาตพฺพนฺติ อตฺโถ.
๖๒๘. หตฺถนิลฺเลหกนฺติ หตฺถํ นิลฺเลหิตฺวา นิลฺเลหิตฺวา. ภุญฺชนฺเตน หิ องฺคุลิมตฺตมฺปิ นิลฺเลหิตุํ น วฏฺฏติ. ฆนยาคุผาณิตปายาสาทิเก ปน องฺคุลีหิ คเหตฺวา องฺคุลิโย มุเข ปเวเสตฺวา ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. ปตฺตนิลฺเลหกโอฏฺฐนิลฺเลหเกสุปิ เอเสว นโย. ตสฺมา เอกงฺคุลิยาปิ ปตฺโต น นิลฺเลหิตพฺโพ, เอกโอฏฺโฐปิ ชิวฺหาย น นิลฺเลหิตพฺโพ, โอฏฺฐมํเสหิ เอว ปน คเหตฺวา อนฺโต ปเวเสตุํ วฏฺฏติ.
๖๓๑. โกกนเทติ เอวํนามเก. โกกนทนฺติ ปทุมํ วุจฺจติ, โส จ ปาสาโท ปทุมสณฺฐาโน, เตนสฺส โกกนโทเตฺวว นามํ อกํสุ. น สามิเสน หตฺเถน ปานียถาลกนฺติ เอตํ ปฏิกฺกูลวเสน ปฏิกฺขิตฺตํ, ตสฺมา สงฺฆิกมฺปิ ปุคฺคลิกมฺปิ คิหิสนฺตกมฺปิ อตฺตโน สนฺตกมฺปิ สงฺขมฺปิ สราวมฺปิ ถาลกมฺปิ น คเหตพฺพเมว, คณฺหนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. สเจ ปน หตฺถสฺส เอกเทโส อามิสมกฺขิโต น โหติ, เตน ปเทเสน คเหตุํ วฏฺฏติ.
๖๓๒. อุทฺธริตฺวา วาติ สิตฺถานิ อุทกโต อุทฺธริตฺวา เอกสฺมึ ฐาเน ราสึ กตฺวา อุทกํ ฉฑฺเฑติ. ภินฺทิตฺวา วาติ สิตฺถานิ ภินฺทิตฺวา อุทกคติกานิ กตฺวา ฉฑฺเฑติ. ปฏิคฺคเห วาติ ปฏิคฺคเหน ปฏิจฺฉนฺโต นํ ปฏิคฺคเห ฉฑฺเฑติ. นีหริตฺวาติ พหิ นีหริตฺวา ฉฑฺเฑติ; เอวํ ฉฑฺเฑนฺตสฺส อนาปตฺติ.
๖๓๔. เสตจฺฉตฺตนฺติ วตฺถปลิคุณฺฐิตํ ปณฺฑรจฺฉตฺตํ. กิลญฺชจฺฉตฺตนฺติ วิลีวจฺฉตฺตํ. ปณฺณจฺฉตฺตนฺติ ตาลปณฺณาทีหิ เยหิ เกหิจิ กตํ. มณฺฑลพทฺธํ สลากพทฺธนฺติ อิทํ ปน ติณฺณมฺปิ ฉตฺตานํ ปญฺชรทสฺสนตฺถํ วุตฺตํ. ตานิ หิ มณฺฑลพทฺธานิ เจว โหนฺติ สลากพทฺธานิ จ. ยมฺปิ ตตฺถชาตกทณฺฑเกน กตํ เอกปณฺณจฺฉตฺตํ โหติ, ตมฺปิ ฉตฺตเมว. เอเตสุ ยํกิญฺจิ ฉตฺตํ ปาณิมฺหิ อสฺสาติ ฉตฺตปาณิ. โส ตํ ฉตฺตํ ธารยมาโน วา อํเส วา กตฺวา อูรุมฺหิ วา ฐเปตฺวา ยาว หตฺเถน น มุจฺจติ, ตาวสฺส ธมฺมํ เทเสตุํ น วฏฺฏติ, เทเสนฺตสฺส วุตฺตนเยน ทุกฺกฏํ. สเจ ปนสฺส อญฺโญ ฉตฺตํ ธาเรติ, ฉตฺตปาทุกาย วา ฐิตํ โหติ, หตฺถโต อปคตมตฺเต ฉตฺตปาณิ นาม น โหติ. ตสฺส ธมฺมํ เทเสตุํ วฏฺฏติ. ธมฺมปริจฺเฉโท ปเนตฺถ ปทโสธมฺเม วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
๖๓๕. ทณฺฑปาณิสฺสาติ เอตฺถ ทณฺโฑ นาม มชฺฌิมสฺส ปุริสสฺส จตุหตฺถปฺปมาโณ ทณฺฑปาณิภาโว ปนสฺส ฉตฺตปาณิมฺหิ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.
