๑. อมฺพปาลิสุตฺตวณฺณนา
๓๖๗. สติปฏฺฐานสํยุตฺตสฺส ปฐเม อมฺพปาลิวเนติ อมฺพปาลิยา นาม รูปูปชีวินิยา โรปิเต อมฺพวเน. ตํ กิร ตสฺสา อุยฺยานํ อโหสิ. สา สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา ปสนฺนจิตฺตา ตตฺถ วิหารํ กาเรตฺวา ตถาคตสฺส นิยฺยาเตสิ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. เอกายนฺวายนฺติ เอกายโน อยํ. ตตฺถ เอกายโนติ เอกมคฺโค. มคฺคสฺส หิ –
‘‘มคฺโค ปนฺโถ ปโถ ปชฺโช, อญฺชสํ วฏุมายนํ;
นาวา อุตฺตรเสตู จ, กุลฺโล จ ภิสิ สงฺกโม’’ติ. (จูฬนิ. ปารายนตฺถุติคาถานิทฺเทโส ๑๐๑) –
พหูนิ นามานิ. สฺวายํ อิธ อยนนาเมน วุตฺโต. ตสฺมา เอกายนฺวายํ, ภิกฺขเว, มคฺโคติ เอตฺถ เอกมคฺโค. อยํ, ภิกฺขเว, มคฺโค, น เทฺวธาปถภูโตติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. มคฺโคติ เกนฏฺเฐน มคฺโค? นิพฺพานคมนฏฺเฐน, นิพฺพานตฺถิเกหิ มคฺคนียฏฺเฐน จ.
สตฺตานํ วิสุทฺธิยาติ ราคาทีหิ มเลหิ อภิชฺฌาวิสมโลภาทีหิ จ อุปกฺกิเลเสหิ สํกิลิฏฺฐจิตฺตานํ สตฺตานํ วิสุทฺธตฺถาย. โสกปริเทวานํ สมติกฺกมายาติ โสกสฺส จ ปริเทวสฺส จ สมติกฺกมาย, ปหานายาติ อตฺโถ. ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมายาติ กายิกทุกฺขสฺส จ เจตสิกโทมนสฺสสฺส จาติ อิเมสํ ทฺวินฺนํ อตฺถงฺคมาย, นิโรธายาติ อตฺโถ. ญายสฺส อธิคมายาติ ญาโย วุจฺจติ อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค, ตสฺส อธิคมาย ปตฺติยาติ วุตฺตํ โหติ. อยญฺหิ ปุพฺพภาเค โลกิโย สติปฏฺฐานมคฺโค ภาวิโต โลกุตฺตรมคฺคสฺส อธิคมาย สํวตฺตติ. เตนาห ‘‘ญายสฺส อธิคมายา’’ติ. นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายาติ ตณฺหาวานวิรหิตตฺตา นิพฺพานนฺติ ลทฺธนามสฺส อมตสฺส สจฺฉิกิริยาย, อตฺตปจฺจกฺขายาติ วุตฺตํ โหติ. อยญฺหิ มคฺโค ภาวิโต อนุปุพฺเพน นิพฺพานสจฺฉิกิริยํ สาเธติ. เตนาห ‘‘นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายา’’ติ.
เอวํ ภควตา สตฺตหิ ปเทหิ เอกายนมคฺคสฺส วณฺโณ ภาสิโต, โส กสฺมาติ เจ? ภิกฺขูนํ อุสฺสาหชนนตฺถํ. วณฺณภาสนญฺหิ สุตฺวา เต ภิกฺขู – ‘‘อยํ กิร มคฺโค หทยสนฺตาปภูตํ โสกํ, วาจาวิปฺปลาปภูตํ ปริเทวํ, กายิกอสาตภูตํ ทุกฺขํ, เจตสิกอสาตภูตํ โทมนสฺสนฺติ จตฺตาโร อุปทฺทเว หรติ. วิสุทฺธึ, ญายํ, นิพฺพานนฺติ ตโย วิเสเส อาวหตี’’ติ อุสฺสาหชาตา อิมํ เทสนํ อุคฺคเหตพฺพํ ปริยาปุณิตพฺพํ, ธาเรตพฺพํ, อิมญฺจ มคฺคํ ภาเวตพฺพํ มญฺญิสฺสนฺติ. อิติ เตสํ ภิกฺขูนํ อุสฺสาหชนนตฺถํ วณฺณํ อภาสิ กมฺพลวาณิชาทโย กมฺพลาทีนํ วณฺณํ วิย.
