๖. สากจฺฉวคฺโค
๑. อาหารสุตฺตวณฺณนา
๒๓๒. ฉฏฺฐวคฺคสฺส ปฐเม อยมาหาโร อนุปฺปนฺนสฺส วา สติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทายาติอาทีสุ อยํ ปุริมนยโต วิเสโส. น เกวลญฺหิ สติสมฺโพชฺฌงฺคาทีนํ เอเต วุตฺตปฺปการาว อุปฺปาทาย, อุปฺปนฺนานํ วา ภาวนาย ปาริปูริยา ปจฺจยา โหนฺติ, อญฺเญปิ ปน เอวํ เวทิตพฺพา. อปเรปิ หิ จตฺตาโร ธมฺมา สติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ สติสมฺปชญฺญํ มุฏฺฐสฺสติปุคฺคลปริวชฺชนตา อุปฏฺฐิตสฺสติปุคฺคลเสวนตา ตทธิมุตฺตตาติ. อภิกฺกนฺตาทีสุ หิ สตฺตสุ ฐาเนสุ สติสมฺปชญฺเญน, ภตฺตนิกฺขิตฺตกากสทิเส มุฏฺฐสฺสติปุคฺคเล ปริวชฺชเนน, ติสฺสทตฺตตฺเถรอภยตฺเถราทิสทิเส อุปฏฺฐิตสฺสติปุคฺคเล เสวเนน, ฐานนิสชฺชาทีสุ สติสมุฏฺฐาปนตฺถํ นินฺนโปณปพฺภารจิตฺตตาย จ สติสมฺโพชฺฌงฺโค อุปฺปชฺชติ. เอวํ จตูหิ การเณหิ อุปฺปนฺนสฺส ปนสฺส อรหตฺตมคฺเคน ภาวนาปาริปูรี โหติ.
สตฺต ธมฺมา ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ – ปริปุจฺฉกตา วตฺถุวิสทกิริยา อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนา ทุปฺปญฺญปุคฺคลปริวชฺชนา ปญฺญวนฺตปุคฺคลเสวนา คมฺภีรญาณจริยปจฺจเวกฺขณา ตทธิมุตฺตตาติ. ตตฺถ ปริปุจฺฉกตาติ ขนฺธธาตุอายตนอินฺทฺริยพลโพชฺฌงฺคมคฺคงฺคฌานงฺคสมถวิปสฺสนานํ อตฺถสนฺนิสฺสิตปริปุจฺฉาพหุลตา.
วตฺถุวิสทกิริยาติ อชฺฌตฺติกพาหิรานํ วตฺถูนํ วิสทภาวกรณํ. ยทา หิสฺส เกสนขโลมานิ ทีฆานิ โหนฺติ, สรีรํ วา อุสฺสนฺนโทสญฺเจว เสทมลมกฺขิตญฺจ, ตทา อชฺฌตฺติกวตฺถุ อวิสทํ โหติ อปริสุทฺธํ. ยทา ปน จีวรํ ชิณฺณํ กิลิฏฺฐํ ทุคฺคนฺธํ โหติ, เสนาสนํ วา อุกฺลาปํ, ตทา พาหิรวตฺถุ อวิสทํ โหติ อปริสุทฺธํ. ตสฺมา เกสาทิเฉทเนน อุทฺธํวิเรจนอโธวิเรจนาทีหิ สรีรสลฺลหุกภาวกรเณน อุจฺฉาทนนหาปเนน จ อชฺฌตฺติกวตฺถุ วิสทํ กาตพฺพํ. สูจิกมฺมโธวนรชนปริภณฺฑกรณาทีหิ พาหิรวตฺถุ วิสทํ กาตพฺพํ. เอตสฺมิญฺหิ อชฺฌตฺติกพาหิเร วตฺถุมฺหิ อวิสเท อุปฺปนฺเนสุ จิตฺตเจตสิเกสุ ญาณมฺปิ อวิสทํ อปริสุทฺธํ โหติ อปริสุทฺธานิ ทีปกปลฺลกวฏฺฏิเตลานิ นิสฺสาย อุปฺปนฺนทีปสิขาย โอภาโส วิย. วิสเท ปน อชฺฌตฺติกพาหิเร วตฺถุมฺหิ อุปฺปนฺเนสุ จิตฺตเจตสิเกสุ ญาณมฺปิ วิสทํ โหติ ปริสุทฺธานิ ทีปกปลฺลกวฏฺฏิเตลานิ นิสฺสาย อุปฺปนฺนทีปสิขาย โอภาโส วิย. เตน วุตฺตํ – ‘‘วตฺถุวิสทกิริยา ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตตี’’ติ.
อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนา นาม สทฺธาทีนํ อินฺทฺริยานํ สมภาวกรณํ. สเจ หิสฺส สทฺธินฺทฺริยํ พลวํ โหติ, อิตรานิ มนฺทานิ, ตโต วีริยินฺทฺริยํ ปคฺคหกิจฺจํ, สตินฺทฺริยํ อุปฏฺฐานกิจฺจํ, สมาธินฺทฺริยํ อวิกฺเขปกิจฺจํ, ปญฺญินฺทฺริยํ ทสฺสนกิจฺจํ กาตุํ น สกฺโกติ. ตสฺมา ตํ ธมฺมสภาวปจฺจเวกฺขเณน วา, ยถา วา มนสิกโรโต พลวํ ชาตํ, ตถา อมนสิกรเณน หาเปตพฺพํ. วกฺกลิตฺเถรวตฺถุ เจตฺถ นิทสฺสนํ. สเจ ปน วีริยินฺทฺริยํ พลวํ โหติ, อถ เนว สทฺธินฺทฺริยํ อธิโมกฺขกิจฺจํ กาตุํ สกฺโกติ, น อิตรานิ อิตรกิจฺจเภทํ. ตสฺมา ตํ ปสฺสทฺธาทิภาวนาย หาเปตพฺพํ. ตตฺถาปิ โสณตฺเถรสฺส วตฺถุ ทสฺเสตพฺพํ. เอวํ เสเสสุปิ เอกสฺส พลวภาเว สติ อิตเรสํ อตฺตโน กิจฺเจสุ อสมตฺถตา เวทิตพฺพา.
วิเสสโต ปเนตฺถ สทฺธาปญฺญานํ สมาธิวีริยานญฺจ สมตํ ปสํสนฺติ. พลวสทฺโธ หิ มนฺทปญฺโญ มุธปฺปสนฺโน โหติ, อวตฺถุสฺมึ ปสีทติ. พลวปญฺโญ ปน มนฺทสทฺโธ เกราฏิกปกฺขํ ภชติ, เภสชฺชสมุฏฺฐิโต วิย โรโค อเตกิจฺโฉ โหติ. จิตฺตุปฺปาทมตฺเตเนว กุสลํ โหตีติ อติธาวิตฺวา ทานาทีนิ อกโรนฺโต นิรเย อุปฺปชฺชติ. อุภินฺนํ สมตาย วตฺถุสฺมึเยว ปสีทติ. พลวสมาธึ ปน มนฺทวีริยํ สมาธิสฺส โกสชฺชปกฺขตฺตา โกสชฺชํ อภิภวติ. พลววีริยํ มนฺทสมาธึ วีริยสฺส อุทฺธจฺจปกฺขตฺตา อุทฺธจฺจํ อภิภวติ. สมาธิ ปน วีริเยน สํโยชิโต โกสชฺเช ปติตุํ น ลภติ, วีริยํ สมาธินา สํโยชิตํ อุทฺธจฺเจ ปติตุํ น ลภติ. ตสฺมา ตทุภยํ สมํ กาตพฺพํ. อุภยสมตาย หิ อปฺปนา โหติ.
อปิ จ สมาธิกมฺมิกสฺส พลวตีปิ สทฺธา วฏฺฏติ. เอวํ สทฺทหนฺโต โอกปฺเปนฺโต อปฺปนํ ปาปุณิสฺสติ. สมาธิปญฺญาสุ ปน สมาธิกมฺมิกสฺส เอกคฺคตา พลวตี วฏฺฏติ. เอวญฺหิ โส อปฺปนํ ปาปุณาติ. วิปสฺสนากมฺมิกสฺส ปญฺญา พลวตี วฏฺฏติ. เอวญฺหิ โส ลกฺขณปฏิเวธํ ปาปุณาติ. อุภินฺนํ ปน สมตายปิ อปฺปนา โหติเยว. สติ ปน สพฺพตฺถ พลวตี วฏฺฏติ. สติ หิ จิตฺตํ อุทฺธจฺจปกฺขิกานํ สทฺธาวีริยปญฺญานํ วเสน อุทฺธจฺจปาตโต, โกสชฺชปกฺขิเกน จ สมาธินา โกสชฺชปาตโต รกฺขติ. ตสฺมา สา โลณธูปนํ วิย สพฺพพฺยญฺชเนสุ, สพฺพกมฺมิกอมจฺโจ วิย จ สพฺพราชกิจฺเจสุ สพฺพตฺถ อิจฺฉิตพฺพา. เตนาห ‘‘สติ จ ปน สพฺพตฺถิกา วุตฺตา ภควตา. กึ การณา? จิตฺตญฺหิ สติปฏิสรณํ, อารกฺขปจฺจุปฏฺฐานา จ สติ, น วินา สติยา จิตฺตสฺส ปคฺคหนิคฺคโห โหตี’’ติ.