๖๓๖. สตฺถปาณิมฺหิปิ เอเสว นโย. อสึ สนฺนหิตฺวา ฐิโตปิ หิ สตฺถปาณิสงฺขฺยํ น คจฺฉติ.
๖๓๗. อาวุธปาณิสฺสาติ เอตฺถ กิญฺจาปิ วุตฺตํ – ‘‘อาวุธํ นาม จาโป โกทณฺโฑ’’ติ, อถ โข สพฺพาปิ ธนุวิกติ สทฺธึ สรวิกติยา อาวุธนฺติ เวทิตพฺพํ. ตสฺมา สทฺธึ วา สเรน ธนุํ คเหตฺวา สุทฺธธนุํ วา สุทฺธสรํ วา สชิยธนุํ วา นิชฺชิยธนุํ วา คเหตฺวา ฐิตสฺส วา นิสินฺนสฺส วา ธมฺโม เทเสตุํ น วฏฺฏติ. สเจ ปนสฺส ธนุํ กณฺเฐปิ ปฏิมุกฺกํ โหติ, ยาว หตฺเถน น คณฺหาติ, ตาว ธมฺมํ เทเสตุํ วฏฺฏติเยวาติ.
ฉฏฺโฐ วคฺโค.
๗. ปาทุกวคฺควณฺณนา
๖๓๘. อกฺกนฺตสฺสาติ ฉตฺตทณฺฑเก องฺคุลนฺตรํ อปฺปเวเสตฺวา เกวลํ ปาทุกํ อกฺกมิตฺวา ฐิตสฺส. ปฏิมุกฺกสฺสาติ ปฏิมุญฺจิตฺวา ฐิตสฺส. อุปาหนายปิ เอเสว นโย. โอมุกฺโกติ ปเนตฺถ ปณฺหิกพทฺธํ โอมุญฺจิตฺวา ฐิโต วุจฺจติ.
๖๔๐. ยานคตสฺสาติ เอตฺถ สเจปิ ทฺวีหิ ชเนหิ หตฺถสงฺฆาเฏน คหิโต, สาฏเก วา ฐเปตฺวา วํเสน วยฺหติ, อยุตฺเต วา วยฺหาทิเก ยาเน, วิสงฺขริตฺวา วา ฐปิเต จกฺกมตฺเตปิ นิสินฺโน ยานคโตเตฺวว สงฺขฺยํ คจฺฉติ. สเจ ปน เทฺวปิ เอกยาเน นิสินฺนา โหนฺติ, วฏฺฏติ. วิสุํ นิสินฺเนสุปิ อุจฺเจ ยาเน นิสินฺเนน นีเจ นิสินฺนสฺส เทเสตุํ วฏฺฏติ, สมปฺปมาเณปิ วฏฺฏติ. ปุริเม ยาเน นิสินฺเนน ปจฺฉิเม นิสินฺนสฺส วฏฺฏติ. ปจฺฉิเม ปน อุจฺจตเรปิ นิสินฺเนน เทเสตุํ น วฏฺฏติ.
