๑. มุสาวาทสิกฺขาปทวณฺณนา
เยสํ นวหิ วคฺเคหิ, สงฺคโห สุปฺปติฏฺฐิโต;
ขุทฺทกานํ อยํ ทานิ, เตสํ ภวติ วณฺณนา.
๑. ตตฺถ มุสาวาทวคฺคสฺส ตาว ปฐมสิกฺขาปเท หตฺถโกติ ตสฺส เถรสฺส นามํ. สกฺยานํ ปุตฺโตติ สกฺยปุตฺโต. พุทฺธกาเล กิร สกฺยกุลโต อสีติ ปุริสสหสฺสานิ ปพฺพชึสุ, เตสํ โส อญฺญตโรติ. วาทกฺขิตฺโตติ ‘‘วาทํ กริสฺสามี’’ติ เอวํ ปริวิตกฺกิเตน วาเทน ปรวาทิสนฺติกํ ขิตฺโต ปกฺขิตฺโต ปหิโต เปสิโตติ อตฺโถ. วาทมฺหิ วา สเกน จิตฺเตน ขิตฺโต. ยตฺร ยตฺร วาโท ตตฺร ตเตฺรว สนฺทิสฺสตีติปิ วาทกฺขิตฺโต. อวชานิตฺวา อวชานาตีติ อตฺตโน วาเท กญฺจิ โทสํ สลฺลกฺเขนฺโต ‘‘นายํ มม วาโท’’ติ อวชานิตฺวา ปุน กเถนฺโต กเถนฺโต นิทฺโทสตํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘มเมว อยํ วาโท’’ติ ปฏิชานาติ. ปฏิชานิตฺวา อวชานาตีติ กิสฺมิญฺจิเทว วจเน อานิสํสํ สลฺลกฺเขนฺโต ‘‘อยํ มม วาโท’’ติ ปฏิชานิตฺวา ปุน กเถนฺโต กเถนฺโต ตตฺถ โทสํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘นายํ มม วาโท’’ติ อวชานาติ. อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรตีติ อญฺเญน การเณน อญฺญํ การณํ ปฏิจรติ ปฏิจฺฉาเทติ อชฺโฌตฺถรติ, ‘‘รูปํ อนิจฺจํ ชานิตพฺพโต’’ติ วตฺวา ปุน ‘‘ชาติธมฺมโต’’ติอาทีนิ วทติ. กุรุนฺทิยํ ปน ‘‘เอตสฺส ปฏิจฺฉาทนเหตุํ อญฺญํ พหุํ กเถตี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺรายํ อธิปฺปาโย – ยํ ตํ ปฏิชานนญฺจ อวชานนญฺจ, ตสฺส ปฏิจฺฉาทนตฺถํ ‘‘โก อาห, กึ อาห, กิสฺมึ อาหา’’ติ เอวมาทิ พหุํ ภาสตีติ. ปุน มหาอฏฺฐกถายํ ‘‘อวชานิตฺวา ปฏิชานนฺโต ปฏิชานิตฺวา อวชานนฺโต เอว จ อญฺเญนญฺญํ ปฏิจรตี’’ติ วุตฺตํ. สมฺปชานมุสา ภาสตีติ ชานนฺโต มุสา ภาสติ. สงฺเกตํ กตฺวา วิสํวาเทตีติ ปุเรภตฺตาทีสุ ‘‘อสุกสฺมึ นาม กาเล อสุกสฺมึ นาม ปเทเส วาโท โหตู’’ติ สงฺเกตํ กตฺวา สงฺเกตโต ปุเร วา ปจฺฉา วา คนฺตฺวา ‘‘ปสฺสถ โภ, ติตฺถิยา น อาคตา ปราชิตา’’ติ ปกฺกมติ.
๒. สมฺปชานมุสาวาเทติ ชานิตฺวา ชานนฺตสฺส จ มุสา ภณเน.
๓. วิสํวาทนปุเรกฺขารสฺสาติ วิสํวาทนจิตฺตํ ปุรโต กตฺวา วทนฺตสฺส. วาจาติ มิจฺฉาวาจาปริยาปนฺนวจนสมุฏฺฐาปิกา เจตนา. คิราติ ตาย เจตนาย สมุฏฺฐาปิตสทฺทํ ทสฺเสติ. พฺยปฺปโถติ วจนปโถ; วาจาเยว หิ อญฺเญสมฺปิ ทิฏฺฐานุคติมาปชฺชนฺตานํ ปถภูตโต พฺยปฺปโถติ วุจฺจติ. วจีเภโทติ วจีสญฺญิตาย วาจาย เภโท; ปเภทคตา วาจา เอว เอวํ วุจฺจติ. วาจสิกา วิญฺญตฺตีติ วจีวิญฺญตฺติ. เอวํ ปฐมปเทน สุทฺธเจตนา, มชฺเฌ ตีหิ ตํสมุฏฺฐาปิตสทฺทสหิตา เจตนา, อนฺเต เอเกน วิญฺญตฺติสหิตา เจตนา ‘‘กถิตา’’ติ เวทิตพฺพา. อนริยโวหาราติ อนริยานํ พาลปุถุชฺชนานํ โวหารา.
เอวํ สมฺปชานมุสาวาทํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ อนฺเต วุตฺตานํ สมฺปชานมุสาวาทสงฺขาตานํ อนริยโวหารานํ ลกฺขณํ ทสฺเสนฺโต ‘‘อทิฏฺฐํ ทิฏฺฐํ เม’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อทิฏฺฐํ ทิฏฺฐํ เมติ เอวํ วทโต วจนํ ตํสมุฏฺฐาปิกา วา เจตนา เอโก อนริยโวหาโรติ อิมินา นเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. อปิเจตฺถ จกฺขุวเสน อคฺคหิตารมฺมณํ อทิฏฺฐํ, โสตวเสน อคฺคหิตํ อสุตํ, ฆานาทิวเสน มุนิตฺวา ตีหิ อินฺทฺริเยหิ เอกาพทฺธํ วิย กตฺวา ปตฺวา อคฺคหิตํ อมุตํ, อญฺญตฺร ปญฺจหิ อินฺทฺริเยหิ สุทฺเธน วิญฺญาเณเนว อคฺคหิตํ อวิญฺญาตนฺติ เวทิตพฺพํ. ปาฬิยํ ปน ‘‘อทิฏฺฐํ นาม น จกฺขุนา ทิฏฺฐ’’นฺติ เอวํ โอฬาริเกเนว นเยน เทสนา กตาติ. ทิฏฺฐาทีสุ จ อตฺตนาปิ ปเรนปิ ทิฏฺฐํ ทิฏฺฐเมว. เอวํ สุตมุตวิญฺญาตานีติ อยเมโก ปริยาโย. อปโร นโย ยํ อตฺตนา ทิฏฺฐํ ทิฏฺฐเมว ตํ. เอส นโย สุตาทีสุ. ยํ ปน ปเรน ทิฏฺฐํ, ตํ อตฺตนา สุตฏฺฐาเน ติฏฺฐติ. เอวํ มุตาทีนิปิ.
๔. อิทานิ เตสํ อนริยโวหารานํ วเสน อาปตฺตึ อาโรเปตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘ตีหากาเรหี’’ติอาทิมาห. ตสฺสตฺโถ ‘‘ตีหิ อากาเรหิ ปฐมํ ฌานํ สมาปชฺชินฺติ สมฺปชานมุสา ภณนฺตสฺส อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ เอวมาทิจตุตฺถปาราชิกปาฬิวณฺณนายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. เกวลญฺหิ ตตฺถ ‘‘ปฐมํ ฌานํ สมาปชฺชิ’’นฺติ อิธ ‘‘อทิฏฺฐํ ทิฏฺฐํ เม’’ติ, ตตฺถ จ ‘‘อาปตฺติ ปาราชิกสฺสา’’ติ ‘‘อิธ อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺสา’’ติ เอวํ วตฺถุมตฺเต อาปตฺติมตฺเต จ วิเสโส, เสสํ เอกลกฺขณเมวาติ.
๙. ตีหากาเรหิ ทิฏฺเฐ เวมติโกติอาทีนมฺปิ อตฺโถ ‘‘ทิฏฺฐสฺส โหติ ปาราชิกํ ธมฺมํ อชฺฌาปชฺชนฺโต ทิฏฺเฐ เวมติโก’’ติ เอวมาทิทุฏฺฐโทสปาฬิวณฺณนายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ. ปาฬิมตฺตเมว หิ เอตฺถ วิเสโส, อตฺเถ ปน สเถรวาเท กิญฺจิ นานากรณํ นตฺถิ.
๑๑. สหสา ภณตีติ อวีมํสิตฺวา อนุปธาเรตฺวา วา เวเคน ทิฏฺฐมฺปิ ‘‘อทิฏฺฐํ เม’’ติ ภณติ. อญฺญํ ภณิสฺสามีติ อญฺญํ ภณตีติ มนฺทตฺตา ชฬตฺตา ปกฺขลนฺโต ‘‘จีวร’’นฺติ วตฺตพฺเพ ‘‘จีร’’นฺติ อาทึ ภณติ. โย ปน สามเณเรน ‘‘อปิ ภนฺเต มยฺหํ อุปชฺฌายํ ปสฺสิตฺถา’’ติ วุตฺโต เกฬึ กุรุมาโน ‘‘ตว อุปชฺฌาโย ทารุสกฏํ โยเชตฺวา คโต ภวิสฺสตี’’ติ วา สิงฺคาลสทฺทํ สุตฺวา ‘‘กสฺสายํ ภนฺเต สทฺโท’’ติ วุตฺโต ‘‘มาตุยา เต ยาเนน คจฺฉนฺติยา กทฺทเม ลคฺคจกฺกํ อุทฺธรนฺตานํ อยํ สทฺโท’’ติ วา เอวํ เนว ทวา น รวา อญฺญํ ภณติ, โส อาปตฺตึ อาปชฺชติเยว. อญฺญา ปูรณกถา นาม โหติ, เอโก คาเม โถกํ เตลํ ลภิตฺวา วิหารํ อาคโต สามเณรํ ภณติ – ‘‘ตฺวํ อชฺช กุหึ คโต, คาโม เอกเตโล อโหสี’’ติ วา ปจฺฉิกาย ฐปิตํ ปูวขณฺฑํ ลภิตฺวา ‘‘อชฺช คาเม ปจฺฉิกาหิ ปูเว จาเรสุ’’นฺติ วา, อยํ มุสาวาโทว โหติ. เสสํ อุตฺตานเมวาติ.
ติสมุฏฺฐานํ – กายจิตฺตโต วาจาจิตฺตโต กายวาจาจิตฺตโต จ สมุฏฺฐาติ, กิริยํ, สญฺญาวิโมกฺขํ, สจิตฺตกํ, โลกวชฺชํ, กายกมฺมํ, วจีกมฺมํ, อกุสลจิตฺตํ, ติเวทนนฺติ.
มุสาวาทสิกฺขาปทํ ปฐมํ.