ทุปฺปญฺญปุคฺคลปริวชฺชนา นาม ขนฺธาทิเภเท อโนคาฬฺหปญฺญานํ ทุมฺเมธปุคฺคลานํ อารกา ปริวชฺชนํ. ปญฺญวนฺตปุคฺคลเสวนา นาม สมปญฺญาสลกฺขณปริคฺคาหิกาย อุทยพฺพยปญฺญาย สมนฺนาคตปุคฺคลเสวนา. คมฺภีรญาณจริยปจฺจเวกฺขณา นาม คมฺภีเรสุ ขนฺธาทีสุ ปวตฺตาย คมฺภีรปญฺญาย ปเภทปจฺจเวกฺขณา. ตทธิมุตฺตตา นาม ฐานนิสชฺชาทีสุ ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺคสมุฏฺฐาปนตฺถํ นินฺนโปณปพฺภารจิตฺตตา. เอวํ อุปฺปนฺนสฺส ปนสฺส อรหตฺตมคฺเคน ภาวนาปาริปูรี โหติ.
เอกาทส ธมฺมา วีริยสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ – อปายภยปจฺจเวกฺขณตา, อานิสํสทสฺสาวิตา, คมนวีถิปจฺจเวกฺขณตา, ปิณฺฑปาตาปจายนตา, ทายชฺชมหตฺตปจฺจเวกฺขณตา, สตฺถุมหตฺตปจฺจเวกฺขณตา, ชาติมหตฺตปจฺจเวกฺขณตา, สพฺรหฺมจาริมหตฺตปจฺจเวกฺขณตา, กุสีตปุคฺคลปริวชฺชนตา, อารทฺธวีริยปุคฺคลเสวนตา, ตทธิมุตฺตตาติ.
ตตฺถ ‘‘นิรเยสุ ปญฺจวิธพนฺธนกมฺมการณโต ปฏฺฐาย มหาทุกฺขํ อนุภวนกาเลปิ, ติรจฺฉานโยนิยํ ชาลขิปนกุมีนาทีหิ คหิตกาเลปิ, ปาชนกณฺฏกาทิปฺปหารตุนฺนสฺส ปน สกฏวหนาทิกาเลปิ, เปตฺติวิสเย อเนกานิปิ วสฺสสหสฺสานิ เอกํ พุทฺธนฺตรมฺปิ ขุปฺปิปาสาหิ อาตุรีภูตกาเลปิ, กาลกญฺจิกอสุเรสุ สฏฺฐิหตฺถอสีติหตฺถปฺปมาเณน อฏฺฐิจมฺมมตฺเตเนว อตฺตภาเวน วาตาตปาทิทุกฺขานุภวนกาเลปิ น สกฺกา วีริยสมฺโพชฺฌงฺคํ อุปฺปาเทตุํ. อยเมว เต ภิกฺขุ กาโล’’ติ เอวํ อปายภยํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปิ วีริยสมฺโพชฺฌงฺโค อุปฺปชฺชติ.
‘‘น สกฺกา กุสีเตน นวโลกุตฺตรธมฺมํ ลทฺธุํ, อารทฺธวีริเยเนว สกฺกา อยมานิสํโส วีริยสฺสา’’ติ เอวํ อานิสํสทสฺสาวิโนปิ อุปฺปชฺชติ. ‘‘สพฺพพุทฺธ-ปจฺเจกพุทฺธ-มหาสาวเกเหว คตมคฺโค เต คนฺตพฺโพ. โส จ น สกฺกา กุสีเตน คนฺตุ’’นฺติ เอวํ คมนวีถึ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปิ อุปฺปชฺชติ.
‘‘เย ตํ ปิณฺฑปาตาทีหิ อุปฏฺฐหนฺติ, อิเม เต มนุสฺสา เนว ญาตกา, น ทาสกมฺมกรา, นาปิ ‘ตํ นิสฺสาย ชีวิสฺสามา’ติ เต ปณีตานิ ปิณฺฑปาตาทีนิ เทนฺติ. อถ โข อตฺตโน การานํ มหปฺผลตํ ปจฺจาสีสมานา เทนฺติ. สตฺถาราปิ ‘‘อยํ อิเม ปจฺจเย ปริภุญฺชิตฺวา กายทฬฺหิพหุโล สุขํ วิหริสฺสตี’’ติ น เอวํ สมฺปสฺสตา ตุยฺหํ ปจฺจยา อนุญฺญาตา, อถ โข ‘‘อยํ อิเม ปริภุญฺชมาโนว สมณธมฺมํ กตฺวา วฏฺฏทุกฺขโต มุจฺจิสฺสตี’ติ เต ปจฺจยา อนุญฺญาตา, โส ทานิ ตฺวํ กุสีโต วิหรนฺโต น ตํ ปิณฺฑํ อปจายิสฺสสิ, อารทฺธวีริยสฺเสว หิ ปิณฺฑปาตาปจายนํ นาม โหตี’’ติ เอวํ ปิณฺฑปาตาปจายนํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปิ อุปฺปชฺชติ มหามิตฺตตฺเถรสฺส วิย.
เถโร กิร กสฺสกเลเณ นาม ปฏิวสติ. ตสฺเสว โคจรคาเม เอกา มหาอุปาสิกา เถรํ ปุตฺตํ กตฺวา ปฏิชคฺคติ. สา เอกทิวสํ อรญฺญํ คจฺฉนฺตี ธีตรํ อาห – ‘‘อมฺม, อสุกสฺมึ ฐาเน ปุราณตณฺฑุลา, อสุกสฺมึ ขีรํ, อสุกสฺมึ สปฺปิ, อสุกสฺมึ ผาณิตํ, ตว ภาติกสฺส อยฺยมิตฺตสฺส อาคตกาเล ภตฺตํ ปจิตฺวา ขีรสปฺปิผาณิเตหิ สทฺธึ เทหิ, ตฺวญฺจ ภุญฺเชยฺยาสิ, อหํ ปน หิยฺโย ปกฺกํ ปาริวาสิกภตฺตํ กญฺชิเยน ภุตฺตามฺหี’’ติ. ‘‘ทิวา กึ ภุญฺชิสฺสสิ, อมฺมา’’ติ? ‘‘สากปณฺณํ ปกฺขิปิตฺวา กณตณฺฑุเลหิ อมฺพิลยาคุํ ปจิตฺวา ฐเปหิ, อมฺมา’’ติ.
เถโร จีวรํ ปารุปิตฺวา ปตฺตํ นีหรนฺโตว ตํ สทฺทํ สุตฺวา อตฺตานํ โอวทิ ‘‘มหาอุปาสิกา กิร กญฺชิเยน ปาริวาสิกภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา ทิวาปิ กณปณฺณมฺพิลยาคุํ ภุญฺชิสฺสติ, ตุยฺหํ อตฺถาย ปน ปุราณตณฺฑุลาทีนิ อาจิกฺขติ, ตํ นิสฺสาย โข ปเนสา เนว เขตฺตํ น วตฺถุํ น ภตฺตํ น วตฺถํ ปจฺจาสีสติ, ติสฺโส ปน สมฺปตฺติโย ปตฺถยมานา เทติ, ตฺวํ เอติสฺสา ตา สมฺปตฺติโย ทาตุํ สกฺขิสฺสสิ, น สกฺขิสฺสสีติ, อยํ โข ปน ปิณฺฑปาโต ตยา สราเคน สโทเสน สโมเหน น สกฺกา คณฺหิตุ’’นฺติ ปตฺตํ ถวิกาย ปกฺขิปิตฺวา คณฺฐิกํ มุญฺจิตฺวา นิวตฺติตฺวา กสฺสกเลณเมว คนฺตฺวา ปตฺตํ เหฏฺฐามญฺเจ, จีวรํ จีวรวํเส ฐเปตฺวา ‘‘อรหตฺตํ อปาปุณิตฺวา น นิกฺขมิสฺสามี’’ติ วีริยํ อธิฏฺฐหิตฺวา นิสีทิ. ทีฆรตฺตํ อปฺปมตฺโต หุตฺวา นิวุตฺถภิกฺขุ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ปุเรภตฺตเมว อรหตฺตํ ปตฺวา วิกสมานมิว ปทุมํ มหาขีณาสโว สิตํ กโรนฺโตว นิกฺขมิ. เลณทฺวาเร รุกฺขมฺหิ อธิวตฺถา เทวตา –
‘‘นโม เต ปุริสาชญฺญ, นโม เต ปุริสุตฺตม;
ยสฺส เต อาสวา ขีณา, ทกฺขิเณยฺโยสิ มาริสา’’ติ. –
อุทานํ อุทาเนตฺวา ‘‘ภนฺเต, ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐานํ ตุมฺหาทิสานํ อรหนฺตานํ ภิกฺขํ ทตฺวา มหลฺลกิตฺถิโย ทุกฺขา มุจฺจิสฺสนฺตี’’ติ อาห. เถโร อุฏฺฐหิตฺวา ทฺวารํ วิวริตฺวา กาลํ โอโลเกนฺโต ‘‘ปาโตเยวา’’ติ ญตฺวา ปตฺตจีวรํ อาทาย คามํ ปาวิสิ.