๖๔๑. สยนคตสฺสาติ อนฺตมโส กฏสารเกปิ ปกติภูมิยมฺปิ นิปนฺนสฺส อุจฺเจปิ มญฺจปีเฐ วา ภูมิปเทเส วา ฐิเตน นิสินฺเนน วา เทเสตุํ น วฏฺฏติ. สยนคเตน ปน สยนคตสฺส อุจฺจตเร วา สมปฺปมาเณ วา นิปนฺเนน เทเสตุํ วฏฺฏติ. นิปนฺเนน จ ฐิตสฺส วา นิสินฺนสฺส วา เทเสตุํ วฏฺฏติ, นิสินฺเนนาปิ ฐิตสฺส วา นิสินฺนสฺส วา วฏฺฏติ. ฐิเตน ฐิตสฺเสว วฏฺฏติ.
๖๔๒. ปลฺลตฺถิกายาติ อาโยคปลฺลตฺถิกาย วา หตฺถปลฺลตฺถิกาย วา ทุสฺสปลฺลตฺถิกาย วา ยาย กายจิ ปลฺลตฺถิกาย นิสินฺนสฺส อคิลานสฺส เทเสตุํ น วฏฺฏติ.
๖๔๓. เวฐิตสีสสฺสาติ ทุสฺสเวฐเนน วา โมฬิอาทีหิ วา ยถา เกสนฺโต น ทิสฺสติ; เอวํ เวฐิตสีสสฺส.
๖๔๔. โอคุณฺฐิตสีสสฺสาติ สสีสํ ปารุตสฺส.
๖๔๕. ฉมายํ นิสินฺเนนาติ ภูมิยํ นิสินฺเนน. อาสเน นิสินฺนสฺสาติ อนฺตมโส วตฺถมฺปิ ติณานิปิ สนฺถริตฺวา นิสินฺนสฺส.
๖๔๗. ฉปกสฺสาติ จณฺฑาลสฺส. ฉปกีติ จณฺฑาลี. นิลีโนติ ปฏิจฺฉนฺโน หุตฺวา. ยตฺร หิ นามาติ โย หิ นาม. สพฺพมิทํ จริมํ กตนฺติ ตตฺเถว ปริปตีติ ‘‘สพฺโพ อยํ โลโก สงฺกรํ คโต นิมฺมริยาโท’’ติ อิมํ วจนํ วตฺวา ตตฺเถว เตสํ ทฺวินฺนมฺปิ อนฺตรา รุกฺขโต ปติโต. ปติตฺวา จ ปน อุภินฺนมฺปิ ปุรโต ฐตฺวา อิมํ คาถํ อภาสิ –
‘‘อุโภ อตฺถํ น ชานนฺติ…เป… อสฺมา กุมฺภมิวาภิทา’’ติ.
ตตฺถ อุโภ อตฺถํ น ชานนฺตีติ เทฺวปิ ชนา ปาฬิยา อตฺถํ น ชานนฺติ. ธมฺมํ น ปสฺสเรติ ปาฬึ น ปสฺสนฺติ. กตเม เต อุโภติ? ‘‘โย จายํ มนฺตํ วาเจติ, โย จาธมฺเมนธียตี’’ติ. เอวํ พฺราหฺมณญฺจ ราชานญฺจ อุโภปิ อธมฺมิกภาเว ฐเปสิ.
ตโต พฺราหฺมโณ สาลีนนฺติ คาถมาห. ตสฺสตฺโถ – ชานามหํ โภ ‘‘อยํ อธมฺโม’’ติ; อปิ จ โข มยา ทีฆรตฺตํ สปุตฺตทารปริชเนน รญฺโญ สนฺตโก สาลีนํ โอทโน ภุตฺโต. สุจิมํสูปเสจโนติ นานปฺปการวิกติสมฺปาทิตํ สุจิมํสูปเสจนํ มิสฺสีกรณมสฺสาติ สุจิมํสูปเสจโน. ตสฺมา ธมฺเม น วตฺตามีติ ยสฺมา เอวํ มยา รญฺโญ โอทโน ภุตฺโต, อญฺเญ จ พหู ลาภา ลทฺธา, ตสฺมา ธมฺเม อหํ น วตฺตามิ อุทเร พทฺโธ หุตฺวา, น ธมฺมํ อชานนฺโต. อยญฺหิ ธมฺโม อริเยหิ วณฺณิโต ปสตฺโถ โถมิโตติ ชานามิ.