ยทิทนฺติ นิปาโต, เย อิเมติ อยมสฺส อตฺโถ. จตฺตาโรติ คณนปริจฺเฉโท. เตน ‘‘น ตโต เหฏฺฐา, น อุทฺธ’’นฺติ สติปฏฺฐานปริจฺเฉทํ ทีเปติ. สติปฏฺฐานาติ ตโย สติปฏฺฐานา สติโคจโรปิ, ติธา ปฏิปนฺเนสุ สาวเกสุ สตฺถุโน ปฏิฆานุนยวีติวตฺตตาปิ, สติปิ. ‘‘จตุนฺนํ, ภิกฺขเว, สติปฏฺฐานานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ เทเสสฺสามิ ตํ สุณาถ. โก จ, ภิกฺขเว, กายสฺส สมุทโย? อาหรสมุทยา กายสมุทโย’’ติอาทีสุ (สํ. นิ. ๕.๔๐๘) หิ สติโคจโร สติปฏฺฐานนฺติ วุตฺโต. ตถา ‘‘กาโย อุปฏฺฐานํ, โน สติ, สติ อุปฏฺฐานญฺเจว สติ จา’’ติอาทีสุปิ (ปฏิ. ม. ๒.๓๕). ตสฺส อตฺโถ – ปติฏฺฐาติ อสฺมินฺติ ปฏฺฐานํ. กา ปติฏฺฐาติ? สติ. สติยา ปฏฺฐานํ สติปฏฺฐานํ. ปธานํ ฐานนฺติ วา ปฏฺฐานํ. สติยา ปฏฺฐานํ สติปฏฺฐานํ หตฺถิฏฺฐานอสฺสฏฺฐานาทีนิ วิย.
‘‘ตโย สติปฏฺฐานา, ยทริโย เสวติ, ยทริโย เสวมาโน สตฺถา คณมนุสาสิตุมรหตี’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๑๑) เอตฺถ ติธา ปฏิปนฺเนสุ สาวเกสุ สตฺถุโน ปฏิฆานุนยวีติวตฺตตา สติปฏฺฐานนฺติ วุตฺตา. ตสฺสตฺโถ – ปฏฺฐเปตพฺพโต ปฏฺฐานํ, ปวตฺตยิตพฺพโตติ อตฺโถ. เกน ปฏฺฐเปตพฺโพติ? สติยา. สติยา ปฏฺฐานํ สติปฏฺฐานนฺติ.
‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐานา ภาวิตา พหุลีกตา สตฺต โพชฺฌงฺเค ปริปูเรนฺตี’’ติอาทีสุ (ม. นิ. ๓.๑๔๗; สํ. นิ. ๕.๙๘๙) ปน สติเยว สติปฏฺฐานนฺติ วุตฺตา. ตสฺสตฺโถ – ปติฏฺฐาตีติ ปฏฺฐานํ, อุปฏฺฐาติ โอกฺกนฺทิตฺวา ปกฺขนฺทิตฺวา ปวตฺตตีติ อตฺโถ. สติเยว ปฏฺฐานํ สติปฏฺฐานํ. อถ วา สรณฏฺเฐน สติ, อุปฏฺฐานฏฺเฐน ปฏฺฐานํ, อิติ สติ จ สา ปฏฺฐานญฺจาติปิ สติปฏฺฐานํ. อิทมิธ อธิปฺเปตํ.