ทาริกาปิ ภตฺตํ สมฺปาเทตฺวา ‘‘อิทานิ เม ภาตา อาคมิสฺสติ, อิทานิ อาคมิสฺสตี’’ติ ทฺวารํ โอโลกยมานา นิสีทิ. สา เถเร ฆรทฺวารํ สมฺปตฺเต ปตฺตํ คเหตฺวา สปฺปิผาณิตโยชิตสฺส ขีรปิณฺฑปาตสฺส ปูเรตฺวา หตฺเถ ฐเปสิ. เถโร ‘‘สุขํ โหตู’’ติ อนุโมทนํ กตฺวา ปกฺกามิ. สาปิ ตํ โอโลกยมานาว อฏฺฐาสิ. เถรสฺส หิ ตทา อติวิย ปริสุทฺโธ ฉวิวณฺโณ อโหสิ, วิปฺปสนฺนานิ อินฺทฺริยานิ, มุขํ พนฺธนา มุตฺตตาลปกฺกํ วิย อติวิย วิโรจิตฺถ.
มหาอุปาสิกา อรญฺญโต อาคนฺตฺวา ‘‘กึ, อมฺม, ภาติโก เต อาคโต’’ติ ปุจฺฉิ. สา สพฺพํ ตํ ปวตฺตึ อาโรเจสิ. อุปาสิกา ‘‘อชฺช เม ปุตฺตสฺส ปพฺพชิตกิจฺจํ มตฺถกํ ปตฺต’’นฺติ ญตฺวา ‘‘อภิรมติ เต, อมฺม, ภาตา พุทฺธสาสเน, น อุกฺกณฺฐตี’’ติ อาห.
‘‘มหนฺตํ โข ปเนตํ สตฺถุทายชฺชํ, ยทิทํ สตฺต อริยธนานิ นาม, ตํ น สกฺกา กุสีเตน คเหตุํ. ยถา หิ วิปฺปฏิปนฺนํ ปุตฺตํ มาตาปิตโร ‘อยํ อมฺหากํ อปุตฺโต’ติ ปริพาหิรํ กโรนฺติ, โส เตสํ อจฺจเยน ทายชฺชํ น ลภติ, เอวํ กุสีโตปิ อิทํ อริยธนทายชฺชํ น ลภติ, อารทฺธวีริโยว ลภตี’’ติ ทายชฺชมหตฺตํ ปจฺจเวกฺขโตปิ อุปฺปชฺชติ.
‘‘มหา โข ปน เต สตฺถา, สตฺถุโน หิ เต มาตุกุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธิคฺคหณกาเลปิ อภินิกฺขมเนปิ อภิสมฺโพธิยมฺปิ ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตน-ยมกปาฏิหาริย-เทโวโรหน-อายุสงฺขารโวสฺสชฺชเนสุปิ ปรินิพฺพานกาเลปิ ทสสหสฺสิโลกธาตุ อกมฺปิตฺถ. ยุตฺตํ นุ โข เต เอวรูปสฺส สตฺถุ สาสเน ปพฺพชิตฺวา กุสีเตน ภวิตุ’’นฺติ เอวํ สตฺถุมหตฺตํ ปจฺจเวกฺขโตปิ อุปฺปชฺชติ.
‘‘ชาติยาปิ ตฺวํ อิทานิ น ลามกชาติโก, อสมฺภินฺนาย มหาสมฺมตปเวณิยา อาคตอุกฺกากราชวํเส ชาโตสิ, สุทฺโธทนมหาราชสฺส จ มหามายาเทวิยา จ นตฺตา, ราหุลภทฺทสฺส กนิฏฺโฐ, ตยา นาม เอวรูเปน ชินปุตฺเตน หุตฺวา น ยุตฺตํ กุสีเตน วิหริตุ’’นฺติ เอวํ ชาติมหตฺตํ ปจฺจเวกฺขโตปิ อุปฺปชฺชติ.
‘‘สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานา เจว อสีติ มหาสาวกา จ วีริเยเนว โลกุตฺตรธมฺมํ ปฏิวิชฺฌึสุ. ตฺวํ ปน เอเตสํ สพฺรหฺมจารีนํ มคฺคํ ปฏิปชฺชสิ, น ปฏิปชฺชสี’’ติ เอวํ สพฺรหฺมจาริมหตฺตํ ปจฺจเวกฺขโตปิ อุปฺปชฺชติ.
กุจฺฉึ ปูเรตฺวา ฐิตอชครสทิเส วิสฺสฏฺฐกายิกเจตสิกวีริเย กุสีตปุคฺคเล ปริวชฺเชนฺตสฺสาปิ, อารทฺธวีริเย ปหิตตฺเต ปุคฺคเล เสวนฺตสฺสาปิ ฐานนิสชฺชาทีสุ วีริยุปฺปาทนตฺถํ นินฺนโปณปพฺภารจิตฺตสฺสาปิ อุปฺปชฺชติ. เอวํ อุปฺปนฺนสฺส ปนสฺส อรหตฺตมคฺเคน ภาวนาปาริปูรี โหติ.
เอกาทส ธมฺมา ปีติสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ – พุทฺธานุสฺสติ ธมฺโม, สงฺโฆ, สีลํ, จาโค, เทวตานุสฺสติ, อุปสมานุสฺสติ, ลูขปุคฺคลปริวชฺชนตา, สินิทฺธปุคฺคลเสวนตา, ปสาทนียสุตฺตนฺตปจฺจเวกฺขณตา, ตทธิมุตฺตตาติ.
พุทฺธคุเณ อนุสฺสรนฺตสฺสาปิ หิ ยาว อุปจารา สกลสรีรํ ผรมาโน ปีติสมฺโพชฺฌงฺโค อุปฺปชฺชติ, ธมฺมสงฺฆคุเณ อนุสฺสรนฺตสฺสาปิ, ทีฆรตฺตํ อขณฺฑํ กตฺวา รกฺขิตํ จตุปาริสุทฺธิสีลํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปิ, คิหิโน ทสสีลปญฺจสีลานิ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปิ, ทุพฺภิกฺขภยาทีสุ ปณีตํ โภชนํ สพฺรหฺมจารีนํ ทตฺวา ‘‘เอวํ นาม อทมฺหา’’ติ จาคํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปิ, คิหิโนปิ เอวรูเป กาเล สีลวนฺตานํ ทินฺนทานํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปิ, เยหิ คุเณหิ สมนฺนาคตา เทวตฺตํ ปตฺตา, ตถารูปานํ อตฺตนิ อตฺถิตํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปิ, สมาปตฺติยา วิกฺขมฺภิตา กิเลสา สฏฺฐิปิ สตฺตติปิ วสฺสานิ น สมุทาจรนฺตีติ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปิ, เจติยทสฺสนโพธิทสฺสนเถรทสฺสเนสุ อสกฺกจฺจกิริยาย สํสูจิตลูขภาเว พุทฺธาทีสุ ปสาทสิเนหาภาเวน คทฺรภปิฏฺฐรชสทิเส ลูขปุคฺคเล ปริวชฺเชนฺตสฺสาปิ, พุทฺธาทีสุ ปสาทพหุเล มุทุจิตฺเต สินิทฺธปุคฺคเล เสวนฺตสฺสาปิ, รตนตฺตยคุณปริทีปเก ปสาทนีเย สุตฺตนฺเต ปจฺจเวกฺขนฺตสฺสาปิ, ฐานนิสชฺชาทีสุ ปีติอุปฺปาทนตฺถํ นินฺนโปณปพฺภารจิตฺตสฺสาปิ อุปฺปชฺชติ. เอวํ อุปฺปนฺนสฺส ปนสฺส อรหตฺตมคฺเคน ภาวนาปาริปูรี โหติ.
สตฺต ธมฺมา ปสฺสทฺธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ – ปณีตโภชนเสวนตา, อุตุสุขเสวนตา, อิริยาปถสุขเสวนตา, มชฺฌตฺตปโยคตา, สารทฺธกายปุคฺคลปริวชฺชนตา, ปสฺสทฺธกาย-ปุคฺคลเสวนตา, ตทธิมุตฺตตาติ.
ปณีตญฺหิ สินิทฺธํ โภชนํ ภุญฺชนฺตสฺสาปิ, สีตุเณฺหสุ อุตูสุ ฐานาทีสุ จ อิริยาปเถสุ สปฺปายํ อุตุญฺจ อิริยาปถญฺจ เสวนฺตสฺสาปิ ปสฺสทฺธิ อุปฺปชฺชติ. โย ปน มหาปุริสชาติโก สพฺพอุตุอิริยาปถกฺขโมว โหติ, น ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ยสฺส สภาควิสภาคตา อตฺถิ, ตสฺเสว วิสภาเค อุตุอิริยาปเถ วชฺเชตฺวา สภาเค เสวนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ. มชฺฌตฺตปโยโค วุจฺจติ อตฺตโน จ ปรสฺส จ กมฺมสฺสกตปจฺจเวกฺขณา. อิมินา มชฺฌตฺตปโยเคน อุปฺปชฺชติ. โย เลฑฺฑุทณฺฑาทีหิ ปรํ วิเหฐยมาโนว วิจรติ, เอวรูปํ สารทฺธกายปุคฺคลํ ปริวชฺเชนฺตสฺสาปิ, สํยตปาทปาณึ ปสฺสทฺธกายํ ปุคฺคลํ เสวนฺตสฺสาปิ, ฐานนิสชฺชาทีสุ ปสฺสทฺธิอุปฺปาทนตฺถาย นินฺนโปณปพฺภารจิตฺตสฺสาปิ อุปฺปชฺชติ. เอวํ อุปฺปนฺนสฺส ปนสฺส อรหตฺตมคฺเคน ภาวนาปาริปูรี โหติ.
ทส ธมฺมา สมาธิสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ – วตฺถุวิสทกิริยตา, อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนตา, นิมิตฺตกุสลตา, สมเย จิตฺตสฺส ปคฺคณฺหนตา, สมเย จิตฺตสฺส นิคฺคณฺหนตา, สมเย สมฺปหํสนตา, สมเย อชฺฌุเปกฺขนตา, อสมาหิตปุคฺคลปริวชฺชนตา, สมาหิตปุคฺคลเสวนตา, ตทธิมุตฺตตาติ. ตตฺถ วตฺถุวิสทกิริยตา จ อินฺทฺริยสมตฺตปฏิปาทนตา จ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพา.
นิมิตฺตกุสลตา นาม กสิณนิมิตฺตสฺส อุคฺคหณกุสลตา. สมเย จิตฺตสฺส ปคฺคณฺหนตาติ ยสฺมึ สมเย อติสิถิลวีริยตาทีหิ ลีนํ จิตฺตํ โหติ, ตสฺมึ สมเย ธมฺมวิจยวีริยปีติสมฺโพชฺฌงฺคสมุฏฺฐาปเนน ตสฺส ปคฺคณฺหนํ. สมเย จิตฺตสฺส นิคฺคณฺหนตาติ ยสฺมึ สมเย อจฺจารทฺธวีริยตาทีหิ อุทฺธตํ จิตฺตํ โหติ, ตสฺมึ สมเย ปสฺสทฺธิสมาธิอุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสมุฏฺฐาปเนน ตสฺส นิคฺคณฺหนํ. สมเย สมฺปหํสนตาติ ยสฺมึ สมเย จิตฺตํ ปญฺญาปโยคมนฺทตาย วา อุปสมสุขานํ วิคเมน วา นิรสฺสาทํ โหติ, ตสฺมึ สมเย อฏฺฐสํเวควตฺถุปจฺจเวกฺขเณน สํเวเชติ. อฏฺฐ สํเวควตฺถูนิ นาม ชาติชราพฺยาธิมรณานิ จตฺตาริ, อปายทุกฺขํ ปญฺจมํ, อตีเต วฏฺฏมูลกํ ทุกฺขํ, อนาคเต วฏฺฏมูลกํ ทุกฺขํ, ปจฺจุปฺปนฺเน อาหารปริเยฏฺฐิมูลกํ ทุกฺขนฺติ. รตนตฺตยคุณานุสฺสรเณน จ ปสาทํ ชเนติ, อยํ วุจฺจติ ‘‘สมเย สมฺปหํสนตา’’ติ.
สมเย อชฺฌุเปกฺขนตา นาม ยสฺมึ สมเย สมฺมาปฏิปตฺตึ อาคมฺม อลีนํ อนุทฺธตํ อนิรสฺสาทํ อารมฺมเณ สมปฺปวตฺตํ สมถวีถิปฏิปนฺนํ จิตฺตํ โหติ, ตทาสฺส ปคฺคหนิคฺคหสมฺปหํสเนสุ น พฺยาปารํ อาปชฺชติ สารถิ วิย สมปฺปวตฺเตสุ อสฺเสสุ. อยํ วุจฺจติ ‘‘สมเย อชฺฌุเปกฺขนตา’’ติ. อสมาหิตปุคฺคลปริวชฺชนตา นาม อุปจารํ วา อปฺปนํ วา อปฺปตฺตานํ วิกฺขิตฺตจิตฺตานํ ปุคฺคลานํ อารกา ปริวชฺชนํ. สมาหิตปุคฺคลเสวนตา นาม อุปจาเรน วา อปฺปนาย วา สมาหิตจิตฺตานํ เสวนา ภชนา ปยิรุปาสนา. ตทธิมุตฺตตา นาม ฐานนิสชฺชาทีสุ สมาธิอุปฺปาทนตฺถเมว นินฺนโปณปพฺภารจิตฺตตา. เอวญฺหิ ปฏิปชฺชโต เอส อุปฺปชฺชติ. เอวํ อุปฺปนฺนสฺส ปนสฺส อรหตฺตมคฺเคน ภาวนาปาริปูรี โหติ.
ปญฺจ ธมฺมา อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺคสฺส อุปฺปาทาย สํวตฺตนฺติ – สตฺตมชฺฌตฺตตา, สงฺขารมชฺฌตฺตตา, สตฺตสงฺขารเกลายนปุคฺคลปริวชฺชนตา, สตฺตสงฺขารมชฺฌตฺตปุคฺคลเสวนตา, ตทธิมุตฺตตาติ. ตตฺถ ทฺวีหากาเรหิ สตฺตมชฺฌตฺตตํ สมุฏฺฐาเปติ – ‘‘ตฺวํ อตฺตโนว กมฺเมน อาคนฺตฺวา อตฺตโนว กมฺเมน คมิสฺสสิ, เอโสปิ อตฺตโน กมฺเมน อาคนฺตฺวา อตฺตโนว กมฺเมน คมิสฺสติ, ตฺวํ กํ เกลายสี’’ติ เอวํ กมฺมสฺสกตปจฺจเวกฺขเณน จ – ‘‘ปรมตฺถโต สตฺโตเยว นตฺถิ, โส ตฺวํ กํ เกลายสี’’ติ เอวํ นิสฺสตฺตปจฺจเวกฺขเณน จ. ทฺวีเหวากาเรหิ สงฺขารมชฺฌตฺตตํ สมุฏฺฐาเปติ – ‘‘อิทํ จีวรํ อนุปุพฺเพน วณฺณวิการตญฺเจว ชิณฺณภาวญฺจ อุปคนฺตฺวา ปาทปุญฺฉนโจฬกํ หุตฺวา ยฏฺฐิโกฏิยา ฉฑฺฑนียํ ภวิสฺสติ, สเจ ปนสฺส สามิโก ภเวยฺย, นายํ เอวํ วินสฺสิตุํ ทเทยฺยา’’ติ เอวํ อสฺสามิกภาวปจฺจเวกฺขเณน จ, ‘‘อนทฺธนิยํ อิทํ ตาวกาลิก’’นฺติ เอวํ ตาวกาลิกภาวปจฺจเวกฺขเณน จ. ยถา จ จีวเร, เอวํ ปตฺตาทีสุปิ โยชนา กาตพฺพา.
สตฺตสงฺขารเกลายนปุคฺคลปริวชฺชนตาติ เอตฺถ โย ปุคฺคโล คิหิ วา อตฺตโน ปุตฺตธีตาทิเก, ปพฺพชิโต วา อตฺตโน อนฺเตวาสิกสมานุปชฺฌายกาทิเก มมายติ, สหตฺถาว เนสํ เกสจฺเฉทน-สูจิกมฺม-จีวรโธวน-รชน-ปตฺตปจนาทีนิ กโรติ, มุหุตฺตมฺปิ อปสฺสนฺโต ‘‘อสุโก สามเณโร กุหึ, อสุโก ทหโร กุหิ’’นฺติ ภนฺตมิโค วิย อิโต จิโต จ อาโลเกติ, อญฺเญน เกสจฺเฉทนาทีนํ อตฺถาย ‘‘มุหุตฺตํ ตาว อสุกํ เปเสถา’’ติ ยาจิยมาโนปิ ‘‘อเมฺหปิ ตํ อตฺตโน กมฺมํ น กาเรม, ตุเมฺห นํ คเหตฺวา กิลเมสฺสถา’’ติ น เทติ, อยํ สตฺตเกลายโน นาม. โย ปน จีวรปตฺตถาลกกตฺตรยฏฺฐิอาทีนิ มมายติ, อญฺญสฺส หตฺเถน ปรามสิตุมฺปิ น เทติ, ตาวกาลิกํ ยาจิโตปิ ‘‘มยมฺปิ อิมํ ธนายนฺตา น ปริภุญฺชาม, ตุมฺหากํ กึ ทสฺสามา’’ติ วทติ, อยํ สงฺขารเกลายโน นาม. โย ปน เตสุ ทฺวีสุปิ วตฺถูสุ มชฺฌตฺโต อุทาสิโน, อยํ สตฺตสงฺขารมชฺฌตฺโต นาม. อิติ อยํ อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺโค เอวรูปํ สตฺตสงฺขารเกลายนปุคฺคลํ อารกา ปริวชฺเชนฺตสฺสาปิ, สตฺตสงฺขารมชฺฌตฺตปุคฺคลํ เสวนฺตสฺสาปิ, ฐานนิสชฺชาทีสุ ตทุปฺปาทนตฺถํ นินฺนโปณปพฺภารจิตฺตสฺสาปิ อุปฺปชฺชติ. เอวํ อุปฺปนฺนสฺส ปนสฺส อรหตฺตมคฺเคน ภาวนาปาริปูรี โหติ.
อสุภนิมิตฺตนฺติ อุทฺธุมาตกาทิเภทา ทส อสุภารมฺมณา ธมฺมา. โยนิโสมนสิการพหุลีกาโรติ เอตฺถ ปน โยนิโสมนสิกาโร นาม อุปายมนสิกาโร, ปถมนสิกาโร, อุปฺปาทกมนสิกาโร. อปิจ ฉ ธมฺมา กามจฺฉนฺทสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺติ – อสุภนิมิตฺตสฺส อุคฺคโห, อสุภภาวนานุโยโค, อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารตา, โภชเน มตฺตญฺญุตา, กลฺยาณมิตฺตตา, สปฺปายกถาติ.
ทสวิธญฺหิ อสุภนิมิตฺตํ อุคฺคณฺหนฺตสฺสาปิ กามจฺฉนฺโท ปหียติ, ภาเวนฺตสฺสาปิ, อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารสฺสาปิ, จตุนฺนํ ปญฺจนฺนํ อาโลปานํ โอกาเส สติ อุทกํ ปิวิตฺวา ยาปนสีลตาย โภชเน มตฺตญฺญุโนปิ. เตเนตํ วุตฺตํ –
‘‘จตฺตาโร ปญฺจ อาโลเป, อภุตฺวา อุทกํ ปิเว;
อลํ ผาสุวิหาราย, ปหิตตฺตสฺส ภิกฺขุโน’’ติ. (เถรคา. ๙๘๓);
อสุภกมฺมิกติสฺสตฺเถรสทิเส อสุภภาวนารเต กลฺยาณมิตฺเต เสวนฺตสฺสาปิ กามจฺฉนฺโท ปหียติ, ฐานนิสชฺชาทีสุ ทสอสุภนิมิตฺตาย-สปฺปายกถายปิ ปหียติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ฉ ธมฺมา กามจฺฉนฺทสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ. อิเมหิ ปน ฉหิ ธมฺเมหิ ปหีนสฺส กามจฺฉนฺทสฺส อรหตฺตมคฺเคน อายตึ อนุปฺปาโท โหติ.
เมตฺตา เจโตวิมุตฺตีติ เอตฺถ เมตฺตาติ วุตฺเต อปฺปนาปิ อุปจาโรปิ วฏฺฏติ, เจโตวิมุตฺตีติ อปฺปนาเยว. โยนิโสมนสิกาโร วุตฺตลกฺขโณว. อปิจ ฉ ธมฺมา พฺยาปาทสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺติ – เมตฺตานิมิตฺตสฺส อุคฺคโห, เมตฺตาภาวนานุโยโค, กมฺมสฺสกตาปจฺจเวกฺขณตา, ปฏิสงฺขานพหุลตา, กลฺยาณมิตฺตตา, สปฺปายกถาติ.
โอทิสฺสกอโนทิสฺสกทิสาผรณานญฺหิ อญฺญตรวเสน เมตฺตํ อุคฺคณฺหนฺตสฺสาปิ พฺยาปาโท ปหียติ, ตถา โอธิโสอโนธิโสทิสาผรณวเสน เมตฺตํ ภาเวนฺตสฺสาปิ. ‘‘ตฺวํ เอตสฺส กุทฺโธ กึ กริสฺสสิ? กิมสฺส สีลาทีนิ นาเสตุํ สกฺขิสฺสสิ? นนุ ตฺวํ อตฺตโน กมฺเมน อาคนฺตฺวา อตฺตโน กมฺเมเนว คมิสฺสสิ? ปรสฺส กุชฺฌนํ นาม วีตจฺจิกงฺคารตตฺตอยสลากคูถาทีนิ คเหตฺวา ปรํ ปหริตุกามตาสทิสํ โหติ. เอโสปิ ตว กุทฺโธ กึ กริสฺสติ? กึ เต สีลาทีนิ วินาเสตุํ สกฺขิสฺสติ? เอส อตฺตโน กมฺเมน อาคนฺตฺวา อตฺตโน กมฺเมเนว คมิสฺสติ? อปฺปฏิจฺฉิตปเหณกํ วิย ปฏิวาตํ ขิตฺตรโชมุฏฺฐิ วิย จ เอตสฺเสเวส โกโธ มตฺถเก ปติสฺสตี’’ติ เอวํ อตฺตโน จ ปรสฺส จ กมฺมสฺสกตํ ปจฺจเวกฺขโตปิ, อุภยกมฺมสฺสกตํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปฏิสงฺขาเน ฐิตสฺสาปิ, อสฺสคุตฺตตฺเถรสทิเส เมตฺตาภาวนารเต กลฺยาณมิตฺเต เสวนฺตสฺสาปิ พฺยาปาโท ปหียติ, ฐานนิสชฺชาทีสุ เมตฺตานิสฺสิตสปฺปายกถายปิ ปหียติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ฉ ธมฺมา พฺยาปาทสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ. อิเมหิ ปน ฉหิ ธมฺเมหิ ปหีนสฺส พฺยาปาทสฺส อนาคามิมคฺเคน อายตึ อนุปฺปาโท โหติ.
อตฺถิ ภิกฺขเว อรตีติอาทิ วุตฺตตฺถเมว. อปิ จ ฉ ธมฺมา ถินมิทฺธสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺติ – อติโภชเน นิมิตฺตคฺคาโห, อิริยาปถสมฺปริวตฺตนตา, อาโลกสญฺญามนสิกาโร, อพฺโภกาสวาโส, กลฺยาณมิตฺตตา, สปฺปายกถาติ.
อาหรหตฺถกํ, ภุตฺตวมิตกํ, ตตฺรวฏฺฏกํ, อลํสาฏกํ, กากมาสกโภชนํ ภุญฺชิตฺวา รตฺติฏฺฐานทิวาฏฺฐาเน นิสินฺนสฺส หิ สมณธมฺมํ กโรโต ถินมิทฺธํ มหาหตฺถี วิย โอตฺถรนฺตํ อาคจฺฉติ, จตุปญฺจอาโลปโอกาสํ ปน ฐเปตฺวา ปานียํ ปิวิตฺวา ยาปนสีลสฺส ภิกฺขุโน ตํ น โหตีติ เอวํ อติโภชเน นิมิตฺตํ คณฺหนฺตสฺสปิ ถินมิทฺธํ ปหียติ. ยสฺมึ อิริยาปเถ ถินมิทฺธํ โอกฺกมติ, ตโต อญฺญํ ปริวตฺเตนฺตสฺสาปิ, รตฺตึ จนฺทาโลกทีปาโลกอุกฺกาโลเก ทิวา สูริยาโลกํ มนสิกโรนฺตสฺสาปิ, อพฺโภกาเส วสนฺตสฺสาปิ, มหากสฺสปตฺเถรสทิเส ปหีนถินมิทฺเธ กลฺยาณมิตฺเต เสวนฺตสฺสาปิ ถินมิทฺธํ ปหียติ, ฐานนิสชฺชาทีสุ ธุตงฺคนิสฺสิตสปฺปายกถายปิ ปหียติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ฉ ธมฺมา ถินมิทฺธสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ. อิเมหิ ปน ฉหิ ธมฺเมหิ ปหีนสฺส ถินมิทฺธสฺส อรหตฺตมคฺเคน อายตึ อนุปฺปาโท โหติ.
อตฺถิ ภิกฺขเว เจตโส วูปสโมติอาทีนิ วุตฺตตฺถาเนว. อปิจ ฉ ธมฺมา อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺติ – พหุสฺสุตตา, ปริปุจฺฉกตา, วินเย ปกตญฺญุตา, วุทฺธเสวิตตา, กลฺยาณมิตฺตตา, สปฺปายกถาติ.
พาหุสจฺเจนปิ หิ เอกํ วา เทฺว วา ตโย วา จตฺตาโร วา ปญฺจ วา นิกาเย ปาฬิวเสน จ อตฺถวเสน จ อุคฺคณฺหนฺตสฺสาปิ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ปหียติ, กปฺปิยากปฺปิยปริปุจฺฉาพหุลสฺสาปิ, วินยปญฺญตฺติยํ จิณฺณวสีภาวตาย ปกตญฺญุโนปิ, วุทฺเธ มหลฺลกตฺเถเร อุปสงฺกมนฺตสฺสาปิ, อุปาลิตฺเถรสทิเส วินยธเร กลฺยาณมิตฺเต เสวนฺตสฺสาปิ, อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ ปหียติ, ฐานนิสชฺชาทีสุ กปฺปิยากปฺปิยนิสฺสิตสปฺปายกถายปิ ปหียติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ฉ ธมฺมา อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจสฺส ปหานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ. อิเมหิ ปน ฉหิ ธมฺเมหิ ปหีเน อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺเจ อุทฺธจฺจสฺส อรหตฺตมคฺเคน, กุกฺกุจฺจสฺส อนาคามิมคฺเคน อายตึ อนุปฺปาโท โหตีติ.
กุสลากุสลา ธมฺมาติอาทีนิปิ วุตฺตตฺถาเนว. อปิจ ฉ ธมฺมา วิจิกิจฺฉาย ปหานาย สํวตฺตนฺติ – พหุสฺสุตตา, ปริปุจฺฉกตา, วินเย ปกตญฺญุตา, อธิโมกฺขพหุลตา, กลฺยาณมิตฺตตา, สปฺปายกถาติ.
พาหุสจฺเจนปิ หิ เอกํ วา…เป… ปญฺจ วา นิกาเย ปาฬิวเสน จ อตฺถวเสน จ อุคฺคณฺหนฺตสฺสาปิ วิจิกิจฺฉา ปหียติ, ตีณิ รตนานิ อารพฺภ ปริปุจฺฉาพหุลสฺสาปิ, วินเย จิณฺณวสีภาวสฺสาปิ, ตีสุ รตเนสุ โอกปฺปนิยสทฺธาสงฺขาตอธิโมกฺขพหุลสฺสาปิ, สทฺธาธิมุตฺเต วกฺกลิตฺเถรสทิเส กลฺยาณมิตฺเต เสวนฺตสฺสาปิ วิจิกิจฺฉา ปหียติ, ฐานนิสชฺชาทีสุ ติณฺณํ รตนานํ คุณนิสฺสิตสปฺปายกถายปิ ปหียติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ฉ ธมฺมา วิจิกิจฺฉาย ปหานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ. อิเมหิ ปน ฉหิ ธมฺเมหิ ปหีนาย วิจิกิจฺฉาย โสตาปตฺติมคฺเคน อายตึ อนุปฺปาโท โหติ. อิติ ภควา อิมสฺมึ สุตฺเต เทสนํ ตีหิ ภเวหิ นิวตฺเตตฺวา อรหตฺเตน กูฏํ คณฺหิ. เทสนาปริโยสาเน ปญฺจสตา ภิกฺขู อรหตฺตํ ปาปุณึสุ.
๒. ปริยายสุตฺตวณฺณนา
๒๓๓. ทุติเย สมฺพหุลาติ วินยปริยาเยน ตโย ชนา สมฺพหุลาติ วุจฺจนฺติ, ตโต ปรํ สงฺโฆ. สุตฺตนฺตปริยาเยน ตโย ตโย เอว, ตโต อุทฺธํ สมฺพหุลา. อิธ สุตฺตนฺตปริยาเยน สมฺพหุลาติ เวทิตพฺพา. ปิณฺฑาย ปวิสึสูติ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐา. เต ปน น ตาว ปวิฏฺฐา, ‘‘ปวิสิสฺสามา’’ติ นิกฺขนฺตตฺตา ปน ปวิสึสูติ วุตฺตา. ยถา กึ? ยถา ‘‘คามํ คมิสฺสามี’’ติ นิกฺขนฺตปุริโส ตํ คามํ อปตฺโตปิ ‘‘กหํ อิตฺถนฺนาโม’’ติ วุตฺเต ‘‘คามํ คโต’’ติ วุจฺจติ, เอวํ. ปริพฺพาชกานํ อาราโมติ เชตวนสฺส อวิทูเร อญฺญติตฺถิยานํ ปริพฺพาชกานํ อาราโม อตฺถิ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. สมโณ อาวุโสติ อาวุโส ตุมฺหากํ สตฺถา สมโณ โคตโม.
มยมฺปิ โข อาวุโส สาวกานํ เอวํ ธมฺมํ เทเสมาติ ติตฺถิยานํ สมเย ‘‘ปญฺจ นีวรณา ปหาตพฺพา, สตฺต โพชฺฌงฺคา ภาเวตพฺพา’’ติ เอตํ นตฺถิ. เต ปน อารามํ คนฺตฺวา ปริสปริยนฺเต ฐตฺวา อญฺญํ โอโลเกนฺโต วิย อญฺญวิหิตกา วิย หุตฺวา ภควโต ธมฺมเทสนํ สุณนฺติ. ตโต ‘‘สมโณ โคตโม ‘อิทํ ปชหถ อิทํ ภาเวถา’ติ วทตี’’ติ สลฺลกฺเขตฺวา อตฺตโน อารามํ คนฺตฺวา อารามมชฺเฌ อาสนํ ปญฺญาเปตฺวา อุปฏฺฐายกอุปฏฺฐายิกาหิ ปริวุตา สีสํ อุกฺขิปิตฺวา กายํ อุนฺนาเมตฺวา อตฺตโน สยมฺภูญาเณน ปฏิวิทฺธาการํ ทสฺเสนฺตา – ‘‘ปญฺจ นีวรณา นาม ปหาตพฺพา, สตฺต โพชฺฌงฺคา นาม ภาเวตพฺพา’’ติ กเถนฺติ.
อิธ โน อาวุโสติ เอตฺถ อิธาติ อิมสฺมึ ปญฺญาปเน. โก วิเสโสติ กึ อธิกํ? โก อธิปฺปยาโสติ โก อธิกปฺปโยโค? กึ นานากรณนฺติ กึ นานตฺตํ? ธมฺมเทสนาย วา ธมฺมเทสนนฺติ ยทิทํ สมณสฺส วา โคตมสฺส ธมฺมเทสนาย สทฺธึ อมฺหากํ ธมฺมเทสนํ, อมฺหากํ วา ธมฺมเทสนาย สทฺธึ สมณสฺส โคตมสฺส ธมฺมเทสนํ อารพฺภ นานากรณํ วุจฺเจยฺย, ตํ กินฺนามาติ วทนฺติ. ทุติยปเทปิ เอเสว นโย.
เนว อภินนฺทึสูติ ‘‘เอวเมว’’นฺติ น สมฺปฏิจฺฉึสุ. นปฺปฏิกฺโกสึสูติ ‘‘นยิทํ เอว’’นฺติ น ปฏิเสธึสุ. กึ ปน เต ปโหนฺตา เอวํ อกํสุ, อุทาหุ อปฺปโหนฺตาติ? ปโหนฺตา. น หิ เต เอตฺตกํ กถํ กเถตุํ น สกฺโกนฺติ ‘‘อาวุโส ตุมฺหากํ สมเย ปญฺจ นีวรณา ปหาตพฺพา นาม นตฺถิ, สตฺต โพชฺฌงฺคา ภาเวตพฺพา นาม นตฺถี’’ติ. เอวํ ปน เตสํ อโหสิ – ‘‘อตฺถิ โน เอตํ กถาปาภตํ, มยํ เอตํ สตฺถุ อาโรเจสฺสาม, อถ โน สตฺถา มธุรธมฺมเทสนํ เทเสสฺสตี’’ติ.
ปริยาโยติ การณํ. น เจว สมฺปายิสฺสนฺตีติ สมฺปาเทตฺวา กเถตุํ น สกฺขิสฺสนฺติ. อุตฺตริญฺจ วิฆาตนฺติ อสมฺปายนโต อุตฺตริมฺปิ ทุกฺขํ อาปชฺชิสฺสนฺติ. สมฺปาเทตฺวา กเถตุํ อสกฺโกนฺตานญฺหิ ทุกฺขํ อุปฺปชฺชติ. ยถา ตํ, ภิกฺขเว, อวิสยสฺมินฺติ เอตฺถ ตนฺติ นิปาตมตฺตํ, ยถาติ การณวจนํ, ยสฺมา อวิสเย ปโญฺห ปุจฺฉิโตติ อตฺโถ. สเทวเกติ สห เทเวหิ สเทวเก. สมารกาทีสุปิ เอเสว นโย. เอวํ ตีณิ ฐานานิ โลเก ปกฺขิปิตฺวา เทฺว ปชายาติ, ปญฺจหิปิ สตฺตโลกเมว ปริยาทิยิตฺวา เอตสฺมึ สเทวกาทิเภเท โลเก เทวํ วา มนุสฺสํ วา น สมนุปสฺสามีติ ทีเปติ. อิโต วา ปน สุตฺวาติ อิโต วา ปน มม สาสนโต สุตฺวา. อิโต สุตฺวา หิ ตถาคโต ตถาคตสาวโกปิ อาราเธยฺย, ปริโตเสยฺย, อญฺญถา อาราธนา นาม นตฺถีติ ทสฺเสติ.
อิทานิ อตฺตโน เตสํ ปญฺหานํ เวยฺยากรเณน จิตฺตาราธนํ ทสฺเสนฺโต กตโม จ ภิกฺขเว ปริยาโยติอาทิมาห. ตตฺถ อชฺฌตฺตํ กามจฺฉนฺโทติ อตฺตโน ปญฺจกฺขนฺเธ อารพฺภ อุปฺปนฺนฉนฺทราโค. พหิทฺธา กามจฺฉนฺโทติ ปเรสํ ปญฺจกฺขนฺเธ อารพฺภ อุปฺปนฺนฉนฺทราโค. อุทฺเทสํ คจฺฉตีติ คณนํ คจฺฉติ. อชฺฌตฺตํ พฺยาปาโทติ อตฺตโน หตฺถปาทาทีสุ อุปฺปนฺนปฏิโฆ. พหิทฺธา พฺยาปาโทติ ปเรสํ เตสุ อุปฺปนฺนปฏิโฆ. อชฺฌตฺตํ ธมฺเมสุ วิจิกิจฺฉาติ อตฺตโน ขนฺเธสุ วิมติ. พหิทฺธา ธมฺเมสุ วิจิกิจฺฉาติ พหิทฺธา อฏฺฐสุ ฐาเนสุ มหาวิจิกิจฺฉา. อชฺฌตฺตํ ธมฺเมสุ สตีติ อชฺฌตฺติเก สงฺขาเร ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส อุปฺปนฺนา สติ. พหิทฺธา ธมฺเมสุ สตีติ พหิทฺธา สงฺขาเร ปริคฺคณฺหนฺตสฺส อุปฺปนฺนา สติ. ธมฺมวิจยสมฺโพชฺฌงฺเคปิ เอเสว นโย.
กายิกนฺติ จงฺกมํ อธิฏฺฐหนฺตสฺส อุปฺปนฺนวีริยํ. เจตสิกนฺติ – ‘‘น ตาวาหํ อิมํ ปลฺลงฺกํ ภินฺทิสฺสามิ, ยาว เม อนุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺจิสฺสตี’’ติ เอวํ กายปโยคํ วินา อุปฺปนฺนวีริยํ. กายปฺปสฺสทฺธีติ ติณฺณํ ขนฺธานํ ทรถปสฺสทฺธิ. จิตฺตปฺปสฺสทฺธีติ วิญฺญาณกฺขนฺธสฺส ทรถปสฺสทฺธิ. อุเปกฺขาสมฺโพชฺฌงฺเค สติสมฺโพชฺฌงฺคสทิโสว วินิจฺฉโย.
อิมสฺมึ สุตฺเต มิสฺสกสมฺโพชฺฌงฺคา กถิตา. เอเตสุ หิ อชฺฌตฺตธมฺเมสุ สติ, ปวิจโย, อุเปกฺขาติ อิเม อตฺตโน ขนฺธารมฺมณตฺตา โลกิยาว โหนฺติ, ตถา มคฺคํ อปตฺตํ กายิกวีริยํ. อวิตกฺกอวิจารา ปน ปีติสมาธี กิญฺจาปิ รูปาวจรา โหนฺติ, รูปาวจเร ปน โพชฺฌงฺคา น ลพฺภนฺตีติ โลกุตฺตราว โหนฺติ. เย จ เถรา พฺรหฺมวิหารวิปสฺสนาปาทกชฺฌานาทีสุ โพชฺฌงฺเค อุทฺธรนฺติ, เตสํ มเตน รูปาวจราปิ อรูปาวจราปิ โหนฺติ. โพชฺฌงฺเคสุ หิ อรูปาวจเร ปีติเยว เอกนฺเตน น ลพฺภติ, เสสา ฉ มิสฺสกาว โหนฺตีติ. เทสนาปริโยสาเน เกจิ ภิกฺขู โสตาปนฺนา ชาตา, เกจิ สกทาคามี, เกจิ อนาคามี, เกจิ อรหนฺโตติ.
๓. อคฺคิสุตฺตวณฺณนา
๒๓๔. ตติเย สติญฺจ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, สพฺพตฺถิกํ วทามีติ โลณธูปนํ วิย สพฺพกมฺมิกามจฺจํ วิย จ สพฺพตฺถ อิจฺฉิตพฺพํ วทามีติ อตฺโถ. ยถา หิ โลณธูปนํ สพฺพพฺยญฺชเนสุปิ นิวิสติ, ยถา จ สพฺพกมฺมิโก อมจฺโจ โยธกมฺมมฺปิ กโรติ มนฺตกมฺมมฺปิ ปฏิหารกมฺมมฺปีติ สพฺพกิจฺจานิ สาเธติ, เอวํ อุทฺธตสฺส จิตฺตสฺส นิคฺคณฺหนํ, ลีนสฺส ปคฺคณฺหนนฺติ สพฺพเมตํ สติยา อิชฺฌติ, น สกฺกา วินา สติยา เอตํ สมฺปาเทตุํ, ตสฺมา เอวมาห. อิมสฺมึ สุตฺเต ปุพฺพภาควิปสฺสนา โพชฺฌงฺคาว กถิตา.
๔. เมตฺตาสหคตสุตฺตวณฺณนา
๒๓๕. จตุตฺเถ เมตฺตาสหคเตน เจตสาติอาทิ สพฺพํ สพฺพากาเรน วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๒๔๐-๒๔๑) วิตฺถาริตเมว. มยมฺปิ โข, อาวุโส, สาวกานํ เอวํ ธมฺมํ เทเสมาติ อิทมฺปิ เต ปุริมนเยเนว สตฺถุ ธมฺมเทสนํ สุตฺวา วทนฺติ. ติตฺถิยานญฺหิ สมเย ปญฺจนีวรณปฺปหานํ วา เมตฺตาทิพฺรหฺมวิหารภาวนา วา นตฺถิ. กึ คติกา โหตีติ กึ นิปฺผตฺติ โหติ. กึ ปรมาติ กึ อุตฺตมา. กึ ผลาติ กึ อานิสํสา. กึ ปริโยสานาติ กึ นิฏฺฐา. เมตฺตาสหคตนฺติ เมตฺตาย สหคตํ สํสฏฺฐํ สมฺปยุตฺตํ. เอเสว นโย สพฺพตฺถ. วิเวกนิสฺสิตาทีนิ วุตฺตตฺถาเนว.
อปฺปฏิกูลนฺติ ทุวิธํ อปฺปฏิกูลํ – สตฺตอปฺปฏิกูลญฺจ, สงฺขารอปฺปฏิกูลญฺจ. ตสฺมึ อปฺปฏิกูเล อิฏฺเฐ วตฺถุสฺมินฺติ อตฺโถ. ปฏิกูลสญฺญีติ อนิฏฺฐสญฺญี. กถํ ปเนตฺถ เอวํ วิหรติ? อสุภผรณํ วา อนิจฺจนฺติ มนสิการํ วา กโรนฺโต. วุตฺตเญฺหตํ ปฏิสมฺภิทายํ ‘‘กถํ อปฺปฏิกูเล ปฏิกูลสญฺญี วิหรติ. อิฏฺฐสฺมึ วตฺถุสฺมึ อสุภาย วา ผรติ, อนิจฺจโต วา อุปสํหรตี’’ติ. ปฏิกูเล ปน อนิฏฺเฐ วตฺถุสฺมึ เมตฺตาผรณํ วา ธาตุมนสิการํ วา กโรนฺโต อปฺปฏิกูลสญฺญี วิหรติ นาม. ยถาห ‘‘กถํ ปฏิกูเล อปฺปฏิกูลสญฺญี วิหรติ. อนิฏฺฐสฺมึ วตฺถุสฺมึ เมตฺตาย วา ผรติ, ธาตุโต วา อุปสํหรตี’’ติ (ปฏิ. ม. ๒.๑๗). อุภยมิสฺสกปเทสุปิ เอเสว นโย. อปฺปฏิกูลปฺปฏิกูเลสุ หิ ตเทว อสุภผรณํ วา อนิจฺจนฺติ มนสิการํ วา กโรนฺโต ปฏิกูลสญฺญี วิหรติ นาม. ปฏิกูลาปฏิกูเลสุ จ ตเทว เมตฺตาผรณํ วา ธาตุมนสิการํ วา กโรนฺโต อปฺปฏิกูลสญฺญี วิหรติ นาม. ‘‘จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา เนว สุมโน โหตี’’ติอาทินา (ปฏิ. ม. ๒.๑๗) นเยน วุตฺตํ ปน ฉฬงฺคุเปกฺขํ ปวตฺตยมาโน ‘‘อปฺปฏิกูเล จ ปฏิกูเล จ ตทุภยํ อภินิวชฺเชตฺวา อุเปกฺขโก ตตฺถ วิหรติ สโต สมฺปชาโน’’ติ เวทิตพฺโพ.
เอตฺตาวตา จ อิมสฺส ภิกฺขุโน เมตฺตาย ติกจตุกฺกชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ตเทว ปาทกํ กตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อรหตฺตํ ปตฺตสฺส สห วิปสฺสนาย มคฺคสมฺโพชฺฌงฺคานํ อริยิทฺธิยา จ ทสฺสิตตฺตา เทสนา วินิวฏฺเฏตพฺพา สิยา. อิทํ ปน เมตฺตาฌานํ ปาทกํ กตฺวา สงฺขาเร สมฺมสนฺโตปิ โย อรหตฺตํ ปาปุณิตุํ น สกฺโกติ, ยสฺมา ตสฺส อรหตฺตปรมา เมตฺตา น โหติ. ยํปรมา ปน โหติ, ตํ ทสฺเสตพฺพํ. ตสฺมา ตสฺส ทสฺสนตฺถํ อยํ เทสนา อารทฺธา. ปรโต สพฺพโส วา ปน รูปสญฺญานํ สมติกฺกมาติอาทีสุปิ อิมินา นเยน ปุน เทสนารมฺภปโยชนํ เวทิตพฺพํ.
สุภปรมนฺติ สุภนิฏฺฐํ, สุภโกฏิกํ, สุภนิปฺผตฺตึ. อิธปญฺญสฺสาติ อิเธว ปญฺญา อสฺส, นยิมํ โลกํ อติกฺกมตีติ อิธปญฺโญ, ตสฺส อิธปญฺญสฺส, โลกิยปญฺญสฺสาติ อตฺโถ. อุตฺตริวิมุตฺตึ อปฺปฏิวิชฺฌโตติ โลกุตฺตรธมฺมํ อปฺปฏิวิชฺฌนฺตสฺส. โย ปน ปฏิวิชฺฌิตุํ สกฺโกติ, ตสฺส อรหตฺตปรมาว เมตฺตา โหตีติ อตฺโถ. กรุณาทีสุปิ เอเสว นโย.