อถ นํ ฉปโก ‘‘ธิรตฺถู’’ติอาทินา คาถาทฺวเยน อชฺฌภาสิ. ตสฺสตฺโถ – โย ตยา ธนลาโภ จ ยสลาโภ จ ลทฺโธ, ธิรตฺถุ ตํ ธนลาภํ ยสลาภญฺจ พฺราหฺมณ. กสฺมา? ยสฺมา อยํ ตยา ลทฺโธ ลาโภ อายตึ อปาเยสุ วินิปาตนเหตุนา สมฺปติ จ อธมฺมจรเณน วุตฺติ นาม โหติ. เอวรูปา ยา วุตฺติ อายตึ วินิปาเตน อิธ อธมฺมจรเณน วา นิปฺปชฺชติ, กึ ตาย วุตฺติยา? เตน วุตฺตํ –
‘‘ธิรตฺถุ ตํ ธนลาภํ, ยสลาภญฺจ พฺราหฺมณ;
ยา วุตฺติ วินิปาเตน, อธมฺมจรเณน วา’’ติ.
ปริพฺพช มหาพฺรเหฺมติ มหาพฺราหฺมณ อิโต ทิสา สีฆํ ปลายสฺสุ. ปจนฺตญฺเญปิ ปาณิโนติ อญฺเญปิ สตฺตา ปจนฺติ เจว ภุญฺชนฺติ จ; น เกวลํ ตฺวญฺเจว ราชา จ. มา ตฺวํ อธมฺโม อาจริโต อสฺมา กุมฺภมิวาภิทาติ สเจ หิ ตฺวํ อิโต อปริพฺพชิตฺวา อิมํ อธมฺมํ อาจริสฺสสิ, ตโต ตฺวํ โส อธมฺโม เอวํ อาจริโต ยถา อุทกกุมฺภํ ปาสาโณ ภินฺเทยฺย; เอวํ เภจฺฉติ, เตน มยํ ตํ วทาม –
‘‘ปริพฺพช มหาพฺรเหฺม, ปจนฺตญฺเญปิ ปาณิโน;
มา ตฺวํ อธมฺโม อาจริโต, อสฺมา กุมฺภมิวาภิทา’’ติ.
อุจฺเจ อาสเนติ อนฺตมโส ภูมิปฺปเทเสปิ อุนฺนตฏฺฐาเน นิสินฺนสฺส เทเสตุํ น วฏฺฏติ.
๖๔๘. น ฐิโต นิสินฺนสฺสาติ สเจปิ เถรุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา ฐิตํ ทหรภิกฺขุํ อาสเน นิสินฺโน มหาเถโร ปญฺหํ ปุจฺฉติ, น กเถตพฺพํ. คารเวน ปน เถรํ อุฏฺฐหิตฺวา ปุจฺฉถาติ วตฺตุํ น สกฺกา, ปสฺเส ฐิตภิกฺขุสฺส กเถมีติ กเถตุํ วฏฺฏติ.
๖๔๙. น ปจฺฉโต คจฺฉนฺเตนาติ เอตฺถ สเจ ปุรโต คจฺฉนฺโต ปจฺฉโต คจฺฉนฺตํ ปญฺหํ ปุจฺฉติ, น กเถตพฺพํ. ปจฺฉิมสฺส ภิกฺขุโน กเถมีติ กเถตุํ วฏฺฏติ. สทฺธึ อุคฺคหิตธมฺมํ ปน สชฺฌายิตุํ วฏฺฏติ. สมธุเรน คจฺฉนฺตสฺส กเถตุํ วฏฺฏติ.
๖๕๐. น อุปฺปเถนาติ เอตฺถาปิ สเจ เทฺวปิ สกฏปเถ เอเกกจกฺกปเถน วา อุปฺปเถน วา สมธุรํ คจฺฉนฺติ, วฏฺฏติ.
๖๕๑. อสญฺจิจฺจาติ ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐานํ คจฺฉนฺตสฺส สหสา อุจฺจาโร วา ปสฺสาโว วา นิกฺขมติ, อสญฺจิจฺจ กโต นาม อนาปตฺติ.