ยทิ เอวํ กสฺมา ‘‘สติปฏฺฐานา’’ติ พหุวจนํ กตนฺติ? สตีนํ พหุตฺตา. อารมฺมณเภเทน หิ พหุกา สติโย. อถ ‘‘มคฺโค’’ติ กสฺมา เอกวจนนฺติ? มคฺคนฏฺเฐน เอกตฺตา. จตสฺโสปิ หิ เอตา สติโย มคฺคนฏฺเฐน เอกตฺตํ คจฺฉนฺติ. วุตเญฺหตํ ‘‘มคฺโคติ เกนฏฺเฐน มคฺโค? นิพฺพานมคฺคนฏฺเฐน, นิพฺพานตฺถิเกหิ มคฺคนียฏฺเฐน จา’’ติ. จตสฺโสปิ เจตา อปรภาเค กายาทีสุ อารมฺมเณสุ กิจฺจํ สาธยมานา นิพฺพานํ คจฺฉนฺติ, อาทิโต ปฏฺฐาย จ นิพฺพานตฺถิเกหิ มคฺคิยนฺตีติ ตสฺมา จตสฺโสปิ เอโก มคฺโคติ วุตฺตา. เอวญฺจ สติ วจนานุสนฺธินา สานุสนฺธิกาว เทสนา โหติ.
กตเม จตฺตาโรติ กเถตุกมฺยตาปุจฺฉา. กาเยติ รูปกาเย. กายานุปสฺสีติ กายํ อนุปสฺสนสีโล, กายํ วา อนุปสฺสมาโน. อยญฺหิ ภิกฺขุ อิมํ กายํ อนิจฺจานุปสฺสนาทีนํ สตฺตนฺนํ อนุปสฺสนานํ วเสน อนิจฺจโต อนุปสฺสติ, โน นิจฺจโต, ทุกฺขโต อนุปสฺสติ, โน สุขโต, อนตฺตโต อนุปสฺสติ, โน อตฺตโต, นิพฺพินฺทติ, โน นนฺทติ, วิรชฺชติ, โน รชฺชติ, นิโรเธติ, โน สมุเทติ, ปฏินิสฺสชฺชติ, โน อาทิยติ. โส ตํ อนิจฺจโต อนุปสฺสนฺโต นิจฺจสญฺญํ ปชหติ, ทุกฺขโต อนุปสฺสนฺโต สุขสญฺญํ ปชหติ, อนตฺตโต อนุปสฺสนฺโต อตฺตสญฺญํ ปชหติ, นิพฺพินฺทนฺโต นนฺทึ ปชหติ, วิรชฺชนฺโต ราคํ ปชหติ, นิโรเธนฺโต สมุทยํ ปชหติ, ปฏินิสฺสชฺชนฺโต อาทานํ ปชหตีติ เวทิตพฺโพ.
วิหรตีติ อิรียติ. อาตาปีติ ตีสุ ภเวสุ กิเลเส อาตปตีติ อาตาโป, วีริยสฺเสตํ นามํ. อาตาโป อสฺส อตฺถีติ อาตาปี. สมฺปชาโนติ สมฺปชญฺญสงฺขาเตน ญาเณน สมนฺนาคโต. สติมาติ กายปริคฺคาหิกาย สติยา สมนฺนาคโต. อยํ ปน ยสฺมา สติยา อารมฺมณํ ปริคฺคเหตฺวา ปญฺญาย อนุปสฺสติ. น หิ สติวิรหิตสฺส อนุปสฺสนา นาม อตฺถิ, เตเนวาห ‘‘สติญฺจ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, สพฺพตฺถิกํ วทามี’’ติ (สํ. นิ. ๕.๒๓๔). ตสฺมา เอตฺถ ‘‘กาเย กายานุปสฺสี วิหรตี’’ติ เอตฺตาวตา กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ วุตฺตํ โหติ. อถ วา ยสฺมา อนาตาปิโน อนฺโตสงฺเขโป อนฺตรายกโร โหติ, อสมฺปชาโน อุปายปริคฺคเห อนุปายปริวชฺชเน จ สมฺมุยฺหติ, มุฏฺฐสฺสติ อุปายาปริจฺจาเค อนุปายาปริคฺคเห จ อสมตฺโถ โหติ, เตนสฺส ตํ กมฺมฏฺฐานํ น สมฺปชฺชติ. ตสฺมา เยสํ ธมฺมานํ อานุภาเวน ตํ สมฺปชฺชติ, เตสํ ทสฺสนตฺถํ ‘‘อาตาปี สมฺปชาโน สติมา’’ติ อิทํ วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.