กสฺมา ปเนตาสํ เมตฺตาทีนํ สุภปรมาทิตา วุตฺตา ภควตาติ? สภาควเสน ตสฺส ตสฺส อุปนิสฺสยตฺตา. เมตฺตาวิหาริสฺส หิ สตฺตา อปฺปฏิกูลา โหนฺติ, อถสฺส อปฺปฏิกูลปริจยา อปฺปฏิกูเลสุ ปริสุทฺธวณฺเณสุ นีลาทีสุ จิตฺตํ อุปสํหรโต อปฺปกสิเรเนว ตตฺถ จิตฺตํ ปกฺขนฺทติ. อิติ เมตฺตา สุภวิโมกฺขสฺส อุปนิสฺสโย โหติ, น ตโต ปรํ, ตสฺมา สุภปรมาติ วุตฺตา.
กรุณาวิหาริสฺส อุณฺหาภิฆาตาทิรูปนิมิตฺตํ สตฺตทุกฺขํ สมนุปสฺสนฺตสฺส กรุณาย ปวตฺติสมฺภวโต รูเป อาทีนโว ปริวิทิโต โหติ, อถสฺส ปริวิทิตรูปาทีนวตฺตา ปถวีกสิณาทีสุ อญฺญตรํ อุคฺฆาเฏตฺวา รูปนิสฺสรเณ อากาเส จิตฺตํ อุปสํหรโต อปฺปกสิเรเนว ตตฺถ จิตฺตํ ปกฺขนฺทติ. อิติ กรุณา อากาสานญฺจายตนสฺส อุปนิสฺสโย โหติ, น ตโต ปรํ, ตสฺมา อากาสานญฺจายตนปรมาติ วุตฺตา.
มุทิตาวิหาริสฺส ปน เตน เตน ปาโมชฺชการเณน อุปฺปนฺนปาโมชฺชสตฺตานํ วิญฺญาณํ สมนุปสฺสนฺตสฺส มุทิตาย ปวตฺติสมฺภวโต วิญฺญาณคฺคหณปริจิตํ โหติ, อถสฺส อนุกฺกมาธิคตํ อากาสานญฺจายตนํ อติกฺกมฺม อากาสนิมิตฺตโคจเร วิญฺญาเณ จิตฺตํ อุปสํหรโต อปฺปกสิเรเนว ตตฺถ จิตฺตํ ปกฺขนฺทติ. อิติ มุทิตา วิญฺญาณญฺจายตนสฺส อุปนิสฺสโย โหติ, น ตโต ปรํ, ตสฺมา วิญฺญาณญฺจายตนปรมาติ วุตฺตา.
อุเปกฺขาวิหาริสฺส ปน ‘‘สตฺตา สุขิตา วา โหนฺตุ, ทุกฺขโต วา วิมุจฺจนฺตุ, สมฺปตฺตสุขโต วา มา วิคจฺฉนฺตู’’ติ อาโภคาภาวโต สุขทุกฺขาทิปรมตฺถคาหวิมุขสมฺภวโต อวิชฺชมานคฺคหณทุกฺขจิตฺตํ โหติ. อถสฺส ปรมตฺถคาหโต วิมุขภาวปริจิตจิตฺตสฺส ปรมตฺถโต อวิชฺชมานคฺคหณทุกฺขจิตฺตสฺส จ อนุกฺกมาธิคตํ วิญฺญาณาญฺจายตนํ สมติกฺกมฺมสมฺภวโต อวิชฺชมาเน ปรมตฺถภูตสฺส วิญฺญาณสฺส อภาเว จิตฺตํ อุปสํหรโต อปฺปกสิเรเนว ตตฺถ จิตฺตํ ปกฺขนฺทติ. อิติ อุเปกฺขา อากิญฺจญฺญายตนสฺส อุปนิสฺสโย โหติ, น ตโต ปรํ, ตสฺมา อากิญฺจญฺญายตนปรมาติ วุตฺตา. เทสนาปริโยสาเน ปญฺจสตา ภิกฺขู อรหตฺตํ ปตฺตาติ.
๕. สงฺคารวสุตฺตวณฺณนา
๒๓๖. ปญฺจเม ปเควาติ ปฐมญฺเญว. กามราคปริยุฏฺฐิเตนาติ กามราคคหิเตน. กามราคปเรเตนาติ กามราคานุคเตน. นิสฺสรณนฺติ ติวิธํ กามราคสฺส นิสฺสรณํ วิกฺขมฺภนนิสฺสรณํ ตทงฺคนิสฺสรณํ สมุจฺเฉทนิสฺสรณนฺติ. ตตฺถ อสุเภ ปฐมชฺฌานํ วิกฺขมฺภนนิสฺสรณํ นาม, วิปสฺสนา ตทงฺคนิสฺสรณํ นาม, อรหตฺตมคฺโค สมุจฺเฉทนิสฺสรณํ นาม. ตํ ติวิธมฺปิ นปฺปชานาตีติ อตฺโถ. อตฺตตฺถมฺปีติอาทีสุ อรหตฺตสงฺขาโต อตฺตโน อตฺโถ อตฺตตฺโถ นาม, ปจฺจยทายกานํ อตฺโถ ปรตฺโถ นาม, เสฺวว ทุวิโธปิ อุภยตฺโถ นาม. อิมินา นเยน สพฺพวาเรสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
อยํ ปน วิเสโส – พฺยาปาทสฺส นิสฺสรณนฺติอาทีสุ หิ เทฺวว นิสฺสรณานิ วิกฺขมฺภนนิสฺสรณญฺจ สมุจฺเฉทนิสฺสรณญฺจ. ตตฺถ พฺยาปาทสฺส ตาว เมตฺตาย ปฐมชฺฌานํ วิกฺขมฺภนนิสฺสรณํ, อนาคามิมคฺโค สมุจฺเฉทนิสฺสรณํ. ถินมิทฺธสฺส อาโลกสญฺญา วิกฺขมฺภนนิสฺสรณํ, อรหตฺตมคฺโค สมุจฺเฉทนิสฺสรณํ. อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจสฺส โย โกจิ สมโถ วิกฺขมฺภนนิสฺสรณํ, อุทฺธจฺจสฺส ปเนตฺถ อรหตฺตมคฺโค, กุกฺกุจฺจสฺส อนาคามิมคฺโค สมุจฺเฉทนิสฺสรณํ. วิจิกิจฺฉาย ธมฺมววตฺถานํ วิกฺขมฺภนนิสฺสรณํ, ปฐมมคฺโค สมุจฺเฉทนิสฺสรณํ.
ยา ปเนตฺถ เสยฺยถาปิ พฺราหฺมณ อุทปตฺโต สํสฏฺโฐ ลาขาย วาติอาทิกา อุปมา วุตฺตา, ตาสุ อุทปตฺโตติ อุทกภริตา ปาติ. สํสฏฺโฐติ วณฺณเภทกรณวเสน สํสฏฺโฐ. ปกฺกุถิโตติ กุถิโต. อุสฺมุทกชาโตติ อุสุมชาโต. เสวาลปณกปริโยนทฺโธติ ติลพีชกาทิเภเทน เสวาเลน วา นีลมณฺฑูกปิฏฺฐิวณฺเณน วา อุทกปิฏฺฐึ ฉาเทตฺวา นิพฺพตฺตปณเกน ปริโยนทฺโธ. วาเตริโตติ วาเตน เอริโต กมฺปิโต. อาวิโลติ อปฺปสนฺโน. ลุฬิโตติ อสนฺนิสินฺโน. กลลีภูโตติ กทฺทมีภูโต. อนฺธกาเร นิกฺขิตฺโตติ โกฏฺฐนฺตราทิเภเท อนาโลกฏฺฐาเน ฐปิโต. อิมสฺมึ สุตฺเต ภควา ตีหิ ภเวหิ เทสนํ นิวตฺเตตฺวา อรหตฺตนิกูเฏน เทสนํ นิฏฺฐาเปสิ, พฺราหฺมโณ ปน สรณมตฺเต ปติฏฺฐิโต.
๖. อภยสุตฺตวณฺณนา
๒๓๗. ฉฏฺเฐ อญฺญาณาย อทสฺสนายาติ อญฺญาณตฺถาย อทสฺสนตฺถาย. ตคฺฆ ภควา นีวรณาติ เอกํเสน ภควา นีวรณา. กายกิลมโถติ กายทรโถ. จิตฺตกิลมโถติ จิตฺตทรโถ. โสปิ เม ปฏิปฺปสฺสทฺโธติ ตสฺส กิร สตฺถุ สนฺติเก สีตลํ อุตุสปฺปายฏฺฐานํ ปวิสิตฺวา นิสินฺนสฺส กายทรโถ ปฏิปสฺสมฺภิ, ตสฺมึ ปฏิปสฺสทฺเธ ตทนฺวเยเนว จิตฺตทรโถปิ. อปิจ มคฺเคเนวสฺส เอตํ อุภยมฺปิ ปสฺสทฺธนฺติ เวทิตพฺพํ.