๖๕๒. น หริเตติ เอตฺถ ยมฺปิ ชีวรุกฺขสฺส มูลํ ปถวิยํ ทิสฺสมานํ คจฺฉติ, สาขา วา ภูมิลคฺคา คจฺฉติ, สพฺพํ หริตสงฺขาตเมว. ขนฺเธ นิสีทิตฺวา อปฺปหริตฏฺฐาเน ปาเตตุํ วฏฺฏติ. อปฺปหริตฏฺฐานํ โอโลเกนฺตสฺเสว สหสา นิกฺขมติ, คิลานฏฺฐาเน ฐิโต โหติ, วฏฺฏติ. อปฺปหริเต กโตติ อปฺปหริตํ อลภนฺเตน ติณณฺฑุปกํ วา ปลาลณฺฑุปกํ วา ฐเปตฺวา กโตปิ ปจฺฉา หริตํ โอตฺถรติ, วฏฺฏติเยว. เขเฬน เจตฺถ สิงฺฆาณิกาปิ สงฺคหิตาติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ.
๖๕๓. น อุทเกติ เอตํ ปริโภคอุทกเมว สนฺธาย วุตฺตํ, วจฺจกุฏิสมุทฺทาทิอุทเกสุ ปน อปริโภเคสุ อนาปตฺติ. เทเว วสฺสนฺเต สมนฺตโต อุทโกโฆ โหติ, อนุทกฏฺฐานํ โอโลเกนฺตสฺเสว นิกฺขมติ, วฏฺฏติ. มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ – ‘‘เอตาทิเส กาเล อนุทกฏฺฐานํ อลภนฺเตน กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ. เสสํ สพฺพสิกฺขาปเทสุ อุตฺตานตฺถเมว.
สตฺตโม วคฺโค.
สมุฏฺฐานาทิทีปนตฺถาย ปเนตฺถ อิทํ ปกิณฺณกํ – อุชฺชคฺฆิกอุจฺจาสทฺทปฏิสํยุตฺตานิ จตฺตาริ, สกพเฬน มุเขน พฺยาหรณํ เอกํ, ฉมานีจาสนฐานปจฺฉโตคมนอุปฺปถคมนปฏิสํยุตฺตานิ ปญฺจาติ อิมานิ ทส สิกฺขาปทานิ สมนุภาสนสมุฏฺฐานานิ กายวาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐหนฺติ, กิริยานิ, สญฺญาวิโมกฺขานิ, สจิตฺตกานิ, โลกวชฺชานิ, กายกมฺมวจีกมฺมานิ, อกุสลจิตฺตานิ, ทุกฺขเวทนานีติ.
สูโปทนวิญฺญตฺติสิกฺขาปทํ เถยฺยสตฺถสมุฏฺฐานํ กายจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ทุกฺขเวทนนฺติ.
ฉตฺตปาณิทณฺฑปาณิสตฺถปาณิอาวุธปาณิปาทุกอุปาหนยานสยนปลฺลตฺถิกเวฐิตโอคุณฺฐิตนามกานิ เอกาทส สิกฺขาปทานิ ธมฺมเทสนสมุฏฺฐานานิ วาจาจิตฺตโต สมุฏฺฐหนฺติ, กิริยากิริยานิ, สญฺญาวิโมกฺขานิ, สจิตฺตกานิ, โลกวชฺชานิ, วจีกมฺมานิ, อกุสลจิตฺตานิ, ทุกฺขเวทนานีติ.
อวเสสานิ เตปณฺณาส สิกฺขาปทานิ ปฐมปาราชิกสมุฏฺฐานานีติ.
สพฺพเสขิเยสุ อาพาธปจฺจยา อนาปตฺติ, ถูปีกตปิณฺฑปาเต สูปพฺยญฺชเนน ปฏิจฺฉาทเน อุชฺฌานสญฺญิมฺหีติ ตีสุ สิกฺขาปเทสุ คิลาโน นตฺถีติ.
เสขิยวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
เสขิยกณฺฑํ นิฏฺฐิตํ.