อิติ กายานุปสฺสนาสติปฏฺฐานํ สมฺปโยคงฺคญฺชสฺส ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปหานงฺคํ ทสฺเสตุํ วิเนยฺย โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสนฺติ วุตฺตํ. ตตฺถ วิเนยฺยาติ ตทงฺควินเยน วา วิกฺขมฺภนวินเยน วา วินยิตฺวา. โลเกติ ตสฺมึเยว กาเย. กาโย หิ อิธ ลุชฺชนปลุชฺชนฏฺเฐน โลโกติ อธิปฺเปโต. ยสฺมา ปนสฺส น กายมตฺเตเยว อภิชฺฌาโทมนสฺสํ ปหียติ, เวทนาทีสุปิ ปหียติ เอว. ตสฺมา ‘‘ปญฺจปิ อุปาทานกฺขนฺธา โลโก’’ติ วิภงฺเค (วิภ. ๓๖๒) วุตฺตํ. โลกสงฺขาตตฺตา วา เตสํ ธมฺมานํ อตฺถุทฺธารนเยเนตํ วุตฺตํ. ยํ ปนาห ‘‘ตตฺถ กตโม โลโก, เสฺวว กาโย โลโก’’ติ, อยเมเวตฺถ อตฺโถ. ตสฺมึ โลเก อภิชฺฌาโทมนสฺสํ วิเนยฺยาติ เอวํ สมฺพนฺโธ ทฏฺฐพฺโพ.
เวทนาสูติ เอตฺถ ติสฺโส เวทนา, ตา จ โลกิยา เอว, จิตฺตมฺปิ โลกิยํ, ตถา ธมฺมา. ยถา ปน เวทนา อนุปสฺสิตพฺพา, ตถา อนุปสฺสนฺโต เอส เวทนานุปสฺสีติ เวทิตพฺโพ. เอส นโย จิตฺตธมฺเมสุ. กถญฺจ เวทนา อนุปสฺสิตพฺพาติ? สุขา ตาว เวทนา ทุกฺขโต, ทุกฺขา สลฺลโต, อทุกฺขมสุขา อนิจฺจโต. ยถาห –
‘‘โย สุขํ ทุกฺขโต อทฺท, ทุกฺขมทฺทกฺขิ สลฺลโต;
อทุกฺขมสุขํ สนฺตํ, อทฺทกฺขิ นํ อนิจฺจโต;
ส เว สมฺมทฺทโส ภิกฺขุ, อุปสนฺโต จริสฺสตี’’ติ.
สพฺพา เอว เจตา ทุกฺขาติปิ อนุปสฺสิตพฺพา. วุตฺตเญฺหตํ ‘‘ยํกิญฺจิ เวทยิตํ, สพฺพํ ตํ ทุกฺขสฺมินฺติ วทามี’’ติ (สํ. นิ. ๔.๒๕๙). สุขทุกฺขโตปิ จ อนุปสฺสิตพฺพา, ยถาห – ‘‘สุขา โข, อาวุโส วิสาข, เวทนา ฐิติสุขา วิปริณามทุกฺขา’’ติ (ม. นิ. ๑.๔๖๕) สพฺพํ วิตฺถาเรตพฺพํ. อปิจ อนิจฺจาทิสตฺตอนุปสฺสนาวเสนปิ อนุปสฺสิตพฺพา.
จิตฺตธมฺเมสุปิ จิตฺตํ ตาว อารมฺมณาธิปติสหชาตภูมิกมฺมวิปากกิริยาทินานตฺตเภทานํ อนิจฺจาทิอนุปสฺสนานํ สราคาทีนญฺจ เภทานํ วเสน อนุปสฺสิตพฺพํ. ธมฺมา สลกฺขณสามญฺญลกฺขณานํ สุญฺญตธมฺมสฺส อนิจฺจาทิสตฺตอนุปสฺสนานํ ‘‘สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ กามจฺฉนฺท’’นฺติอาทีนญฺจ ปเภทานํ วเสน อนุปสฺสิตพฺพา. เสสํ วุตฺตนยเมว. อยเมตฺถ สงฺเขโป, วิตฺถาโร ปน ทีฆมชฺฌิมฏฺฐกถาสุ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๓๗๓ อาทโย; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๐๕ อาทโย) สติปฏฺฐานวณฺณนายํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺโพ.