๓. วิกาลคามปฺปวิสนสิกฺขาปทวณฺณนา

๕๐๘. ตติเย – ติรจฺฉานกถนฺติ อริยมคฺคสฺส ติรจฺฉานภูตํ กถํ. ราชกถนฺติ ราชปฏิสํยุตฺต กถํ. โจรกถาทีสุปิ เอเสว นโย.

๕๑๒. สนฺตํ ภิกฺขุนฺติ เอตฺถ ยํ วตฺตพฺพํ, ตํ จาริตฺตสิกฺขาปเท วุตฺตเมว. สเจ สมฺพหุลา เกนจิ กมฺเมน คามํ ปวิสนฺติ, ‘‘วิกาเล คามปฺปเวสนํ อาปุจฺฉามี’’ติ สพฺเพหิ อญฺญมญฺญํ อาปุจฺฉิตพฺพํ. ตสฺมึ คาเม ตํ กมฺมํ น สมฺปชฺชตีติ อญฺญํ คามํ คจฺฉนฺติ, คามสตมฺปิ โหตุ, ปุน อาปุจฺฉนกิจฺจํ นตฺถิ. สเจ ปน อุสฺสาหํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตฺวา วิหารํ คจฺฉนฺตา อนฺตรา อญฺญํ คามํ ปวิสิตุกามา โหนฺติ, ปุน อาปุจฺฉิตพฺพเมว.

กุลฆเร วา อาสนสาลาย วา ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา เตลภิกฺขาย วา สปฺปิภิกฺขาย วา จริตุกาโม โหติ, สเจ ปสฺเส ภิกฺขุ อตฺถิ, อาปุจฺฉิตฺวา คนฺตพฺพํ. อสนฺเต นตฺถีติ คนฺตพฺพํ. วีถึ โอตริตฺวา ภิกฺขุํ ปสฺสติ, อาปุจฺฉนกิจฺจํ นตฺถิ, อนาปุจฺฉิตฺวาปิ จริตพฺพเมว. คามมชฺเฌน มคฺโค โหติ, เตน คจฺฉนฺตสฺส เตลาทิภิกฺขาย จริสฺสามีติ จิตฺเต อุปฺปนฺเน สเจ ปสฺเส ภิกฺขุ อตฺถิ, อาปุจฺฉิตฺวา จริตพฺพํ. มคฺคา อโนกฺกมฺม ภิกฺขาย จรนฺตสฺส ปน อาปุจฺฉนกิจฺจํ นตฺถิ, อปริกฺขิตฺตสฺส คามสฺส อุปจาโร อทินฺนาทาเน วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.

๕๑๕. อนฺตรารามนฺติอาทีสุ น เกวลํ อนาปุจฺฉา กายพนฺธนํ อพนฺธิตฺวา สงฺฆาฏึ อปารุปิตฺวา คจฺฉนฺตสฺสปิ อนาปตฺติ. อาปทาสูติ สีโห วา พฺยคฺโฆ วา อาคจฺฉติ, เมโฆ วา อุฏฺเฐติ, อญฺโญ วา โกจิ อุปทฺทโว อุปฺปชฺชติ, อนาปตฺติ. เอวรูปาสุ อาปทาสุ พหิคามโต อนฺโตคามํ ปวิสิตุํ วฏฺฏติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว.

กถินสมุฏฺฐานํ – กายวาจโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยากิริยํ, โนสญฺญาวิโมกฺขํ, อจิตฺตกํ, ปณฺณตฺติวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, ติจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.

วิกาลคามปฺปวิสนสิกฺขาปทํ ตติยํ.